การเคลื่อนไหวแฟชั่นในแวดวงเทนนิสที่เป็นการแสดงออกถึงวัฒนธรรม ตัวตนของเหล่านักกีฬาและความมีชีวิตชีวา ตั้งแต่ยุคการแต่งชุดขาวหัวจรดเท้าในทศวรรษ 1900s มาจนถึงเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์จากแบรนด์ลักซ์ชูรีแบบที่เห็นกันในวันนี้
ในการแข่งขัน US Open 2024 นี้ อดีตมือวางอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Naomi Osaka (นาโอมิ โอซากะ) หวนคืนสู่คอร์ตอย่างแสนโดดเด่นในเครื่องแต่งกายสไตล์โลลิต้าที่ออกแบบเพื่อเธอเป็นการเฉพาะ และถือเป็นการคารวะต่อรากเหง้าความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชุดนี้ได้รับการออกแบบโดย Yoon Ahn แห่งแบรนด์ Ambush ซึ่งออกแบบสร้างสรรค์ร่วมกับ Nike โดยชุดสีเขียวและขาวที่โดดเด่นของ Naomi Osaka ประกอบด้วยเสื้อแขนกุดที่จับคู่กับกระโปรงผ้าโปร่งจับระบายเป็นชั้นๆ ตกแต่งลูกไม้และโบว์ขนาดโอเวอร์ไซส์ เครื่องแต่งกายสไตล์ฮาราจูกุที่หวานแกมสุภาพนี้ยังได้ถูกฟินิชลุคด้วยเฮดโฟน Beats ประดับระบาย และรองเท้า Nike ที่ทำขึ้นให้เธอโดยเฉพาะด้วยสีสันโทนเดียวกับชุดประดับโบว์ที่น่ารักน่าเอ็นดูที่ด้านหลังส้นรองเท้า
อ่านเพิ่มเติม: Asia’s Most Stylish 2024: พบกับเหล่าซูเปอร์สตาร์วงการแฟชั่น ผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ของสไตล์

Above Naomi Osaka ที่การแข่งขัน US Open 2024 ในนิวยอร์ก (ภาพ: Getty Images / @Mike Stobe)

Above Naomi Osaka ที่การแข่งขัน US Open 2024 ในนิวยอร์ก (ภาพ: Getty Images / @Luke Hales)
Naomi Osaka (นาโอมิ โอซากะ) กับลุคใหม่ๆ ในการแข่งขันแมตช์ที่สองเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเธอปรากฏตัวในชุดแบบเดียวกันแต่เป็นสีดำและขาวที่ประดับโบว์สุดอลังการและกระโปรงผ้าโปร่งจับระบายสีขาวที่สะดุดตาไม่แพ้ชุดแรก
แม้เธอจะตกรอบสอง แต่ Naomi ในชุดเครื่องแต่งกายของเธอก็ชนะเลิศด้านเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล อันที่จริงชุดของเธอจุดประกายให้เราย้อนกลับไปสำรวจในแต่ละทศวรรษที่ผ่านมาเพื่อได้เห็นพัฒนาการของแฟชั่นชุดเทนนิส จากที่เน้นการใช้งานไปสู่การแสดงออกถึงความเป็นตัวตนและกระทั่งการป่าวประกาศในเชิงวัฒนธรรม
จากชุดขาวเนี้ยบกริบไปจนถึงงานดีไซน์โดดเด่น ตามไปดูกันว่าแฟชั่นวงการเทนนิสได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง กับเรื่องราวการเดินทางของกีฬาประเภทนี้จากคันทรีคลับสุดเอ็กซ์คลูซีฟไปสู่เวทีระดับโลก เพราะในช่วงเวลาที่ไม้เทนนิสและเทคนิคการเล่นได้ถูกพัฒนาให้ทันสมัยขึ้นอย่างต่อเนื่อง เครื่องแต่งกายในสนามเองก็เช่นกัน
ทศวรรษ 1900s ถึง 1920s

