นิยามใหม่ของการมีชีวิตที่ดี ที่ไม่ได้หมายถึงเพียงการหายป่วย แต่คือการอยู่ในร่างกายของตัวเองได้อย่างดีที่สุด ของ “หมอเปียง” นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ กับการบุกเบิก Advanced Medical Rehabilitation
ท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบของกรุงเทพมหานคร บนชั้น 11 ของอาคารเกษร ทาวเวอร์ ใจกลางย่านราชประสงค์ บรรยากาศที่เงียบสงบ โปร่งสบาย และเรียบหรู คล้ายกับล็อบบี้ของโรงแรมระดับพรีเมียมมากกว่าสถานพยาบาล ที่นี่คือ PYONG Rehabilitation Center Ratchaprasong แฟล็กชิปแห่งใหม่ของ เปียง รีแฮบบิลิเทชั่น กรุ๊ป ที่ทุ่มงบประมาณเกือบ 100 ล้านบาท เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ครอบคลุม 8 ศูนย์เฉพาะทางบนพื้นที่กว่า 650 ตารางเมตร
ผู้อยู่เบื้องหลังอาณาจักรการฟื้นฟูสุขภาพแห่งนี้คือ นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ “หมอเปียง” แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาอาการปวดเรื้อรังและการฟื้นฟูสมอง อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ครีเอเตอร์ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้
การเดินทางของหมอเปียง จากช่างภาพสายเดินทางเจ้าของเพจดัง PYONG : Traveller X Doctor สู่การเป็นผู้บุกเบิกนิยามใหม่ของเวชศาสตร์ฟื้นฟู ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา หากแต่เกิดจากวิสัยทัศน์ที่แหลมคมและการมองเห็น “โอกาส” ในการเปลี่ยนผ่านมุมมองเรื่องสุขภาพของคนยุคใหม่
“เราอยากให้คนไข้จดจำว่า การรักษากับเปียง รีแฮบบิลิเทชั่น เป็นการรักษาสำหรับคนที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากให้ตัวเองดีขึ้นในประเด็นที่กำลังเผชิญอยู่ เราอยากให้เห็นว่าเรามีความจริงจัง และเป็นไพลอตในการนำเทคโนโลยีและเทคนิคใหม่ๆ มาให้สังคมเข้าใจว่า ตัวเองยังมีทางเลือกมากกว่านั้น”
อ่านเพิ่มเติม: Gen.T Leaders of Tomorrow 2026: พบกับวิสัยทัศน์ของผู้นำรุ่นใหม่ที่จะกำหนดทศวรรษถัดไปของประเทศไทย

Above นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ หรือ “หมอเปียง” ได้รับการยกย่องในฐานะ Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2026 (ภาพ: Tatler Thailand)
From Sickcare to Proactive Living
เมื่อเอ่ยถึง “การฟื้นฟู” หรือ “rehabilitation” ภาพจำเดิมๆ ของสังคมไทยมักผูกติดอยู่กับภาพของผู้ป่วยหนัก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ผ่านการผ่าตัดใหญ่มาแล้ว ทว่าหมอเปียงกำลังเข้ามาสั่นคลอนความคิดดั้งเดิมนั้นด้วยคอนเซปต์ “Redefining Living Well”
“โดยทั่วไป เวชศาสตร์ฟื้นฟูเราดูแลคนป่วยนั่นแหละครับ” หมอเปียงเริ่มต้นอธิบายด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง “แต่สโคปสำคัญที่เราดูแลด้วย เรียกว่า pre-habilitation หรือการเตรียมตัวให้ร่างกายมีความพร้อมสูงสุดสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดใหญ่ หรือนักกีฬาที่ต้องเข้าสู่การแข่งขัน เราไม่ได้รอให้เขามีปัญหาก่อน แต่เราสร้างเกราะป้องกันเพื่อไม่ให้เขาทรุดลง”
หมอเปียงเน้นย้ำถึงหลักการ secondary prevention หรือการป้องกันทุติยภูมิ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันไม่ให้โรคเดิมกลับมาเป็นซ้ำ และเมื่อนำเอาความเข้มข้นของการดูแลรักษาในระดับนี้มาปรับใช้กับคนที่ยังไม่เป็นโรค จะกลายเป็นการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกที่ไม่เพียงแค่ทำให้อายุขัยยาวนานขึ้น (lifespan) แต่ยังมอบ healthspan หรือช่วงเวลาของการมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพและแข็งแรงสูงสุด
“โลกในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ super age society และกระแส longevity economy กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้คนเริ่มเข้าใจแล้วว่า การลงทุนกับการป้องกันตัวเองก่อนที่จะเจ็บป่วยจริงเป็นสิ่งคุ้มค่าที่สุด เพราะทำให้เราสามารถอยู่กับร่างกายในรูปแบบที่ดีที่สุดโดยไม่มีข้อจำกัดในการใช้ชีวิต”
อ่านเพิ่มเติม: บรรยากาศและผลการแข่งขันพาเดลระดับพรีเมียมครั้งแรกในเอเชีย 'Tatler Padel Series' สนามกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 22-23 สิงหาคม 2026

Above หมอเปียงให้ความสำคัญกับ secondary prevention หรือการป้องกันทุติยภูมิ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันไม่ให้โรคเดิมกลับมาเป็นซ้ำ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
The Art of Curation & Best-in-Class Technology
การก้าวเข้าสู่เซ็กเมนต์ใหม่ที่เรียกว่า “Advanced Medical Rehabilitation” ถือเป็นการทลายช่องว่างระหว่างโรงพยาบาลและคลินิกกายภาพบำบัดทั่วไป การทุ่มงบประมาณระดับเฉียดร้อยล้านบาทในการเปิดแฟล็กชิปที่เกษร ทาวเวอร์ จึงไม่ใช่เรื่องของการทุ่มเงินเพื่อความหรูหรา หากแต่เป็นการคัดสรร (curate) สิ่งที่ดีที่สุดบนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ (evidence-based medicine)
หมอเปียงอธิบายถึงเหตุผลในการลงทุนกับอุปกรณ์ไฮเทคระดับ best-in-class ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ฝึกเดิน (Robotic Rehabilitation) ระบบกระตุ้นสมองและประสาท ตลอดจนเทคโนโลยี Regenerative Medicine ไว้ว่า “เรื่องของการฟื้นฟูสุขภาพ มันไม่ใช่คอนเซ็ปต์ที่จะดีขึ้นได้เองง่ายๆ สิ่งที่เราให้เป็น intervention สำหรับผู้ป่วย มันต้องมีความเข้มข้น แม่นยำ และเป็นของจริง นั่นคือเหตุผลที่เราจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ไฮเทคที่มีมูลค่าสูง อุปกรณ์การแพทย์ก็เหมือนโทรศัพท์ จากยุคก่อนสู่สมาร์ทโฟน ยิ่งอุปกรณ์สมัยใหม่มากเท่าไหร่ ความเข้มข้น ความตรงประเด็น และประสิทธิภาพในการรักษาก็ยิ่งสูงขึ้น”
อย่างไรก็ตาม หมอเปียงชี้ให้เห็นว่า รถยนต์หรูราคาแพงจะไร้ความหมายหากคนขับ ขับไม่เป็น หัวใจสำคัญของ PYONG Rehabilitation Center จึงไม่อยู่ที่เครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่คือนวัตกรรมทางความคิดของ ‘ทีมสหสาขาวิชาชีพ’ “เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูประจำทุกวัน พร้อมนักกายภาพบำบัดที่มี expertise สูง สิ่งที่ PYONG มีและแข็งแกร่งมาก คือการคัดสรรทีมงานที่สามารถผสมผสานการรักษาที่หลากหลายจากทางเลือกที่เรามี เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้เฉพาะบุคคล (tailored treatment)”

Above หมอเปียงขณะดูแลผู้สูงอายุในโปรแกรมฟื้นฟูกระดูกสันหลังและแกนกลางลำตัว ที่ PYONG Rehabilitation Center (ภาพ: https://pyongrehab.com)
Luxury is an Unrivaled Experience
ทำไมศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูระดับแอดวานซ์ถึงต้องตั้งอยู่ใจกลางย่านไลฟ์สไตล์อย่าง ‘ราชประสงค์’
ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น หมอเปียงเริ่มจากการเปิดคลินิกเล็กๆ บริเวณชั้น L ของเกษร เซ็นเตอร์ การสังเกตพฤติกรรมคนไข้ในย่านนั้นทำให้หมอเปียงพบคำตอบสำคัญ นั่นคือทุกคนกำลังมองหา ‘ทางเลือกในการรักษา’ ที่ดีที่สุดเสมอ กระทั่งวันนี้ PYONG Rehabilitation Group ได้ดำเนินกิจการมาแล้ว 3 ปี และขยับขยายจนกลายเป็นแฟล็กชิปหลักบนพื้นที่กว่า 650 ตารางเมตรของเกษร ทาวเวอร์ ครอบคลุม 8 ศูนย์เฉพาะทาง ประกอบด้วย Pain & Structural Rehabilitation (อาการปวดและฟื้นฟูโครงสร้างร่างกาย), Sports Medicine & Performance (เวชศาสตร์การกีฬา), Preventive & Anti-Aging Wellness (การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและชะลอวัย), Biomechanical & Performance Assessment (การประเมินสมรรถภาพ), Neuro-Rehabilitation & Brain Health (การฟื้นฟูผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทอย่างโรคหลอดเลือดสมอง), Men's Health & Vitality (การดูสุขภาพและสมรรถภาพผู้ชาย), Women's Health & Pelvic Floor Care (การดูแลสุขภาพและอุ้งเชิงกรานผู้หญิง) และ International Medical Services (การบริการทางการแพทย์นานาชาติ)
“การตั้งศูนย์ที่เกษร ทาวเวอร์ ทำให้เราตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าระดับบนในประเทศ และนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism) จากทั่วโลก แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การลด ‘กำแพง’ ของผู้รับบริการ หลายคนป่วยแต่ไม่อยากไปโรงพยาบาล เพราะบรรยากาศทำให้รู้สึกตื่นตระหนก เราจึงสร้างบรรยากาศทุกอย่างให้ผ่อนคลาย สะดวกสบาย และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่”
คำว่า “ความหรูหรา” ในมุมมองของหมอเปียง จึงไม่ใช่แค่การตบแต่งด้วยวัสดุราคาแพง แต่คือ “patient experience” ที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้
“ความหรูหราของเราไม่ได้แปลว่าต้องใช้ของแพงที่สุดเสมอ แต่มันคือประสบการณ์ที่ผู้รับบริการจะได้รับ ระบบการจองที่แม่นยำ เข้ามาเวลาไหนได้รักษาเวลานั้น บรรยากาศที่ไม่เหมือนสถานพยาบาล แต่เปี่ยมไปด้วยสเปกทางการแพทย์ที่เข้มข้น นี่คือความใส่ใจที่สร้างประสบการณ์ที่ไม่มีคู่เทียบเมื่อเขาไปเปรียบเทียบกับที่อื่น”

Above โปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพข้อและกล้ามเนื้อ ที่ผสมผสานหลายเทคนิคทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูเข้าไว้ด้วยกัน เช่น Robotic Isokinetic Exercise Training, Therapeutic Joint Exercise, Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) (ภาพ: https://pyongrehab.com)
The Multipotentialite Leader
เมื่อศาสตร์ทางการแพทย์ บรรจบกับศิลปะแห่งความเข้าใจมนุษย์ บทบาทของการเป็นทั้ง “แพทย์เฉพาะทาง” “นักเล่าเรื่อง/ครีเอเตอร์” และ “ผู้ประกอบการ” ทำให้หมอเปียงกลายเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีมิติทางความคิดที่น่าสนใจ การเดินทางและการถ่ายภาพไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรก แต่กลายเป็นเครื่องมือขัดเกลาความซาบซึ้งและเข้าใจในมนุษย์ (empathy) ซึ่งหมอเปียงนำมาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจสุขภาพอย่างลงตัว
“การที่เรามีบทบาทหลากหลาย มันสร้าง empathy ให้เราเข้าใจผู้คนในสังคมมากขึ้น สิ่งนี้ถือเป็นแต้มต่อที่ทำให้ผมสามารถดีไซน์ patient experience ได้ละเอียดกว่า เราเข้าใจความรู้สึกของคนที่กำลังเจ็บป่วย ความกังวลใจ และความต้องการของเขา ทำให้เราสามารถสร้างบริการที่จริงจัง แต่เข้าถึงง่ายและสะดวกสบาย”
เมื่อถามถึงความท้าทายในการสวมหมวกสองใบ ระหว่างการเป็น “หมอ” กับ “นักธุรกิจ” ที่ต้องบริหารกำไรขาดทุน หมอเปียงตอบด้วยความตรงไปตรงมาว่า “มันมีความท้าทายมากครับ ในฐานะหมอ เรามีความรักและจรรยาบรรณในวิชาชีพสูงมาก ในฝั่งธุรกิจ เราก็คือผู้บริหารคนหนึ่ง วิธีการบาลานซ์ของผมคือย้อนกลับไปที่เบสิก สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและคนไข้ สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมจะสื่อสารออกมาด้วยตัวเอง ส่วนสิ่งที่เป็นเรื่องธุรกิจ เราใช้หลักการและสเปกทางการแพทย์เข้าไปจับเสมอ เราเล่นตามกติกาและยึดมั่นในความถูกต้องเป็นหลัก”

Above ความท้าทายในการทำงานของหมอเปียงคือการบาลานซ์ระหว่างความเป็นหมอและนักธุรกิจ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
The AI Opportunity & The Future Paradigm
ขณะเดียวกันในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม หมอเปียงมองเห็น AI ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่คือ “โอกาส” ครั้งใหญ่ของวงการการแพทย์ “หลายๆ โรคที่ซับซ้อน แม้แต่หมอที่มีประสบการณ์สูงที่สุดก็อาจมีจุดที่มองข้ามได้ AI จะเข้ามาช่วยอุดช่องโหว่ตรงนั้น ทำให้การวินิจฉัยและวางแผนรักษามีความแม่นยำ ครอบคลุม และประหยัดเวลามากขึ้น การใช้ big data ร่วมกับการวิเคราะห์ของแพทย์ จะเหมือนกับการที่เรามีเพื่อนร่วมงานเป็น AI ที่เก่งกาจ คอยช่วยฟินจูนการรักษาให้ดียิ่งขึ้น”
ปัจจุบันผู้ใช้บริการของ PYONG Rehabilitation Center กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นคนไทย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป แม้กลุ่มอายุราว 30 ปีจะเพิ่มขึ้นชัดเจนตามกระแสการออกกำลังกายและความสนใจด้านสุขภาพที่มาแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติก็เริ่มขยับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 5 คนต่อวัน โดยเฉพาะจากกลุ่มตะวันออกกลางและประเทศ CLMV ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา พร้อมกับผู้ป่วยจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่เริ่มเข้ามาใช้บริการเป็นระยะ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวที่หมอเปียงวางไว้ นั่นคือการก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูชั้นนำของเอเชีย และต่อยอดไปสู่ระดับโลกในอนาคต
สำหรับหมอเปียง หากอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า ผู้คนจดจำเขาได้ เขาไม่ได้ปรารถนาเพียงการได้รับการจดจำในฐานะเจ้าของศูนย์การแพทย์ที่ประสบความสำเร็จ แต่หวังว่าจะเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยผลักดันให้ “เวชศาสตร์ฟื้นฟู” กลายเป็นศาสตร์ที่ประชาชนเข้าใจและเข้าถึงมากขึ้น

Above ความฝันของหมอเปียงในอีก 10-20 ปีข้างหน้า คือการทำให้เวชศาสตร์ฟื้นฟู กลายเป็นศาสตร์ที่ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เพราะท้ายที่สุดแล้ว Redefining Living Well อาจไม่ได้หมายถึงการนิยามความเป็นหนุ่มสาวใหม่ หรือการแข่งขันเพื่อยืดจำนวนปีบนโลกให้นานที่สุด แต่คือการเปลี่ยนวิธีที่เราคิดถึงร่างกายของตัวเอง
จากสิ่งที่ค่อยซ่อมเมื่อพัง เป็นสิ่งที่ควรดูแลก่อนสูญเสีย จากต้นทุนของการเจ็บป่วย เป็นสินทรัพย์ที่สมควรได้รับการลงทุน
และจากคำถามว่า “จะรักษาอย่างไรให้หาย” ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า เราจะทำอย่างไรให้ช่วงเวลาที่มีอยู่ เป็นชีวิตที่เรายังสามารถใช้ได้อย่างเต็มที่ที่สุด
สำหรับหมอเปียง นั่นต่างหากคือความหมายของการ “living well”
โลกในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ super age society และกระแส longevity economy กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้คนเริ่มเข้าใจแล้วว่า การลงทุนกับการป้องกันตัวเองก่อนที่จะเจ็บป่วยจริงเป็นสิ่งคุ้มค่าที่สุด
Topics





