Liu Jiakun  (Photo: courtesy of The Hyatt Foundation/The Pritzker Architecture Prize)
Cover Liu Jiakun (ภาพ: The Hyatt Foundation/The Pritzker Architecture Prize)
Liu Jiakun  (Photo: courtesy of The Hyatt Foundation/The Pritzker Architecture Prize)

Liu Jiakun สถาปนิกชาวจีนผู้พลิกโฉมวงการสถาปัตยกรรม ด้วยการผสานงานดีไซน์ร่วมสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

ในมหานครจีนที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและอาคารรูปทรงล้ำสมัยที่แข่งกันสูงเสียดฟ้า Liu Jiakun ได้ใช้เวลาหลายทศวรรษในการสร้างสรรค์ภาษาทางสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นการผสาน “สิ่งที่ดูเหมือนจะตรงข้ามกัน” เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น “โลกในอุดมคติกับชีวิตประจำวัน”, “อดีตกับความทันสมัย” หรือ “การอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากกับความเป็นปัจเจกบุคคล”

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2025 มูลนิธิ Hyatt ในชิคาโกได้ประกาศชื่อ Liu Jiakun ในฐานะผู้คว้ารางวัล Pritzker Prize 2025 ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดในแวดวงสถาปัตยกรรม และคำประกาศของคณะกรรมการตัดสินยังได้ชื่นชมเขาว่า “ด้วยผลงานที่โดดเด่นและมีคุณภาพสม่ำเสมอ Liu Jiakun ได้จินตนาการและสร้างสรรค์โลกใบใหม่ขึ้นมา โดยปราศจากข้อจำกัดด้านสุนทรียภาพหรือสไตล์” รางวัลนี้จึงเป็นการยกย่องสถาปนิกที่ยึดมั่นในบริบทท้องถิ่นอย่างแท้จริง

Liu Jiakun ทำงานอยู่ในบ้านเกิดที่เฉิงตูเป็นหลัก และได้พัฒนาปรัชญาทางสถาปัตยกรรมที่ “เชิดชูชีวิตของคนธรรมดา” ควบคู่ไปกับ “ยกย่องพลังที่เหนือกว่าของสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้นมา” ก่อนที่จะได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับในระดับโลกมานานแล้ว โดยเคยจัดแสดงในงาน Venice Architecture Biennale หลายครั้ง (ปี 2008 และ 2016) และมีนิทรรศการเดี่ยวที่ Aedes Gallery อันทรงเกียรติในกรุงเบอร์ลินในปี 2017 นอกจากนี้ในปี 2018 เขายังได้รับเลือกให้ออกแบบ Serpentine Pavilion แห่งแรกในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นงานที่เคยถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่าง Zaha Hadid และ Rem Koolhaas การได้รับเกียรตินี้ยิ่งตอกย้ำว่าเขาคือหนึ่งในสถาปนิกที่มีนวัตกรรมที่สุดในโลก

มาทำความรู้จัก 5 แง่มุมของปรัชญาและผลงานของ Liu Jiakun ที่ทำให้เขาสมควรได้รับรางวัล Pritzker Prize อันทรงเกียรตินี้

อ่านเพิ่มเติม: เจาะลึกหัวใจแห่งวัสดุ กับงานออกแบบ Hermès Home collection ในงาน Milan Design Week 2025

1. เส้นทางที่ไม่ธรรมดา

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 The Renovation of Tianbao Cave District of Erlang Town (ภาพ: courtesy of Arch-Exist)
Photo 2 of 3 Department of Sculpture, Sichuan Fine Arts Institute (ภาพ: courtesy of Arch-Exist)
Photo 3 of 3 Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum (ภาพ: courtesy of Bi Kejian)
The Renovation of Tianbao Cave District of Erlang Town (Photo: courtesy of Arch-Exist)
Department of Sculpture, Sichuan Fine Arts Institute (Photo: courtesy of Arch-Exist)
Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum (Photo courtesy of Bi Kejian)

Liu Jiakun เกิดที่เฉิงตูในปี 1956 เขาเข้าสู่วงการสถาปัตยกรรมเพราะ “ชอบวาดรูป” หลังเรียนจบในปี 1982 เขาเข้าทำงานในสถาบันของรัฐก่อนจะอาสาไปทำงานในที่ราบสูงนากชูในทิเบต ในช่วงนั้น Liu ทำงานเป็น “สถาปนิกในตอนกลางวันและเป็นนักเขียนในตอนกลางคืน” และเกือบจะทิ้งอาชีพสถาปนิกไปเป็นนักเขียนเต็มตัว

