ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หรือ “อาจารย์ปุ๊” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หรือ “อาจารย์ปุ๊” ผู้ขับเคลื่อนคนสำคัญในการร่วมนำเสนอหลักฐานว่า “Golden Boy” เป็นสมบัติของแผ่นดินไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หรือ “อาจารย์ปุ๊” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

เมื่อ “Golden Boy” ไม่ได้เป็นเพียงประติมากรรมยุคขอมโบราณ แต่คือ “เสียงของแผ่นดิน” ในการทำความเข้าใจอดีต ที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการปลุกให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมของตนเอง

ในยามที่แสงแรกของความภาคภูมิใจแห่งชาติส่องกระทบประติมากรรมสำริด “Golden Boy” ที่มีอายุนับพันปี การกลับคืนสู่มาตุภูมิของประติมากรรมที่หายไปจากปราสาทบ้านยางโป่งสะเดา จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเกือบ 50 ปีก่อนชิ้นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงชัยชนะตามหลักฐาน แต่คือการเปิดเผยความจริงทางประวัติศาสตร์อันสง่างามที่ถูกซ่อนเร้นมานาน

อ่านเพิ่มเติม: โครงการส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระราชดำริที่เปลี่ยนผืนผ้าให้เป็นอนาคต

Tatler มีโอกาสสนทนากับ ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นักวิชาการอิสระ หนึ่งในคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งไม่ได้มองโบราณวัตถุเป็นเพียงวัตถุเก่าแก่ แต่เป็น “กุญแจ” ที่ไขสู่ความเข้าใจอันลึกซึ้งว่า รากฐานแห่งอารยธรรมเขมรนั้นไม่ได้มีเส้นแบ่งทางภูมิศาสตร์ที่ตายตัว

ภายใต้น้ำเสียงลุ่มลึกและเต็มไปด้วยข้อมูล ดร.ทนงศักดิ์ได้ชวนเรามองข้ามกรอบการเรียนนรู้ของพิพิธภัณฑ์ เพื่อทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการเป็นผู้พิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

Tatler Asia
ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หรือ “อาจารย์ปุ๊” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above “อาจารย์ปุ๊” ใช้เวลากว่าสามปีในการยืนยันข้อมูลสืบค้นจากการศึกษาเปรียบเทียบลวดลายผ้านุ่งและเครื่องประดับ พบว่า Golden Boy เป็นศิลปะเขมรแบบพิมาย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หรือ “อาจารย์ปุ๊” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

รหัสลับสลายประวัติศาสตร์ดั้งเดิม

“Golden Boy” คือประติมากรรมสำริดกะไหล่ทองรูปบุรุษยืน สูง 129 เซนติเมตร ศิลปะลพบุรีเขมร อายุประมาณ 1,000 ปี ที่ถูกส่งคืนจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน (The Metropolitan Museum of Art หรือ The Met) ในสหรัฐอเมริกา เดิมเชื่อว่ามาจากประเทศกัมพูชา โดย The Met ระบุว่าเป็น “พระศิวะ” จากนครวัด แต่นักวิชาการไทยเชื่อว่าน่าจะเป็น “พระเจ้าชัยวรมันที่หก” ซึ่งเป็นต้นราชวงศ์มหิธรปุระ

Golden Boy ได้รับการสันนิษฐานว่าถูกลักลอบนำออกจากไทยเมื่อปี 1975 ต่อมาสหรัฐอเมริกาส่งคืนให้ประเทศไทย (พร้อมประติมากรรมสตรีนั่งชันเข่า) ในวันที่ 20 เดือนพฤษภาคม 2024 เนื่องจากตรวจสอบตามหลักฐานที่ฝ่ายไทยนำเสนอโดยคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยฯ แล้ว พบว่าเป็นโบราณวัตถุที่ถูกนำออกนอกราชอาณาจักรไทยอย่างผิดกฎหมาย

