รวม 5 สถานที่ในประเทศไทยที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งเหมาะกับการเดินทางออกไปดูดาว
Tatler ขอชวนทุกคนเข้าสู่ห้วงเวลาของดวงดาวกับ 5 สถานที่ในประเทศไทยให้พักใจไปด้วยกัน เพราะในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดูดาว และสำหรับเส้นทางดวงดาวอย่างทางช้างเผือก (Milky Way) นั้น จะเริ่มมองเห็นได้ชัดเจนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ความสวยงามบนท้องฟ้าในทุกค่ำคืนนับเป็นความสุขให้พักผ่อนใจได้ง่ายๆ เพียงแค่มองขึ้นไปบนฟ้าเท่านั้นเอง
1. ฮาดู่บิ
ฮาดู่บิมาจากภาษาลีซอแปลว่าที่ดินเก่าหมู่บ้านของชาวลีซอ ตั้งอยู่ที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่มาแรงในช่วงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เป็นหมุดหมายที่หลายคนต่างปักหมุดไว้ว่าต้องมาสักครั้ง และยังเป็นจุดชมวิวดอยหลวงเชียงดาวที่สวยมากที่สุดอีกมุมหนึ่ง
สามารถชมความสวยงามบนท้องฟ้าตามช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านของวันได้ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตกแบบ 360 องศา ยามเช้าตรู่มีทะเลหมอกสวยงามพร้อมดวงดาวเต็มท้องฟ้า การได้มาที่นี่เหมือนได้ใช้ชีวิตช้าลง ไม่มีอะไรให้ต้องทำต้องคิดมากนัก ใช้ชีวิตธรรมดาตามช่วงเวลา มองดูความเรียบง่ายระหว่างทาง ด้านบนอากาศค่อนข้างเย็นตลอดปี ไม่มีไฟฟ้า ไม่มี wifi มีที่พักแบบโฮมสเตย์หรืออยากกางเต้นท์ก็ทำได้ มีร้านกาแฟร้านอาหารและหมูกระทะที่ต้องบอกว่าเป็นเมนูความอร่อยประจำยอดดอยไปแล้ว
ตกเย็นค่ำแสงช่วงเย็นเริ่มร่ายมนต์ พระอาทิตย์ลดลับยอดเขา ค่อยๆ เปลี่ยนสีของวันอย่างช้าๆ จนแสงลับดับไป ดวงดาวค่อยๆ แสดงตัว มีตัวละครมากมายที่ร่วมกันแสดงยามค่ำคืน ไม่นานการเดินทางของดวงดาวก็นำพาทางช้างเผือก ให้ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ราวกับทุกอณูบนผืนฟ้ามีเพียงดวงดาว หลายคนเก็บภาพถ่าย หลายคนนั่งดูนอนดูดาวกันอย่างเงียบๆ เป็นความสุขยามค่ำคืนที่อยากชวนให้มาสัมผัสด้วยตาสักครั้ง
Above ฮาดู่บิ บันทึกภาพช่วงต้นเดือนมีนาคม
การเดินทาง: ฮาดู่บิ อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทางห่างจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 120 กิโลเมตร มาได้ทางรถยนต์จนถึงที่พัก เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวแต่ไม่ชันนักสามารถขับรถยนต์มาเองหรือติดต่อที่ที่พักเพื่อให้มารับก็ได้เช่นกัน
2. อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย
เพลินตาเพลินใจกับบรรยากาศเงียบสงบรายล้อมด้วยทิวเขาสายน้ำและป่าสน เหมาะสำหรับสายชิลที่มีเวลาไม่มากนัก เพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดราชบุรีประมาณ 50 นาที หรือหากมาจากกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาไม่นานประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เหมาะแก่การมาชาร์ตพลังให้เต็มก่อนกลับไปลุยงานกันต่อ ตั้งแคมป์แล้วต่อด้วยกิจกรรมเพลินๆ อย่าง พายคายัค พาย SUP board ขี่จักรยานหรือจะดริปกาแฟในคาเฟ่เก๋ใต้ป่าสนก็น่าสนใจไม่น้อย
การดูดาวผ่านป่าสน ร่มเงากิ่งใบพริ้วไหวตามลม ให้ความรู้สึกในการดูดาวต่างไปอีกในรูปแบบหนึ่ง บรรยายกาศสงบ สบาย เงียบแต่ไม่เหงาด้วยทำนองธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคยอยู่ห่างเขตเมืองไม่มากนัก ท้องฟ้าในช่วงกลางคืนอาจมีแสงไฟรบกวนอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าสามารถดูดาวในบรรยากาศที่อิ่มเอมได้ นอกจากจะมากันแบบกลุ่มเพื่อน ที่นี่ยังเหมาะกับการชวนผู้สูงวัยหรือเด็กๆ มาดูดาวไปด้วยกัน
Above อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย บันทึกภาพช่วงกลางเดือนมีนาคม
การเดินทาง: อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ห่างจากตัวเมืองจังหวัดราชบุรีประมาณ 50 กิโลเมตร
3. ผาแดงหลวง อุทยานแห่งชาติแม่ปิง
จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ภาพแม่น้ำปิงทอดยาวสลับภูเขาน้อยใหญ่สุดลูกหูลูกตา สะกดทุกสายตาที่ได้มาเยือน ความงดงามที่ซ่อนตัวอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จังหวัดลำพูน การเดินทางมาที่นี่ขอให้สอบถามทางอุทยานก่อนทุกครั้ง เนื่องจากไม่ได้เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี ใน 1 ปี มักจะเปิดในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยข้อจำกัดทางสภาพแวดล้อม และการเกิดไฟป่าตามธรรมชาติ
เดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การดูดาวเป็นอย่างมาก และเป็นช่วงเปิดฤดูกาลของทางช้างเผือก กลุ่มดาวมีลักษณะโค้งคันธนูรับเส้นขอบฟ้า จุดชมวิวผาแดงหลวงเป็นเขตท้องฟ้ามืด แบบที่เรียกได้ว่า มองเห็นเส้นทางดาวและดาวน้อยใหญ่ ได้อย่างชัดเจน ทางช้างเผือกโค้งรับฝั่งเขาพาดผ่านแม่น้ำปิง ความมหัศจรรย์ยามค่ำคืนสวยงามราวภาพวาด สะกดทุกสายตาได้อย่างไม่ต้องสงสัย ในความเงียบ มีเพิ่งเสียงชัตเตอร์เท่านั้นที่ได้ยิน เมื่อช่วงเวลาผ่านไป กลุ่มทางช้างเผือกที่ลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ แสงทไวไลท์ยามเช้า ค่อยๆ เผยเส้นขอบฟ้า ผิวน้ำเบื้องล่างสะท้อนประกายแสงแรกของวัน สะกดทุกสายตาได้อีกครั้ง เห็นจริงอย่างว่าพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาแดงหลวง สวยงามยากบรรยาย
การพักค้างแรม มีทั้งแบบบ้านพัก และลานกางเต้นท์ ติดต่อพักแรมได้ที่ทุ่งกิ๊ก จากทุ่งกิ๊ก นั่งรถเข้าไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงจุดเดินเท้า เริ่มเดินขึ้นจุดชมวิว ระยะทาง 2 กิโมเมตร ทางเดินขึ้นชันเล็กน้อย แต่เส้นทางเดินไม่ยากนัก คุ้มค่าต่อการเดินทางอย่างแน่นอน

Above ผาแดงหลวง บันทึกภาพช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
การเดินทาง: อุทยานแห่งชาติแม่ปิง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ระยะทางจากตัวเมืองลำพูน ประมาณ 90 กิโลเมตร ติดต่ออุทยานก่อนเข้าพักค้างแรม
สอบถามข้อมูล: อุทยานแห่งชาติแม่ปิง โทร. 052 030-380
4. ดอยอินทนนท์
ดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย คืนที่ท้องฟ้าเป็นใจ เมฆหมอกเปิดทาง ความรู้สึกดาวใกล้แค่เอื้อมนั้นไม่เกินจริง ใกล้ราวเพียงเอื้อมคว้าได้ พระมหาธาตุนภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริองค์พระธาตุคู่พระบารมีบนดอยอินทนนท์แลนด์มาร์คสำคัญคู่เมืองเชียงใหม่ เป็นอีกที่หนึ่งที่การเดินทางของดวงดาวทำให้ช่วงเวลายามค่ำคืนงดงามเกินบรรยาย ภาพใจกลางทางช้างเผือกหลังองค์พระธาตุประติมากรรมอันทรงคุณค่าเคียงคู่มวลหมู่ดาวได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลายคนตั้งใจกับมุมงดงามนี้ต่างชวนกันมาเก็บภาพความสวยงามให้ได้สักครั้ง
ดอยอินทนนท์ เป็นที่ตั้งหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา หรือหอดูดาวแห่งชาติ (Thai National Observatory : TNO) มีการติดตั้งกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตรพร้อมระบบอัตโนมัติที่มีขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหอดูดาวเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรซึ่งเป็นจุดสังเกตการณ์ทั้งซีกฟ้าเหนือและซีกฟ้าใต้ได้ตลอดทั้งปี
ยังมีมุมธรรมชาติกับดวงดาวอีกหลากหลายรูปแบบ ให้ได้เก็บภาพและความทรงจำสมกับที่ดอยอินทนนท์ ถูกจัดให้เป็นอันดับ 1 ของสถานที่ถ่ายดาวที่ดีที่สุดของประเทศไทย

Above ดอยอินทนนท์ บันทึกภาพช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
การเดินทาง: อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 90 กิโลเมตร
สอบถามข้อมูล: สำนักงานพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ โทร. 089 000-0781 , 095-7935987
5. ทุ่งโนนสน
ในช่วงท้องฟ้าเริ่มมืดมิดมีเพียงแสงกองไฟบางๆ จากแคมป์เท่านั้น ความมืดสนิทในคืนดูดาวส่งผลดีต่อใจและดวงดาวเสมอ ทุ่งโนนสนเป็นป่าสนสองใบสลับทุ่งหญ้ากว้าง มีน้ำตกลำธารและเต็มไปด้วยดอกไม้เล็กๆ บนลานหิน เป็นความสวยงามบอบบางและอ่อนโยนตามธรรมชาติ
บนลานหินกว้างในคืนที่ดาวเต็มฟ้าเหมือนได้อยู่ท่ามกลางจักรวาล ต้นสนสูงต่ำลดหลั่นกันไปเป็นเหมือนเมโลดี้ที่ไพเราะของค่ำคืน ดวงดาวเป็นความสุขในความเงียบที่ทำให้เราเผลอยิ้มได้แบบไม่รู้ตัวการเฝ้าดูการเดินทางทุกวินาทีของหมู่ดาวพาใจของเราให้เคลื่อนที่ไปพร้อมกัน
การเดินทางบนเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมาชาติ ทุ่งโนนสน ระยะทางไป-กลับราว 18 กิโลเมตร อาจต้องใช้กำลังใจ กำลังกายอยู่ไม่น้อย เส้นทางเดินราบ สลับทางชัน แม้ระยะจะไกลพอควร แต่ถือเป็น เส้นทางเดินที่ไม่ยาก ทุ่งโนนสน อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก จะเปิดในช่วงเดือนตุลาคม - เดือนมกราคม ของทุกปี (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากแหล่งน้ำด้านบนเหลือน้อยทางอุทยานฯ จะประกาศปิด)

Above ทุ่งโนนสน บันทึกภาพช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน
การเดินทาง: อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ระยะทางจากตัวเมืองพิษณุโลก ประมาณ 119 กิโลเมตร ถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 12 (รักไทย) แล้วนั่งรถกระบะอีก 7 กิโลเมตร จากนั้นเดินเท้าระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร กางเต้นท์พักแรมอย่างน้อย 1 คืน ติดต่ออุทยานก่อนเข้าพื้นที่ เนื่องจากต้องให้เจ้าหน้าที่นำทาง
สอบถามข้อมูล: ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง โทร. 088 756-4940
Credits
ช่างภาพ: Jaruwan Jiamwong



