ปาล์ม ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ บาร์เทนเดอร์มือรางวัลแนะนำดริงก์คลาสสิกที่นักดื่มควรลอง
ในยุคที่ร้านอาหารและสารพัดบาร์มองหาหนทางที่จะสร้างสรรค์ดริงก์ที่มี “ลายเซ็น” หรือซิกเนเจอร์ของตัวเอง ยังมีนักดื่มมากมายที่โหยหารสชาติ สีสัน และสัมผัสที่คุ้นเคยของค็อกเทลคลาสสิกที่เรียกได้ว่าเริ่มห่างหายไปจากเมนูบาร์ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะค็อกเทลคลาสสิกเป็นสิ่งที่นักดื่มส่วนใหญ่คุ้นเคย และอีกประการคือค็อกเทลสูตรโบราณเหล่านี้เป็นสิ่งที่บาร์เทนเดอร์มืออาชีพทุกคนเจนจัดและฝึกฝนมาจนชำนาญแล้ว
หลายครั้งที่บาร์เทนเดอร์ในเสื้อแจ็คเกตติดกระดุมพร้อมผมเรียบแปล้ เห็นคุณใช้เวลาเพ่งดูเมนูอยู่นานและเสนอขึ้นว่า “ทางร้านทำเมนูคลาสสิกให้ได้นะครับ ลูกค้าบอกมาได้เลยว่าอยากดื่มอะไร” คำถามนี้ทำให้คุณใช้เวลานึกมากกว่าเดิมหรือสามารถให้คำตอบได้ทันที?
ถ้าเมนูคลาสสิกที่คุณมักสั่งยังเป็นเมนูเดิมๆ และอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง ลองไปฟังคำแนะนำจาก ปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ มิกโซโลจิสต์และบาร์เทนเดอร์มือรางวัล อดีตผู้บริหารเครือบาร์และร้านอาหาร และปัจจุบันคือเจ้าของบาร์ค็อกเทลเท่เฉียบ Dry Wave Cocktail Studio ในทองหล่อที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2023 ซึ่งปาล์มเป็นบาร์เทนเดอร์คนหนึ่งที่หลงใหลในค็อกเทลคลาสสิกอย่างเหนียวแน่น
อ่านเพิ่มเติม: เชฟต้น ธิติฏฐ์ แนะนำร้านอาหารและบาร์ที่ดีที่สุดในเชียงใหม่
1. Amaretto Sour

Above Amaretto Sour (ภาพ: Getty Image)
ค็อกเทลคลาสสิกที่เรียบง่ายที่เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกาในยุค 1970 นี้ มีส่วนผสมของ amaretto น้ำเลมอน ไข่ขาวที่นำไปเขย่าเพื่อสร้างสัมผัสแน่นและเนียนนุ่ม แต่งด้วยเชอร์รี่ ปาล์มบอกว่า “เป็นดริงก์ที่ดื่มง่าย บาลานซ์ มีรสมันๆ นัวๆ แบบถั่วจากลิเคียวร์ (Liqueur) ที่ทำจากอัลมอนด์ เป็นรสชาติง่ายๆ และสดชื่น ที่ไม่ว่าใครก็น่าจะถูกใจ”
2. Mojito

Above Mojito (ภาพ: Getty Image)
“หลายคนมองว่ามันเป็นดริงก์ที่ไม่เก๋เวลาไปสั่งในบาร์ แต่ผมว่ามันสดชื่นและครบรสดี เข้ากับอากาศบ้านเราด้วย” Mojito นับว่าเป็นค็อกเทลคลาสสิกที่เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมตลอดกาลและถูกนำไปพลิกแพลงด้วยน้ำผลไม้หลากหลายประเภท ว่ากันว่า Mojito ที่มีส่วนผสมของรัม น้ำตาลทรายแดง น้ำมะนาว ใบมิ้นต์ น้ำแข็งทุบละเอียด และโซดา มีต้นกำเนิดที่ฮาวานา คิวบา ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16
3. Americano

Above Americano (ภาพ: Getty Image)
ค็อกเทลคลาสสิกสัญชาติอิตาเลียนมีส่วนผสมง่ายๆ ของ Campari และเวอร์มูธ ท็อปด้วยโซดาและตกแต่งด้วยเลมอนฝานซีก “สดชื่น ดื่มง่ายแต่ยังมีความ complex และรสขมเจือสมุนไพรนิดๆ และที่สำคัญคือ low ABV หรือมีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำ เพิ่มความสดชื่นได้ถ้าไม่ชอบค็อกเทลที่มีผลไม้” Americano เป็นค็อกเทลคลาสสิกอีกหนึ่งสูตรที่เก่าแก่มาก และมีต้นกำเนิดในเมืองมิลาน อิตาลี ในช่วงปี 1860
4. Rob Roy

Above Rob Roy (ภาพ: Getty Image)
ค็อกเทลคลาสสิกรสเข้มที่มีส่วนผสมของสก็อตช์วิสกี้ เวอร์มูธ และบิตเตอร์ เป็นเมนูที่ปาล์มบอกว่าเป็น “ค็อกเทลแบบสปิริตฟอร์เวิร์ดที่โชว์ความโดดเด่นของวิสกี้ที่ใช้ได้เป็นอย่างดี เป็นเมนูคลาสสิกที่เราไม่ค่อยนึกถึงเวลาไปดื่ม” เมืองต้นกำเนิดของ Rob Roy อยู่ที่นิวยอร์ก และว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่โอเปร่าชื่อเดียวกันที่เปิดตัวในแมนฮัตตันในปี 1894
5. Singapore Sling

Above Singapore Sling (ภาพ: Getty Image)
“เป็นเมนูง่ายๆ ที่หาบาร์ที่ทำออกมาได้สมดุลได้ค่อนข้างยากครับ” ปาล์มกล่าว “แต่สุดท้ายแล้วมันคือค็อกเทลคลาสสิกที่โดนใจคนมากมาย และเราไม่ค่อยนึกถึง” Singapore Sling สีส้มออกชมพูมีส่วนผสมของจิน Grand Marnier, ลิเคียวร์เชอร์รี่, Benedictine, น้ำสับปะรด, น้ำมะนาว และโซดา ถูกคิดค้นขึ้นในโรงแรม ราฟเฟิลส์ ในสิงคโปร์เมื่อปี 1915 และปัจจุบันถือว่าเป็นค็อกเทลคลาสสิกที่มีอายุน้อยที่สุดสูตรหนึ่งของโลก




