View of the Antarctic landscape and fauna, including a waddle of penguins.
©Luján Agusti/National Geographic
Cover ทิวทัศน์ของแอนตาร์กติกและสัตว์ป่า รวมถึงฝูงเพนกวิน ในขณะที่ Rolex และสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เปิดตัวโครงการริเริ่มสำรวจและวิจัยมหาสมุทรระดับโลกสองปี ซึ่งครอบคลุมมหาสมุทรทั้งห้า รวมถึงมหาสมุทรแอนตาร์กติก
View of the Antarctic landscape and fauna, including a waddle of penguins.
©Luján Agusti/National Geographic

Rolex และ National Geographic เตรียมเริ่มต้นบทบาทใหม่ของโครงการสำรวจ “Perpetual Planet Expeditions” ด้วยการเดินทางสำรวจมหาสมุทรทั่วโลกเป็นระยะเวลาสองปี โดยครอบคลุมตั้งแต่ทะเลน้ำแข็งขั้วโลกไปจนถึงแนวปะการังเขตร้อน การเดินทางครั้งสำคัญนี้จะรวมพลังของนักวิทยาศาสตร์ นักสำรวจ และชุมชนท้องถิ่น เพื่อทำความเข้าใจและปกป้องระบบนิเวศที่มีความสำคัญและเปราะบางที่สุดของโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้น

แม้มหาสมุทรจะครอบคลุมพื้นที่ผิวโลกกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ หากแต่ยังคงเป็นหนึ่งในดินแดนที่มนุษย์รู้จักน้อยที่สุด Rolex และสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (National Geographic Society) จึงร่วมกันฉายแสงสปอตไลต์สู่ระบบนิเวศขนาดมหึมานี้ ผ่านชุดภารกิจภาคสนามครั้งใหม่ ซึ่งได้รับการประกาศเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ “Rolex and National Geographic Perpetual Planet Ocean Expeditions” นับเป็นบทบาทล่าสุดของความร่วมมือสองปีระหว่างสองสถาบันนี้ ที่ผสานองค์ความรู้ล้ำสมัย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเจตนารมณ์ร่วมกันในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่เปราะบางที่สุดบนโลกใบนี้

อ่านเพิ่มเติม: Rolex กับบทบาทการสนับสนุนวงการภาพยนตร์ และผู้รังสรรค์ Greenroom ที่งาน Oscars

 

Tatler Asia
Expedition team member Te Mata Patai removes taramea (crown-of-thorns starfish) from the reef at Avana Passage.
©Giacomo d'Orlando/National Geographic
Above ทีมสำรวจ Te Mata Patai กำลังกำจัดปลาดาวมงกุฎหนาม ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกว่า ทาราเมอา (taramea) ออกจากแนวปะการังที่ช่องแคบ Avana
Expedition team member Te Mata Patai removes taramea (crown-of-thorns starfish) from the reef at Avana Passage.
©Giacomo d'Orlando/National Geographic

โครงการสำรวจ Perpetual Planet Expeditions ที่จะดำเนินไปตลอดสองปีเต็ม ครอบคลุมมหาสมุทรทั้งห้า เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ทางทะเลที่ห่างไกลและเสี่ยงต่อภัยคุกคามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมชี้ให้เห็นผลกระทบต่อผู้คนและสัตว์ป่าที่ต้องพึ่งพา และตอกย้ำถึงความสำคัญสูงสุดของมหาสมุทรต่อชีวิตบนโลก ตั้งแต่ทะเลขั้วโลกสู่เขตร้อน จากแนวชายฝั่งจนถึงร่องลึกที่ก้นบึ้ง ทีมงานซึ่งประกอบด้วยนักสำรวจเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก นักวิทยาศาสตร์ และสมาชิกชุมชนท้องถิ่น จะทำงานเคียงข้างกันเพื่อเปิดเผยสถานภาพของมหาสมุทร และนำเสนอทางออกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและอิงกับบริบทท้องถิ่น ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการสำรวจเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มพูนความรู้ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายเพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนการอนุรักษ์ในระดับโลก

