Robert Mondavi Winery
Cover หลังจากปิดปรับปรุงนานสามปี Robert Mondavi Winery ได้เปิดทำการอีกครั้งในปีนี้ เพื่อเผย Winery โฉมใหม่ (Photo: Robert Mondavi Winery)
Robert Mondavi Winery

ในโอกาสที่ Robert Mondavi Winery ฉลองครบรอบ 60 ปี และเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนอีกครั้งหลังผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ตลอดสามปีที่ผ่านมา การกลับมาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่ช่วยให้ Napa Valley กลายเป็นจุดหมายปลายทางของคนรักไวน์ระดับโลก แต่ยังเป็นการเปิดฉากสู่ยุคใหม่แห่งการผลิตไวน์ที่เปี่ยมด้วยความพิถีพิถันและการต้อนรับที่ยกระดับไปอีกขั้น

มีไวน์บางขวดที่ก้าวข้ามขีดจำกัดทางภูมิศาสตร์ เช่นเดียวกับไร่องุ่นบางแห่งที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง จนเมื่อเอ่ยถึงสิ่งหนึ่ง อีกสิ่งหนึ่งก็มักจะผุดขึ้นมาในความคิดทันที และสำหรับ Napa Valley หัวใจสำคัญแห่งการบ่มไวน์ของแคลิฟอร์เนีย สถานที่แห่งนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Robert Mondavi Winery หลังจากผ่านการแปลงโฉมอย่างประณีตตลอดระยะเวลาสามปี ในปีนี้โรงบ่มไวน์ระดับตำนานพร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนอีกครั้ง ด้วยการเผยโฉมอาณาจักรที่ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่าในมิติที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และน่าค้นหากว่าที่เคย

ช่างเป็นช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะอย่างยิ่ง เพราะปี 2026 คือปีที่ครบรอบ 60 ปีของโรงบ่มไวน์แห่งนี้ นับเป็นเวลาหกทศวรรษหลังจากที่ Robert Mondavi บุรุษผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็น “The Godfather of Napa Valley” ได้สร้างรากฐานของอาณาจักรไวน์ที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาค โรงบ่มไวน์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1966 ถือเป็นโรงบ่มไวน์รายใหญ่แห่งแรกที่เปิดตัวใน Napa หลังยุคมืดของกฎหมายห้ามจำหน่ายสุรา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การผลิตไวน์ในอเมริกาต้องหยุดชะงักลงตั้งแต่ปี 1920 ถึง 1933 ทว่าการก้าวเข้ามาของ Mondavi ในเวลานั้น ไม่ใช่เพียงเพื่อทำลายความเงียบงัน แต่เพื่อพลิกโฉมประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการไวน์อย่างสิ้นเชิง

ความมุ่งมั่นของเขานั้นเด่นชัดมาตั้งแต่เริ่มต้น นั่นคือการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า Napa สามารถผลิตไวน์ที่มีคุณภาพชั้นเลิศเทียบเคียงกับไวน์ที่ดีที่สุดในโลกได้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเลือกเดินบนเส้นทางที่นับว่าล้ำสมัยอย่างยิ่งในยุคนั้น โดยเป็นผู้ริเริ่มในการนำถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสมาใช้ในกระบวนการบ่มไวน์ ควบคุมอุณหภูมิในขั้นตอนการหมัก และให้กำเนิด fumé blanc ไวน์ระดับไอคอนที่เป็นการรังสรรค์ sauvignon blanc แบบดรายบ่มในถังโอ๊ก การปฏิวัติในครั้งนี้ช่วยมอบอัตลักษณ์ใหม่ให้กับสายพันธุ์องุ่นและสร้างฐานคนรักไวน์

Tatler Asia
Above หลังจากปิดปรับปรุงนานสามปี Robert Mondavi Winery ได้เปิดทำการอีกครั้งในปีนี้
Tatler Asia
Above ที่โรงบ่มไวน์โฉมใหม่ของ Robert Mondavi Winery ได้นำสิ่งอำนวยความสะดวกในการผลิตไวน์ที่ทันสมัยที่สุดมาใช้ด้วย

จิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างไม่หยุดยั้งนี้ไม่เคยเลือนหายไปจากโรงบ่มไวน์ สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนผ่านการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ของ Oakville Estate ซึ่งได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือน โดยยังคงรักษามรดกอันล้ำค่าที่เป็นรากฐานสำคัญเอาไว้ โครงสร้างซุ้มประตูโค้งและหอคอยอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กที่ผู้คนทั่วโลกจดจำได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งในวงการไวน์ ได้รับการบูรณะอย่างประณีตงดงามราวกับเป็นสัญลักษณ์ที่ยกย่องจุดกำเนิดของโรงบ่มไวน์แห่งนี้

ทว่าพื้นที่โดยรอบกลับได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นโซนต้อนรับแห่งใหม่พร้อมเปิดประสบการณ์การชิมไวน์ทั้งแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์สำหรับผู้ที่สำรองที่นั่งล่วงหน้า ควบคู่ไปกับพื้นที่สร้างสรรค์ศาสตร์แห่งอาหารและต้อนรับแขกผู้มาเยือนที่ขยายให้กว้างขึ้น ขณะที่เบื้องหลังความสำเร็จ โรงบ่มไวน์แห่งนี้ได้นำเทคโนโลยีการผลิตไวน์ที่ล้ำสมัยมาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าไวน์ทุกหยดที่รังสรรค์ขึ้นจากเซลลาร์จะมีคุณภาพเป็นเลิศสมกับความมุ่งมั่นตั้งใจ

สำหรับ Peggy Hemphill ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแบรนด์ของ Robert Mondavi Winery มองว่าการปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้เป็นเพียงการสืบสานวิสัยทัศน์ดั้งเดิมของผู้ก่อตั้งไปสู่คนรุ่นต่อไป “ในการเปิดตัวครั้งนี้ เราภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้สืบทอดมรดกอันล้ำค่า พร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยือนให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใน Napa Valley ที่เหนือระดับยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งยังเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคต่อไปของโรงบ่มไวน์แห่งนี้ได้อย่างมั่นคง” เธอกล่าว

หัวใจสำคัญของยุคถัดไปก็คือผืนดินแห่งนี้เอง โดยพื้นที่ของ Oakville estate ตั้งอยู่ท่ามกลาง To Kalon Vineyard อันเลื่องชื่อ ซึ่งชื่อนี้มีที่มาจากภาษากรีกโบราณที่แปลว่า “ความงามอันสูงสุด” คงมีสมญานามในโลกแห่งไวน์เพียงไม่กี่ชื่อเท่านั้นที่ดูคู่ควรเช่นนี้ ไร่องุ่นแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา Mayacamas จึงได้รับประโยชน์จากดินตะกอนที่ระบายน้ำได้ดี ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่มีทั้งแสงแดดอันอบอุ่นและอุณหภูมิที่เย็นในยามค่ำคืน กลายเป็นความสมดุลที่ลงตัวและหาได้ยาก ส่งผลให้ cabernet sauvignon ของที่นี่มีความลุ่มลึกและโครงสร้างที่พิเศษ โดดเด่นด้วยความสดชื่นจากกรดธรรมชาติ เลเยอร์ของผลไม้สีดำและสีแดงเข้ม สมุนไพรแห้ง และโครงสร้างแทนนินที่ละเอียด ซึ่งบ่งบอกถึงความกลมกล่อมที่ดื่มได้ทันทีและความสามารถในการบ่มเก็บไว้ได้ในระยะยาว ทั้งนี้ To Kalon Vineyard เคยปรากฏอยู่ในทำเนียบการจัดอันดับไร่องุ่นที่ดีที่สุดในโลก (World's Best Vineyards) ถึงห้าครั้งด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันถึงการดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีพิถันตลอดหลายทศวรรษ

Tatler Asia
Above ไวน์ The Estates Fumé Blanc จาก Oakville จาก Robert Mondavi Winery
Tatler Asia
Above ไวน์ Cabernet Sauvignon จาก Napa Valley รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 2023 จาก Robert Mondavi Winery

ในวันนี้ ไร่องุ่นแห่งนี้ได้ก้าวเข้าสู่บทใหม่ด้วยการได้รับการรับรองเป็นไร่องุ่นออร์แกนิกจากสมาคม California Certified Organic Farmers (CCOF) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอันลึกซึ้งในการทำเกษตรกรรมด้วยความซื่อสัตย์และใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดย Kurtis Ogasawara ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตไวน์ เผยว่าคุณค่าเหล่านี้สะท้อนออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนในผลผลิต “Cabernet Sauvignon จาก To Kalon Vineyard โดดเด่นด้วยกลิ่นอายของผลไม้สีดำและแดงเข้ม ผสานเลเยอร์ของสมุนไพรแห้ง” เขาอธิบาย “ผลองุ่นมีความเป็นกรดตามธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม และโอบล้อมด้วยโครงสร้างแทนนินที่ละเอียดงดงาม” ถ้อยคำอธิบายที่แจ่มชัดเช่นนี้ สะท้อนถึงความเป็นไวน์เมกเกอร์ชั้นครู และตัวไวน์เองก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดถึงปรัชญาดังกล่าว

การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีในครั้งนี้ได้รับการจารึกไว้ด้วยไวน์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษอย่าง 2023 Commemorative Edition Napa Valley Cabernet Sauvignon ซึ่งคัดสรรองุ่นจากไร่ประวัติศาสตร์ Wappo Hill และ To Kalon Vineyard โดยหลอมรวมผลผลิตที่ดีที่สุดของอาณาจักรแห่งนี้ไว้ด้วยกัน เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความเหนือระดับของ Napa Valley อย่างแท้จริง นี่คือไวน์สำหรับโอกาสพิเศษ โดดเด่นด้วยความบริสุทธิ์ ความเข้มข้น และความสดชื่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความลุ่มลึก สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาตัวตนของ Robert Mondavi Winery ในปี 2026 ว่าเป็นอย่างไร ไวน์ขวดนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดี

Tatler Asia
Above Robert Mondavi Winery ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ปีกอาคารต้อนรับใหม่ได้ขยายการต้อนรับด้วยประสบการณ์การชิมไวน์ทั้งในร่มและกลางแจ้ง

ไลน์ไวน์ระดับพรีเมียมของโรงบ่ม ไม่ว่าจะเป็น The Reserve Fumé Blanc และ The Reserve Cabernet Sauvignon ซึ่งผลิตจากองุ่นใน To Kalon Vineyard แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งตอกย้ำถึงเอกลักษณ์อันหลากหลายที่ผืนดินอันเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้สามารถมอบให้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น การปรับโฉม To Kalon Cellar ยังช่วยให้เอกลักษณ์เฉพาะตัวเหล่านั้นแสดงออกมาในมิติที่ละเอียดอ่อนและลุ่มลึกยิ่งขึ้น ด้วยการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบคัดกรององุ่นด้วยแสง (optical sorting) ระบบการไหลด้วยแรงโน้มถ่วง (gravity-flow) ตลอดจนห้องหมักและห้องบ่มที่ควบคุมอุณหภูมิ ช่วยให้ทีมงานสามารถแยกหมักไวน์ในปริมาณน้อยที่มีความแม่นยำสูงขึ้น ส่งผลให้สามารถดึงเอาบุคลิกเฉพาะตัวขององุ่นในแต่ละบล็อกของไร่มาถ่ายทอดได้อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

Tatler Asia
Robert Mondavi’s To Kalon Reserve Cabernet Sauvignon
Above ไวน์ To Kalon Reserve Cabernet Sauvignon ของ Robert Mondavi Winery
Robert Mondavi’s To Kalon Reserve Cabernet Sauvignon

“การกลับมาเปิดตัวอีกครั้งนี้สะท้อนถึงวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นเบื้องหลังบานประตูของห้องเซลลาร์” Ogasawara กล่าว “แม้ว่าแนวทางของเราจะหยั่งรากลึกในขนบธรรมเนียมที่สืบทอดมาหลายทศวรรษ แต่เรายังคงเดินหน้าพัฒนาการเพาะปลูกและการผลิตไวน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบความแม่นยำสูงสุดในทุกๆ ขั้นตอนการตัดสินใจ สิ่งนี้ช่วยให้เราสามารถชูเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของไร่องุ่นแต่ละแห่ง รวมถึงถ่ายทอดความตั้งใจจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังไวน์ทุกขวดที่เราบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมา”

ท้ายที่สุดแล้ว การเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนอีกครั้งของอาณาจักรไวน์อันยิ่งใหญ่แห่งนี้ มอบสิ่งล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งกว่าการชิมไวน์หรือการเยี่ยมชมไร่องุ่น นั่นคือโอกาสในการได้สัมผัสกับโรงบ่มไวน์ผู้มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมอัตลักษณ์อันทันสมัยให้กับ Napa Valley อย่างเงียบเชียบทว่ามั่นคงผ่านไวน์ทุกขวดที่ส่งออกจากห้องเก็บ แม้ว่าซุ้มประตูโค้งและหอคอยอันเป็นสัญลักษณ์จะแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยเมื่อแรกเห็น ทว่าวิสัยทัศน์อันกว้างไกลยังคงสืบทอดต่อมาอย่างไม่เสื่อมคลาย พร้อมพัฒนาการอย่างประณีตและหยั่งรากลึกในอุดมคติดั้งเดิมที่เคยเปลี่ยนให้ Napa Valley กลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคแห่งการทำไวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

Credits

ภาพ: Robert Mondavi Winery

Topics

Natthawut Saengchuwong
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia

ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Tatler Thailand และ Tatler GMT ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ Thailand มาก่อน นอกเวลาการทำงานบริหาร เขาใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับการสะสมและฟังแผ่นเสียง การตกแต่งบ้านและการดูแลสวนอันเงียบสงบของเขา