การนอนหลับเป็นวิธีการดูแลซ่อมแซมร่างกายและสมองที่ดีที่สุด การนอนหลับได้เร็วเป็นเรื่องดี แต่การนอนหลับได้สนิทและต่อเนื่องจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ถ้าคุณมีปัญหานอนหลับไม่ลึก ตื่นบ่อยๆ ตาสว่างกลางดึก คุณคงไม่ใช่คนเดียวที่เจอปัญหานี้
รายงานของกรมสุขภาพจิตเผยว่า คนไทยเผชิญปัญหานอนไม่หลับมากถึงราว 19 ล้านคน โดยเฉลี่ยพบว่าเป็นกลุ่มที่นอนหลับยาก 30 เปอร์เซ็นต์ และเป็นกลุ่มคนทำงานถึง 70 เปอร์เซ็นต์
การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่นิทานปรัมปรา แม้จะดูเป็นเรื่องยากของคนมากมาย แต่การจะนอนหลับให้ได้ดีและมีประสิทธิภาพก็มีหลายองค์ประกอบเกี่ยวข้อง
หนึ่งในนั้นคือวงจรที่เรียกว่า นาฬิกาชีวิต หรือ Circadian Rhythms คือการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ร่างกาย และจิตใจที่สิ่งมีชีวิตต้องเผชิญในเวลา 24 ชั่วโมง โดยองค์ประกอบที่มีส่วนกระตุ้นวงจรมากที่สุดคือแสงสว่างและความมืด นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องอาหาร ความเครียด กิจกรรมที่ทำระหว่างวัน สิ่งแวดล้อมทางสังคม และอุณหภูมิด้วย การนอนหลับไม่ได้อย่างเต็มที่ จึงเปรียบเสมือนการที่นาฬิกาชีวิตถูกแทรกแซง
อ่านเพิ่มเติม: เรื่องไมเกรนที่ผู้หญิงต้องอ่าน เมื่อฮอร์โมนมีผลกับความรุนแรงของอาการ
อาหารกับการนอนหลับ
การรับประทานอาหารให้ครบหมู่และโภชนาการมีส่วนสร้างความเปลี่ยนแปลงกับคุณภาพการนอน โดยเฉพาะอาหารที่เต็มไปด้วยเส้นใยหรือไฟเบอร์ คือผัก ผลไม้ต่างๆ เหล่านี้ส่งผลดีต่อการนอนทั้งสิ้น ไฟเบอร์สามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ซึ่งส่งผลดีให้ร่างกายหลับลึกได้ดีขึ้น
คาเฟอีนก็มีผลเช่นกัน เพราะสามารถค้างอยู่ในระบบร่างกายได้นานหลายชั่วโมง ไม่ใช่เพียงกาแฟที่มีคาเฟอีน แต่เราพูดถึงชา น้ำอัดลม ช็อกโกแลต และแม้แต่ยาแก้ปวดบางชนิด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ พยายามบริโภคสิ่งที่มีคาเฟอีนในช่วงเช้าของวันเท่านั้น หรืออย่างน้อย 7 ชั่วโมงก่อนเวลาเข้านอน
การดื่มนมอุ่นๆ หรือชาคาโมมายล์ สามารถช่วยให้หลับดีขึ้นเช่นกัน สารทริปโตเฟนซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่พบในนม อาหารที่มีทริปโตเฟนสูงช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นและส่งเสริมการนอนหลับได้ดีขึ้นด้วย ในขณะที่สารฟลาโวนอยด์ในคาโมมายล์มีฤทธิ์ระงับประสาทเล็กน้อย ช่วยกระตุ้นให้ง่วงนอน และลดความวิตกกังวลได้
สีของเสียงในห้องนอน
หลายคนคงได้ยินเรื่องของ ‘เสียงสีขาว’ มากขึ้นเรื่อยๆ เสียงสีขาวคือเสียงตามธรรมชาติที่คนได้ยินขณะกำลังจะหลับ เช่น เสียงคลื่นวิทยุหรือโทรทัศน์ เสียงพัดลมหมุน หรือแม้แต่เสียงเครื่องปรับอากาศ ซึ่งผลการวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของเสียงสีขาวต่อมนุษย์ระบุว่า แสงสีขาวช่วยให้ทารกร้องไห้น้อยลงได้ และอาจช่วยลดอาการของโรคสมาธิสั้นได้ด้วย
