NEW YORK, NEW YORK - MAY 06: Katy Perry arrives for the 2019 Met Gala celebrating Camp: Notes on Fashion at The Metropolitan Museum of Art on May 06, 2019 in New York City. (Photo by Karwai Tang/Getty Images)
Cover Katy Perry ในชุดโคมระย้าที่งาน Met Gala 2019 เพื่อเฉลิมฉลองธีม Camp: Notes on Fashion (ภาพ: Karwai Tang/Getty Images)
NEW YORK, NEW YORK - MAY 06: Katy Perry arrives for the 2019 Met Gala celebrating Camp: Notes on Fashion at The Metropolitan Museum of Art on May 06, 2019 in New York City. (Photo by Karwai Tang/Getty Images)

จาก Rihanna ที่ปรากฏตัวในลุค 'พระสันตะปาปา' ไปจนถึงโชว์เปลี่ยนลุคของ Lady Gaga นี่คือธีมงาน Met Gala ที่หลุดโลกที่สุดซึ่งได้เปลี่ยนโฉมหน้าของพรมแดงไปตลอดกาล

Met Gala ไม่ได้เป็นเพียงงานพรมแดงธรรมดา แต่คือฝันเฟื่องประจำปีของวงการแฟชั่นที่มีทั้งพื้นรันเวย์สำหรับโชว์ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะการแสดง และพลังของเหล่าคนดังมาผสมกันอย่างลงตัว เป็นที่ที่ Rihanna สามารถสวมชุดประดับเลื่อมเป็นพระสันตะปาปา หรือ Jared Leto จะมาในชุดแมว หรือแม้เขาจะอุ้มหัวตัวเองแบบจำลองมาก็ไม่มีใครแปลกใจ งานนี้มีชื่อทางการว่า Costume Institute Benefit และเป็นการระดมทุนให้กับพิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum of Art แต่ความจริงแล้ว มันคือดินแดนแห่งแฟชั่นแฟนตาซีที่เปิดให้พรมแดงกลายเป็นสวนสนุกแบบโอต์กูตูร์

ทุกปีจะมีธีมใหม่ที่ใช้กำหนดแนวทางของนิทรรศการและเป็นแรงบันดาลใจสำหรับการแต่งกาย บางธีมก็เปี่ยมด้วยบทกวี “Heavenly Bodies”, บางธีมก็แคมป์สุดขีด “Camp: Notes on Fashion” ส่วนบางธีมก็ทำเอาหลายคนงง “In America: An Anthology of Fashion” ในขณะที่บางคนเลือกจะเล่นกับธีมเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่พร้อมลุยสุดตัว ด้วยแฟชั่นล้ำขอบเขต ความคิดสร้างสรรค์ และโอกาสอันหาได้ยากที่จะได้ “หลุดกรอบ” อย่างสมศักดิ์ศรี

หลังจากความเรียบหรูแบบมีชั้นเชิงของธีม Superfine: Tailoring Black Style ในปีนี้ Tatler ขอพาคุณย้อนรำลึกถึงธีม Met Gala ที่ทั้งโดดเด่น เป็นที่ถกเถียง หรือหลุดโลกจนต้องร้องว้าว หลุดขำออกมา และที่ต้อง google หาคำว่า “camp” ว่าหมายถึงอะไรกันแน่

อ่านเพิ่มเติม: Met Gala 2025: รายชื่อแขก ธีมการแต่งกาย ความหมาย และรายละเอียดที่ควรรู้ก่อนงานพรมแดงสำคัญ

1. Camp: Notes on Fashion (2019)

The vibe: ความยิ่งใหญ่ ความประชดประชัน ความไร้สาระที่ไร้ซึ่งเหตุผล

Best described as: แต่ง Drag ไปทานบรันช์มือสายกับ Oscar Wilde

ธีมนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความเรื่อง “Notes on Camp” ของ Susan Sontag ในปี 1964 ทำให้แม้แต่ผู้สื่อข่าวสายแฟชั่นที่ช่ำชองก็ยังรู้สึกตื่นเต้น เป็นความหรูหราเกินเหตุหรือไม่ เป็นการเสียดสีหรือไม่ เป็น Celine Dion ที่สวมเครื่องหัวแบบระย้าหรือไม่ (ใช่เลย) ตั้งแต่การแสดงเปลี่ยนชุดสี่องก์ของ Lady Gaga ไปจนถึง Billy Porter ที่มาในเสื้อผ้าสีทองพร้อมชายเปลือยท่อนบน แคมป์คืองาน Met Gala ที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและน่าจดจำที่สุด

