Tatler พาทำความรู้จักเชฟฝีมือดีที่อยู่เบื้องหลังเมนูไฟน์ไดนิ่งแสนวิจิตร
นักชิมและผู้ที่ชื่นชอบประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งต่างเข้าใจดีว่าความทุ่มเท ความตั้งใจ และความคิดสร้างสรรค์ของเชฟที่อยู่เบื้องหลังเมนูที่รังสรรค์ขึ้นอย่างบรรจงเหล่านี้ไม่เคยพร่อง
ในแต่ละวันไม่เพียงพวกเขาบรรจงคัดสรรวัตถุดิบและปรุงแต่งอาหารแต่ละจานอย่างละเมียดละไมเพื่อให้นักชิมได้เพลิดเพลินเท่านั้น แต่พวกเขายังถือเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยยกระดับวงการอาหารในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทุกเมนูได้รับการจัดแต่งอย่างสวยงาม พร้อมรสชาติและสัมผัสที่น่าประทับใจ จนเรารับรู้ได้ว่าพวกเขาใส่ความจริงใจ ความสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณของความเป็นเชฟลงไปอย่างเต็มเปี่ยม
อ่านเพิ่มเติม: 5 เชฟดาวรุ่งพลิกวงการไฟน์ไดนิ่งไทย
1. เชฟแมทธิอัส และ เชฟโธมัส ซูห์ริง

Above เชฟแมทธิอัส และ เชฟโธมัส ซูห์ริง
เชฟแมทธิอัส และ เชฟโธมัส ซูห์ริง ฝาแฝดชาวเยอรมันที่พิสูจน์ว่าภาษาของอาหารนั้นเป็นภาษาสากล จากวันแรกจนถึงวันนี้ เจ็ดปีผ่านไปมาตรฐานความอร่อยของร้าน Sühring ไฟน์ไดนิ่งแห่งนี้ไม่เคยเปลี่ยน สมศักดิ์ศรีร้านมิชลินสตาร์สองดาว ทั้งคู่ยึดคอนเซ็ปต์การนำความทรงจำจากวัยเยาว์ และสูตรลับความอร่อยของครอบครัวมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนูอาหาร ในบรรยากาศบ้านในสวนที่อบอุ่น ทุกเมนูมีเรื่องเล่า ไม่ว่าจะเป็นเมนูช่วงซัมเมอร์ที่บ้านคุณยาย เมนูจากสตรีทฟู้ดของชาวเบอร์ลิน ทุกรายละเอียดและหน้าตาที่สวยงามของแต่ละจานสะท้อนความประณีตใส่ใจ ทุกคำที่ลิ้มลองเป็นประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์สมชื่อเซ็ตเมนู Sühring Erlebnis ที่แปลว่า ประสบการณ์จากซูห์ริง พบได้ที่นี่ที่เดียว
2. เชฟหนุ่ม ธนินธร จันทรวรรณ

Above เชฟหนุ่ม ธนินธร จันทรวรรณ
แม้เชฟหนุ่ม ธนินธร จันทรวรรณ จะนำพา ชิม บาย สยาม วิสดอม ที่เคยอยู่ในบ้านทรงไทยหลังงามมาสู่บ้านไทยหลังใหม่ที่แลดูอบอุ่นขึ้น แต่เขายังคงความหรูหราระดับไฟน์ไดนิ่งทั้งรสชาติและความพิถีพิถันบรรจงจัดใส่จาน เหนืออื่นใดตัวตนของเชฟหนุ่มผู้หลงใหลในการปรุงอาหารและพัฒนาอาหารไทยโบราณแบบดั้งเดิมคนนี้ยังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง อาหารของเขามีความครบเครื่องทุกรส ทั้งเค็ม หวาน เปรี้ยว ขม เผ็ด ฝาด มัน สะท้อนสีสันแห่งชีวิตส่วนตัวและประสบการณ์ในอาชีพของเขาได้อย่างชัดเจน จากการข้ามทวีปไปฝึกฝนตามร้านอาหารต่างๆ ทั่วโลก เขาเปิดร้านอาหารไทยที่บางเมนูเก่าแก่แสนโบราณไม่มีใครรู้จักกระทั่งทุกจานได้รับการยอมรับจากนักชิมทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่สำคัญคือรางวัลมิชลินสตาร์หนึ่งดาวสามารถการันตีฝีมือของเขาได้เป็นอย่างดี
3. เชฟอาร์โนด์ ดูน็องด์ โซทีเยร์

