Cartier ปิดฉากอย่างสง่างามกับบทส่งท้ายของคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี ‘Nature Sauvage’ ท่ามกลางบรรยากาศอันวิจิตรที่ Former Command House ประเทศสิงคโปร์
ในบรรยากาศอันงดงามของ Former Command House ประเทศสิงคโปร์ Cartier ได้นำเสนอบทที่สามซึ่งเป็นบทส่งท้ายของคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรีอันทรงคุณค่า ‘Nature Sauvage’ โดยการจัดแสดงครั้งนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองถึงความมีชีวิตชีวาของเหล่าสรรพสัตว์ที่ปรากฏโฉมผ่านเครื่องประดับอัญมณีอันล้ำค่า ท่ามกลางฉากธรรมชาติและพรมแดนเหนือจินตนาการ
อ่านเพิ่มเติม: Deva Cassel ฉายแววเจิดจรัสในซีรีส์ ‘The Leopard’ และการลิขิตชีวิตของเธอเอง
หลังจากการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และต่อด้วยบทที่สองที่เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน การจัดแสดงบทส่งท้ายนี้ได้เลือกสถานที่ซึ่งเป็นดั่งอัญมณีแห่งประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ เพื่อเป็นเวทีอันเหมาะสมในการนำเสนอเครื่องประดับชั้นสูง อีกทั้งยังบรรจบกับโอกาสสำคัญที่ Cartier ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ของการดำเนินกิจการในประเทศสิงคโปร์อีกด้วย

Above ห้อง Thrill with the Wind ในบรรยากาศอันงดงามของ Former Command House ประเทศสิงคโปร์

Above ห้อง Treasures of Land ในบรรยากาศอันงดงามของ Former Command House ประเทศสิงคโปร์
จักรวาลหกมิติแห่งนิทรรศการ
นิทรรศการครอบคลุมพื้นที่ 219 ตารางเมตร นำเสนอผ่านหกจักรวาลที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสถึงความงดงามอันผสานระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และความเชี่ยวชาญในงานศิลป์อย่างแท้จริง โดยแต่ละบทของนิทรรศการล้วนถูกรังสรรค์ขึ้นในแบบฉบับของ Cartier ผสานเข้ากับการตีความผ่านเอกลักษณ์เฉพาะของวัฒนธรรม Peranakan อันโดดเด่นของประเทศสิงคโปร์
ห้อง Thrill with the Wind
บทเริ่มต้นของนิทรรศการนำเสนออย่างเปี่ยมไปด้วยสัมผัสและอารมณ์ความรู้สึก ด้วยแรงบันดาลใจจากสายลมโชยอ่อนที่พัดพาไปทั่วชายฝั่งของสิงคโปร์ ผนังทรงโค้งและพื้นผิวต่างๆ ถูกตกแต่งด้วยลวดลายของทรายที่เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ เฉลิมฉลองให้กับความไม่สมบูรณ์แบบของธรรมชาติ ขณะที่เสา Super Flowers ตั้งตระหง่านด้วยรูปทรงอันงดงามที่รังสรรค์ขึ้นด้วยการสานหวายด้วยมือ สะท้อนงานฝีมือท้องถิ่นอันบริสุทธิ์และเป็นสัญลักษณ์ของทิวทัศน์แห่งเมืองสิงคโปร์

Above ห้อง Shapes of Water ในบรรยากาศอันงดงามของ Former Command House ประเทศสิงคโปร์

