ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ภายใต้ชื่อ Studio Act of Kindness คือปรัชญาความเมตตาที่ซ่อน ‘ความขบถ’ เอาไว้ เจาะลึกวิธีคิดของ ‘ชารีฟ ลอนา’ สถาปนิกและนักสะสมองค์ความรู้ ผู้ผสานศาสตร์ขั้วตรงข้าม กล้าปฏิเสธเพื่อปกป้องคุณค่างานออกแบบ และชอบที่จะปฏิวัติตัวเองในทุกฤดูกาล

หากได้ยินชื่อ Studio Act of Kindness เป็นครั้งแรก หลายคนอาจจินตนาการถึงสตูดิโอออกแบบที่เต็มไปด้วยความประนีประนอม อ่อนโยน และโอนอ่อนผ่อนตามทุกความต้องการของผู้คน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายใต้ชื่อที่ดูนุ่มนวลนี้ กลับซ่อนปรัชญาการทำงานที่เด็ดขาดและหนักแน่นอย่างคาดไม่ถึง สำหรับ ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ ความใจดีไม่ได้หมายถึงการพยักหน้าตอบรับทุกสิ่ง แต่มันมีความหมายที่ลึกซึ้งและหยั่งรากลงไปถึงแก่นแท้ของความเคารพในวิชาชีพ

“จริงๆ คำว่า kindness มันไม่ใช่แค่ความเมตตากรุณาต่อคนอื่น แต่จริงๆ มันคือการที่เราเมตตาหรือ sincere ต่อตัวเอง แล้วก็สิ่งที่ตัวเองทำด้วย” ชารีฟอธิบายถึงแนวคิดที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เมื่อความจริงใจต่อตัวเองกลายเป็นเข็มทิศหลัก การทำงานสถาปัตยกรรมจึงไม่ใช่เพียงการตอบสนองความต้องการของทุนนิยมหรือทำตามโจทย์ของลูกค้า แต่มันคือการอุทิศตนเพื่อสร้างสรรค์สเปซที่ก่อให้เกิดคุณค่าสูงสุด ทั้งต่อตัวผู้อยู่อาศัยและบริบทแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติม: Home Tour: Monsoon House สถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์รับฤดูกาล ที่ซ่อนความสงบไว้ภายในบ้าน

Tatler Asia
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

เมื่อสถาปนิกมีความซื่อสัตย์ต่อเนื้องาน ผลลัพธ์ที่ได้จึงมักไปไกลกว่าความสวยงามทางกายภาพ ชารีฟมองว่างานออกแบบทุกชิ้นคือเครื่องมือในการส่งต่อและต่อยอดประโยชน์ให้กับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นมิติของทุนทางใจ ทุนทางธุรกิจ หรือแม้กระทั่งการยกระดับคุณภาพชีวิตของช่างฝีมือที่ได้มาร่วมงานกัน ความเมตตาในบริบทของเขาจึงเปรียบเสมือนสิ่งที่แทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของอุตสาหกรรม

“ทุกๆ งานที่เราทำ จะก่อให้เกิดความรู้ใหม่เสมอ ซึ่งความรู้นั้นคือผลลัพธ์ของการแผ่หรือการให้... ซึ่งมันเป็นมากกว่าการว่าจ้างหรือใดๆ แต่คือการแลกเปลี่ยนความรู้” คำกล่าวนี้เน้นย้ำให้เห็นว่า สตูดิโอแห่งนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการสร้างสรรค์ผลงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่วิจัยที่ผลิตซ้ำความรู้ใหม่ๆ ให้กับสังคมในวงกว้าง

Tatler Asia
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

The Collective Creator

เมื่อมองลึกลงไปในวิธีคิดของชารีฟ เราจะพบว่าเขาไม่ได้จำกัดกรอบตัวเองอยู่เพียงคำว่า ‘มัณฑนากร’ หรือ ‘สถาปนิก’ แต่เขาเปรียบเสมือน ‘นักสะสม’ ที่หลงใหลในการรวบรวมองค์ความรู้จากหลากหลายแขนง หากอยากทำความรู้จักตัวตนของเขาให้ลึกซึ้ง การมองผ่านชั้นหนังสือส่วนตัวอาจให้คำตอบที่ชัดเจนกว่าการดูพอร์ตโฟลิโองานออกแบบเสียอีก เพราะบนชั้นหนังสือนั้นอัดแน่นไปด้วยหนังสือประวัติศาสตร์ กฎหมาย ปรัชญา กายวิภาคศาสตร์ ไปจนถึงวรรณกรรมคลาสสิก

“ผมไม่ได้นิยามตัวเองว่าเป็น interior designer หรือเป็นอะไรก็ตาม อาจจะเป็น creator มากกว่า... ถ้าจะให้อธิบายความชอบอาจต้องดูหนังสือที่ผมสะสม คอลเล็กชั่นมันค่อนข้างจะหลากหลาย” ความรู้แบบข้ามศาสตร์ (Cross-disciplinary) เหล่านี้ กลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่เขานำมาใช้ปรุงแต่งสเปซ ทำให้ผลงานของ Studio Act of Kindness มีกลิ่นอายของการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่และเหนือความคาดหมาย

