“10 ปีที่ผ่านมา ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันยิ่งใหญ่ของโซล ที่กลายเป็นเมืองที่มีความหลากหลายมากขึ้น คึกคัก และเฟื่องฟู นั่นเป็นเพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และเพราะผู้คนเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น ได้สัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมร่วมสมัย จนกลายเป็นการค้นพบใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์” Byoung Cho พูดถึงกรุงโซลในหนังสือเล่มใหม่
สถาปนิกชาวเกาหลีแบ่งปันความนึกคิดที่เขามีต่อสถาปัตยกรรมในกรุงโซล และเสนอสถานที่ที่น่าสนใจให้เยี่ยมชม
หนังสือ Byoung Cho: My Life as an Architect in Seoul บอกเล่าการเดินทางของผู้เขียนในเมืองโซล ที่ยังคงเป็นสถานที่ที่จุดประกายความอยากรู้อยากเห็นแบบเดียวกับที่เขาเคยมีเมื่อตอนเป็นเด็ก ก่อนที่เขาจะย้ายไปต่างประเทศเพื่อศึกษาสถาปัตยกรรมในช่วงต้นทศวรรษ 1980
งานออกแบบของ Cho มักจงใจหลีกเลี่ยงตามแบบกระแสนิยมที่ฉูดฉาดหรือเรียกร้องความสนใจ งานของเขามีแนวโน้มที่จะผสมผสานองค์ประกอบแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย ในรูปแบบที่รอบคอบและมีความหมาย มุ่งเน้นไปที่การสร้างอาคารที่มีทั้งความสวยงามและความสำคัญทางแนวคิดที่ลึกซึ้ง
หนังสือเล่มหนาเผยให้เห็นถึงความคิดของ Cho ที่มีต่ออดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเมืองที่เขาเคยอยู่สมัยเด็ก นอกจากนี้ยังมีเกล็ดความรู้สำหรับผู้ชื่นชอบเรื่องการออกแบบ ผ่านมุมมองที่หลากหลายของเขาในฐานะชาวกรุงโซล สถาปนิก และผู้ชอบเดินชมเมืองที่รัก
อ่านเพิ่มเติม: ร้านของตกแต่งบ้านสไตล์เกาหลี 5 แห่งในกรุงโซล เอาใจคนรักการแต่งบ้าน

Above สถาปนิกชาวเกาหลีใต้ Byoung Cho (ภาพ: Kim Jae-Kyung)
หมุดหมายแห่งชีวิต
Cho ยังเน้นย้ำสถานที่สำคัญหลายแห่งของกรุงโซลที่เขามองว่าเป็นส่วนสำคัญของเมือง “มนุษย์โหยหาสถานที่สำคัญเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ บ่งบอก อารมณ์ ค่านิยม ประเพณีทางวัฒนธรรม และเหตุการณ์ที่น่าจดจำ” Cho เขียนในหนังสือ
เขายกตัวอย่างโรงละครแห่งชาติเกาหลี ออกแบบโดย Lee Hee-tae ที่ “ถูกสร้างขึ้นเพราะไม่มีอาคารแบบนี้ที่นำเสนอคุณลักษณะเหล่านี้ให้กับผู้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงโซลในขณะนั้น เป็นความต้องการที่จะนำผู้คนมารวมตัวกันในวงกว้างขึ้น”
พื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ก็เป็นสถานที่สำคัญเช่นกัน เป็นที่ที่ “ทำให้คนมารวมตัวกันและ [รู้สึก] เชื่อมโยงกัน เรารู้สึกสบายใจโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ในพื้นที่เหล่านี้”
Cho เอ่ยถึงพื้นที่้สีเขียวตามริมแม่น้ำฮันว่าเขารื่นรมย์กับบรรยากาศในช่วงค่ำหลังเลิกงานหรือในช่วงสุดสัปดาห์ ที่ผู้คนมักนำอาหารมากิน มานั่นคุยกันบนพื้นหญ้า พลางชมววิวแม่น้ำ “ธรรมชาติเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้มารวมตัวกันเมื่อต้องการพักผ่อน”
เช่นเดียวกับศาลาหลายหลังที่ถูกสร้างขึ้นเพื่องาน Seoul Biennale of Architecture and Urbanism 2023 ที่ Songhyeon Green Plaza หนึ่งในนั้นถูกเรียกว่า “ศาลาโลก” ซึ่งเป็นเนินประกอบกับบ่อน้ำเล็ก ๆ ทางใต้ของพลาซ่า ศาลาที่ว่าก็ยังอยู่แม้งานมหกรรมจะจบไปแล้ว
ในระหว่าง 2 เดือนของงาน มีกิจกรรมมากมายเกิดขึ้นที่ศาลานี้ ทั้งการแสดงหรือการเสวนา “มันสวยงามที่ได้เห็นคนที่ผ่อนคลาย และช่วงเวลาของการเล่นสนุกกับศาลา ซึ่งก็เกี่ยวเนื่องกับพื้นดินด้วยวิถีเฉพาะตัว”

Above แม่น้ำฮันยามค่ำคืน (ภาพ: Getty Images)
สื่อสารกับสิ่งรอบตัว
ธรรมชาติเป็นสิ่งที่คงอยู่ในสถาปัตยกรรมเกาหลีแบบดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้ “บ้านเกาหลีแบบดั้งเดิม หรือที่เรียกว่าฮันอก จะไม่มีกำแพงทึบกั้นระหว่างภายในและภายนอก ธรรมชาติถูกต้อนรับเข้าสู่บ้าน และเป้นประสบการณ์รายวัน” Cho กล่าว
อีกด้านหนึ่ง สถาปัตยกรรมร่วมสมัยจะปิดล้อมไว้เพื่อการปกป้องและความเป็นส่วนตัวมากกว่า อาคารหลายแห่งของ Cho พยายามที่จะสื่อสารกับโลกภายนอกผ่านส่วนประกอบอย่างระเบียงและทางเดินกลางแจ้ง Cho อธิบายว่ามันเป็นวิธีที่จะทำให้คนได้มีประสบการณ์กับสิ่งรอบตัว และตระหนักถึงความรู้สึกของสถานที่มากขึ้น
หนังสือเล่มนี้เหมือนเป็นไกด์พาเที่ยวกรุงโซลแบบส่วนตัวก็ว่าได้ Cho บอกว่าเขาชอบการท่องเที่ยว 2 แบบ อย่างแรกคือแบบสงบและครุ่นคิด คือเมื่อเขาไปเที่ยวสถานที่โบราณ เป็นที่ที่จะปล่อยตัวเองให้จมกับการมีอยู่ของสถานที่ที่ถูกทิ้งนี้ “ตอนที่ผมอายุน้อยกว่านี้ และใช้เวลาในยุโรปมาก ผมรักที่จะไปตุรกีและเรียนรู้เรื่องอาคารประวัติศาสตร์ทั้งหลาย”
ในอีกฝั่งขั้วหนึ่ง การเดินทางไปเมืองที่พลุกพล่านไปด้วยศิลปะร่วมสมัย สถาปัตยกรรม และดนตรีทำให้เขารู้สึกมีพลัง “ผมรื่นรมย์กับการไปหอศิลป์และร้านอาหารในเมืองอย่างกรุงเบอร์ลิน กรุงบาเซิล และกรุงโตเกียว โดยเฉพาะโตเกียว ผมไปบ่อยมากเพราะว่าใกล้กับกรุงโซล และมีอะไรให้ดูมากมาย”
Cho ทิ้งท้ายบทสนทนากับ Tatler ด้วยการเชิญชวนใครที่มีโอกาสไปกรุงโซลและมีความสนใจเกี่ยวกับการออกแบบและสถาปัตยกรรมเกาหลี
“Mahkjip เป็นบ้านฮันอกเก่าแก่ที่คนที่ไปเยือนสามารถรับรู้ได้ถึงความงดงามตามแบบเกาหลีดั้งเดิมของความไม่สมบูรณ์แบบและพื้นที่ว่าง เป็นสถานที่ที่ไม่เหมือนที่ไหน เพราะคุณไม่สามารถหาบ้านฮันอกในกรุงโซลที่จะคงความดั้งเดิมไว้ได้ขนาดนี้อีกแล้ว หลายหลังถูกทำลายช่วงที่ญี่ปุ่นบุกระหว่างสงครามเกาหลี หรือบางหลังก็ถูกดัดแปลงไปไม่ค่อยดี
อีกที่หนึ่งคือ Ayu Space ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่สวยงาม มีทั้งสวน หอศิลป์ บ้านวัฒนธรรม และร้านกาแฟ ที่นำเสนอการบำบัดทางประสาทสัมผัส ตัวอาคารประกอบด้วยวิวภูเขาและต้นไม้ ความลาดเอียงของพื้นที่สะท้อนให้เห็นความโค้งของหลังคา จิตใจและร่างกายของคุณจะสงบลงเมื่อคุณนั่งอยู่ในร้านกาแฟ”
This story was originally written in English by Luo Jingmei.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2024 โดย Luo Jingmei โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก กับ 3 ต้นแบบธุรกิจเพื่อสังคมที่ไม่ต้องสละผลกำไร







