แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาสัญชาติสวิสเปิด แฟลกชิปสโตร์ ที่สนามบิน Jewel Changi Airport ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Martin Hoffmann ได้สะท้อนถึงความเป็นผู้นำและการเติบโตของ On ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไม่กี่วันก่อนที่ Tatler จะได้พบกับ CEO ของ On ในงานอีเว้นท์ มีวิดีโอหนึ่งบน TikTok ดึงดูดสายตาของเราเป็นพิเศษ แคปชั่นของวิดีโอเขียนว่า “POV: วิธีที่ดีที่สุดในการสังเกตผู้ซื้อจริงที่ Art Basel Preview” กล้องหมุนสำรวจฝูงชน VIP ของงาน แสงสะท้อนบนเงาที่คุ้นตาอยู่หลายครั้ง และเราพบว่ารองเท้า On Cloud ไม่ใช่รองเท้าที่นักกีฬาใส่ แต่เป็นของกลุ่มผู้ชายที่อาจสะสม Warhol และลงทุนในไวน์
ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องลับอีกต่อไปว่า On กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะ ที่ราคายังจับต้องได้มากกว่ารองเท้าจากแบรนด์หรูบางแห่ง แต่ก็เต็มไปด้วย ความนิยมทางวัฒนธรรม การใส่ On คือการส่งสัญญาณถึงความชอบใน ประสิทธิภาพสูงและดีไซน์เรียบง่าย และยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มองเห็นได้ชัด คือพื้นรองเท้าที่มีรูพรุน ดูเหมือนถูกออกแบบในลักษณะ negative space
โดยเรื่องราวทั้งหมดเริ่มจาก Olivier Bernhard อดีตนักไตรกีฬาอาชีพ และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง On ที่ตั้งใจจะสร้างความรู้สึกของการลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล เขาเริ่มทดลองโดยตัดท่อสวนมาประกอบกับพื้นรองเท้าต้นแบบ รูร่องเฉพาะตัวเหล่านี้กลายเป็นต้นกำเนิดของรองเท้าวิ่งแบบใหม่ พร้อมเทคโนโลยีจดสิทธิบัตรนั่นคือ CloudTec
อ่านเพิ่มเติม: 7 สนามบินดีไซน์สุดล้ำ ที่สวยจนกลายเป็นจุดหมายปลายทางในตัวเอง

Above ร้าน On ที่ไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ระดับเวิร์ลคลาส Jewel Changi Airport
กว่า 10 ปีหลังจากการเปิดตัวในเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ On ตอนนี้มีจำหน่ายแล้วในกว่า 80 ประเทศ และมี โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ เซนดายา เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา On ได้ขยายฐานสำคัญในภูมิภาคด้วยการเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ Jewel Changi Airport ประเทศสิงคโปร์
แฟลกชิปสโตร์แห่งนี้มีสองชั้น ออกแบบโดยผสานสถาปัตยกรรมแบบเคลื่อนไหว (kinetic architecture) กับแสงสว่างโปร่งสบายและวัสดุที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติภายในร้าน การตกแต่งภายในสะท้อนเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะของแบรนด์ Rebecca Cai ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ On กล่าวว่า ร้านได้แรงบันดาลใจจากเส้นขอบฟ้าริมน้ำของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเส้นทางวิ่งยอดนิยมของเหล่านักวิ่งในท้องถิ่น “เราได้นำแรงบันดาลใจจากสิงคโปร์มาปรับใช้ เรารู้ว่าคนชอบวิ่งรอบ Marina Bay ดังนั้นเราจึงคิดว่าแสงสะท้อนบนผิวน้ำเป็นอย่างไร และเราจะจำลองสิ่งนั้นในดีไซน์ได้อย่างไร”
ร้านนี้ถือเป็นสวรรค์ของนักวิ่ง ด้วย Magic Wall ที่ให้ลูกค้าลองรองเท้าในแบบที่ต้องการ มีจอแสดงผลเชิงโต้ตอบที่ช่วยอธิบายเทคโนโลยีของ On และมีโซนสินค้าที่จัดตามประเภทกีฬา ตั้งแต่การวิ่งเทรลไปจนถึงเทนนิส ที่ชั้นบนจะมีคอลเล็กชั่นของ Zendaya อยู่ร่วมกับไลน์ไลฟ์สไตล์ เช่น Cloudtilt, Cloud 6 และแม้กระทั่งรองเท้าเด็กขนาดกะทัดรัด ส่วนชั้นล่างจะจัดวางรองเท้าไอคอนอย่าง Cloudmonster และ Cloudrunner ร่วมกับคอลเล็กชันเสื้อผ้า LightSpray ใหม่ ซึ่งออกแบบมาสำหรับสภาพอากาศร้อนและชื้น
ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อกลุ่มเล็กก่อนการเปิดร้านหลายสัปดาห์ Martin Hoffmann เล่าว่า เขาเริ่มทำงานที่ On ร่วมกับ Mark Maurer อดีตซีอีโอร่วมของ On ที่ลาออกในเดือนมิถุนายน หลังจากการลาออกของ Mark Maurer บริษัทจึงปรับโครงสร้างเป็นซีอีโอคนเดียว โดย Martin Hoffmann รับหน้าที่บริหารแบรนด์เพียงผู้เดียว

Above ร้าน On สองชั้นมีโคมไฟที่สะท้อนพื้นผิวสะท้อนแสงของเส้นขอบฟ้าและแม่น้ำสิงคโปร์
“ตอนแรกผมเริ่มจากตำแหน่ง Chief Financial Officer” Martin Hoffmann เล่า “มันแทบจะเป็นบทบาทหลัก แต่ในบริษัทเล็กๆ คุณต้องทำทุกอย่าง” ความเป็นนักสู้ในช่วงแรกๆ นี้เองที่หล่อหลอมสไตล์การนำทีมของเขาในปัจจุบัน ประสบการณ์ของเขาแตกต่างจากทั่วไป เพราะครอบคลุมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขและการจัดการที่กลายเป็นเรื่องธรรมชาติ หรือการเล่าเรื่องเชิงอารมณ์ในการสร้างแบรนด์ “ผมได้เรียนรู้การสร้างสมดุลระหว่าง ‘ตัวเลข’ กับ ‘การเล่าเรื่อง’” เขากล่าว “การตระหนักถึงสายสัมพันธ์ทางอารมณ์และการสร้างชุมชนสำคัญพอๆ กับผลประกอบการทางการเงิน”
สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือแรงผลักดันในการสร้างแบรนด์เพื่ออนาคตระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการขยายธุรกิจค้าปลีก กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ หรือการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ แนวทางของ On ยังคงมั่นคง และนี่คือสูตรแห่งความสำเร็จที่ต้องการนำมาสู่ภูมิภาคนี้ “ภูมิภาคนี้กำลังเติบโตมากกว่า 100% หรือก็คือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”
หนึ่งในก้าวสำคัญที่สุดของ On คือการร่วมมือกับนักเทนนิสชาวสวิสอย่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ “มันช่วยเพิ่มการรับรู้ในแบรนด์ของเราอย่างมาก และการที่โรเจอร์ เฟเดอเรอร์เข้ามามีส่วนร่วมก็ยิ่งยกระดับเราในเวทีโลก” เขากล่าว เฟเดอเรอร์ต่อมาได้ซื้อหุ้นของแบรนด์ 3% และสร้างคอลเล็กชั่นของตนเอง ซึ่งครอบคลุมทั้งรองเท้าเทนนิสสำหรับการแข่งขันและรองเท้าเทนนิสนอกสนามสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง
สิ่งนี้ก่อให้เกิดอิทธิพลเป็นวงกว้าง Martin Hoffmann เล่าว่า ทุกอย่างเริ่มจาก “ความเข้าใจที่ชัดเจนในเพลย์บุ๊กของแบรนด์” จากนั้นแบรนด์สามารถ “ขยายไปสู่กีฬาอื่นๆ ได้” ตัวอย่างเช่น การเข้าสู่วงการเทนนิสด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นบนคอร์ทในฐานะผลิตภัณฑ์นวัตกรรม พร้อมทั้งวิธีใหม่ๆ ในการนำเทนนิสเข้าสู่ชุมชน ผ่านสิ่งที่เราเรียกว่า Clubhouse Nights
Clubhouse Nights ทำให้เทนนิสไม่เป็นทางการจนเกินไป โดยจับคู่การเล่นเทนนิสสดจากผู้คนหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี คนในแวดวงภาพยนตร์ หรือสื่อมวลชน กับบรรยากาศดนตรีจากดีเจเซ็ตสุดเร้าใจ
อ่านเพิ่มเติม: Antonia Iamartino ผู้เป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลัง Lululemon สะท้อนมุมมองถึงการพลิกโฉมวงการ athleisure ในรอบทศวรรษ

Above ร้านค้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อนักวิ่งโดยเฉพาะ โดยมี Magic Wall สำหรับการฟิตติ้งทันที การจัดแสดงแบบโต้ตอบ และโซนผลิตภัณฑ์ที่จัดตามประเภทกีฬา
อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ On คือการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในเดือนกันยายน ปี 2021 ซึ่ง Martin Hoffmann อธิบายว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แบรนด์สามารถเร่งผลักดันเป้าหมายสำคัญได้โดยยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลัก “การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วยเพิ่มการมองเห็นและเปิดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น” เขากล่าว “มันทำให้การเติบโตเชิงกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม การขยายธุรกิจ และการสร้างแบรนด์ระดับโลกก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และตอกย้ำสถานะของเราในฐานะแบรนด์กีฬาพรีเมียมระดับโลก”
อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างนี้ไม่ได้ทำให้ความคล่องตัวลดลง “เพื่อรักษาความยืดหยุ่น เราจึงยังคงรักษาจิตวิญญาณผู้ประกอบการและยึดมั่นในคุณค่าหลัก” เขากล่าวเสริม โดยผู้ก่อตั้งที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Executive Co-Chairman ยังคงมีส่วนร่วมในงานประจำวันและทิศทางของบริษัทอย่างใกล้ชิด เขามองว่ารูปแบบการนำองค์กรที่กระชับช่วยให้การตัดสินใจเฉียบคมขึ้นและรักษาความได้เปรียบของแบรนด์
“เราส่งเสริมการทำต้นแบบอย่างรวดเร็ว (rapid prototyping) และให้ทีมงานมีอำนาจตัดสินใจ” เขากล่าว “การผสมผสานระหว่างศักยภาพที่เพิ่มขึ้นกับแนวคิดแบบคล่องตัวนี้ ช่วยให้เราสามารถขยายตัวได้อย่างรับผิดชอบ โดยยังคงยืดหยุ่นและซื่อสัตย์ต่อรากฐานของเรา”
แต่สำหรับ On การเติบโตไม่ได้หมายถึงเพียงจำนวนสาขาหรือยอดขาย ในสิงคโปร์ ความสำเร็จจะวัดได้จากสิ่งที่ยากจะประเมินเป็นตัวเลข “มันคือการถ่ายทอดประสบการณ์ของแบรนด์ให้สมบูรณ์และสร้างความผูกพันกับชุมชนให้ลึกซึ้งขึ้น” Martin Hoffmann กล่าว “พันธกิจของเราคือการจุดประกายจิตวิญญาณมนุษย์ผ่านการเคลื่อนไหว และนี่คือสิ่งที่ทุกคนจะได้เห็นจากแบรนด์ของเราในสิงคโปร์ เราต้องการเชื่อมโยงกับชุมชนนักวิ่ง นักวิ่งเทรล และผู้ที่รักการผจญภัยกลางแจ้ง”

Above Cloudmonster คือผลิตภัณฑ์โปรดของ ซีอีโอ อย่าง Martin Hoffmann
Martin Hoffmann เสริมว่า สิงคโปร์เองก็มีกลิ่นอายที่สะท้อนตัวตนของ On อยู่แล้ว “การผสานธรรมชาติอย่างไร้รอยต่อ เช่น เส้นทางเชื่อมสวนสาธารณะ ถือว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวิ่ง” เขากล่าว “การผสมผสานระหว่างนวัตกรรม พื้นที่สีเขียว และวัฒนธรรมที่ใส่ใจสุขภาพ สอดคล้องกับ DNA ของ On อย่างสมบูรณ์แบบ”
หากไม่ได้เป็นผู้บริหารของ On ในเวลานี้ Martin Hoffmann บอกว่าเขาก็คงยังสร้างสรรค์บางสิ่งที่หยั่งรากจากสมรรถนะและความหมายอยู่ดี แต่ดูเหมือนเขาไม่ใช่คนที่จะเสียเวลาคิดถึงเรื่องสมมุติแบบนั้นมากนัก ในฐานะซีอีโอ เขาได้พาแบรนด์ผ่านการตัดสินใจครั้งใหญ่ ตั้งแต่การเปิดสโตร์ในช่วงที่ธุรกิจรีเทลซบเซา ไปจนถึงการเข้าตลาดหลักทรัพย์ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก “การตัดสินใจเหล่านี้สอนให้ผมเข้าใจถึงความสำคัญของความเชื่อมั่นที่ไม่สั่นคลอนต่อวิสัยทัศน์ระยะยาว” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
แล้วสินค้าที่เขาชื่นชอบที่สุดของ On คืออะไร? Cloudmonster ด้วยพลังส่งคืน (energy return) และการลงน้ำหนักที่นุ่มสบาย รองเท้าที่ให้ความรู้สึกเหมือนวิ่งอยู่บนก้อนเมฆนั่นเอง
This story was originally written in English by Nafeesa Saini.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมคม 2025 โดย Nafeesa Saini โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Gen Z กำลังปลุกกระแสแฟชั่นมิลเลนเนียลและ Y2K ให้กลับมาอีกครั้งอย่างน่าจับตา
Pharrell Williams และ Nigo เตรียมเปิดตัว JAPA VALLEY TOKYO ศูนย์กลางการท่องเที่ยวใหม่ในโตเกียว
บทสนทนาถึงแฟชั่นแห่งอนาคตกับ Yusuke Takahashi เมื่อเทคโนโลยี งานฝีมือ และความยั่งยืนมาบรรจบกัน




