Slow, deliberate movements with lasting impact—tai chi strengthens balance, eases stress and supports long-term brain health. (Photo: Freepik)
Cover การเคลื่อนไหวช้าและมีสติอย่างไทชิช่วยเสริมความสมดุล ลดความเครียด และบำรุงสมองในระยะยาว(ภาพ: Freepik)
Slow, deliberate movements with lasting impact—tai chi strengthens balance, eases stress and supports long-term brain health. (Photo: Freepik)

ตั้งแต่การวาดภาพไปจนถึงไทชิ งานอดิเรกไม่ได้เป็นเพียงความสนุก แต่ยังสำคัญต่อการบำรุงสมองในระยะยาว

กิจกรรมยามว่างไม่ใช่แค่เรื่องความเพลิดเพลิน งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่างานอดิเรกบางประเภทสามารถเสริมสร้างการทำงานของสมอง โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น งานวิจัยปี 2025 ที่ตีพิมพ์ใน Plos One ระบุว่าความอยากรู้อยากเห็นที่เกิดจากการเรียนรู้หรือการทำกิจกรรมสร้างสรรค์สามารถสร้างความยืดหยุ่นทางสมองได้ กิจกรรมเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งรบกวน แต่ช่วยรักษาความจำ เพิ่มสมาธิ และลดความเสี่ยงของการเสื่อมถอยทางสมอง นี่คือแนวทางงานอดิเรกที่งานวิจัยแนะนำให้ลองทำ

อ่านเพิ่มเติม: 12 เทรนด์สุขภาพที่เคยเป็นกระแส แต่วันนี้อาจต้องทบทวนใหม่

นักวิจัยที่ติดตามผู้ใหญ่กว่า 1,200 คนพบว่า แม้ความอยากรู้อยากเห็นตามบุคลิกภาพพื้นฐานมักลดลงตามอายุ แต่ความอยากรู้อยากเห็นในสถานการณ์เฉพาะ หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “state curiosity” กลับเพิ่มขึ้น ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นเมื่อคุณลองทำสูตรอาหารใหม่ เล่นเครื่องดนตรี หรือเข้าร่วมคลับหนังสือ มีความเกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นทางสมองที่แข็งแรงขึ้นและความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมที่ลดลง กล่าวคือ งานอดิเรกที่กระตุ้นให้คุณตั้งคำถามและสำรวจสิ่งใหม่ๆ มีประโยชน์ต่อสุขภาพสมองอย่างเป็นรูปธรรม

การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เช่น การเขียนโค้ด หรือการเรียนภาษาใหม่

Tatler Asia
Shaping clay isn’t just tactile therapy—it engages focus, sparks creativity and nurtures brain health with every turn of the wheel. (Photo: Freepik)
Above การปั้นดินเผาไม่ได้เป็นแค่การบำบัดทางสัมผัส แต่ยังช่วยให้มีสมาธิ และจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ บำรุงสุขภาพสมองได้ในทุกจังหวะของการหมุนวงล้อ (ภาพ: Freepik)
Shaping clay isn’t just tactile therapy—it engages focus, sparks creativity and nurtures brain health with every turn of the wheel. (Photo: Freepik)

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การลงมือทำสิ่งใหม่ๆ คือกุญแจสำคัญ ไม่ใช่แค่การเรียนให้เชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาภาษาจีนกลาง การเขียนโค้ด หรือการเรียนปั้นเซรามิก กิจกรรมเหล่านี้จะบังคับให้สมองสร้างการเชื่อมต่อใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งนักประสาทวิทยาได้อธิบายถึงเรื่องนี้ว่าเป็น 'ความยืดหยุ่นของระบบประสาท' (neuroplasticity) หรือความสามารถของสมองในการปรับตัวและจัดระเบียบใหม่ การเลือกงานอดิเรกที่เกี่ยวข้องกับสิ่งใหม่ๆ และความท้าทายจะช่วยรักษาความยืดหยุ่นทางจิตใจ การเรียนภาษาใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีส่วนเชื่อมโยงกับสมาธิที่เฉียบคมขึ้น ความจำที่ดีขึ้น และยังช่วยชะลอการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ เนื่องจากมันบังคับให้สมองต้องสลับไปมาระหว่างระบบความหมายและเสียงอยู่ตลอดเวลา