การสนับสนุนภารกิจรักษ์โลกคือหัวใจสำคัญของ ในปี 2019 Rolex ได้เปิดตัวโครงการระยะยาวที่สำคัญ คือ Perpetual Planet Initiative เพื่อผลักดันผู้ปฏิบัติงานแนวหน้าด้านสิ่งแวดล้อม และในปีเดียวกันนั้นเอง โครงการ Rolex and National Geographic Perpetual Planet Expeditions ก็ยังได้ถือกำเนิดขึ้น โดยเป็นการผนึกกำลังครั้งแรกในการสำรวจครั้งประวัติศาสตร์ ณ ยอดเขาเอเวอเรสต์ กับ National Geographic ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ Rolex มายาวนาน ร่วมกับมหาวิทยาลัยตริภูวัน (Tribhuvan University) นับเป็นครั้งแรกที่ผนวกองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ ธารน้ำแข็ง ธรณีวิทยา และชีววิทยาเข้าด้วยกันในพื้นที่ที่มีระดับความสูงสุดขั้ว ทีมสำรวจได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดสภาพอากาศที่สูงที่สุดในโลก ณ เวลานั้น เผยให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อธารน้ำแข็งในเทือกเขาฮินดูกูช-หิมาลัย ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำให้ผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านชีวิต ที่อาศัยอยู่ปลายน้ำ นอกจากนี้ การสำรวจยังได้นำไปสู่การศึกษาอย่างครอบคลุม จนมีการตีพิมพ์บทความทางวิทยาศาสตร์หลายฉบับที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการอนุรักษ์โลก

อ่านเพิ่มเติม: การเดินทางสู่ความเป็นเลิศในซีรีส์สารคดี "Reach for the Crown" ยืนยันถึงปรัชญาหลักของ Rolex

Tatler Asia
National Geographic Explorer and marine biogeochemist Kristina Brown conducts a Conductivity, Temperature and Depth test in the Arctic Ocean's Sherman Basin. 
©Kaitlyn Van De Woestyne/National Geographic
Above Kristina Brown นักสำรวจเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และนักชีวเคมีทางทะเล กำลังทดสอบการนำไฟฟ้า อุณหภูมิ และความลึก (Conductivity, Temperature and Depth - CTD) ในพื้นที่ Sherman Basin ของมหาสมุทรอาร์กติก
National Geographic Explorer and marine biogeochemist Kristina Brown conducts a Conductivity, Temperature and Depth test in the Arctic Ocean's Sherman Basin. 
©Kaitlyn Van De Woestyne/National Geographic

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การสำรวจได้ขยายขอบเขตไปสู่ยอดเขาแอนดีส ข้ามผ่านป่าฝนแอมะซอน และการขุดแกนน้ำแข็งลึก 327 เมตรจากภูเขาโลแกนในแคนาดา ซึ่งการเดินทางแต่ละครั้งล้วนแล้วแต่มอบข้อมูลอันล้ำค่าและการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ โครงการสำรวจมหาสมุทรชุดใหม่นี้ จึงหันกลับมาสู่ “หัวใจสีน้ำเงินของโลก” ซึ่งเป็นบ้านของความหลากหลายทางชีวภาพอันน่าทึ่งและสำคัญต่อสุขภาพของโลก ปัจจุบันมีมหาสมุทรเพียง 8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้รับการคุ้มครอง ขณะที่อุณหภูมิมหาสมุทรสูงขึ้น กรดในน้ำทะเลเพิ่มขึ้น และระบบนิเวศย่อยสลายลงอย่างรวดเร็ว กว่า 100 ประเทศให้คำมั่นที่จะปกป้องมหาสมุทรอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2030 ภารกิจของ Rolex and National Geographic Perpetual Planet Ocean Expeditions จึงกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญ ในการหลอมรวมวิทยาศาสตร์เชิงวิชาการและความรู้เชิงนิเวศวิทยาในท้องถิ่น เพื่อช่วยปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุดในโลก นั่นคือ “มหาสมุทร”

ภารกิจแรกของการสำรวจครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่มหาสมุทรอาร์กติก โดยนักวิทยาศาสตร์ทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชน Gjoa Haven เพื่อศึกษาพื้นที่ Sherman Basin ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมทางทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพและมีความยืดหยุ่นไม่เหมือนใคร ภายใต้การผสมผสานระหว่างสมุทรศาสตร์และองค์ความรู้ชนพื้นถิ่น ทีมงานกำลังพัฒนากลยุทธ์ในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและดำรงความมั่นคงทางอาหารสำหรับชุมชนอาร์กติก โดยผสมผสานวิชาสมุทรศาสตร์เข้ากับความรู้เชิงนิเวศวิทยาแบบดั้งเดิม การค้นพบ ณ ที่แห่งนี้อาจเป็นข้อมูลสำคัญในการปกป้องภูมิภาคอาร์กติกอื่นๆ ที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

Tatler Asia
View of the Antarctic landscape and fauna, including a waddle of penguins.
©Luján Agusti/National Geographic
Above ทิวทัศน์ของภูมิประเทศและสัตว์ในแอนตาร์กติกา รวมถึงฝูงนกเพนกวินที่เดินเตาะแตะ
View of the Antarctic landscape and fauna, including a waddle of penguins.
©Luján Agusti/National Geographic

ขณะที่ฝั่งมหาสมุทรใต้ หรือที่รู้จักกันในชื่อมหาสมุทรแอนตาร์กติก ซึ่งยังไม่ค่อยมีใครสำรวจ นักวิจัยได้เริ่มการศึกษาบุกเบิกบนเรือวิจัยสมุทรศาสตร์ที่ล้ำสมัยที่มีชื่อว่า Falkor (too) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Schmidt Ocean Institute เพื่อศึกษาระบบนิเวศที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน ตั้งแต่ผืนน้ำแข็งในทะเลไปจนถึงพื้นทะเลลึก ข้อมูลอันล้ำค่านี้ช่วยเปิดม่านสู่โลกใต้น้ำที่หาชมได้ยากของอาณาจักรทางทะเลที่ถูกหล่อหลอมด้วยความโดดเดี่ยวและสภาวะสุดขั้ว ผลการวิจัยจะช่วยเพิ่มพูนความเข้าใจในระบบนิเวศนี้ พร้อมเป็นข้อมูลสำหรับความพยายามในการอนุรักษ์ซึ่งจำเป็นต่อการรักษาสุขภาพของโลก

ส่วนที่มหาสมุทรอินเดีย ภารกิจสำรวจทะเลลึกที่นำโดยคนในพื้นที่เป็นครั้งแรกในเซเชลส์ โดยความร่วมมือกับชุมชนประมงท้องถิ่น นักสำรวจเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกำลังติดตั้งระบบกล้องถ่ายภาพทะเลลึกที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญจากพื้นที่ประมงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดบางแห่งของภูมิภาค จุดมุ่งหมายคือการสร้างข้อมูลเพื่อกำหนดนโยบายการจัดการที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถรักษาทรัพยากรทางทะเลเหล่านี้ไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป

Tatler Asia
Marine biologist and oceanographer Bodil Bluhm, closely looking at specimens collected from Arctic waters. 
©Kaitlyn Van De Woestyne/National Geographic
Above Bodil Bluhm นักชีววิทยาทางทะเลและนักสมุทรศาสตร์ กำลังตรวจดูตัวอย่างที่เก็บมาจากน่านน้ำอาร์กติกอย่างใกล้ชิด
Marine biologist and oceanographer Bodil Bluhm, closely looking at specimens collected from Arctic waters. 
©Kaitlyn Van De Woestyne/National Geographic

ขณะเดียวกันที่ราโรตองกา ในมหาสมุทรแปซิฟิก นักวิทยาศาสตร์กำลังพัฒนาเทคนิคใหม่ เพื่อเพิ่มความทนทานของปะการังเมื่อเผชิญกับน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น นับเป็นการช่วยผลักดันโครงการฟื้นฟูที่อาจเป็นประโยชน์ต่อแนวปะการังทั่วโลก ขณะที่แนวชายฝั่งแกมเบียริมมหาสมุทรแอตแลนติก ทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังบันทึกบทบาทสำคัญของป่าชายเลนต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และการป้องกันผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ Bintang Bolong และบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เผชิญการรุกล้ำของน้ำเค็มจนทำลายพื้นที่เกษตร การค้นพบนี้อาจกลายเป็นกุญแจสู่การอยู่รอดของชุมชน

ตลอดทั้งภารกิจ นักสำรวจทะเลลึกระดับตำนาน Katy Croff Bell จะร่วมมือกับทีมงานและชุมชน ใช้เครื่องมือสำรวจใต้ทะเลแบบประหยัดต้นทุน ได้แก่ Maka Niu และ Deep Ocean Research and Imaging System (Doris) เพื่อขยายขอบเขตการเข้าถึงห้วงทะเลลึกให้กว้างไกลออกไปอีก

เช่นเดียวกับทุกความพยายามภายใต้โครงการ Perpetual Planet Initiative ภารกิจ Ocean Expeditions นี้ไม่เพียงขับเคลื่อนด้วยการแสวงหาความรู้เท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยความเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงย่อมเริ่มต้นจากความตระหนักรู้ ซึ่ง Rolex ให้การสนับสนุนผู้พิทักษ์มหาสมุทรระดับโลกมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น Sylvia Earle หรือองค์กรอนุรักษ์อย่าง Mission Blue และ Coral Gardeners ที่ล้วนตอกย้ำถึงหลักการนี้ในการปกป้องชีวิตทางทะเล ขยายเขตคุ้มครองทางทะเล และฟื้นฟูแนวปะการังทั่วโลก

Credits

ภาพ: Rolex; Luján Agusti/National Geographic (Antarctic landscape); Kaitlyn Van De Woestyne/National Geographic (Bodil Bluhm; Kristina Brown); Giacomo d’Orlando/National Geographic (Te Mata Patai)

Topics