Above เชฟอาร์โนด์ ดูน็องด์ โซทีเยร์
เชฟอาร์โนด์ ดูน็องด์ โซทีเยร์ เจ้าของร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย Maison Dunand ผู้ใช้ชีวิตและทำอาหารในประเทศไทยมานานกว่า 15 ปี เขาไม่เพียงสร้างสรรค์ทุกเมนูด้วยความรักและความชอบเท่านั้น แต่เขาทำทุกอย่างในทุกวันอย่างเต็มความสามารถ และทำอย่างดีที่สุดมาโดยตลอดระยะเวลา 26 ปีที่เป็นเชฟ แม้เชฟอาร์โนด์จะเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสที่หรูหรา ทว่าไม่ซับซ้อน แต่ละจานมักมีกลิ่นอายวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ เติมแต่งลงไปอย่างละนิดอย่างละหน่อยตามประสบการณ์ในแต่ละช่วงเวลาที่เขาได้เดินทางไปท่องเที่ยวและเก็บเกี่ยวอารยธรรมกลับมาด้วย เพราะเขาเชื่อว่า ที่สุดแล้ว ประสบการณ์และรสชาติใหม่ๆ ที่ลูกค้าควรได้รับต่างหากคือความสำคัญ
4. เชฟปริญญ์ ผลสุข

Above เชฟปริญญ์ ผลสุข
ด้วยประสบการณ์การทำอาหารที่หลากหลาย ทั้งจากโรงแรมระดับห้าดาวหลายแห่งในเมืองไทยและประสบการณ์การเรียนรู้จากร้านระดับมิชลินสตาร์ในต่างแดน บวกกับฝีมือความสร้างสรรค์เฉพาะตัวส่งผลให้ เชฟปริญญ์ ผลสุข สามารถฉีกกฎอาหารไทยให้พ้นกรอบเดิมๆ โลดแล่นไปไกลเกินจินตนาการแบบไร้ขอบเขต โดยเฉพาะที่ร้านวิลาส เขานำเข้าวัตถุดิบสากลจากหลากหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส แล้วใส่เทคนิควิธีการทำอาหารแบบไทยโบราณและร่วมสมัยลงไป จนเกิดเป็นเมนูอาหารไร้พรมแดน ที่ไม่สามารถจำกัดนิยามได้ว่า เมนูจานนี้คืออาหารชาติใด รวมทั้งสามารถเจียระไนวัตถุดิบของไทยให้เฉิดฉายเป็นที่รู้จักอีกด้วย
5. เชฟชาลี กาเดอร์

Above เชฟชาลี กาเดอร์
เชฟชาลี กาเดอร์ แห่งร้าน วรรณยุกต์ ผู้ซึ่งมีความตั้งใจอยากชวนทุกคนมารับประทานเมนูข้าวแกงผ่านการปรุงและพรีเซนต์ในมิติที่แตกต่างจากประสบการณ์เดิมๆ กับร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่รีโนเวตบ้านเก่าสีเหลืองนวลตาสไตล์โคโลเนียลตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 มาเป็นพื้นที่เสิร์ฟความอร่อยกับเซ็ตเมนูจำนวน 11 คอร์ส เชฟชาลีเก่งและรอบรู้ด้านวัตถุดิบแบบไทยๆ มีความชำนาญในการนำสมุนไพรและวัตถุดิบประจำฤดูกาล ไม่ว่าจะฤดูไหนมาเป็นตัวชูโรงและชูรสในแต่ละเมนูที่สร้างสรรค์ เขาสามารถจับคู่ความอร่อยจากความแตกต่างได้อย่างพอดิบพอดี และมีเทคนิควิธีการทำอาหารที่ทันสมัย ดัดแปลงและพลิกแพลงเมนูง่ายๆ ในชีวิตประจำวันให้ดูมีลูกเล่นน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น




