A broader shift in design thinking that prioritises human well-being, cultural connection, environmental responsibility, urban adaptability, and emotional engagement (Photo: Cosentino)
Cover ทิศทางการออกแบบในปี 2025 จะโฟกัสไปที่สุขภาวะของผู้คน ความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรม ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ความยืดหยุ่นของพื้นที่ในเมือง และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก (ภาพ: Cosentino)
A broader shift in design thinking that prioritises human well-being, cultural connection, environmental responsibility, urban adaptability, and emotional engagement (Photo: Cosentino)

ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบระดับโลก เผย 5 เทรนด์หลักที่จะเปลี่ยนการออกแบบบ้าน สถาปัตยกรรมยั่งยืน และการใช้ชีวิตในเมืองสำหรับปี 2025 และในอนาคต

จนถึงตอนนี้ วิถีชีวิตของเรายังคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ขอบเขตระหว่างพื้นที่ทำงานกับพื้นที่ส่วนตัวเริ่มไม่ชัดเจนหลังยุคโควิด-19 ไปจนถึงความกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของเรา และชีวิตที่สัมพันธ์กับโลกดิจิทัลตลอดเวลา ทำให้เราโหยหาประสบการณ์ที่แท้จริงและมีความหมาย ไม่เว้นแม้กระทั่งพื้นที่ ‘บ้าน’ ที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อตอบรับความต้องการที่เปลี่ยนไป ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในรายงานเทรนด์ระดับโลกล่าสุดของ Cosentino ที่ชื่อว่า Shaping Tomorrow: Future Design & Architecture รายงานฉบับนี้พูดถึง 5 เทรนด์สำคัญที่จะกำหนดทิศทาง contemporary spaces หรือพื้นที่อยู่อาศัยร่วมสมัยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

อ่านเพิ่มเติม: ภาษาใหม่ของความลักซ์ชูรีในงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบ กับเทรนด์ปี 2025

Tatler Asia
The inaugural global trend report by Cosentino identifies five macro trends that will define the future of contemporary spaces in the coming years (Photo: Cosentino)
Above รายงานเทรนด์ระดับโลกฉบับแรกจาก Cosentino ได้ระบุ 5 เทรนด์หลักที่จะกำหนดทิศทางของพื้นที่อยู่อาศัยร่วมสมัยในอนาคตอันใกล้ (ภาพ: Cosentino)
The inaugural global trend report by Cosentino identifies five macro trends that will define the future of contemporary spaces in the coming years (Photo: Cosentino)

รายงานฉบับนี้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากบุคคลชั้นนำในวงการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Tom Dixon, Serena Confalonieri, Fernando Laposse และผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติกว่า 200 คน ซึ่งสะท้อนแนวคิดการออกแบบที่เน้นย้ำเรื่องสำคัญอย่าง สุขภาวะของผู้คน ความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ความยืดหยุ่นของพื้นที่ในเมือง และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก

เราอยากชวนทุกคนไปสำรวจเทรนด์ใหญ่ที่กำลังจะมาถึงสำหรับสถาปนิกและนักออกแบบภายในทั่วโลก ที่เน้นตอบสนองความต้องการใหม่ๆ  ทั้งการสร้างสรรค์พื้นที่ที่เคารพรากเหง้าวัฒนธรรม การดูแลสุขภาพใจ การดูแลโลกและสิ่งแวดล้อม การปรับตัวเข้ากับความท้าทายในเมือง ไปจนถึงการสร้างความสุขในแบบที่คาดไม่ถึง

โอบรับมรดกทางวัฒนธรรมในการออกแบบ

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 โครงการของ RVO Studio ใน Nayarit ประเทศเม็กซิโก ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและชนเผ่าที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน (ภาพ: Marcos Garcia)
Photo 2 of 2 ทางเดินไร้ผนังแต่มีหลังคาคลุม และฉากกั้นไม้ที่ไม่ผ่านการทำสีซึ่งจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาตามธรรมชาติ (ภาพ: Marcos Garcia)
RVO Studio’s project in Nayarit, Mexico learned from the local and tribal architecture that stemmed from countless generations (Photo: Marcos Garcia)
Wall-less but covered corridors and untreated timber screens that weather naturally overtime (Photo: Marcos Garcia)

ตามรายงานเทรนด์ระดับโลกของ Cosentino เทรนด์ที่ชื่อว่า ‘Origin’ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของวัฒนธรรมท้องถิ่น สถาปัตยกรรม อาหาร และแฟชั่น ที่เข้ามามีบทบาทในการกำหนดการตัดสินใจด้านการออกแบบมากขึ้น

ในยุคโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วนี้ นักออกแบบได้หันกลับไปหาวัฒนธรรมและรากเหง้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งกับพื้นที่ต่างๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการความจริงแท้ (authenticity) ที่เพิ่มขึ้น ในโลกดิจิทัลที่เราเชื่อมโยงถึงกันแต่กลับรู้สึกขาดรากเหง้าให้ยึดโยง

Tatler Asia
L’Aviva Home in Mexico City features a travertine sofa base crafted by a local master stone worker (Photo: Fabian Martinez)
Above L’Aviva Home ในเม็กซิโก ซิตี้ มีฐานโซฟาหิน Travertine ที่สร้างสรรค์โดยช่างหินท้องถิ่น (ภาพ: Fabian Martinez)
L’Aviva Home in Mexico City features a travertine sofa base crafted by a local master stone worker (Photo: Fabian Martinez)
Tatler Asia
Local woodworker Isaac Castañeda crafted the “screen” that envelops the kitchen (Photo: Maureen M Evans)
Above ฉากกั้นในครัวที่ทำจากไม้โดยช่างไม้ท้องถิ่น Isaac Castañeda (ภาพ: Maureen M Evans)
Tatler Asia
The perforated bronze panels in the bedroom are reminiscent of the rhythms of Mexican life (Photo: Maureen M Evans)
Above แผ่นทองสัมฤทธิ์ฉลุลายที่ชวนให้นึกถึงจังหวะชีวิตแบบชาวเม็กซิกัน (ภาพ: Maureen M Evans)
Local woodworker Isaac Castañeda crafted the “screen” that envelops the kitchen (Photo: Maureen M Evans)
The perforated bronze panels in the bedroom are reminiscent of the rhythms of Mexican life (Photo: Maureen M Evans)

“ผมมองว่าเทรนด์ Origin คือสิ่งที่ผูกพันกับสิ่งที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากมนุษย์มากนัก” Fernando Laposse นักออกแบบชาวเม็กซิกันอธิบาย “ผมชอบอีกคำหนึ่งคือ ‘terroir’ ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสที่ใช้พูดถึงไวน์ ผมเชื่อว่าสามารถนำมาใช้กับการออกแบบได้เช่นกัน”

ด้วยการใช้วัสดุที่สะท้อนงานฝีมือท้องถิ่นและเทคนิคดั้งเดิม เทรนด์ Origin สะท้อนความปรารถนาของมนุษย์ที่ต้องการเชื่อมโยงกับสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างไม่เหมือนใคร และสำหรับแนวทางนี้ ‘บ้าน’ จึงเป็นเสมือนศูนย์กลางที่บอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวผ่านทุกองค์ประกอบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน

อ่านเพิ่มเติม: สำรวจเทรนด์และความหมายของ ‘บ้าน’ ปี 2025 พร้อมไอเดียออกแบบบ้านให้เป็น Wellness Sanctuary ในฝัน

ออกแบบเพื่อสุขภาวะทางอารมณ์

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 โครงการ West Tisbury ของ Able Moraine เป็นการใช้สีและวัสดุธรรมชาติที่ชาญฉลาด (ภาพ: Jared Kuzia)
Photo 2 of 2 ห้องครัวโทนสีธรรมชาติที่ให้บรรยากาศอบอุ่นแบบโพรวองซ์ (ภาพ: Jared Kuzia)
Able Moraine’s West Tisbury project is a clever play in colours and natural materials (Photo: Jared Kuzia)
The neutral-toned kitchen exudes a charming Provencal aesthetic (Photo: Jared Kuzia)

นักออกแบบและสถาปนิกต่างตระหนักถึงพลังอันลึกซึ้งที่สภาพแวดล้อมส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก ระดับความเครียด และสุขภาพจิตโดยรวมของเรา ดังนั้น เทรนด์ที่ชื่อว่า ‘Solace’ จึงยอมรับสิ่งที่เราหลายคนได้เรียนรู้ในช่วงล็อกดาวน์ นั่นก็คือ “พื้นที่นี้ทำให้เรารู้สึกอย่างไร”

Tatler Asia
The blush-toned primary suite with colour coherent patterns and furnishing (Photo: Jared Kuzia)
Above ห้องนอนหลักโทนสีชมพูอ่อนที่เข้ากันได้ดีกับสีและของตกแต่งอื่นๆ (ภาพ: Jared Kuzia)
The blush-toned primary suite with colour coherent patterns and furnishing (Photo: Jared Kuzia)
Tatler Asia
A soothing aqua in Crystal Sinclair’s colour-coded project in New Jersey (Photo: Tim Lenz)
Above สีฟ้าอมเขียวที่ชวนผ่อนคลายในโครงการของ Crystal Sinclair ที่ New Jersey (ภาพ: Tim Lenz)
Tatler Asia
The other nursery room in Sinclair’s project features a bright, sunshine yellow (Photo: Tim Lenz)
Above ห้องเด็กอ่อนอีกห้องในโครงการของ Sinclair ใช้สีเหลืองสดใสราวกับแสงแดด (ภาพ: Tim Lenz)
A soothing aqua in Crystal Sinclair’s colour-coded project in New Jersey (Photo: Tim Lenz)
The other nursery room in Sinclair’s project features a bright, sunshine yellow (Photo: Tim Lenz)

แนวทางการออกแบบนี้ก้าวไปไกลกว่าแค่ความสวยงาม เพื่อการออกแบบบ้านทั้งหลังที่พร้อมส่งเสริมและตอบสนองความต้องการทางจิตใจของเรา อาทิเช่น แสงสว่างที่ทำให้คุณรู้สึกมีพลังในตอนเช้าแต่รู้สึกสงบในตอนเย็น สีที่สามารถส่งผลต่อระดับคอร์ติซอลของเรา เช่น สีเขียวอ่อน สีฟ้าอมเขียว สีม่วงอ่อน สีพีชอ่อน และสีโทนกลางอบอุ่น รวมถึงพื้นผิวที่ส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยของเรา และแม้แต่กลิ่นหอมก็สามารถพาเราไปสู่สภาวะที่สงบและผ่อนคลายได้

“บ้านในอนาคตคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับประสาทสัมผัสและอารมณ์” Patricia Bustos นักออกแบบภายในชาวสเปนกล่าว “เมื่อผู้คนมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายมากขึ้นในชีวิต การออกแบบที่เน้นประสาทสัมผัสจึงกลายเป็นความต้องการที่สำคัญยิ่ง”

 

การออกแบบที่ยั่งยืนและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 บ้านโครงสร้างไม้ Mass Timber แห่งแรกในอินเดียโดย Architecture Discipline มีโครงสร้างหลักเป็นไม้กาวลามิเนต (Glulam) จำนวน 11 เฟรม (ภาพ: Studio Charuau)
Photo 2 of 3 ส่วนหน้าของบ้านใช้ไม้แผ่นที่ผ่านการเผาด้วยเทคนิคดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า shou sugi ban (ภาพ: Studio Charuau)
Photo 3 of 3 บ้านยกพื้นสูงบนเสาและกำแพงกันดินคอนกรีตเพื่อรักษาความลาดเอียงและพรรณพืชดั้งเดิมของพื้นที่ (ภาพ: Studio Charuau)
The first mass timber residence in India by Architecture Discipline features a superstructure with 11 glued laminated timber (glulam) portal frames (Photo: Studio Charuau)
The façade consists of charred wood-panelled cladding using the traditional Japanese shou sugi ban technique (Photo: Studio Charuau)
The home is elevated on stilts and concrete retaining walls to preserve the site’s existing slope and vegetation (Photo: Studio Charuau)

แม้ความยั่งยืนจะยังคงเป็นหัวข้อสำคัญในแวดวงสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน แต่เทรนด์ที่ชื่อว่า ‘Nature’ ซึ่งระบุไว้ในรายงาน Shaping Tomorrow: Future Design & Architecture ของ Cosentino ได้พัฒนาจากการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสิ่งแวดล้อม ไปสู่การออกแบบที่เรียบง่ายและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านมากขึ้น

เทรนด์นี้สนับสนุนให้นักออกแบบและเจ้าของบ้านเป็นนักสร้างสรรค์ผลงาน โดยกระตุ้นให้พวกเขาทบทวนความสัมพันธ์กับสิ่งของเครื่องใช้ และนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาใช้ซ้ำเพื่อเติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ นอกจากนี้ยังเน้นการลงทุนอย่างรอบคอบในระยะยาวกับสิ่งที่จะสวยงามไปตามกาลเวลาแทนที่จะเป็นสิ่งตามกระแสและสุดท้ายก็ตกรุ่นไปอย่างรวดเร็ว

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 โครงการรีโนเวทที่ให้ธรรมชาติเป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่โดย Futurground ในกัวลาลัมเปอร์ ผสานธรรมชาติเข้ากับการใช้ชีวิตยุคใหม่ (ภาพ: Ameen Deen)
Photo 2 of 3 แนวคิดการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมของบ้านนี้ไม่ได้จำกัดแค่การเลือกวัสดุเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มาจากท้องถิ่น (ภาพ: Ameen Deen)
Photo 3 of 3 ช่องแสงบนเพดานและประตูบานกระจกจากพื้นถึงเพดานช่วยให้แสงสว่างและอากาศถ่ายเทได้อย่างทั่วถึง (ภาพ: Ameen Deen)
The nature-first renovation project by Futurground in Kuala Lumpur celebrates nature and modern living (Photo: Ameen Deen)
The home’s green initiatives extend beyond material choices to include locally sourced furnishings and decorative elements (Photo: Ameen Deen)
Skylights and floor-to-ceiling glass doors allow for ample light and cross ventilation (Photo: Ameen Deen)

“ทุกการสร้างสรรค์ต้องมีผลกระทบเชิงบวกต่อโลก สะท้อนทั้งคุณค่าของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม” João Armentano สถาปนิกชาวบราซิลเน้นย้ำถึงธรรมชาติแบบองค์รวมของแนวทางนี้ “โครงการที่ประสบความสำเร็จควรยกระดับชีวิตของผู้คนนำมาซึ่งความสุขและตอบสนองความต้องการของพวกเขาในทางที่มีความหมาย”

ออกแบบเมืองสมัยใหม่ที่ยืดหยุ่น

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 สวนสาธารณะ TRX City Park ในกัวลาลัมเปอร์โดย Pentago ทำหน้าที่หลายอย่างในพื้นที่เมือง (ภาพ: Pentago)
Photo 2 of 3 เส้นทางเชื่อมต่อท่ามกลางร่มเงาของต้นไม้และพรรณพืชที่มีสัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์ (ภาพ: Pentago)
Photo 3 of 3 พื้นที่สีเขียวที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันทั่วทั้งสวน เพื่อให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนและรับแรงบันดาลใจ (ภาพ: Pentago)
The TRX City Park in Kuala Lumpur by Pentago serves multiple functions within the city’s urban landscape (Photo: Pentago)
Circulation linkages amidst tree canopies and understory vegetation with a diverse wildlife (Photo: Pentago)
Carefully designed pockets of greenery throughout the park for respite and inspiration (Photo: Pentago)

เนื่องจากการใช้ชีวิตในเมืองยังคงขยายตัวไปทั่วโลก เทรนด์ที่ชื่อว่า ‘Urban’ จึงมุ่งตอบสนองความท้าทายที่ซับซ้อนของการออกแบบเมืองสมัยใหม่ โดยยอมรับความเป็นจริงชุดใหม่ที่สถาปนิกและนักออกแบบต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่หลากหลายในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ การสร้างสมดุลระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมกับนวัตกรรม การสร้างพื้นที่เงียบสงบท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่รีบเร่ง และการรองรับองค์ประกอบของครัวเรือนที่หลากหลายซึ่งต้องการความยืดหยุ่นและใช้งานได้หลายอย่างเพื่อการอยู่อาศัย ทำงาน และสันทนาการที่ราบรื่น

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 การปรับปรุงที่อยู่อาศัยใน Barbican estate โดย Black & Milk (ภาพ: Black & Milk)
Photo 2 of 3 เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินที่ชาญฉลาดทำให้ห้องแบบ open-plan ยังคงดูกว้างขวางแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก (ภาพ: Black & Milk)
Photo 3 of 3 มุมครัวขนาดเล็กที่ออกแบบเป็นพิเศษทำให้พื้นที่นี้ใช้งานได้จริงมากขึ้นสำหรับการใช้ชีวิตยุคใหม่ (ภาพ: Black & Milk)
Black & Milk’s masterful makeover in the celebrated Barbican estate (Photo: Black & Milk)
Innovative built-ins leave the open-plan layout spacious despite its modest size (Photo: Black & Milk)
The bespoke kitchenette makes the space more practical for modern living (Photo: Black & Milk)

แนวทางนี้ครอบคลุมถึงที่อยู่อาศัยสำหรับหลายเจเนอเรชั่นและมีความหลากหลายที่รองรับทั้งผู้สูงอายุและวัยรุ่นที่ทำงานจากบ้าน ไปจนถึงโครงการแบบผสมผสานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและพื้นที่สีเขียวสำหรับผู้อยู่อาศัยในอาคารที่พักอาศัยหรืออาคารสำนักงาน สร้างย่านที่สามารถเดินได้ซึ่งเติมความมีชีวิตชีวาและยืดหยุ่นเหมือนกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในนั้น โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปแทนที่จะถูกจำกัดหรือตีกรอบ

“ความยืดหยุ่นคือความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในการออกแบบเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดสรรพื้นที่แบบโมดูลาร์ รวมถึงวิธีใช้งาน ทั้งหมดช่วยในเรื่องของการที่ทุกคนสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างเท่าเทียมกัน” Kathryn Gustafson ผู้ร่วมก่อตั้ง Gustafson Porter + Bowman กล่าว

การออกแบบที่แหวกแนวและทลายความจำเจ

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 2 เพดานทรงกลมช่วยเพิ่มความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ให้กับที่พักอาศัยในเซินเจิ้น โดย Clement C Studio (ภาพ: Ricci Wu)
Photo 2 of 2 เพดานลาดเอียงพร้อมไฟส่องสว่างในโครงการที่อยู่อาศัยของ PING Design ในปักกิ่ง เปรียบเสมือนลำแสงที่ส่องทะลุท้องฟ้ายามค่ำคืน (ภาพ: Zheng Yan)
The circular ceiling provides drama and character in a Shenzhen residence by Clement C Studio (Photo: Ricci Wu)
The canted ceiling with recessed lighting in PING Design’s Beijing residential project resembles a ray of light tearing through the dark sky (Photo: Zheng Yan)

สุดท้าย เทรนด์ที่ชื่อว่า ‘Wonder’ เป็นการเฉลิมฉลองพลังแห่งสิ่งที่ไม่คาดคิด เป็นแนวทางการออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งนำไปสู่ช่วงเวลาแห่งความประหลาดใจ ความตื่นตาตื่นใจ และการใส่ใจความรู้สึกซึ่งกันและกัน

ปรัชญานี้มุ่งเน้นไปที่อาคาร การตกแต่งภายใน และสิ่งของที่สามารถทลายกรอบความจำเจและความคาดเดาได้ของชีวิตประจำวัน ด้วยการใช้สีสัน พื้นผิว และวัสดุที่กำลังได้รับความนิยม

Tatler Asia
A custom bronze finish tree sculpture disguises a building riser in the enlarged primary closet (Photo: Joshua McHugh)
Above ประติมากรรมต้นไม้สำริดที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้บังท่อน้ำในห้องเก็บเสื้อผ้าที่ขยายใหญ่ขึ้น (ภาพ: Joshua McHugh)
Tatler Asia
The Tribeca duplex designed by Hines Collective features Églomisé wall panels with a dragon motif (Photo: Joshua McHugh)
Above ดูเพล็กซ์ในย่าน Tribeca ที่ออกแบบโดย Hines Collective มีแผงผนัง Églomisé ลวดลายมังกร (ภาพ: Joshua McHugh)
A custom bronze finish tree sculpture disguises a building riser in the enlarged primary closet (Photo: Joshua McHugh)
The Tribeca duplex designed by Hines Collective features Églomisé wall panels with a dragon motif (Photo: Joshua McHugh)

ตัวอย่างเช่น สีสันที่ไม่คาดคิดที่ทำให้คุณยิ้มได้ทุกครั้งที่เข้าครัว พื้นผิวของหมอนนุ่มๆ ที่ชวนให้สัมผัส หรืองานศิลปะที่ทำให้ทางเดินที่ดูโล่งตาสว่างไสวขึ้นและจุดประกายการสนทนา องค์ประกอบทั้งหมดนี้เติมเต็มพื้นที่ให้มีชีวิตชีวา สร้างช่วงเวลาที่ต่างไปจากความเคยชินในชีวิตประจำวัน และเตือนให้เราหยุดพักและหันมาใส่ใจกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น

"สิ่งสำคัญมากคือการที่สิ่งนั้นยังสามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางสภาพแวดล้อม และในขณะเดียวกันก็ยังคงดูสวยงาม" Tom Faulkner นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์หรูกล่าวสรุป


This story was originally written in English by Celeste Goh.

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2025 โดย Celeste Goh โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ


อ่านเพิ่มเติม:

Hatai Development โปรเจ็กต์ใหม่ของ Heatherwick Studio ในกรุงเทพฯ และ 7 ผลงานสถาปัตยกรรมสุดสร้างสรรค์ที่ทุกคนต้องรู้จัก

ส่องตลาด Branded Residences อสังหาฯ หรูยุคใหม่ของเอเชีย ผ่านพลังสร้างสรรค์ของแบรนด์ระดับโลก

9 บ้านตากอากาศสุดหรู กับดีไซน์ที่สะท้อนเสน่ห์ธรรมชาติริมชายฝั่ง

Topics

Chutima Katepongchai
Assistant Editor, Homes & Lifestyle, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชุติมา เกตุพงษ์ชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาสถาปัตยกรรม งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์ เธอเล่าเรื่องบ้านและพื้นที่รอบตัวในฐานะแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านบริบทร่วมสมัย