Tatler Asia
ประติมากรรมสำริดกะไหล่ทองรูปบุรุษยืน สูง 129 เซนติเมตร ศิลปะลพบุรีเขมร อายุประมาณ 1,000 ปี ที่ถูกส่งคืนจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน (The Metropolitan Museum of Art หรือ The Met) (ภาพ: The Met)
Above Golden Boy เป็นประติมากรรมสำริดกะไหล่ทองรูปบุรุษยืน สูง 129 เซนติเมตร ศิลปะลพบุรีเขมร อายุประมาณ 1,000 ปี ที่ถูกส่งคืนจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน (The Metropolitan Museum of Art หรือ The Met) (ภาพ: The Met)
ประติมากรรมสำริดกะไหล่ทองรูปบุรุษยืน สูง 129 เซนติเมตร ศิลปะลพบุรีเขมร อายุประมาณ 1,000 ปี ที่ถูกส่งคืนจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน (The Metropolitan Museum of Art หรือ The Met) (ภาพ: The Met)

หนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมนำเสนอหลักฐานว่าประติมากรรมชิ้นนี้เป็นสมบัติของแผ่นดินไทยก็คือ ดร.ทนงศักดิ์ ที่ใช้เวลากว่าสามปีในการยืนยันข้อมูลสืบค้นจากการศึกษาเปรียบเทียบลวดลายผ้านุ่งและเครื่องประดับ พบว่าเป็นศิลปะเขมรแบบพิมาย ซึ่งปราสาทหินพิมายเป็นปราสาทประจำรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่หก รวมกับพยานบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และหากจะกล่าวถึงความสำคัญของ Golden Boy ดร.ทนงศักดิ์กล่าวอย่างหนักแน่นว่า นี่คือชิ้นงานที่สั่นสะเทือนรากฐานความเชื่อเดิมของนักประวัติศาสตร์ทั้งหมด

“เราถูกสอนกันมาว่าอาณาจักรขอมโบราณต้องมาจากฝั่งกัมพูชาอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้ววัฒนธรรมนี้เกิดทั้งสองดินแดนคือทั้งไทยกับกัมพูชา จากหลักฐานคือ Golden Boy ที่ทำให้รู้ว่า ในบางครั้งอาณาจักรขอมเคยยิ่งใหญ่อยู่บนที่ราบสูงโคราชมาก่อน แล้วจึงแผ่ไปทางฝั่งเมืองเสียมเรียบ กัมพูชา”

Above บรรยากาศวันแรกของการเปิดให้เข้าชม Golden Boy ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ดร.ทนงศักดิ์ยังย้ำอีกว่า โบราณวัตถุชิ้นนี้เป็นรูปแทนของพระเจ้าชัยวรมันที่หก ต้นราชวงศ์มหิธรปุระ ของอาณาจักรขอมหรือเขมรโบราณ เป็นราชวงศ์ที่ถือกำเนิดขึ้น ณ ลุ่มแม่น้ำมูล สืบเชื้อพระวงศ์มาจากพระเจ้าสุริยวรมันที่หนึ่ง ที่สร้างปราสาทหินเขาพระวิหาร ศิลาจารึกพนมรุ้ง K.384 ระบุว่า พระองค์ทรงสืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าหิรัญยวรมัน แห่งกษิตีณทรคราม เมื่อทรงครองราชย์ต่อจากวงศ์ของพระเจ้าสุริยวรมันที่หนึ่ง (ผู้สร้างปราสาทพระวิหาร) โดยพระองค์ได้ทรงสร้างปราสาทหินพิมายขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรขอมหรือเขมรโบราณทั้งหมด ถือเป็นหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ศูนย์กลางอำนาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงที่เมืองพระนคร หากแต่เริ่มต้นและเติบโตในบริเวณลุ่มแม่น้ำมูล ซึ่งปัจจุบันคือภาคอีสานของประเทศไทย

“การเชื่อมโยงของลวดลายประติมากรรม Golden Boy กับลวดลายบนปราสาทหินพิมาย ทำให้เกิดข้อสรุปที่น่าตื่นเต้นว่า ปราสาทแห่งนี้คือปราสาทประจำรัชกาลของกษัตริย์พระองค์นี้ และเป็นศูนย์กลางการปกครองที่สำคัญของอาณาจักรเขมรในช่วงเวลานั้น”

