แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ HAY บนถนนเจริญกรุงในกรุงเทพฯ แบรนด์จากโคเปนเฮเกนที่ได้ผสมผสานดีไซน์สไตล์นอร์ดิกเข้ากับเสน่ห์วัฒนธรรมย่านเมืองเก่าและไลฟ์สไตล์ของเหล่าคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ
จากจุดเริ่มต้นในการนำเข้าแบรนด์ Hay แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านยอดนิยมจากโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มาตั้งแต่ปี 2015 ล่าสุด NORSE Republics ได้เปิด Hay Bangkok แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ ที่ซอยเจริญกรุง 30 ย่านที่ผสมผสานงานดีไซน์เข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนเมืองเก่าสุดสร้างสรรค์ของกรุงเทพฯ
Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับ วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์, Karsten Nielsen และ Adam Christian Dantzer เกี่ยวกับการเลือกโลเคชั่นที่สำคัญของ Hay Bangkok การตอบรับจากตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบทบาทของความยั่งยืนที่ยังคงเป็นหัวใจหลักของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านชื่อดังจากประเทศเดนมาร์กตั้งแต่วันแรก
อ่านเพิ่มเติม: เสน่ห์เมืองโซลผ่านมุมมองสถาปนิก Byoung Cho

Above HAY Bangkok แฟล็กชิปสโตร์ในย่านเจริญกรุง
ช่วยแบ่งปันวิสัยทัศน์เบื้องหลังการเลือกกรุงเทพฯ เป็นสถานที่สำคัญสำหรับก้าวสำคัญนี้สักหน่อย
Karsten Nielsen: การตัดสินใจเปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในเอเชียใต้ที่ประเทศไทยมาจากสองปัจจัยสำคัญ ปัจจัยแรกคือความร่วมมืออันยาวนานกับ Norse Republic ซึ่งวีกฤษฏิ์ได้แสดงความเข้าใจในปรัชญาการออกแบบของแบรนด์อย่างลึกซึ้ง และเป็นพันธมิตรที่เราไว้วางใจอย่างมากมากว่าเก้าปี ปัจจัยที่สองคือกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์และศิลปะ ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของ Hay ในภูมิภาคนี้
ทำไมถึงเลือกย่านเจริญกรุงเป็นสถานที่สำหรับร้านแฟล็กชิปสโตร์แห่งนี้
วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์: การตัดสินใจเปิดแฟล็กชิปสโตร์ในย่านเจริญกรุงใช้เวลาคิดนานพอสมควร เพราะเราต้องการนำเสนอพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพลังและความเคลื่อนไหว เจริญกรุงเป็นย่านที่มีความหลากหลายทางศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งหลอมรวมระหว่างคนรุ่นเก่าในชุมชนดั้งเดิม คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่นำมิติใหม่ๆ มาสู่เมืองนี้ ดังนั้นนี่จึงเป็นโลเคชั่นที่สมบูรณ์แบบ เพราะทุกคนที่เดินผ่านจะสามารถสัมผัสและเข้าใจคุณค่าเหล่านี้ได้ในทันที
Adam Christian Dantzer: เราอยากให้ Hay Bangkok ตั้งอยู่ในสถานที่แปลกใหม่ที่จะดึงดูดผู้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์และคนที่มีแนวคิดเดียวกัน และปรัชญาของ Hay คือการเข้าถึงได้และนำดีไซน์ไปสู่ผู้คน ผมคิดว่ามันเข้ากันได้ดีมากกับที่แห่งนี้ และถนนเจริญกรุงก็เป็นสถานที่ที่ผมเห็นว่ามีการเติบโตขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อวีกฤษฏิ์นำเสนอแนวคิดนี้ครั้งแรก ผมจึงคิดว่ามันเป็นทางเลือกที่เป็นธรรมชาติเอามากๆ
Above Adam Christian Dantzer ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Nine United Asia และ Karsten Nielsen ผู้อำนวยการฝ่ายขายภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC), Nine United Asia
Hay มีชื่อเสียงในด้านการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์และโทนสีที่โดดเด่น ตลาดไทยมีการตอบรับอย่างไร
วีกฤษฏิ์: แบรนด์ Hay ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดไทย เนื่องจากการออกแบบที่มีคุณค่าและสอดคล้องกับความสนใจที่เติบโตขึ้นในเรื่องการตกแต่งภายในของคนไทย HAY ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับหรูหรา แต่ยังทำให้แบรนด์เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีสไตล์หรือแค่บรรยากาศที่ดี ภายใน Hay Bangkok เราได้ร่วมงานกับโม จิรชัยสกุล ศิลปินไทยที่ออกแบบกระเบื้องแฮนด์เมดสีเขียวศิลาดลโดยใช้เทคนิคที่มีเอกลักษณ์ เพื่อผสานเสน่ห์ของงานฝีมือไทยในมุมมองใหม่
Karsten: ตั้งแต่เริ่มต้น Hay ก็ถือเป็นแบรนด์ที่มีความแหวกแนวในอุตสาหกรรมนี้ เพราะเราต้องการเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติที่มีมาตรฐานสูง แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเข้าถึงได้ ในแง่นี้ เรามีแปรงสีฟันที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ และนั่นทำให้เราใกล้ชิดกับพวกเขายิ่งขึ้น
มองว่า Hay จะช่วยเสริมสร้างการรับรู้เรื่องการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความสำเร็จของแบรนด์จะส่งผลต่อแบรนด์เดนิชอื่นๆ ในตลาดนี้อย่างไร
Karsten: ในเอเชีย มุมมองการออกแบบเฟอร์นิเจอร์แตกต่างจากเดนมาร์กและยุโรป เพราะที่นั่นมันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แต่ที่นี่เรายังต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าส่วนใหญ่เกี่ยวกับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นและเริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น เรายังเห็นว่าคนรุ่นใหม่และกลุ่มเป้าหมายที่ขยายไปทั่วทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เริ่มมีบ้านใหม่ สามารถหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตัวเองได้ เพราะเรามีของตกแต่งที่เหมาะกับบ้านทุกประเภท และแม้กระทั่งสำหรับคนรักสุนัข เราก็มีสินค้าที่ตอบโจทย์ ด้วยการออกแบบที่ตรงไปตรงมา Hay ช่วยสร้างการรับรู้ให้กับสไตล์เดนิชในตลาดนี้
อ่านเพิ่มเติม: 7 เทรนด์การออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน ที่ทรงอิทธิพลในแวดวงดีไซน์
ความยั่งยืนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ Hay ปรัชญานี้สะท้อนในกลยุทธ์การค้าปลีกของแบรนด์อย่างไร
Karsten: สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาที่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Hay (Mette และ Rolf Hay) ยึดถือมาตั้งแต่เริ่มต้น และกลายเป็นดีเอ็นเอที่ยึดมั่นมาตลอด พวกเขาต้องการให้แบรนด์นี้มีความยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญตั้งแต่จุดเริ่มต้นเมื่อ 22 ปีก่อน ในตอนนั้น Hay ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน และสิ่งนี้ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่เราทุ่มเทความพยายามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการมั่นใจว่าผู้ผลิตปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเหมาะสม
เรายังคำนึงถึงความยั่งยืนในทุกผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุไปจนถึงการผลิตในท้องถิ่น ยกตัวอย่างสินค้า เช่น ‘The Colour Crates’ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างเยี่ยมยอดในราคาแสนย่อมเยา และยังเป็นสินค้าที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ อีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม:
รวมเฟอร์นิเจอร์สุดหรู ต้อนรับสี Pantone ใหม่ประจำปี 2025 สี Mocha Mousse
Loro Piana Interiors เผยเฟอร์นิเจอร์คอลเล็กชั่น ‘Pure and Pristine’ สะท้อนถึงความบริสุทธิ์และความสมบูรณ์แบบ
Stealth wealth at home: เฟอร์นิเจอร์ Quiet Luxury ไอเท็มแต่งบ้านสุดหรูให้คุณได้ฉายความรุ่มรวยทางไลฟ์สไตล์แบบลับๆ









