เตรียมตัวพบคอลแล็ปสุดพิเศษเมื่อ La Petite Maison ปักหมุดเสิร์ฟรสชาติระดับตำนานครั้งแรกในไทย กับ 2 เดือนแห่งมนตร์เสน่ห์เมดิเตอร์เรเนียน
ลองหลับตาจินตนาการถึงแสงแดดอันอบอุ่น สายลมโชย และมนตร์เสน่ห์อันหรูหราทว่าผ่อนคลายของชายฝั่งโกตดาซูร์ (Côte d'Azur) แห่งเฟรนช์ริเวียรา ซัมเมอร์นี้ นักชิมชาวไทยไม่ต้องจองตั๋วบินไปไกลถึงยุโรปก็สามารถสัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกได้ เมื่อกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันได้ก้าวขึ้นเป็นหมุดหมายปลายทางแห่งไฟน์ไดนิ่งระดับลักซ์ชูรีของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเตรียมต้อนรับการมาเยือนของร้านอาหารระดับตำนานที่พร้อมเสิร์ฟสุนทรียภาพแห่งการกินดื่มอย่างแท้จริง
เตรียมพบกับการปรากฏตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยของ La Petite Maison (LPM) แบรนด์ร้านอาหารสไตล์ French-Mediterranean ชื่อดังระดับโลก ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรื่นรมย์ในแบบฉบับเมดิเตอร์เรเนียน โดยป๊อปอัพสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้จะเปิดให้บริการเพียง 2 เดือนเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2026 ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในรสชาติอาหารอันสดชื่นและบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
อ่านเพิ่มเติม: 7 ห้องอาหารในเอเชีย กับหน้าประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การไปเยือน

Above การปรากฏตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยของ La Petite Maison (LPM) ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2026
มนต์เสน่ห์แห่งโกตดาซูร์ ณ อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
การมาเยือนของ La Petite Maison ครั้งนี้ สอดรับอย่างลงตัวกับการพลิกโฉมครั้งยิ่งใหญ่ของโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ที่ทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อยกระดับความหรูหราไปอีกขั้น โดยป๊อปอัพสุดพิเศษจะเข้ามาเนรมิตพื้นที่ห้องอาหารของโรงแรมให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งไม่เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านลักซ์ชูรีไลฟ์สไตล์ของทางโรงแรม แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางอาหารระดับโลก
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ของ LPM แขกทุกท่านจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบความรู้สึกราวกับกำลังพักผ่อนอยู่บนชายฝั่งโกตดาซูร์ การตกแต่งผสมผสานความเรียบหรูเข้ากับความมีชีวิตชีวา พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวันแบบสบายๆ ที่ให้เราได้ดื่มด่ำกับเวลาอย่างเต็มที่ หรือมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยสีสันและบทสนทนาอันสนุกสนาน ที่นี่คือพื้นที่แห่งความรื่นรมย์ที่รวบรวมเอาสุนทรียภาพและการบริการระดับเวิลด์คลาสมาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ลิ้มลองรสชาติแห่งเฟรนช์ริเวียรา
หัวใจสำคัญของประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ LPM คือความหลงใหลในวัตถุดิบสดใหม่และการชูรสชาติอันเป็นธรรมชาติของแถบเมดิเตอร์เรเนียน ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมการแบ่งปันอาหารบนโต๊ะ (sharing concept) ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาตั้งแต่การก่อตั้งสาขาแรกในกรุงลอนดอน อาหารของที่นี่จึงโดดเด่นด้วยความเบาสบาย รับประทานง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยรสชาติที่ลึกซึ้ง ทุกจานถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านช่วงเวลาและรสชาติแห่งความสุขร่วมกัน
สำหรับป๊อปอัพที่กรุงเทพฯ ขบวนเมนูซิกเนเจอร์ยอดฮิตระดับโลกถูกยกมาเสิร์ฟอย่างครบครัน เริ่มต้นด้วยจานเรียกน้ำย่อยอย่างกุ้งทะเลเนื้อหวานเสิร์ฟอุ่นๆ ราดน้ำมันมะกอกและเลมอน หรือเอสคาโกต์ อบเนยกระเทียมและพาร์สลีย์รสกลมกล่อม ตามด้วยอาหารจานหลักไฮไลต์อย่างปลากะพงอบเกลือ และซี่โครงแกะหมัก เสิร์ฟพร้อมมะกอกและมะเขือยาวคาเวียร์ ปิดท้ายมื้อพิเศษนี้ด้วยของหวานระดับไอคอนิกที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดอย่างวานิลลาเครมบรูเล่ เนื้อเนียนนุ่ม และเฟรนช์โทสต์ในตำนานที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
อ่านเพิ่มเติม: ทำความเข้าใจ คาเวียร์จาก 5 สายพันธ์ุ ส่วนผสมสุดหรูในอาหารไฟน์ไดนิง

Above Baby chicken เมนูสำหรับป๊อปอัพ La Petite Maison ที่กรุงเทพฯ

Above เฟรนช์โทสต์ เมนูของหวานขึ้นชื่อของ La Petite Maison
ความพิเศษเฉพาะกรุงเทพฯ รสสัมผัสที่ผสานสองวัฒนธรรม
เพื่อเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญในการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย La Petite Maison ได้รังสรรค์เมนูพิเศษที่ตั้งใจอุทิศให้กับความมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ ภายใต้การนำทัพของเอ็กเซกคิวทีฟเชฟ Maurizio Pace ทีมเชฟได้เชื่อมโยงกลิ่นอายอันอบอุ่นของชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับมนตร์เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบไทย กลายเป็นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีให้ลิ้มลองเฉพาะช่วงป๊อปอัพที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ถือเป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่ตั้งใจมอบให้กับนักชิมชาวไทยโดยเฉพาะ
เมนูดาวเด่นในครั้งนี้คือ Lobster Risotto with Thai Basil (ริซอตโตล็อบสเตอร์ใบโหระพา) จานอาหารที่นำเอาความเข้มข้นกลมกล่อมตามแบบฉบับริซอตโตสไตล์ริเวียรา มายกระดับมิติของรสชาติด้วยความหอมสดชื่นจากสมุนไพรพื้นถิ่น ความหวานฉ่ำของเนื้อล็อบสเตอร์ชั้นยอดผสานเข้ากับกลิ่นหอมเตะจมูกของใบโหระพาและเสน่ห์อันลุ่มลึกของใบมะกรูด สร้างสรรค์รสสัมผัสที่ทั้งหรูหราและจัดจ้านลงตัวในคำเดียว (แถมชวนเพลินได้อีกหลายคำจนหมดจาน!)

Above Lobster Risotto with Thai Basil (ริซอตโตล็อบสเตอร์ใบโหระพา) ที่นำเอาความเข้มข้นกลมกล่อมตามแบบฉบับริซอตโตสไตล์ริเวียรามายกระดับด้วยความหอมสดชื่นจากสมุนไพรพื้นถิ่น
เฉลิมฉลองฤดูร้อนผ่านค็อกเทลระดับตำนาน
ประสบการณ์มื้ออาหารที่ LPM จะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยหากขาดเครื่องดื่มแก้วโปรดที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการเฉลิมฉลอง โดยมีพระเอกอย่าง Tomatini ค็อกเทลซิกเนเจอร์ระดับตำนานที่ครองใจนักดื่มและสร้างปรากฏการณ์มาแล้วในทุกสาขาทั่วโลก ด้วยคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่น ทั้งความสดชื่น กลิ่นหอมอโรมาที่ชัดเจน และรสชาติที่สดใส ค็อกเทลแก้วนี้จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความรื่นรมย์ที่พร้อมปลุกความสดชื่นและเปิดประเดิมค่ำคืนอันแสนพิเศษได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ การเปิดตัวป๊อปอัพในเดือนมิถุนายน ยังประจวบเหมาะกับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาล Rosé Week ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของ LPM ทั่วโลก นับเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองเครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ของไลฟ์สไตล์เฟรนช์ริเวียรานี้ แขกผู้มาเยือนจะได้เพลิดเพลินไปกับไวน์ลิสต์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยเน้นความโดดเด่นของไวน์โรเซ่เป็นหลัก ไม่ว่าจะเลือกจิบไวน์สีชมพูละมุนหรือค็อกเทลแก้วโปรด ทุกจิบคือการเฉลิมฉลองให้กับความงดงามของฤดูร้อนอย่างแท้จริง

Above Tomatini ค็อกเทลซิกเนเจอร์ระดับตำนานที่ครองใจนักดื่มและสร้างปรากฏการณ์มาแล้วใน La Petite Maison ทุกสาขาทั่วโลก

Above เครื่องดื่มและไวน์ลิสต์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันของ La Petite Maison

Above เครื่องดื่มและไวน์ลิสต์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันของ La Petite Maison
ด้วยระยะเวลาเพียงสองเดือนในการเปิดรับประสบการณ์ระดับโลก ป๊อปอัพสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ La Petite Maison ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์ที่เหล่านักชิมไม่ควรพลาด โดยพร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกท่านทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2026 ให้บริการทั้งมื้อกลางวันตั้งแต่ 12.00 – 14.30 น. และมื้อค่ำเวลา 18.00 – 22.30 น. และเนื่องจากเป็นมื้ออาหารสุดพิเศษที่หลายคนต่างรอคอย แนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้าเพื่อการันตีช่วงเวลาแห่งความสุข โดยสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ +66 2431 9494 หรือผ่านทางอีเมล lpm.asia@anantara.com
อ่านเพิ่มเติม:
เปิดประสบการณ์ความอร่อยจากเมนูนานาชาติ พร้อมสำหรับช่วงเวลาสังสรรค์ของนักชิม
เอนจอยไปกับ 4 บาร์ 4 คอนเซปต์สุดฮิป พร้อมเครื่องดื่มดีไซน์สุดยูนีค ไม่ซ้ำใคร
&Then ร้านอาหารฟิวชั่นล้านนา–พม่า จากไวน์บาร์สู่พื้นที่เล่าเรื่องวัฒนธรรมร่วมสมัยของเชียงใหม่
Topics










