Cover L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)

L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่

L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงาม ชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งจับมือกับพันธมิตรค้าปลีกในการสร้างความตระหนัก เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเห็นทางเลือกผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลชัดขึ้นและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวกมากขึ้น ทั้งการซื้อหน้าร้านและช่องทางออนไลน์

ปัจจุบัน ความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่ยั่งยืนของผู้บริโภคนั้นเด่นชัดมากขึ้น จากผลสำรวจล่าสุดโดย KANTAR พบว่าผู้บริโภคทั่วโลกสูงถึง 84% ต้องการเลือกสิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ความตระหนักรู้ในเรื่องผลิตภัณฑ์แบบรีฟิล ตลอดจนช่องว่างระหว่าง 'ความตั้งใจ' กับ 'การลงมือทำจริง' ของผู้บริโภคยังคงเป็นโจทย์ท้าทาย ซึ่งแคมเปญนี้จะช่วยแก้ปัญหาด้วยการทำให้ผู้บริโภคค้นพบและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น สร้างความมั่นใจในเรื่องความสะดวกและประสิทธิภาพในการใช้งาน พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าด้านราคาของผลิตภัณฑ์รีฟิลอย่างชัดเจน

อ่านเพิ่มเติม: อัปเดตไอเทมความงามน่าใช้ประจำฤดูกาล

Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)
Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)
Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)
Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)

แคมเปญปี 2026 นี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของลอรีอัลว่า ความงามแบบรีฟิลจะต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ในทุกระดับราคา ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยมีการทำงานในทั้ง 4 แผน

  • L'Oréal Groupe ยกระดับแคมเปญ #JoinTheRefillMovement สู่ปีที่ 3 ด้วยการผนึกกำลังครั้งใหญ่ที่สุด ด้วยความมุ่งมั่นสูงสุด แคมเปญเพื่อความยั่งยืนระดับองค์กรที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมานี้ ครอบคลุม 4 แผนกผลิตภัณฑ์ 18 แบรนด์ และ 28 ผลิตภัณฑ์ รวมถึงอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมแคมเปญนี้เป็นครั้งแรก
  • แคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อต้อนรับ World Refill Day ในวันที่ 16 มิถุนายน โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว น้ำหอม เมกอัพ และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และออกแบบมาเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่าง 'ความตั้งใจ' และ 'การลงมือทำจริง' ของผู้บริโภคกว่า 84% ที่ระบุว่าต้องการเลือกแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนยิ่งขึ้น
  • บรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าของลอรีอัลในด้านความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากโครงการ L’AcceleratOR มูลค่า 100 ล้านยูโรของบริษัท ซึ่งรวมถึงการร่วมลงทุนเพื่อผลักดันและขยายขนาดการผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต (Next-Generation Packaging Materials) ให้ใช้งานได้จริงในวงกว้าง
  • ในประเทศไทย L'Oréal Groupe นำเสนอผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ จากทั้ง 4 แผนกผลิตภัณฑ์ และมีแผนเพิ่มจำนวนขึ้น
Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)
Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)
Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)
Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)

โดยแคมเปญปีนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมใน World Refill Day ในวันที่ 16 มิถุนายน โดยระดมผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต่าง ๆ รวม 28 ผลิตภัณฑ์ มาร่วมสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดียนกของบริษัท ซึ่งชูโรงด้วยแผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง (L'Oréal Luxe) ที่สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการรีฟิลผลิตภัณฑ์ความงามกลุ่มลักซ์ชูรี ทั้งน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง (L'Oréal Dermatological Beauty) นำเสนอทางเลือกรีฟิลผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่แพทย์ผิวหนังไว้วางใจ แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ (Professional Products Division) เสนอผลิตภัณฑ์รีฟิลดูแลเส้นผมระดับพรีเมียม และ แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค (Consumer Products Division) ที่นำแบรนด์ระดับมหาชนมาร่วมด้วย

ผลิตภัณฑ์รีฟิลของลอรีอัลมาพร้อมตัวเลขยืนยันที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถวัดผลลัพธ์จากการตัดสินใจรักษ์โลกของตนเองได้ทันทีตั้งแต่การรีฟิลครั้งแรกไม่ต้องคาดการณ์หรือเชื่อคำมั่นสัญญาตัวอย่างเช่น

  • ครีมบำรุงผิว Lancôme Absolue Longevity Soft Cream: ซื้อรีฟิล 1 ชิ้น แทนการซื้อกระปุกใหม่ จะช่วยลดการใช้วัสดุแก้วลงได้ถึง 100% ลดการใช้โลหะ 95% พลาสติก 42% และกระดาษแข็ง 36%
  • น้ำหอม YSL Libre EDP: ซื้อขวดรีฟิล 100ml แทนการซื้อขวดใหม่ขนาด 50ml สองขวด ช่วยลดการใช้วัสดุโลหะ100% พลาสติก 59% แก้ว 58% และกระดาษแข็ง 42%
  • ออยล์บำรุงผม Kérastase Elixir Ultime หรือ Chronologiste: ซื้อไส้รีฟิลมาใส่ขวดเดิมได้ไม่รู้จบ ช่วยลดการใช้วัสดุแก้ว 100% และ พลาสติก 58%
  • CeraVe Moisturising Lotion ขวดใหญ่ หรือครีมทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกาย: เลือกซื้อถุงเติม 473ml แทนการซื้อขวดปั๊มใหม่ ช่วยลดการใช้พลาสติก 77%

Blanca Juti ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการองค์กรและสื่อสารสัมพันธ์ ของ L'Oréal Groupe กล่าว "ด้วยการผนึกกำลังการสื่อสารระดับโลกของ 18 แบรนด์ และ 28 ผลิตภัณฑ์ เรากำลังพิสูจน์ว่าผลิตภัณฑ์ความงามแบบรีฟิลได้เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทุกระดับราคา และทุกช่องทาง เรามุ่งหวังที่จะช่วยให้ผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมได้อย่างง่ายดาย ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รีฟิล โดยไม่ต้องลดทอนความพึงพอใจ ในทางเลือกที่ยอดเยี่ยมกว่า ทั้งในแง่ของการลดผลกระทบต่อโลกและความคุ้มค่าด้านราคา”

Ezgi Barcenas ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของ L'Oréal Groupe กล่าว "ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมความงามระดับโลก การผลักดันให้นวัตกรรมการหมุนเวียนทรัพยากรเกิดขึ้นจริงในระดับสากลคือความรับผิดชอบของเรา โดยการผลักดันให้บรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ต้องอาศัยการพัฒนาขั้นพื้นฐานตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างพันธมิตรค้าปลีกและการสื่อสารกับผู้บริโภค เรายังมีสนับสนุนโครงการ L’AcceleratOR เพื่อเสาะหา ทดสอบ และพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมวัสดุและระบบบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง"

อ่านเพิ่มเติม: L'Oréal Groupe ประกาศต่อยอด 'Melasyl™' นวัตกรรมโมเลกุลเอกสิทธิ์สู่ 7 สกินแคร์ L'Oréal Paris และ La Roche-Posay

Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)
Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)

นอกจากนี้ L'Oréal Groupe ยังมีการลงทุนในด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิล โดยมีการจัดตั้งฐานการผลิตระบบรีฟิลเฉพาะทางที่โรงงานในโกชี (Gauchy) และโอลเนย์ (Aulnay) สำหรับกลุ่มน้ำหอม โรงงานในบูร์โกส (Burgos) สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และโรงงานในวิชี (Vichy) สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มทางเลือกผลิตภัณฑ์แบบรีฟิลได้มากถึง 3.7 เท่า ระหว่างปี 2019 ถึง 2025 นอกจากนี้ โครงการ L’AcceleratOR ของ L'Oréal Groupe ยังคงเดินหน้าสนับสนุนสตาร์ทอัพและผู้พัฒนานวัตกรรมในการค้นหาโซลูชันบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต เช่น บรรจุภัณฑ์จากสาหร่าย พลาสติกชีวภาพจากอ้อย และขวดกระดาษรีไซเคิล

Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)
Tatler Asia
Above L'Oréal Groupe ปฏิวัติวงการความงามชวนผู้บริโภคทั่วโลกร่วมแคมเปญ #JoinTheRefillMovement ยกระดับความงามที่ยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลครั้งยิ่งใหญ่ (ภาพ: L'Oréal Thailand)

สำหรับในประเทศไทย L'Oréal Groupe ได้ส่งมอบทางเลือกความงามที่ยั่งยืนผ่านบรรจุภัณฑ์รีฟิลในทุกแผนกผลิตภัณฑ์ รวมกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ โดยผู้บริโภคชาวไทยสามารถเริ่มเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์แบบรีฟิลได้ง่ายๆ กับบิวตี้ไอเทมยอดนิยมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์กู้ผิวสตรองอย่าง CeraVe, เจลล้างหน้าจาก La Roche-Posay, เซรั่มและครีมในตำนานจาก Lancôme และ Kiehl's ไปจนถึงน้ำหอมสุดหรูจาก YSL และ Giorgio Armani พร้อมร่วมมือกับร้านค้าพันธมิตรและแพล็ตฟอร์มจัดแคมเปญสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการขาย เพื่อปลุกกระแสความงามแบบรีฟิล และส่งมอบทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค เพื่อสร้างความงามที่ขับเคลื่อนโลกตามพันธะสัญญาความยั่งยืน


อ่านเพิ่มเติม: 

หลากหลายไอเท็มบำรุง เพื่อผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำโกลว์ แลดูสดชื่น และอ่อนเยาว์ พร้อมฟื้นฟูสุขภาพผิวจากภายใน

จากกลิ่นฟลอรัลโปร่งเบา ไปจนถึงกลิ่นหอมหวาน นี่คือลิสต์ 5 น้ำหอมกลิ่นมะม่วงที่ดีที่สุดสำหรับซัมเมอร์นี้

กอล์ฟ-แก๊ป-เก๋ สามพี่น้องทีฆคีรีกุล ผู้บริหาร Karmart กับการพาบิวตี้โปรดักต์ไทยไปสู่เวทีโลก

Pornprathan Chaikorngosol
Branded Content Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

พรประทาน ชัยกรโกศล Branded Content Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ร่วมกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน งานแปล งานสัมภาษณ์ งาน Production ภาพและวิดีโอ ตลอดจนการถ่ายแฟชั่นเซ็ท และยังดูแลในส่วนของ Style ด้วยเช่นกันทั้งบางส่วนในเล่ม ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย