ก่อนเข้าสู่เทศกาลไหว้พระจันทร์ เราขอพาคุณเดินทางย้อนกลับไปรู้จักเบื้องหลังที่มาสัญลักษณ์สำคัญของพิธีนี้อย่าง 'ขนมไหว้พระจันทร์'
ขนมไหว้พระจันทร์ เป็นมากกว่าแค่ขนมอบแสนหวานที่รับประทานในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งโดยปกติจะจัดขึ้นในวันที่ 15 เดือน 8 ตามปฏิทินจีน (วันไหว้พระจันทร์ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กันยายน 2024) เพราะขนมไหว้พระจันทร์ยังมีความสำคัญทางวัฒนธรรมด้วย ด้วยรูปทรงวงกลมของขนมสื่อถึงความสามัคคีและความพรั่งพร้อม รวมถึงมีความหมายอีกนัยหนึ่งที่สื่อไปถึงพระจันทร์เต็มดวง สะท้อนเรื่องความเจริญรุ่งเรืองและความอุดมสมบูรณ์นั่นเอง
หนึ่งในตำนานความเชื่อแบบจีนที่บอกเล่าเบื้องหลังการเฉลิมฉลองประเพณีนี้คือ เรื่องราวของ 'ฉางเอ๋อ' เทพีแห่งดวงจันทร์ โดยเชื่อว่าขนมไหว้พระจันทร์มีไว้เพื่อเป็นเครื่องสักการะถึงเทพีผู้นี้ และกลายมาเป็นไฮไลต์สำคัญของขนบธรรมเนียมการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมดังกล่าว
อ่านเพิ่มเติม: ชิมคราฟท์เบียร์สัญชาติไทยจากทั่วทุกภาคที่ เบียร์ประดิษฐ์
เปิดภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

Above ขนมไหว้พระจันทร์ที่คัดสรรมาอย่างดี (ภาพ: Unsplash)
ประเพณีการเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์มีจุดเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 1,046-256 ปีก่อนคริสตกาล ตรงกับรัชสมัยของราชวงศ์โจวในอาณาจักรจีนโบราณ ต้นกำเนิดมีรากฐานมาจากพิธีกรรมของฤดูเก็บเกี่ยวในสมัยนั้นซึ่งอ้างอิงไปกับวงโคจรของดวงจันทร์ ระหว่างการเฉลิมฉลองจะมีการถวายเครื่องบูชาสักการะดวงจันทร์เพื่อแลกกับผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ในฤดูเก็บเกี่ยว
ขณะที่การบริโภคขนมไหว้พระจันทร์เริ่มขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง หรือช่วงคริสตศักราช 618-907 เพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อแทนความสามัคคี ถือเป็นยุคทองของอารยธรรมจีน และการเชื่อมโยงเทศกาลนี้กับอิทธิพลความเชื่อเรื่องพระจันทร์ยิ่งหนักแน่นขึ้นในยุคของจักรพรรดิซวนจง ผู้จัดพิธีบูชาดวงจันทร์และเฉลิมฉลองเทพแห่งดวงจันทร์อย่างยิ่งใหญ่
ต่อมาในช่วงคริสตศักราช 1368-1644 หรือสมัยราชวงศ์หมิง ขนมไหว้พระจันทร์ได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้น เริ่มมีรสชาติและส่วนผสมที่หลากหลาย เกิดเป็นขนมไหว้พระจันทร์ที่มีไส้ขนมและวิธีการทำที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของจีน สะท้อนถึงรสนิยมและวัตถุดิบที่โดดเด่นประจำท้องถิ่นนั้นๆ
อ่านพิ่มเติม: 6 คาเฟ่สายหวาน ที่จะมาเปลี่ยนประสบการณ์ขนมไทยของคุณ
พัฒนาการสู่ความหลากหลาย

Above ขนมไหว้พระจันทร์ Snowskin (ภาพ: Getty Images)
ไส้ขนมไหว้พระจันทร์แบบเบสิกๆ ที่พบเห็นได้ทุกวันนี้น่าจะเป็น ถั่วแดงบด เม็ดบัว ไข่แดงเค็ม และถั่วรวม แต่ถึงอย่างนั้น รูปแบบที่หลากหลายของขนมไหว้พระจันทร์ยังคงแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น ขนมไหว้พระจันทร์สไตล์กวางตุ้งจะมีเปลือกที่บางและนุ่ม ขณะที่ขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ปักกิ่งจะมีเปลือกกรอบร่วนและมีไส้หวานน้อย ส่วนขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ซูโจวจะมีเปลือกที่กรอบร่วนและฉ่ำเนย และขนมไหว้พระจันทร์เซี่ยงไฮ้มักใส่ไส้หมูบด เป็นต้น
ปัจจุบัน ไอเดียในการสร้างสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์มีการพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคงจะเป็น ขนมไหว้พระจันทร์เปลือกหิมะ (Snowskin Mooncake) ซึ่งมีต้นกำเนิดในฮ่องกงที่ส่วนเปลือกนอกทำจากข้าวเหนียว ขณะที่ในแต่ละภูมิภาคและประเทศอื่นๆ ก็มีการปรับรสชาติที่แตกต่างกันไป เช่น ในประเทศไทยและมาเลเซีย ก็มีการนำทุเรียนมาใช้เป็นวัตถุดิบแทนไส้เม็ดบัว
อ่านเพิ่มเติม: 11 ร้านอาหารและบาร์ในกรุงเทพฯ ถ่ายรูปสวย ที่นักชิมสายโซเชียลห้ามพลาด
บริบทสมัยใหม่ของขนมไหว้พระจันทร์

Above ขนมไหว้พระจันทร์หั่นเป็นชิ้นๆ สำหรับชิม (ภาพ: Getty Images)
ทุกวันนี้ ชาวจีนและชาวต่างประเทศเชื้อสายจีนทั่วโลกยังคงเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ในวันขึ้น 15 เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ โดยขนมไหว้พระจันทร์ถือได้ว่าเป็นดาวเด่นของงานและถูกนำมาแบ่งกันกินในครอบครัว เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและความรักใคร่กลมเกลียวระหว่างคนในครอบครัว รวมถึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของเทศกาลไหว้พระจันทร์เสมอมา
This story was originally written in English by Tatler Dining Malaysia
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2024 โดย Tatler Dining Malaysia โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Sarran กับการสรรค์สร้างงานหัตถศิลป์ชิ้นพิเศษ Trove of Blue
คุยกับ สลิล ธเนศวิทยาเวทย์ ผู้ทำตลาดอาร์มายักระดับพรีเมียมในไทย