Above ห้อง Tradition ในบรรยากาศอันงดงามของ Former Command House ประเทศสิงคโปร์
ห้อง Treasures of Land
ห้องที่สองนี้ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยจังหวะอันเป็นเอกลักษณ์ โดยดึงแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่ถูกจินตนาการขึ้นใหม่ด้วยมุมมองเส้นสายและโครงร่างแบบเรขาคณิต ผสมผสานอย่างกลมกลืนกับเครื่องประดับชั้นสูงของ Cartier และเสน่ห์อันโดดเด่นของเกาะสิงคโปร์ พื้นที่จัดแสดงผสานความหนักแน่นและอ่อนโยนอย่างลงตัว ด้วยการตกแต่งหวายสานทรงก้อนกรวดที่ตัดกับความโค้งมนนุ่มละมุน ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่ประณีต กล้วยไม้ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติของสิงคโปร์ปรากฏโฉมอย่างสง่างาม เป็นการสร้างสมดุลอันละเอียดอ่อนระหว่างธรรมชาติและโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น
ห้อง Shapes of Water
การเดินทางของ Nature Sauvage ดำเนินไปสู่การสำรวจสายน้ำ อันเป็นสัญลักษณ์ถึงแก่นแท้ของผืนน้ำที่โอบกอดประเทศสิงคโปร์ ห้องนี้นำเสนอการตีความเชิงศิลป์และงานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคุณลักษณะเฉพาะอันโดดเด่นของสายน้ำ ผ่านการนำเสนอวัสดุที่แตกต่างเข้ากับการเคลื่อนไหวอันลุ่มลึก ซึ่งมาพร้อมกับประกายแสงสะท้อนถึงความแวววาวระยิบระยับของไฮจิวเวลรีของ Cartier
ห้อง Tradition
ห้องนี้เชิดชูความคลาสสิกเหนือกาลเวลาของชิ้นงานไอคอนิกตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมซง ซึ่งกลายเป็นชิ้นงานวินเทจอันล้ำค่าในสายตาเหล่านักสะสม ผลงานแต่ละชิ้นได้ผ่านการรับรองความเป็นของแท้ การจดบันทึกในเอกสาร และการดูแลซ่อมบำรุงเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า ศิลปะงานเย็บปักถักร้อยและการประดับลูกปัดซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์อันรุ่มรวยของสิ่งทอในประเทศสิงคโปร์ได้รับการถ่ายทอดผ่านลวดลายกล้วยไม้ โดยจัดแสดงร่วมกับผลงานการสร้างสรรค์ในตำนานของ Cartier

Above ห้อง Fine Watchmaking ในบรรยากาศอันงดงามของ Former Command House ประเทศสิงคโปร์

Above ห้อง Fine Watchmaking ในบรรยากาศอันงดงามของ Former Command House ประเทศสิงคโปร์
ห้อง Fine Watchmaking
ภายในถ้ำอันลึกลับนี้ คาร์เทียร์เผยจักรวาลแห่งเรือนเวลาชั้นสูงของเมซง ด้วยสถาปัตยกรรมทรงโค้งมนที่สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวอย่างไม่มีสิ้นสุดของเวลา ส่วนโค้งต่างๆ ตกแต่งด้วยการประดับฝังด้วยฟางเป็นลวดลายแบบซันเรย์อันเปล่งประกาย ชวนให้นึกถึงหน้าปัดแบบซันเรย์ของเรือนเวลาอันเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งงานศิลป์ของเมซง ใจกลางห้องโดดเด่นด้วยเสาสานไม้ไผ่อันประณีตซึ่งตั้งตระหง่านอย่างเงียบสงบและมั่นคง เปรียบดั่งสัญลักษณ์เชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนความแข็งแกร่งและสง่างาม องค์ประกอบทั้งหมดหลอมรวมเป็นหนึ่งเพื่อเชิดงานฝีมือ métier d'art ของ Cartier
ห้อง Special Order
ห้องนี้อุทิศให้กับวัฒนธรรมและความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ซึ่งตัวตนและอัญมณีอันแสนพิเศษได้มาพบกัน โดยได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์แห่งการประดับตกแต่งบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของชาวสิงคโปร์ อย่างกระเบื้องเซรามิกสีสันโดดเด่นซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในบ้านพักและร้านรวงของชาว Peranakan แขกผู้มาเยือนจะได้รับเชิญให้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งการสร้างสรรค์ร่วมกัน ท่ามกลางสรรพสัตว์ของ Cartier ที่ดูราวกับมีชีวิตขึ้นมาบนผนังที่ถักสานเป็นลวดลายของกระเบื้องจากมรดกพื้นถิ่น บรรยากาศของห้องนี้พาทุกคนก้าวข้ามขอบเขตระหว่างอดีตและปัจจุบัน ระหว่างประเพณีดั้งเดิมและการเปลี่ยนแปลงใหม่ได้อย่างกลมกลืนไร้ที่ติ
อ่านเพิ่มเติม: Cyrille Vigneron กับการผลักดันการเปลี่ยนแปลงระดับโลกผ่านวัฒนธรรม การกุศล และความเป็นผู้นำของ Cartier
ความร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่น
นอกจากห้องจัดแสดงหลักแล้ว ยังมีพื้นที่ห้อง Private Viewing ส่วนตัวสำหรับชมคอลเล็กชั่นต่างๆ ทั้งหมดสิบห้อง ซึ่งแต่ละห้องออกแบบขึ้นจากสามแนวความคิดอันโดดเด่นจากความร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่น เพื่อมอบประสบการณ์การดื่มด่ำกับชิ้นงานได้อย่างลึกซึ้ง
ศิลปินที่ร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการครั้งนี้
Mike Tay จาก Onlewo ผู้โด่งดังจากงานออกแบบลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมพื้นถิ่นของสิงคโปร์ ได้สร้างสรรค์ผืนผ้าเปี่ยมเอกลักษณ์ซึ่งนำมาใช้ตกแต่งด้วยสัมผัสอันแสนนุ่มนวล ผสมผสานความสนุกสนานผ่านสีสันและองค์ประกอบอันแตกต่างเพื่อถ่ายทอดแง่มุมอันหลากหลายของประเทศสิงคโปร์
Hazlee Suip จาก Rooma ผู้มีชื่อเสียงจากงานฝีมือและงานสานหวายด้วยมือ รวมถึงการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ในหลากหลายรูปแบบและผิวสัมผัส สร้างสรรค์โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งไม่เพียงแต่นำเสนอทักษะชั้นเลิศแต่ยังถักทอเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน
Swee Lin และ Swee May จาก Maneknya สองพี่น้องศิลปินที่ได้รับมอบหมายจาก Cartier ให้ร่วมสร้างสรรค์ผ้าพิมพ์บาติกพิเศษที่อำพรางอาณาจักรของเหล่าสรรพสัตว์แห่งคาร์เทียร์ไว้อย่างมีชีวิตชีวา ทางเมซงได้นำลวดลายนี้ไปใช้บนปลอกหมอนและศิลปะบนผนังผ้าไหมสี่เหลี่ยมในสามโทนสี โดยผ้าพิมพ์บาติกเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ตำนาน วัฒนธรรมประเพณี พืชพรรณและสัตว์เฉพาะถิ่นอันอุดมสมบูรณ์ในประเทศสิงคโปร์ ผสานเข้ากับลวดลายเรขาคณิตซึ่งสอดคล้องกับเอกลักษณ์การสร้างสรรค์ของ Cartier

Above Cartier เผยโฉมบทที่สามอันเป็นบทส่งท้ายของคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี ‘Nature Sauvage’ ณ ประเทศสิงคโปร์

Above Cartier เผยโฉมบทที่สามอันเป็นบทส่งท้ายของคอลเล็กชั่นไฮจิวเวลรี ‘Nature Sauvage’ ณ ประเทศสิงคโปร์
นิทรรศการ ‘Nature Sauvage’ จึงเป็นการผสานความงดงามระหว่างงานศิลป์ชั้นสูงของ Cartier กับมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศสิงคโปร์ ในรูปแบบที่ทั้งร่วมสมัยและเคารพต่อประวัติศาสตร์ สะท้อนถึงการเดินทางอันยาวนานของเมซงที่ยังคงทำให้โลกหลงใหลในเรื่องราวอันมีชีวิตชีวาผ่านอัญมณีล้ำค่าและงานหัตถศิลป์อันไร้ที่ติ
อ่านเพิ่มเติม:
Cindy Chao The Art Jewel เปิดตัว White Label Collection ใหม่ ที่จะเปิดประตูสู่จักรวาลงานอัญมณีศิลป์ระดับมาสเตอร์พีซ
Jean-Christophe Babin ซีอีโอของ Bvlgari พูดถึงความเชื่อมโยงระหว่างจิวเวลรีกับศิลปะโรมันและคนรุ่นใหม่
Van Cleef & Arpels ชวนคุณออกสำรวจดินแดนแห่งอัญมณี ผ่านไฮจิวเวลรี่คอลเล็กชั่น Treasure Island