Tatler Asia
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ตัวอย่างที่อธิบายแนวคิดนี้ได้ดีที่สุดคือการออกแบบ ‘บ้านของผู้กำกับภาพยนตร์’ ชารีฟไม่ได้ออกแบบบ้านตามโฟลว์ไดอะแกรมสถาปัตยกรรมทั่วไป แต่เขานำตรรกะภาพยนตร์มาใช้มองสเปซเป็น ‘ซีน’ (Scene) เขาเลือกนำแพนทรีและพื้นที่รับรองมาไว้เป็นส่วนต้อนรับแรกสุด เพื่อดึงเวลาและชะลอจุดไคลแมกซ์ของพื้นที่ส่วนตัวเอาไว้ คล้ายกับการตัดต่อภาพยนตร์ที่คำนวณไทม์มิงมาอย่างแม่นยำ

“เราพยายามจะตัดต่อซีน... การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง flow diagram ที่เราเรียนกันมา... แบบบ้านมันไม่จำเป็นต้องเข้าบ้านแล้วเจอห้องนั่งเล่นก่อนก็ได้” เขาเล่า การนำความรู้ขั้วตรงข้ามมาปะทะกันเช่นนี้ คือศิลปะการทำให้สถาปัตยกรรมของเขามีชีวิต มีมิติ และท้าทายกรอบความเชื่อเดิมๆ ของการอยู่อาศัย

Tatler Asia
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Deconstructing the Norms

ในยุคที่หลายคนพยายามตามหาและนิยาม ‘ความเป็นไทย’ ในงานออกแบบ ชารีฟกลับมีมุมมองที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง สำหรับเขา ดีเอ็นเอความเป็นไทยไม่ได้ถูกแช่แข็งอยู่แค่การหยิบยืมลวดลายกนก งานช่างสิบหมู่ หรือหลังคาทรงจั่วมาแปะทับลงบนอาคาร แต่มันคือจิตวิญญาณและ ‘ทัศนคติ’ ของผู้สร้างสรรค์ที่สอดแทรกอยู่ในกระบวนการคิด

“ความเป็นไทยของผมคือการที่เราสามารถทำอะไรก็ได้ที่มันไม่ได้อยู่ในขนบได้... ผมว่ามันคือ attitude ของคนไทยที่กล้าบ้าบิ่น กล้าตั้งคำถามกับ culture ของตัวเอง” ด้วยทัศนคติแบบขบถนี้ ชารีฟจึงมักตั้งคำถามกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมมองข้าม เขาประกาศตัวเป็นเหมือน ‘ยาเบื่อ’ ของภูมิภาคเอเชีย ที่คอยขจัดความจำเจและสร้างสีสันใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรม

Tatler Asia
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ผลงานที่พิสูจน์แนวคิดนี้ได้อย่างทรงพลังคือการรังสรรค์ ‘บูทีก Cartier’ ที่กรุงเทพฯ โปรเจกต์ระดับรางวัลที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เขาเลือกที่จะรื้อถอนและทำลายโครงสร้างวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยนำเทคนิคช่างสิบหมู่ การฝังเปลือกหอย และการลงรัก (ที่ต้องทดลองผสมสีกับดินสอพองจนได้สีสันใหม่ๆ) มาผสมผสานกับศิลปะอาร์ตเดโคแบบฝรั่งเศส เกิดเป็นภาษาสถาปัตยกรรมที่สดใหม่และทลายกรอบงานคราฟต์ไปอย่างสิ้นเชิง

“วันนี้เราเป็นเด็กไทยที่ชอบการคิดแบบ western เราก็เลยเอาความคิดแบบ western มาทำลายโครงสร้าง ตั้งคำถามกับสิ่งที่เรามีอยู่ในบ้านเรา ซึ่งผมมองว่ามันต่อยอดไปได้เยอะ” การรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่นี้ ไม่เพียงแต่เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด แต่ยังเป็นการผลักดันให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยก้าวไปสู่จุดที่สากลยอมรับ

อ่านเพิ่มเติม: คุยกับ กรกช คุณาลังการ ถึงภารกิจ TIDA ในการผลักดันดีไซเนอร์ไทยให้เป็น ‘พาวเวอร์จริง’ บนเวทีสากล

Tatler Asia
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

The Art of Rejection

อิสระในการสร้างสรรค์มักมาพร้อมกับการต่อรองเสมอ ยิ่งสตูดิโอเติบโตและได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบโปรเจกต์เชิงพาณิชย์และอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์อย่าง ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล (Central), เกษร (Gaysorn) หรือแม้แต่คลับเฮาส์และบ้านตัวอย่างของ AP The Palazzo สิ่งที่ชารีฟต้องเรียนรู้และใช้ให้เป็น คือความกล้าที่จะลุกขึ้นมาปกป้องคุณค่าของงานออกแบบ

“การที่เราไม่ปฏิเสธอะ มันก็คือการที่เราไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองเหมือนกันนะ... รู้สึกว่า Art of saying NO หรือ Art of letting go มันเป็นช่วงวัยนี้พอดีที่ผมเข้าใจว่ามันต้องทำยังไง” ชารีฟยอมรับว่าการกล้าเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง (Argument) อย่างมีเหตุมีผล นำไปสู่การค้นพบทางออกที่ดีกว่าการยอมประนีประนอมแบบขอไปทีเสมอ

Tatler Asia
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ในโลกธุรกิจที่ลูกค้าบางรายอาจพึ่งพา AI หรือต้องการความ ‘แมส’ ที่เข้าถึงง่าย ชารีฟเลือกที่จะรับฟังแต่ไม่ทิ้งแก่นแท้ของชิ้นงาน เขาใช้วิธีตั้งคำถามกลับอย่างเฉียบคมเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นจุดบอดของไอเดียนั้นๆ ในขณะเดียวกัน เขาก็พร้อมจะลดอีโก้ของตัวเองลง หากความไม่สมบูรณ์แบบนั้นกลับตอบโจทย์และสร้างความสุขให้กับเจ้าของพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

“เราต้องรู้จักที่จะมี argument ในแบบที่มีความสมเหตุสมผล แล้วก็รู้จักที่จะทำลายตัวเองทิ้งในบางเงื่อนไข เพื่อให้ดอกไม้อันนั้นมันงอกเงยความสวยงามขึ้นมาได้” เขากล่าวโดยใช้อุปมาอุปไมย ศิลปะแห่งการปฏิเสธและการปล่อยวางนี้เอง ที่ช่วยรักษาสมดุลระหว่างจิตวิญญาณของศิลปินกับความอยู่รอดในโลกทุนนิยมได้อย่างงดงาม

Tatler Asia
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Constant Self-Revolution

เบื้องหลังสถาปัตยกรรมที่ตั้งตระหง่านและหนักแน่น น้อยคนนักที่จะรู้ว่าสถาปนิกผู้สร้างสรรค์มันขึ้นมาก็เคยต้องต่อสู้กับมรสุมชีวิต ความลังเล และความเปราะบาง ชารีฟไม่เคยอายที่จะยอมรับว่าเขาเองก็เคยล้มลุกคลุกคลานและตั้งคำถามกับคุณค่าของวิชาชีพตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน

เขาไม่ได้มองตัวเองเป็นผู้ประสบความสำเร็จที่ยืนอยู่บนยอดพีระมิด แต่นิยามตัวเองว่าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากภายใน

“ผมอาจจะเป็น revolutionist ที่ไม่ได้ปฏิวัติใครเลย ปฏิวัติตัวเอง... หมกมุ่นกับความเป็นตัวเองแล้วพยายามจะเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆ ปี” การกล้าทำลายตัวเองเวอร์ชั่นเก่าทิ้ง คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลงานของเขายังคงสดใหม่และไม่หยุดนิ่ง

Tatler Asia
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

การยอมกะเทาะเปลือกความสมบูรณ์แบบและแบ่งปันเรื่องราวความพ่ายแพ้ของเขา มีจุดประสงค์เพื่อโอบกอดและให้กำลังใจดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่กำลังดิ้นรนอยู่ในอุตสาหกรรม เขาต้องการเป็นกระบอกเสียงที่บอกว่า ความไม่มั่นใจไม่ใช่เรื่องผิด และบาดแผลจากความผิดพลาดคือใบเบิกทางสู่การเติบโตที่แท้จริง

เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่อยากให้ผู้คนจดจำ ชารีฟไม่ได้เอ่ยถึงตึกระฟ้าหรือรางวัลระดับโลก แต่เขากลับตอบด้วยรอยยิ้มและสายตาที่มุ่งมั่นว่า “ถ้าเกิดว่าคนจะพูดถึงเรา อยากให้ทุกคนนึกถึงว่าเราเป็นคนให้โอกาสคนอื่น... legacy ของผมคือความรู้” และนี่คงเป็นบทสรุปที่สมบูรณ์แบบที่สุดของสถาปนิกผู้ใช้หัวใจออกแบบ และใช้ความจริงใจเป็นเข็มทิศนำทางชีวิต

Tatler Asia
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ชารีฟ ลอนา สถาปนิกและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Studio Act of Kindness (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Topics

Chutima Katepongchai
Assistant Editor, Homes & Lifestyle, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชุติมา เกตุพงษ์ชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาสถาปัตยกรรม งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์ เธอเล่าเรื่องบ้านและพื้นที่รอบตัวในฐานะแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านบริบทร่วมสมัย