เสียงสีขาวที่สม่ำเสมอจะสามารถช่วยกันเสียงรบกวนอื่นๆ ออกไปได้ และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบซึ่งเอื้อต่อการนอนหลับมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเสียงสีชมพู ซึ่งเป็นเสียงบรอดแบนด์ที่มีส่วนประกอบจากทั่วทั้งสเปกตรัมเสียง แต่จะมีความถี่คลื่นเสียงที่ต่างจากสีขาว และฟังดูเสียงต่ำกว่า นักวิจัยระบุว่าเสียงสีชมพู เช่น เสียงน้ำตกคลื่นทะเล เสียงน้ำฝน หรือเสียงเต้นของหัวใจ สามารถช่วยให้ผู้ใหญ่หลับลึกขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาระบุว่าเสียงสีขาวที่จะมีผลต่อการนอนได้ดีที่สุด ควรมีระดับความดังอยู่ที่ไม่เกิน 70 เดซิเบล ไม่อย่างนั้นก็จะส่งผลเสียในอนาคตได้เช่นกัน
กิจกรรมระหว่างวัน
หากสิ่งที่ทำให้นอนไม่หลับคือความเครียดและความวิตกกังวลเรื่องต่างๆ ลองหากิจกรรมคลายเครียด หรือการบริหารร่างกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือบำบัดด้วยวิธีใช้ภาพนำ (guided imagery)
ความเครียดหรือความวิตกกังวลที่ถูกละเลยอาจส่งผลเสียต่อการนอนหลับได้ จัดการความเครียดด้วยเทคนิคต่างๆ อย่างการฝึกหายใจ การทำสมาธิ โยคะ หรือแม้แต่การพูดคุยกับคนที่คุณไว้ใจหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ก็สามารถช่วยได้
ที่สำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอ การเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดียวกันทุกวันจะช่วยเสริมวงจรการนอนหลับและการตื่นนอนของร่างกายได้ การสร้างกิจวัตรก่อนนอน เช่น การอ่านหนังสือหรือการทำสมาธิเป็นประจำ ก็เป็นการส่งสัญญาณให้ร่างกายรู้ว่าถึงเวลาผ่อนคลายแล้ว
พื้นที่สำหรับการนอน
ห้องนอนเปรียบเสมือนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการพักผ่อน การตกแต่งห้องนอนจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพการนอนเช่นกัน ห้องที่อุณหภูมิกำลังดี มีความเงียบสงบ และมืด สามารถสร้างความแตกต่างให้การนอนหลับได้ รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ อย่างที่นอน หมอน ที่อุดหู หรือผ้าปิดตา ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าจากหน้าจอ อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเวลาเข้านอนด้วย เพื่อให้ร่างกายหลั่งเมลาโทนินได้อย่างปกติ
แต่ทุกอย่างไม่สามารถเปลี่ยนได้ในชั่วข้ามคืน สิ่งสำคัญคือคือค่อยๆ เปลี่ยนทีละเล็กละน้อยและสม่ำเสมอ เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงหนึ่งหรือสองอย่าง และเมื่อสิ่งเหล่านั้นรู้สึกเหมือนเป็นธรรมชาติแล้ว ค่อยปรับอย่างอื่นต่อไป
การเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญของการนอนหลับลึกอย่างสม่ำเสมอนั้นไม่ใช่การแข่งขันกับเวลา เป็นเรื่องเกี่ยวกับการยอมรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวที่จะสามารถสร้างความแตกต่างให้คุณภาพชีวิตของคุณได้ แน่นอนว่าอาจต้องใช้เวลาสักระยะจึงจะเห็นผล แต่แต่ละขั้นตอนที่ทำก็จะกระตุ้นให้นอนหลับลึกขึ้นในเวลากลางคืน และทำให้ช่วงกลางวันมีชีวิตชีวามากขึ้น
รู้แบบนี้แล้ว ก่อนนอนคืนนี้ คงได้เวลาทบทวนแล้วว่าจะเริ่มปรับอะไรดี...