Above Suzanne Lenglen ในสนามแข่ง (ภาพ: Getty Images)
ช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ เครื่องแต่งกายในการเล่นเทนนิสเน้นไปที่ความเหมาะสมและการใช้งานได้จริง ผู้หญิงดูงดงามบนคอร์ตในชุดกระโปรงยาว คอร์เซต และหมวกปีกกว้าง ในขณะที่พวกผู้ชายใส่กางเกงขายาวผ้าสักหลาดและเสื้อเชิ้ตตัวโก้
เดรสโค้ดในการแต่งสีขาวทั้งตัวซึ่งกลายเป็นประเพณีและเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการแข่งขัน Wimbledon ก็เริ่มมีขึ้นในยุคนี้ สีขาวไม่เพียงสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่ยังช่วยอำพรางรอยเปื้อนเหงื่อ ซึ่งช่วยรักษาภาพลักษณ์อันภูมิฐานของผู้เล่นได้เป็นอย่างดี
ต่อมาในทศวรรษ 1920s มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่เสื้อผ้าที่ใช้งานได้จริงมากขึ้น Suzanne Lenglen นักเทนนิสคนดังชาวฝรั่งเศสทำให้คนดูตกใจด้วยการใส่กระโปรงพลีตยาวประมาณน่องและเสื้อแขนสั้น ซึ่งเป็นการวางมาตรฐานใหม่ให้กับแฟชั่นชุดนักกีฬาเทนนิสหญิง
ทศวรรษ 1930s ถึง 1940s

Above Rene Lacoste นักเทนนิสชาวฝรั่งเศสเมื่อปี 1929 (ภาพ: Getty Images / @Keystone View Company)
ทศวรรษ 1930s เป็นยุคแห่งการปฏิวัติการแต่งกายในการเล่นเทนนิส โดยมีหัวหอกคือ Rene Lacoste แชมป์เทนนิสชาวฝรั่งเศส เมื่อปี 1933 เขาก่อตั้งแบรนด์ชุดกีฬาหรูหราที่ชื่อ Lacoste และทำให้เกิดความนิยมในเสื้อโปโลผ้าคอตตอนปิเกต์แขนสั้นตกแต่งด้วยโลโก้รูปจระเข้ที่จดจำได้อย่างง่ายดาย ซึ่งปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องแต่งกายในการเล่นเทนนิสไปแล้ว

Above Gertrude ‘Gussie’ Moran ในการแข่งขันวิมเบิลดันเมื่อปี 1949 (ภาพ: Getty Images / @Barratts)
ยุคนี้ยังเป็นยุคเฟื่องฟูของชุดเทนนิสที่มีซิลูเอตเรียบง่ายแต่สวยงาม ซึ่งกลายมาเป็นเครื่องแต่งกายหลักทั้งในและนอกคอร์ต รวมถึงกระโปรงเทนนิสที่ดูเรียบร้อยและเหมาะสมอีกด้วย
จากนั้นเมื่อปี 1949 ดาวเด่นด้านเทนนิสชาวอเมริกันอย่าง Gertrude ‘Gussie’ Moran ซึ่งอาจถือว่าเป็นนักเทนนิสหญิงคนแรกที่ทำให้โลกแห่งแฟชั่นมาเจอะเจอกับกีฬาเทนนิส ได้ทำให้โลกอันเคร่งขรึมของกีฬาเทนนิสต้องตื่นตกใจครั้งใหญ่เมื่อเธอแหกกฎของการแข่งขัน Wimbledon ด้วยการใส่กระโปรงเหนือเข่า และทันทีที่เธอเริ่มเล่น กระโปรงก็ร่นขึ้นและเผยให้เห็นกางเกงชั้นในขลิบริมลูกไม้ที่อยู่ภายใต้กระโปรงนั้น!
ทศวรรษ 1950s ถึง 1960s
เมื่อต่อมาบรรทัดฐานทางสังคมเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น เครื่องแต่งกายสำหรับกีฬาเทนนิสก็เช่นกัน ทศวรรษ 1950s และ 1960s เผยให้เห็นว่าชายกระโปรงเริ่มร่นสูงขึ้นและรูปทรงของชุดก็เริ่มพอดีตัวขึ้น กระโปรงเทนนิสเริ่มสั้นขึ้นมากในขณะที่พวกผู้ชายก็เปิดรับกางเกงที่ขาสั้นขึ้น
ในยุคนี้เรายังได้เห็นกลิ่นอายของการใส่ลูกเล่นที่มีสีสัน โลโก้ และแอกเซสเซอรีที่ไม่โฉ่งฉ่างเข้ามา แม้ว่าสีสันหลักๆ จะยังเป็นสีขาวก็ตาม โดยมีนักกีฬาอย่าง Billie Jean King ที่เริ่มแต่งกายด้วยสไตล์ที่เตะตามากขึ้น
ทศวรรษ 1970s ถึง 1980s
ทศวรรษนี้นำมาซึ่งการปฏิวัติที่แสนจะมีชีวิตชีวาในวงการเทนนิส นักกีฬาอย่าง Björn Borg และ John McEnroe ท้าทายธรรมเนียมปฏิบัติด้วยสไตล์การแต่งกายที่ฉูดฉาดบาดตาของพวกเขา ผ้าคาดศีรษะและเสื้อโปโลพอดีตัวอันเป็นสัญลักษณ์ของ Björn Borg กลายเป็นตัวแทนของความเท่ ในขณะที่ทัศนคติแบบจอมขบถของ John McEnroe สะท้อนให้เห็นในลุคสุดโฉบเฉี่ยวและพฤติกรรมบนคอร์ตของเขา

Above Chris Evert เมื่อปี 1973 (ภาพ: Getty Images / @Bettmann Archive)
วงการเทนนิสหญิงได้เห็นการเพิ่มขึ้นของเสื้อผ้าที่ดูเป็นผู้หญิงแต่ใช้งานได้จริงมากขึ้น และเป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะชุดแสนเก๋ของ Chris Evert ที่ดูเหมาะเจาะกับแอกเซสเซอรีที่ดูเข้ากัน
อ่านเพิ่มเติม: ลุคแนวสปอร์ตแสนเก๋ของ Rosé วง Blackpink แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่ของ Puma
ทศวรรษ 1990s และ 2000s
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคมิลเลนเนียมนำมาซึ่งยุคแห่งเนื้อผ้าที่เปี่ยมสมรรถภาพสูงและงานดีไซน์แสนล้ำยุค วัสดุที่ดูดซับและขจัดความชื้นจากผิวหนังอย่างรวดเร็ว การปกป้องรังสียูวี และคัตติ้งที่เน้นเรื่องอากาศพลศาสตร์ ทั้งหมดนี้กลายมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
Venus และ Serena Williams ไม่เพียงมีอิทธิพลอย่างมากในวงการกีฬา แต่ยังปฏิวัติแฟชั่นการแต่งกายของกีฬาเทนนิสด้วยเครื่องแต่งกายเฉพาะตนที่โดดเด่น ซึ่งบ่อยครั้งท้าทายข้อจำกัดของเครื่องแต่งกายในวงการเทนนิสแบบเดิมให้กล้าปรับเปลี่ยนมากยิ่งขึ้นไปอีก
ทศวรรษ 2010s จนถึงปัจจุบัน
มาวันนี้ แฟชั่นในวงการเทนนิสได้มาอยู่แถวหน้าในแง่ของนวัตกรรม สะท้อนการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบของสไตล์ สมรรถนะ และการสร้างแบรนด์บุคคล ผู้เล่นตัวท็อปได้ร่วมงานกับดีไซเนอร์ชั้นนำเพื่อสร้างสรรค์ลุคอันเป็นซิกเนเจอร์ที่ทั้งสร้างความโดดเด่นพอๆ กับที่ยกระดับเรื่องสมรรถนะในการเล่นกีฬาอีกด้วย
ชุดกีฬาสั่งตัดเฉพาะบุคคลถือว่าจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักกีฬาชั้นนำและสปอนเซอร์ของพวกเขา อาทิ Rafael Nadal กับ Nike, Roger Federer กับ Uniqlo และ Leylah Fernandez กับ Lululemon เป็นต้น
นับตั้งแต่งานดีไซน์เปี่ยมนวัตกรรมที่ใส่ได้ทั้งในสนามกีฬาและบนท้องถนนของ Nike ไปจนถึงงานสร้างสรรค์ที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมของ Stella McCartney ที่ร่วมงานกับ Adidas ทำให้เห็นว่าแฟชั่นแบรนด์หรูได้หันมาสร้างที่มั่นในวงการชุดเทนนิสกันแล้ว
การผสมผสานแฟชั่นชั้นสูงและสมรรถนะชั้นสูงเข้าด้วยกันไม่เพียงจะช่วยยกระดับการเล่นของนักกีฬา แต่ยังดึงดูดกลุ่มผู้ชมที่สนใจเรื่องสไตล์และนักกีฬามือสมัครเล่นอีกด้วย และเมื่อเรามองไปในอนาคต สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ แฟชั่นชุดเทนนิสจะยังคงปรับเปลี่ยนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และพร้อมเสิร์ฟสไตล์ใหม่ๆ ที่สะท้อนทั้งจิตวิญญาณของเกมการแข่งขันไปพร้อมๆ กับจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยของพวกเราอีกด้วย
This story was originally written in English by Sabrina Low.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2024 โดย Sabrina Low โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Nina และ Gvantsa Macharashvili พูดคุยถึงดีไซน์ 'โบว์คู่' ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Mach & Mach
Stella McCartney จากวันที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘ยัยเพี้ยนบ้าสิ่งแวดล้อม’ สู่การเป็น ‘นักรบเพื่อสิ่งแวดล้อม’
การทำตามฝัน รองเท้ารุ่น Cleo อันเป็นตำนาน และวันนี้ที่แบรนด์ René Caovilla ได้มาถึงกรุงเทพฯ

