แต่ในปี 1993 เขาได้ค้นพบความจริงที่พลิกผันชีวิตว่าสถาปัตยกรรม “ช่วยให้ผมได้เข้าไปในชีวิตของผู้คนและเข้าใจพวกเขาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น” จากนั้นในปี 1999 เขาจึงก่อตั้งบริษัท Jiakun Architects และได้สร้างสรรค์ผลงานสำคัญกว่า 30 โครงการตั้งแต่นั้นมา

2. เปลี่ยนภัยพิบัติให้เป็นนวัตกรรม

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 6 Novartis (Shanghai) Block - C6 (ภาพ: courtesy of Arch-Exist)
Photo 2 of 6 Novartis (Shanghai) Block - C6 (ภาพ: courtesy of Arch-Exist)
Photo 3 of 6 Novartis (Shanghai) Block - C6 (ภาพ: courtesy of Arch-Exist)
Photo 4 of 6 West Village (ภาพ: courtesy of Qian Shen Photography)
Photo 5 of 6 West Village (ภาพ: courtesy of Qian Shen Photography)
Photo 6 of 6 West Village (ภาพ: courtesy of Qian Shen Photography)
Novartis (Shanghai) Block - C6 (Photo: courtesy of Arch-Exist)
Novartis (Shanghai) Block - C6 (Photo: courtesy of Arch-Exist)
Novartis (Shanghai) Block - C6 (Photo: courtesy of Arch-Exist)
West Village (Photo: courtesy of Qian Shen Photography)
West Village (Photo: courtesy of Qian Shen Photography)
West Village (Photo: courtesy of Qian Shen Photography)

หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวนปี 2008 Liu ได้พัฒนานวัตกรรมที่เรียกว่า “Rebirth Bricks” ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างที่สร้างขึ้นจากการนำเศษซากปรักหักพังมาผสมกับเส้นใยข้าวสาลีและซีเมนต์ วัสดุนี้ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพทางกายภาพและเศรษฐกิจมากกว่าวัสดุทั่วไป แต่ยังถูกนำไปใช้ในโครงการสำคัญหลายแห่ง เช่น อาคาร Novartis และ West Village ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่เน้นการใช้งานจริงของ Liu นั่นคือการสร้างสรรค์สิ่งปลูกสร้างที่มีความหมาย สามารถแก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริงได้ พร้อมทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

3. ไม่ยึดติดกับสไตล์ แต่ให้ความสำคัญกับบริบท

Tatler Asia
Hu Huishan Memorial (Photo: courtesy of Jiakun Architects)
Above Hu Huishan Memorial (ภาพ: courtesy of Jiakun Architects)
Tatler Asia
Museum of Clocks, Jianchuan Museum Cluster (Photo: courtesy of Bi Kejian)
Above Museum of Clocks, Jianchuan Museum Cluster (ภาพ: courtesy of Bi Kejian)
Hu Huishan Memorial (Photo: courtesy of Jiakun Architects)
Museum of Clocks, Jianchuan Museum Cluster (Photo: courtesy of Bi Kejian)

คณะกรรมการตัดสินรางวัล Pritzker Prize ได้ชื่นชมแนวทางของ Liu Jiakun ว่า “เป็นอิสระจากข้อจำกัดด้านสุนทรียภาพหรือสไตล์ใด ๆ” เพราะเขาไม่ใช่สถาปนิกที่พยายามยัดเยียดสไตล์ที่คงเส้นคงวาลงไปในทุกผลงาน แต่กลับปล่อยให้แต่ละโครงการเติบโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจาก “บริบท” ที่อยู่รอบตัว

เขาให้ความสำคัญกับสามัญสำนึกและภูมิปัญญาท้องถิ่นมากกว่ากรอบทฤษฎีที่ตายตัว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาจีนและแนวคิดของไฮเดกเกอร์ (Heidegger) เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่ “ให้ความรู้สึกเป็นบทกวีและบรรยากาศ มากกว่าแค่การทำหน้าที่ตามประโยชน์ใช้สอย”

อ่านเพิ่มเติม: การบรรจบของ 'กลิ่น-วัสดุ-เวลา' สู่สุนทรียะแห่งตัวตนและพื้นที่ ในโปรเจ็กต์ ‘Between The Folds’ จาก Ganda Scent & Object และ Porro

4. ตีความขนบธรรมเนียมใหม่

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 8 Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum (ภาพ: courtesy of Bi Kejian)
Photo 2 of 8 Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum (ภาพ: courtesy of Jiakun Architects)
Photo 3 of 8 Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum (ภาพ: courtesy of Bi Kejian)
Photo 4 of 8 Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum (ภาพ: courtesy of Bi Kejian)
Photo 5 of 8 Suzhou Museum of Imperial Kiln Brick (ภาพ: courtesy of Yao Li)
Photo 6 of 8 Suzhou Museum of Imperial Kiln Brick (ภาพ: courtesy of Liu Jian)
Photo 7 of 8 Suzhou Museum of Imperial Kiln Brick (ภาพ: courtesy of Yao Li)
Photo 8 of 8 Suzhou Museum of Imperial Kiln Brick (ภาพ: courtesy of Arch-Exist)
Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum (Photo: courtesy of Bi Kejian)
Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum (Photo: courtesy of Jiakun Architects)
Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum, photo courtesy of Bi Kejian
Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum, photo courtesy of Bi Kejian
Suzhou Museum of Imperial Kiln Brick (Photo: courtesy of Yao Li)
Suzhou Museum of Imperial Kiln Brick (Photo: courtesy of Liu Jian)
Suzhou Museum of Imperial Kiln Brick (Photo: courtesy of Yao Li)
Suzhou Museum of Imperial Kiln Brick(Photo: courtesy of Arch-Exist)

ความเคารพในวัฒนธรรมของ Liu Jiakun ไม่ได้หมายถึงการลอกเลียนแบบผลงานในอดีต แต่เป็นการนำภูมิปัญญามาตีความใหม่ เช่นใน พิพิธภัณฑ์อิฐเตาเผาหลวงซูโจว (Suzhou Museum of Imperial Kiln Brick) เขาได้จินตนาการถึงคุณสมบัติของศาลาแบบดั้งเดิมขึ้นใหม่โดยใช้วัสดุร่วมสมัย เพื่อสร้างพื้นที่ที่เปิดกว้างและต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์

ในทำนองเดียวกันที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะประติมากรรมหินลู่เยว่หยวน (Luyeyuan Stone Sculpture Art Museum) เขานำการออกแบบร่วมสมัยมาผสมผสานกับปรัชญาสวนจีน โดยใช้ลานกว้าง ทางเดิน และองค์ประกอบของน้ำ เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ลื่นไหลระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติ Liu ให้เกียรติในประเพณีด้วยการดึงเอาภูมิปัญญาแก่นแท้มาใช้ ไม่ใช่แค่การสร้างรูปทรงเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

5. คิดใหม่ ทำใหม่ สำหรับพื้นที่ในเมือง

Tatler Asia
West Village (Photo: courtesy of Qian Shen Photography)
Above West Village (ภาพ: courtesy of Qian Shen Photography)
West Village (Photo: courtesy of Qian Shen Photography)

Liu Jiakun ท้าทายการวางผังเมืองแบบดั้งเดิมที่มักจะแบ่งแยกหน้าที่การใช้งานออกเป็นโซนที่โดดเดี่ยวจากกัน แต่เขาเลือกที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ผสมผสานกิจกรรมต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน โครงการ West Village ในเฉิงตู จึงสวนทางกับโมเดลตึกสูงแบบเดิม ๆ ด้วยการสร้างพื้นที่ที่เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล ทำให้ขอบเขตระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะผสมผสานเข้าหากัน

ผลงานของเขาให้ความสำคัญกับการเดินเท้า พื้นที่สำหรับพบปะผู้คน และทรัพยากรที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งเป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับการวางแผนเมืองที่ให้คุณค่ากับผู้คนมากกว่ายานพาหนะ ให้คุณค่ากับการมีปฏิสัมพันธ์มากกว่าความโดดเดี่ยว และให้คุณค่ากับพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันมากกว่าการแบ่งแยก


This story was originally written in English by Jennifer Choo.

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2025 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ


อ่านเพิ่มเติม:

Design Beyond Aesthetics: ถอดรหัสการออกแบบที่เข้าถึง ‘กลิ่นอายความเป็นมนุษย์’ กับ กีฟ วรากร เติมวัฒนาภักดี

Affectionate Intelligence ปัญญาประดิษฐ์ที่เรียนรู้ชีวิตและอารมณ์ เพื่อปรับประสบการณ์ในบ้านอย่างชาญฉลาด

9 ไฮไลต์การออกแบบที่น่าจับตา จากงาน Stockholm Design Week 2025

Topics

Chutima Katepongchai
Assistant Editor, Homes & Lifestyle, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชุติมา เกตุพงษ์ชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาสถาปัตยกรรม งานออกแบบ และไลฟ์สไตล์ เธอเล่าเรื่องบ้านและพื้นที่รอบตัวในฐานะแรงบันดาลใจที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ผ่านบริบทร่วมสมัย