การค้นพบช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ เช่น การวาดภาพ และการเขียน

Tatler Asia
'The Pink Studio', 1911. Found in the collection of the State A Pushkin Museum of Fine Arts, Moscow. Creator: Henri Matisse. (Photo by © Fine Art Images/Heritage Images via Getty Images)
Above การวาดภาพ การเขียนไดอารี่ หรือแม้แต่การเล่นดนตรี ล้วนเชื่อมโยงกับความจำที่ดีขึ้นและอารมณ์ที่คงที่มากขึ้น (ภาพ: © Fine Art Images/Heritage Images via Getty Images)
'The Pink Studio', 1911. Found in the collection of the State A Pushkin Museum of Fine Arts, Moscow. Creator: Henri Matisse. (Photo by © Fine Art Images/Heritage Images via Getty Images)

งานอดิเรกเชิงศิลปะเป็นมากกว่าแค่กิจกรรมยามว่าง กิจกรรมต่างๆ เช่น การวาดภาพ การเขียนไดอารี่ หรือแม้แต่การเล่นดนตรี ล้วนเชื่อมโยงกับความจำที่ดีขึ้นและอารมณ์ที่คงที่มากขึ้น การทำสิ่งเหล่านี้ต้องใช้สมาธิ การแก้ปัญหา และจินตนาการ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทที่แตกต่างกัน การเขียนไดอารี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้นสัมพันธ์กับการลดความเครียด ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น และนอนหลับได้ดีขึ้น เป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำแต่มีประสิทธิภาพในการสนับสนุนสุขภาพสมอง อีกทั้งยังให้ประโยชน์ทางอารมณ์ ช่วยส่งเสริมการแสดงออกและการคลายความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยที่เชื่อมโยงกับสุขภาพสมองโดยรวม

การทำกิจกรรมทางสังคมและกิจกรรมทางกายภาพ ตั้งแต่เทนนิสไปจนถึงไทชิ

Tatler Asia
Fast rallies, quick decisions—tennis keeps the body agile and the brain sharp through strategy, movement and social play. (Photo: Freepik)
Above การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและการตัดสินใจที่ฉับไว เทนนิสช่วยให้ร่างกายว่องไวและสมองเฉียบคมผ่านกลยุทธ์ การเคลื่อนไหว และการเล่นทางสังคม (ภาพ: Freepik)
Fast rallies, quick decisions—tennis keeps the body agile and the brain sharp through strategy, movement and social play. (Photo: Freepik)

ประโยชน์ทางปัญญาไม่ได้จำกัดอยู่แค่กิจกรรมที่ทำคนเดียว การเต้น ไทเก๊ก หรือแม้แต่การเข้าร่วมทีมเทนนิสคู่ ล้วนเป็นการผสมผสานการเคลื่อนไหวเข้ากับการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อสมองที่กำลังมีอายุ การทำกิจกรรมทางกายเป็นประจำเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ลดลงของการเกิดภาวะการรับรู้ถดถอย ในขณะที่การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมช่วยป้องกันความเหงา ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับภาวะสมองเสื่อม ไทเก๊ก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยังเชื่อมโยงกับความสมดุลที่ดีขึ้น การประสานงาน และการควบคุมความเครียด ทำให้เป็นทั้งพันธมิตรทางกายและจิตใจ

วิทยาศาสตร์ชัดเจนว่าการคงความใฝ่รู้เป็นเรื่องสำคัญ การหางานอดิเรกที่จุดประกายความอยากรู้อยากเห็น ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษา ดนตรี หรือการเคลื่อนไหว ล้วนช่วยปกป้องสุขภาพสมองเมื่อเวลาผ่านไป กุญแจสำคัญไม่ใช่การเชี่ยวชาญทุกสิ่ง แต่คือการทดลองอย่างต่อเนื่อง ในวัฒนธรรมที่มักจะส่งเสริมให้เราชะลอตัวเมื่ออายุมากขึ้น การเปิดพื้นที่ให้กับงานอดิเรกใหม่ๆ จึงเป็นวิธีที่จะช่วยปกป้องทั้งความจำและจิตใจในอนาคตได้

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย