บาร์เทนเดอร์มากฝีมือและความสร้างสรรค์เล่าถึงเทคนิคและเทรนด์ใหม่ๆ ในแวดวงค็อกเทล
ไม่ใช่เพียงวงการอาหารเท่านั้นที่มีวิวัฒนาการ นวัตกรรม และการสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้บริโภค ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาค็อกเทลก็เป็นแวดวงที่น่าจับตามองทั้งเรื่องรสชาติ เทคนิค ส่วนผสม และการนำเสนอที่ล้ำหน้าและสร้างแรงบันดาลใจ ทั้งที่เป็นการสร้างสรรค์ใหม่ และการต่อยอดจากค็อกเทลคลาสสิกที่เป็นเหมือนแม่แบบในการทำค็อกเทลแบบต่างๆ
Tatler ได้สนทนากับ เคน ชินวัชร์ กันทะวงศ์ Bartender Supervisor ของ Firefly Bar ที่โรงแรม Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok ถึงเทรนด์และเทคนิคใหม่ๆ ในแวดวงมิกโซโลจี้ที่นักดื่มควรรู้จัก
อ่านเพิ่มเติม: เปิดตัว ‘Tatler Best Thailand’ คู่มือแนะนำสุดยอดร้านอาหาร บาร์ และโรงแรมของไทย

เคนเริ่มต้นอาชีพในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มหลังจากจบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ ที่แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเป็นบาร์เทนเดอร์โดยตรง แต่ความชอบในศาสตร์และศิลป์ของการทำเครื่องดื่มและความชอบในธุรกิจบริการทำให้เคนได้เก็บเกี่ยวทักษะและความรู้เบื้องลึกจากบาร์และร้านอาหารชั้นนำในกรุงเทพฯ มากมายที่รวมไปถึงกาแฟ ไวน์ สาเก และค็อกเทล ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักในปัจจุบันของเคนที่ Firefly Bar
อ่านเพิ่มเติม: สัมผัสบาร์หลากสไตล์ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

Above เทคนิคการปรุงอาหารในครัวอย่างซูวีก็ถูกนำไปใช้ในการทำค็อกเทลด้วย (ภาพ: Getty Images)
“ผมว่าสิ่งที่บาร์เทนเดอร์สนใจทำมากในตอนนี้คือการดึงรสชาติจากส่วนผสมต่างๆ ออกมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งนอกจากจะใส่ลงไปเฉยๆ อย่างที่ทำกันมากับผลไม้ ผัก หรือสมุนไพร ตอนนี้เรามีเทคโนโลยีและเทคนิคมากมายที่เราเอามาจากห้องครัวแล้วนำมาประยุกต์ใช้กับการทำเครื่องดื่ม ตัวผมเองก็คุยกับเชฟเลยว่าเขาทำอะไรยังไง เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะอาหารหรือเครื่องดื่มสิ่งสำคัญคือรสชาติครับ” เคนกล่าวในการให้สัมภาษณ์ที่ Firefly Bar ซึ่งเป็นหนึ่งในบาร์แนะนำ 20 แห่งของไทยจากการจัดอันดับของ Tatler Best Thailand 2025
การดึงรสชาติแบบหนึ่งที่คอค็อกเทลรู้จักกันดีคือ การอินฟิวส์ (infuse) ที่เป็นการแช่ส่วนผสมในแอลกอฮอล์เพื่อให้ของเหลวเจือกลิ่นและรสของส่วนผสมนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีการนำไปซูวี (sous vide) ซึ่งเป็นการนำของเหลวที่มีส่วนผสมที่ต้องการใส่ในถุงสุญญากาศ แล้วนำไปแช่ในอ่างน้ำที่มีการควบคุมอุณหภูมิ เพื่อสกัดรสชาติที่อุณหภูมิคงที่ ซึ่งเป็นวิธีที่ดึงรสชาติได้ชัดเจนและรวดเร็วกว่าการอินฟิวส์แบบดั้งเดิม ระยะเวลาสกัดก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่ต้องการ

เมื่อพูดถึงรสชาติ ยังมีเทคนิคการวอช (wash) เช่น แฟทวอช (fat wash) ที่เป็นการนำไขมันแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเป็ด เบคอน หรือเนย ไปแช่ในสปิริตแล้วช้อนส่วนที่เป็นมันทิ้งไปเพื่อสร้างเนื้อสัมผัสที่เป็นครีมมากขึ้นแต่บางเบา ส่วนมากใช้กับบราวน์สปิริตอย่างวิสกี้หรือรัมที่มีกลิ่นรสหนักอยู่แล้ว และการเฟลเวอร์วอช (flavour wash) กับส่วนผสมอื่นๆ อย่างใบชา ที่เคนยกตัวอย่างว่าสามารถนำไปวอชกับวิสกี้เพื่อดึงกลิ่น แล้วนำเข้าเครื่อง Rotary Evaporator ที่ใช้สำหรับการสกัด สามารถแยกแอลกอฮอล์และส่วนประกอบอื่นๆ ออกจากวัตถุดิบได้ ทำให้สามารถสร้างรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของส่วนผสมโดยยังสามารถรักษาคาแร็กเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของสปิริตที่ใช้ไว้อย่างครบถ้วน

Above สีสัน รสชาติ ฟินิช และสัมผัสล้วนได้มาจากเทคนิคที่แตกต่างกัน

Above สีสัน รสชาติ ฟินิช และสัมผัสล้วนได้มาจากเทคนิคที่แตกต่างกัน
ในส่วนของรูปลักษณ์ ยังมีเทคนิคที่เรียกว่าการแคลริฟาย (clarify) หรือทำให้ใส ที่เป็นการเติมรสชาติที่ต้องการแต่ในขณะเดียวกันก็สามารถคงความใสหรือเหลือไว้เพียงสีจางๆ ของส่วนผสม ทำได้โดยการนำส่วนผสมไปปั่นจนเป็นน้ำแล้วกรอง หรือปั่นรวมกับเจลาติน แช่เย็นแล้วกรองเพื่อสร้างรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ชัดเจนขึ้น เช่น การนำน้ำมะเขือเทศที่โดยปกติจะข้นและมีสีเข้มไปแคลริฟายจะได้นำใสสีชมพูจางๆ หรือเกือบไม่มีสีเลยที่ยังมีกลิ่นรสของมะเขือเทศชัดเจนไปผสมในค็อกเทล หรือนำนมไปผสมกับกรดซิตริกเพื่อให้จับตัวแล้วกรองเอาส่วนที่เป็นของเหลวใสรสนมไปใช้ เป็นต้น ซึ่งเทคนิคนี้เคนเสริมว่าถ้าแคลริฟายไม่ดี อาจได้แค่ความใสแต่ไม่มีรสชาติเท่าที่ควร จึงต้องทำอย่างพิถีพิถันและเข้าใจธรรมชาติของส่วนผสมนั้นๆ
เคนยังเล่าเทรนด์ที่กำลังจะมาคือการตกแต่งแบบเยอะๆ อาจเริ่มกลับมา หลังจากที่การตกแต่งแบบมินิมอลที่มีการ์นิชน้อยมากหรือไม่มีเลยครองบาร์อยู่หลายปี นอกจากนี้นักดื่มยังมีความสนใจการผสมผสานรสชาติที่ซับซ้อนขึ้น มีความเค็มแบบอูมามิหรือที่เรียกกันว่าเซเวอรี (savoury) มากกว่าแบบเปรี้ยวหวานดื่มง่ายที่ได้รับความนิยมมาตลอด นอกจากนี้บางร้านยังเริ่มเสิร์ฟของว่าง การ์นิช หรือไบท์คำเล็กๆ คู่กับค็อกเทลเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

“ค็อกเทลคลาสสิกก็กำลังจะกลับมาด้วยครับ แต่บาร์เทนเดอร์ส่วนใหญ่จะใส่ทวิสต์ของตัวเองลงไปนิดหน่อย แต่ไม่ฉีกไปจากแบบดั้งเดิมมากนัก นอกจากใช้วัตถุดิบยั่งยืนแล้ว ยังมีการทดลองใช้ส่วนผสมแปลกๆ ที่ไม่น่าจะมาอยู่ในค็อกเทลด้วยอย่างหนอนไม้ไผ่ หรือแมลงต่างๆ มากไปกว่านั้นคือค็อกเทลที่มีเรื่องราว มีแรงบันดาลใจ ซึ่งผมว่ากว่าค็อกเทลรายการหนึ่งจะไปอยู่ในเมนูของร้านได้ต้องผ่านกระบวนการคิด เลือกสรร และทดลองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติและกลิ่นของส่วนผสมทั้งหมดที่อยู่ในรายการ ผมว่าค็อกเทลแก้วนั้นชนะเลิศแล้ว” เคน ปิดท้าย
อ่านเพิ่มเติม:
ดื่มด่ำค็อกเทลทรงเสน่ห์จากคลับชื่อดังในตำนานทั่วโลกที่ Caleō
Krug x Flower ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้อยเรียงรสชาติผ่านแชมเปญและมนต์เสน่ห์แห่งดอกไม้
Credits
ภาพ: Worapon Teerawatvijit