2. Heavenly Bodies: Fashion and the Catholic Imagination (2018)

The vibe: ชิคในสไตล์วาติกัน ทองคำ และความรู้สึกผิด

Best described as: หากพิธีมิสซาวันอาทิตย์ได้รับการกำกับโดย Baz Luhrmann

มีไม่กี่ธีมที่สามารถเดินข้ามเส้นบางๆ ระหว่างความศักดิ์สิทธิ์กับแฟชั่นได้อย่างสง่างามเท่านี้ Met Gala ในปีนั้นร่วมงานโดยตรงกับนครรัฐวาติกัน พร้อมการหยิบยืมโบราณวัตถุที่ไม่เคยออกจากโรมมานานนับศตวรรษ แต่สุดท้ายนั้นบนพรมแดงที่ได้ถูกขโมยซีนทั้งหมดโดย Rihanna ในชุดคลุมพระสันตะปาปา, Zendaya ในลุค Jeanne d’Arc และ Lana Del Rey กับมงกุฎรูปหัวใจถูกหนามแทง มันทั้งเคารพและท้าทายไปพร้อมกัน น่าจะเป็นเหตุการณ์ แฟชั่นในรูปแบบที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

3. Manus x Machina: Fashion in an Age of Technology (2016)

The vibe: ซิลิคอนแวลลีย์พบแฟชั่นเฮาส์ Chanel

Best described as: “Siri ช่วยแมตช์ลุคให้หน่อย”

ธีมสุดล้ำนี้เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ผสานระหว่างเทคโนโลยีกับศิลปะโอต์กูตูร์แบบดั้งเดิม Claire Danes สะกดทุกสายตาในชุดไฟเบอร์ออปติกจาก Zac Posen ที่เปล่งแสงได้จริง Zayn มาในลุคแขนกลหุ่นยนต์ ส่วน Karolina Kurkova สวมชุดสุดอัจฉริยะจาก IBM ที่เปลี่ยนสีตามฟีดแบ็คจากโซเชียลมีเดีย เป็นครั้งหนึ่งที่โลกแฟชั่นเขียนโค้ดได้ล้ำกว่าเหล่าเทคบอยซะอีก

4. Superheroes: Fashion and Fantasy (2008)

The vibe: Comic Con เวอร์ชั่น Karl Lagerfeld

Best described as: เสื้อคลุม ชุดรัดตัว และความโกลาหลแบบโอตกูตูร์

ก่อนที่ MCU จะครองโรงภาพยนตร์ Met Gala ก็อินกับกลิ่นอายคอมิกส์มาก่อนแล้ว เต็มไปด้วยโทนเมทัลลิก ชุดเกราะ และซิลูเอตสุดแกร่ง Beyoncé สวม Mugler ในลุคสุดเฟียร์ส Madonna ปรากฏตัวด้วยพลังโดมินาทริกซ์จาก Givenchy และทั้งค่ำคืนนั้นก็คือการชนกันของก็อตแธมซิตี้กับรันเวย์ปารีสแฟชั่นวีกแบบไม่มีใครยอมใคร

5. Punk: Chaos to Couture (2013)

The vibe: หนัง หมุด และเข็มกลัดที่ปลอมตัวเป็นคริสตัล Swarovski

Best described as: อนาธิปไตยในลุคที่ Anna Wintour ยังต้องยอม

มีไม่กี่ธีมของ Met Gala ที่สร้างทั้งความสับสนและการลุกฮือของโอต์กูตูร์ได้เท่ากับ Punk—หนึ่งในธีมที่แตกแยกความเห็นที่สุดในประวัติศาสตร์ งานนี้เปิดพื้นที่ให้การกบฏอย่างมีสไตล์...แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าใจโจทย์ Madonna มาในถุงน่องตาข่ายแบบไร้กางเกง Nicole Richie ปรากฏตัวพร้อมผมสีเงินล้ำยุค ส่วนบางคนดูเนี๊ยบเกินไปจนหลุดธีมไปเลย ถึงอย่างนั้น ค่ำคืนนั้นก็เต็มไปด้วยดราม่า การต่อต้าน และความโกลาหลพอสมควรสมชื่อ Punk

6. China: Through the Looking Glass (2015)

The vibe: ความหรูหราแบบภาพยนตร์เอเชีย ผ้าไหม ทรงผม และจินตนาการเหนือจริง

Best described as: ภาพยนตร์ John Woo ฉบับดีไซน์โดย Balmain

ธีมนี้ทั้งวิจิตรตระการตา ชวนฝัน และแน่นอนว่าก่อให้เกิดคำถามในประเด็นความเหมาะสมทางวัฒนธรรม มันว่าด้วยอิทธิพลของวัฒนธรรมจีนที่มีต่อดีไซน์ตะวันตก และเปิดบทสนทนาจำเป็นเกี่ยวกับ cultural appropriation หรือการยกย่องวัฒนธรรม โชคดีที่หลายคนให้เกียรติงานฝีมือจีนอย่างจริงใจ โดยเฉพาะ Rihanna ที่ปรากฏตัวในชุดสีเหลืองทองของ Guo Pei หนัก 55 ปอนด์ ใช้เวลาสองปีในการรังสรรค์ และอีกนานเท่าไรก็ไม่มีใครลืมได้

 

 

7. The House of Chanel (2005)

The vibe:  ผ้าทวีด ไข่มุก และความสง่างามอันเย้ายวน

Best described as: ตู้เสื้อผ้าของ Coco พร้อมรายชื่อแขก

การสดุดีอันหาได้ยากต่อแฟชั่นเฮาส์เพียงหนึ่งเดียว งาน Met Gala ปีนี้ที่ได้รับการอนุมัติจาก Karl Lagerfeld เอง คือจินตนาการแบบโมโนโครมที่กลายเป็นจริง ด้วย Anna Wintour และ Karl Lagerfeld เป็นผู้นำทิศทาง ตลอดค่ำคืนคือบทเรียนเข้มข้นในภาษาดีไซน์ของ Chanel คือ สง่างาม และไร้ที่ติในทุกรายละเอียด

8. The Glory of Russian Costume (1976)

The vibe: ความหรูหราแบบโรมานอฟพบกับความหรูหราเกินจริงในยุคดิสโก้

Best described as: Fabergé Egg (ไข่ฟาแบร์เช) พร้อมแสงไฟ Studio 54

นานก่อนที่คำว่า "ความหรูหราแบบเงียบสงบ" จะกลายมาเป็นคำฮิตในสมัยนั้น งาน Met Gala ก็ได้กลายเป็นงานสไตล์จักรวรรดินิยมเต็มรูปแบบ นิทรรศการนี้ได้แรงบันดาลใจจากความยิ่งใหญ่ของซาร์และกลิ่นอายแบบพื้นบ้าน โดยได้หยิบยืมชุดราชสำนักรัสเซียที่สั่งสมมาหลายศตวรรษมาจัดแสดง ลองนึกถึงผ้าไหม ผ้าเซเบิล งานปัก และทองที่แวววาวราวกับโดมหัวหอมในแสงจันทร์ ไดอานา วรีแลนด์ ผู้ดูแลการแสดงได้นำความอลังการมาสู่ทุกๆ ตารางนิ้วของการแสดง ชุดราตรี? หรูหราสุดขีด? เครื่องประดับ? ของจริง? บรรยากาศ? การผสมผสานระหว่าง ราชวงศ์ กับดอสโตเยฟสกี (Dostoyevsky)

9. AngloMania: Tradition and Transgression in British Fashion (2006)

The vibe: การกบฏแบบพังก์ที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อโค้ตทวีด

Best described as: เมื่อพระราชวังบักกิงแฮมไปปาร์ตี้กับตลาดแคมเดนแล้วดริ้งนิดๆ

ในแบบฉบับของชาวอังกฤษอย่างแท้จริง AngloMania คือการเฉลิมฉลองทั้งความเป็นราชวงศ์และความโกลาหลไปพร้อมกัน นิทรรศการนี้เล่นสนุกด้วยการผสมผสานสไตล์อังกฤษตลอดหลายศตวรรษ ตั้งแต่ฉลองพระองค์ของกษัตริย์ สูทหรูจาก Savile Row ไปจนถึงลาย tartan, ผ้ายาง latex และเข็มกลัดนิรภัย นำเสนอความคลาสสิกที่ถูกบิดให้มีรสชาติของความเป็นอนาธิปไตย ชุดคูตูร์แนวพังก์ของ Vivienne Westwood ถูกจัดแสดงเคียงข้างคอร์เซ็ตรัดทรงแบบเอ็ดเวิร์เดียน ส่วนหุ่นโชว์ก็กำมงกุฎพร้อมสายรัดหนังอย่างกับว่าวันอังคารธรรมดาในลอนดอน

บนพรมแดงเองก็มีหลายลุคชวนตาค้าง ดีไซเนอร์หลายคนผลักขีดจำกัด แต่คนดังกลับเล่นปลอดภัยอยู่บ้าง (แม้ว่า ลุค ทาร์ทัน ของ Sarah Jessica Parker จาก Alexander McQueen จะยังคงตราตรึงไม่รู้ลืม) AngloMania คือบทสดุดีต่อความกวนแบบผู้ดีอังกฤษ และพิสูจน์ให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์แฟชั่นไม่จำเป็นต้องเรียบร้อยเสมอไป มันอาจจะเสียงดัง ประหลาด และกบฏอย่างสูงศักดิ์ได้เช่นกัน

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย