Astrologer Deborah Lynna's ultimate guides through your first reading(Photo: Getty Images)
Cover คู่มือขั้นสูงสำหรับการอ่านดวงชะตาครั้งแรกของคุณโดยนักโหราศาสตร์ Deborah Lynna (ภาพ: Getty Images)
Astrologer Deborah Lynna's ultimate guides through your first reading(Photo: Getty Images)

Tatler พูดคุยกับ Deborah Lynna นักโหราศาสตร์ เกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนอ่านแผนภูมิดวงชะตาเกิด (birth chart)

ทุกวันนี้ การดูดวงเป็นสิ่งที่เราสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะทางออนไลน์ ในนิตยสาร หรือผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ อย่างไรก็ตาม การอ่านดวงแบบมืออาชีพอาจซับซ้อนกว่านั้นอยู่สักหน่อยและอาจเป็นอะไรที่ดูน่ากลัวอยู่เช่นกัน แต่การเตรียมตัวที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะนอกจากจะทำให้คุณเข้าใจความต้องการของตัวเองแล้ว หมอดูก็จะเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการหรือมองหาด้วยเช่นกัน 

เมื่อเริ่มต้นดูดวง หนึ่งในวิธีการดูดวงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ การอ่านดวงผ่านแผนภูมิดวงชะตา หรือ birth chart แต่ถ้าคุณไม่เคยอ่านพื้นดวงผ่าน birth chart มาก่อน นี่คือ 8 สิ่งที่คุณต้องรู้และเตรียมข้อมูลไว้ก่อนจะลงทุนไปอ่านพื้นดวงกับโหราจารย์ระดับมืออาชีพ

อ่านเพิ่มเติม: ทำสวนในบ้าน: ไม้กระถางที่เหมาะสุดกับราศีเกิดของคุณ

1. เวลาเกิดที่แม่นยำสำคัญมาก

เชื่อหรือไม่ว่าอุปสรรคสำคัญของหลายๆ คนที่ต้องการอ่านพื้นดวงจากแผนภูมิดวงชะตานั้น เกิดจากการไม่รู้หรือไม่แน่ใจเวลาเกิดที่แน่นอนของตัวเอง ซึ่งจริงๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก! เพราะการคาดเดาเวลาเกิดเอาแบบคร่าวๆ อาจทำให้อ่านดวงชะตาคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นควรเช็กเวลาเกิดในสูติบัตรของคุณให้ดี ถ้าหาไม่เจอ ลองติดต่อโรงพยาบาลที่คุณเกิด (โดยปกติมักจะมีเอกสารเก็บไว้) หรือสอบถามคนในครอบครัว

หากท้ายที่สุดแล้ว คุณรู้เพียงเวลาเกิดโดยประมาณเท่านั้น ลองเช็กกับหมอดูของคุณก่อนว่าเขาสามารถใช้ข้อมูลเท่าที่คุณมีได้หรือไม่ เพราะคุณเองก็คงไม่อยากให้คำทำนายดวงที่อ่านออกมานั้นคาดเคลื่อนหรือไม่เป็นประโยชน์

2. ตามหาหมอดูที่คุณรู้สึกว่าพลังงานเข้ากัน

ลองขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ ที่คุณไว้ใจดู หรือติดต่อหมอดูที่คุณติดตามอยู่ แล้วถามแนวทางหรือวิธีการของพวกเขาเพื่อลองคุยดูก่อนว่าคุณโอเคไหม และเชื่อในสัญชาตญาณของคุณเอง เพราะเราต้องรู้สึกสบายใจกับหมอดูที่จะอ่านดวงให้ด้วย และอย่ากังวลไป มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะปฏิเสธการอ่านดวง (อย่างสุภาพ) หากรู้สึกว่ายังไม่ใช่

3. เลือกรูปแบบการอ่านดวงที่เข้ากับตัวเอง

เช่นเดียวกันกับทุกๆ อาชีพ รูปแบบการอ่านดวงจะขึ้นอยู่กับความถนัดของโหราจารย์

หากคุณไม่เคยอ่านดวงชะตามาก่อน โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้การอ่านแบบเบสิก ซึ่งปกติจะเป็นการวิเคราะห์แผนภูมิดวงชะตาประมาณหนึ่งชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจเรื่องพื้นฐานต่างๆ ของคุณก่อน เช่น เส้นทางชีวิต ความสัมพันธ์ อาชีพและครอบครัว

อีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมคือ การอ่านดวงชะตาแบบล่วงหน้าหนึ่งปี (calendar reading) ซึ่งเป็นเทคนิคการทำนายที่ช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของคุณ

นักโหราศาสตร์บางคนก็ชอบที่จะใช้เวลาในการอ่านดวง ซึ่งในกรณีนี้คุณสามารถถามคำถามได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นดวงชะตา หรือการทำนายในอนาคต คำถามเหล่านี้จะเจาะลึกมากขึ้นตามระยะเวลาที่คุณเสียเงินสำหรับการอ่านดวง (หนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง ฯลฯ)

นอกจากนี้ ยังมีการอ่านดวงแบบอื่นๆ อีกหลายประเภท เช่น การอ่านความสมพงศ์ในความสัมพันธ์ (ว่าคุณกับคู่รักหรือคู่ค้าทางธุรกิจจะเข้ากันได้ไหม), การถามคำถามเฉพาะเจาะจง, การหาทิศทางเรื่องอาชีพการงาน, การดูฤกษ์วันสำคัญ และแม้แต่การอ่านดวงด้านสุขภาพ ลองดูความต้องการของคุณเพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกประเภทการอ่านดวงที่เหมาะกับคุณ

4. พิจารณาว่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวได้ขนาดไหน

ระหว่างอ่านดวงชะตา คุณไม่จำเป็นต้องแชร์สิ่งที่คุณไม่อยากบอก แต่หากคุณกำลังมองหาคำตอบสำหรับคำถามที่เฉพาะเจาะจง การเล่าถึงบริบทเฉพาะบางอย่างก็มีประโยชน์เช่นกัน เพราะหมอดูของคุณไม่ใช่ผู้มีพลังจิตหยั่งรู้ พวกเขาทำหน้าที่ช่วยคุณค้นพบหนทางชีวิตของคุณ แต่พวกเขาไม่สามารถรู้รายละเอียดชีวิตคุณทั้งหมดได้แบบที่คุณรู้

หมอดูแต่ละคนอาจถามคำถามคุณก่อนหรืออาจไม่ถามก็ได้ เพราะฉะนั้น ใช้เวลาเลือกประเด็นที่กังวลแบบเฉพาะเจาะจง และในระหว่างอ่านดวง ให้โฟกัสไปที่ประเด็นหลักๆ เพียงหนึ่งหรือสองประเด็นเท่านั้น เพื่อที่คุณจะได้ไม่รู้สึกหนักที่ต้องฟังหลายประเด็นมากเกินไป

จำไว้เสมอว่าไม่มีทางที่คุณจะจัดการทุกอย่างได้ในหนึ่งชั่วโมง

5. ดูดวงผ่านวิดีโอคอลดีไหม

การอ่านดวงชะตาสามารถทำได้ทั้งแบบตัวต่อตัว ทางโทรศัพท์ หรือวิดีโอคอล หากคุณต้องการใช้วิธีการไหน ควรบอกให้หมอดูทราบล่วงหน้า หรือเช็กกับพวกเขาว่าโดยทั่วไปแล้วพวกเขาสะดวกอย่างไร ซึ่งวิธีนี้ก็อาจช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าหมอดูคนนั้นเหมาะกับคุณหรือไม่

6. หาที่เงียบๆ ในการอ่านดวงชะตา

การอ่าน birth chart เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้นควรหาพื้นที่ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวสำหรับการอ่านดวงชะตา เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับรู้ข้อมูลทั้งหมดอย่างปลอดภัยและสบายใจ

คุณควรมีปากกาและกระดาษสำหรับจดบันทึกติดตัวไปด้วย หมอดูส่วนใหญ่จะบันทึกไฟล์เสียงในการอ่านดวงแต่ละครั้งให้คุณ แต่ถ้าไม่มี แนะนำให้ถามได้เลยว่าคุณขอบันทึกเสียงไว้ด้วยได้หรือไม่

7. ถามข้อมูลเพิ่มเติม หลังการอ่านดวงเสร็จแล้วได้ไหม

หลังการอ่านดวงชะตาเสร็จ หมอดูส่วนใหญ่จะอนุญาตให้คุณถามเพิ่มเติมได้ (อย่างสมเหตุสมผล) ใช้เวลาฟังไฟล์เสียงที่บันทึกมาอีกครั้งเพื่อให้การดูดวงครั้งนี้ของคุณเกิดประโยชน์สูงสุด หากคุณยังคงมีคำถามหรือมีบางอย่างที่รู้สึกไม่ชัดเจน ค่อยติดต่อหาหมอดูอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การแตกประเด็นเพิ่มอาจไม่เหมาะสม เพราะถือว่าเป็นการอ่านดวงเรื่องอื่นหรือการอ่านดวงใหม่ หากหมอดูรู้สึกว่าการได้ข้อมูลเพิ่มเติมจะเป็นประโยชน์ พวกเขาจะแนะนำให้คุณเพิ่มเติมข้อมูลต่อเอง

8. ลองดูหมอดูหลายๆ ตัวเลือก

นึกเอาไว้เสมอว่าหมอดูแต่ละคนจะอ่านดวงชะตา birth chart ของคุณต่างกัน ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและเทคนิคของพวกเขา เมื่อคุณตัดสินใจได้แล้วว่าหมอดูคนใดเหมาะสมกับคุณ การกลับไปอ่านดวงชะตากับหมอดูคนเดิมทุกครั้งจะเป็นผลดี เพราะเขาจะสามารถเจาะลึกแผนภูมิดวงชะตาของคุณได้มากขึ้นในทุกๆ ครั้ง ซึ่งไม่ต่างจากการไปพบนักบำบัดคนเดิมหรือการมีหมอประจำครอบครัวเลยทีเดียว

นอกจากนี้การให้ฟีดแบ็กเรื่องความแม่นของการดูดวงยังมีประโยชน์ทั้งกับคุณและหมอดูอีกด้วย ในฐานะลูกค้าประจำ หมอดูเหล่านี้จะมีแผนภูมิดวงชะตาของคุณไว้ในใจอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับคุณในระยะยาวด้วย

Topics

Asa Ngamkala
Digital Writer, Tatler Thailand
Tatler Asia

นักเขียนดิจิทัลที่ต้องการเล่าเรื่องของผู้คน ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรม ผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ที่เข้าใจง่ายและมีมุมมองเฉพาะตัว