อ่านเพิ่มเติม: RM แห่งวง BTS และสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์บนเวที APEC CEO Summit กับ ‘พลังแห่งวัฒนธรรมที่ไร้พรมแดน’

จากนักรณรงค์สู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง

จากเส้นทางสู่การทวงคืน Golden Boy ชีวิตการทำงานของ ดร.ทนงศักดิ์ เริ่มต้นในฐานะนักบูรณะโบราณสถานที่อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ก่อนจะก่อตั้ง “กลุ่มสำนึก 300 องค์” ในปี 2012 เพื่อร่วมรณรงค์และประสบความสำเร็จในการทวงคืนสมบัติชาติที่ถูกขนย้ายออกนอกประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายหลายรายการ อาทิ รูปสำริดพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่กรจากปราสาทปลายบัด อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ (จัดแสดงที่ The Met) ซึ่งได้รับคืนในปี 2016, ทับหลังปราสาทหนองหงส์และทับหลังปราสาทเขาโล้น (จัดแสดงที่ Asian Art Museum Chong-Moon Lee Center for Asian Art and Culture, ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2016) ที่ได้กลับคืนสู่มาตุภูมิในปี 2021, ประติมากรรมสำริดกรุพระประโคนชัย จากปราสาทเขาปลายบัด ๒ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ (จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ Asian Art Meseum อยู่ในระหว่างการจัดส่งคืนประเทศไทย ในปี 2025

ความมุ่งมั่นครั้งนั้นได้จุดประกายให้รัฐบาลมีการจัดตั้งคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยฯ ในปี 2017 โดย ดร.ทนงศักดิ์ก็ได้รับมอบหมายให้เข้ามารับหน้าที่หนึ่งในคณะกรรมการชุดนี้ พร้อมปรัชญาที่ไม่เคยแปรเปลี่ยน นั่นคืออุดมการณ์ที่ว่า “สมบัติชาติไม่ควรถูกฝังรักษาไว้ต่างแดน” และ “พิพิธภัณฑ์คือที่ที่วัตถุควรได้เล่าเรื่องของบ้านเกิดตน”

Tatler Asia
ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หรือ “อาจารย์ปุ๊” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ความสำเร็จในการทวงคืนโบราณวัตถุกลับคืนสู่มาตุภูมิของ “อาจารย์ปุ๊” หลายๆ ชิ้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี 2017 (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หรือ “อาจารย์ปุ๊” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ด้วยประสบการณ์ในการติดตามและทวงคืนโบราณวัตถุของไทยมากว่า 10 ปี นักวิชาการอิสระผู้นี้ได้ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การต่อสู้เพื่อสมบัติชาติ ท่ามกลางข้อมูลหลักฐานที่ซับซ้อน และต้องอาศัยความเพียรพยายามยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ร่วมยุคสมัยเดียวกัน และชื่อเสียงของพิพิธภัณฑ์ระดับโลก การรณรงค์ในอดีตที่มักดำเนินไปด้วยการเดินขบวนเรียกร้องและบทเพลงปลุกใจ ก็ได้พัฒนาไปสู่การใช้ข้อมูลหลักฐานทางวิชาการ และช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเข้มข้น ด้วยกระบวนการทวงคืนแบบ “รัฐต่อรัฐ”

ดร.ทนงศักดิ์ยกตัวอย่างกรณีของ Golden Boy ที่ประเทศไทยมีหลักฐานสำคัญที่นำมาใช้หักล้างกับข้อมูลความเชื่อของประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากลวดลายผ้านุ่ง ก็ยังมีเอกสารซื้อขายของนักค้าโบราณวัตถุ Douglas A.J. Latchford ซึ่งระบุว่าพบ Golden Boy ในพื้นที่บ้านยาง อำเภอละหานทราย ของประเทศไทย

ที่สำคัญกว่านั้นคือการชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ร่วมกัน “ถ้าโบราณวัตถุชิ้นนี้ไปอยู่ที่กัมพูชา เขาจะอธิบายหลักฐานชิ้นนี้ยังไงให้มันสัมพันธ์กับพื้นที่ แล้วเราจะสร้างประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมเขมรโบราณได้ยังไง มันดีกว่านะ ที่เราจะใช้โบราณวัตถุเป็นหลักฐานอธิบายถึงวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นทั้งสองประเทศ” ดร.ทนงศักดิ์กล่าว “การกลับมาของ Golden Boy คือการเติมเต็มภาพประวัติศาสตร์เขมรที่รุ่งเรืองในสองแผ่นดินได้อย่างสมบูรณ์”

คุณค่าของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ดี ความท้าทายที่แท้จริงของการรักษาและทวงคืนมรดกชาติในทัศนะของนักวิชาการอิสระผู้นี้กลับไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย หรือความสามารถในการเจรจาต่อรอง หากอยู่ที่รากฐานที่สำคัญที่สุด นั่นคือ “งานการศึกษา”

“ถ้าเราไม่สามารถอธิบายความสำคัญของมันได้ ก็แทบจะมองไม่เห็นคุณค่าของตัวโบราณวัตถุแต่ละชิ้น” นี่คือหัวใจสำคัญที่ ดร.ทนงศักดิ์ต้องการสื่อสาร โดยเฉพาะการศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ที่ครอบคลุมบริบทภูมิภาค (ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม) อย่างลึกซึ้ง ที่จะเป็นหนึ่งในหนทางที่จะทำให้คนรุ่นใหม่เห็นถึงความเชื่อมโยงและคุณค่าของโบราณวัตถุ

Tatler Asia
ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หรือ “อาจารย์ปุ๊” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above “อาจารย์ปุ๊” ได้มอบมุมมองที่น่าสนใจว่ารัฐบาลและสถาบันการศึกษาต้องให้ความสำคัญกับวิชาประวัติศาสตร์ และการศึกษาประวัติศาสตร์ควรได้รับการปฏิรูปใหม่ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ หรือ “อาจารย์ปุ๊” (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ดร.ทนงศักดิ์ยังบอกด้วยว่า การศึกษาต้องเปิดโอกาสให้ “เห็นโบราณวัตถุของจริง” เพื่อให้เกิดการตีความข้อมูลที่แม่นยำกว่าการดูจากภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว และเชื่อว่านี่คือสิ่งที่รัฐบาลและสถาบันการศึกษาต้องให้ความสำคัญ การศึกษาประวัติศาสตร์ควรได้รับการปฏิรูปใหม่ เพราะร่องรอยของอาณาจักรในอดีตอาจไม่ได้อยู่เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่ยังแผ่ครอบคลุมเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้านในลุ่มน้ำโขง อย่างเช่น ราชวงศ์มหิธรปุระ ซึ่งไม่เพียงปรากฏในไทยและกัมพูชา แต่ยังข้ามไปถึงลาวและเวียดนาม หลักฐานในแขวงจำปาสักของลาว เช่น “ธาตุสามปรางค์” ก็ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ของกษัตริย์ในราชวงศ์เดียวกัน

ถ้าเราไม่สามารถอธิบายความสำคัญของมันได้ ก็แทบจะมองไม่เห็นคุณค่าของตัวโบราณวัตถุแต่ละชิ้น

- ดร.ทนงศักดิ์​ หาญวงษ์ -

Golden Boy ได้กลับสู่อ้อมกอดของมาตุภุมิ รูปปั้นสำริดองค์นี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพื่อเป็นวัตถุจัดแสดงในตู้กระจก แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการปลุกจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้ และการทำความเข้าใจอดีตอย่างถ่องแท้ เมื่อคนในชาติมองเห็นคุณค่าอย่างลึกซึ้งแล้ว การทวงคืนและปกป้องสมบัติชาติในอนาคตก็จะเกิดขึ้นได้เองโดยธรรมชาติ

...ทุกครั้งที่มองลึกเข้าไปยังประติมากรรม Golden Boy นักวิชาการอิสระผู้นี้ยังบอกว่าเขาได้ยิน “เสียงของแผ่นดิน” เสียงของผู้คนที่สร้างศิลปะเพื่อบูชาความดีงาม และเสียงของนักโบราณคดีรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นมาสานต่อความภาคภูมิใจของชาติ...

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด