ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการลาพักร้อนนั้นดีต่อสุขภาพใจของเรา ซึ่งวันหยุดยาวที่ผ่านมาน่าจะทำให้หลายๆ คนได้รีแล็กซ์กันไปแล้ว แต่ภาวะซึมเศร้ามักจะตามมาเมื่อวันหยุดยาวได้ลาเราไป หรือที่เรียกว่า post-vacation blues Tatler จึงรวบรวมวิธีรับมือสภาวะทางอารมณ์นี้ไว้ให้คุณ
คงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่า การกลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวนั้นช่างทรมาน มีงานวิจัยหลายชิ้นเช่น งานวิจัยจากวารสารอาชีวอนามัย เรื่อง Do We Recover from Vacation? Meta-analysis of Vacation Effects on Health and Well-being (เราฟื้นจากช่วงวันหยุดกันหรือยัง? การวิเคราะห์อภิมานของผลกระทบจากวันหยุดยาวต่อสุขภาพและความเป็นอยู่) ที่ชี้ให้เห็นว่า วันหยุดพักผ่อนช่วยส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพและความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง และถึงแม้เอฟเฟกต์เหล่านี้จะส่งผลดียิ่งขึ้นในช่วงวันหยุดยาว แต่ก็ไม่ได้มีผลอยู่นานนัก เพราะเมื่อเราเริ่มกลับเข้าออฟฟิศ ความสุขเหล่านั้นจะค่อยๆ จางหายไปภายในไม่กี่สัปดาห์
ในทำนองเดียวกัน บทความวิจัยของ Stress & Health ในเดือนตุลาคม 2012 เรื่อง Effects of Short Vacations, Vacation Activities and Experiences on Employee Health and Well-Being (ผลกระทบของวันหยุดสั้นๆ, กิจกรรมในช่วงวันหยุด, และประสบการณ์ต่างๆ ที่มีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงาน) สรุปเอาไว้ว่า แม้การลาพักร้อนระยะสั้นจะส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงานก็จริง แต่เอฟเฟกต์เชิงบวกนั้นก็ “หายไปค่อนข้างเร็ว” เช่นกัน
แม้อาการซึมเศร้าหลังวันหยุดพักร้อนจะไม่ใช่การวินิจฉัยที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ แต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนและแสดงอาการออกมาได้หลายรูปแบบ เช่น ความกังวล เหนื่อยล้า ขาดสมาธิ กระสับกระส่าย และคิดถึงอดีต อาการเหล่านี้มักจะหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไป แต่หากคุณกำลังมองหาวิธีที่จะช่วยรับมือได้กับอาการเหล่านี้ เราก็มีแนวทางปฏิบัติที่คุณสามารถเอาไปปรับใช้ได้ และต่อไปนี้คือแนวทางที่เราอยากแชร์ให้กับคุณ
อ่านเพิ่มเติม: 6 รีสอร์ตน่าไปพักในเกาหลีใต้ช่วงปลายฤดูหนาว ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนท้องถิ่น
1. ให้เวลาตัวเองได้ปรับตัวหลังกลับจากวันหยุด

Above ค่อยๆ ให้เวลาตัวเองปรับตัวหลังกลับจากวันหยุด (ภาพ: Getty Images)
การเริ่มทำงานทันทีหลังกลับจากพักร้อนอาจเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยหน่ายอยู่สักหน่อย ดังนั้นแทนที่คุณจะโหมทำงานหนัก ทั้งงานบ้านและงานประจำที่ทำอยู่ ในทันทีที่คุณกลับมา ลองใช้เวลาสักวันในการค่อยๆ เปลี่ยนแปลงและปรับตัวใหม่ เพราะสิ่งนี้สามารถช่วยให้คุณรับมือกับอาการซึมเศร้า เป็นตัวเองอีกครั้ง ได้ชาร์จพลัง และจิตใจให้พร้อมกลับเข้าสู่กิจวัตรประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ลองวางแผนให้ตัวเองได้มีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำ

Above วางแผนกิจกรรมให้ตัวเองได้ทำ (ภาพ: Getty Images)
เหตุผลหนึ่งที่เราหลายคนรู้สึกซึมเศร้าเมื่อกลับจากวันหยุดยาว อาจเพราะเราไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นให้ตั้งตารออีกต่อไปแล้ว ลองจัดการกับปัญหานี้ด้วยการวางแผนกิจกรรมกับคนที่คุณรักเอาไว้ก่อนจะเดินทางกลับ อาจเป็นการนัดเจอเพื่อนสนิทหรือรับประทานอาหารกับคนที่คุณรักก็ได้ทั้งนั้น
3. เขียนบันทึกการเดินทาง

Above เริ่มบันทึกการเดินทาง (ภาพ: Getty Images)
จากข้อมูลของ Booking.com พบว่าผู้เดินทาง 45 เปอร์เซ็นต์ มักจะกลับมาดูภาพถ่ายในช่วงวันหยุดพักผ่อนของตนเองอีกครั้ง เพื่อช่วยจุดประกายจิตวิญญาณแห่งวันหยุดให้ฟื้นคืนมา ดังนั้นลองเขียนบันทึกเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวของคุณดู เพื่อช่วยให้คุณได้จดจำประสบการณ์ดีๆ ลืมความซึมเศร้าไป และช่วยให้คุณหวนนึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขได้เสมอ
4. ลองให้ความสำคัญกับตัวเองก่อน

Above ให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้น (ภาพ: Getty Images)
จากข้อมูลของ Booking.com ผู้เดินทาง 68 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าช่วงวันหยุดพักผ่อนนั้นทำให้ตัวเองได้กลายเป็น "เวอร์ชันที่ดีที่สุด" ดังนั้นแทนที่คุณจะกอดตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดเฉพาะเวลาที่ได้ไปเที่ยวพักผ่อน ลองหันมาใช้กรอบความคิดนี้เมื่อคุณกลับมาจากท่องเที่ยวแล้วด้วย ลองตระหนักถึงความสำคัญของตัวเอง ดูแลตนเอง สลัดความซึมเศร้าทิ้งไป และให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตัวเองทั้งตอนอยู๋บ้าน และตอนออกไปเที่ยว
5. ทำความสะอาดบ้านก่อนออกเดินทาง

Above ทำความสะอาดบ้านก่อนออกเดินทาง (ภาพ: Getty Images)
ต้องยอมรับว่า ไม่มีใครชอบที่ต้องกลับบ้านมาแล้วเจอบ้านที่รก เลอะเทอะวุ่นวาย ทั้งที่เพิ่งกลับมาจากวันหยุดพักผ่อนอันแสนผ่อนคลาย ถึงแม้ว่าการทำความสะอาดบ้านอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่อยู่ในใจของใครหลายคนช่วงก่อนออกเดินทาง แต่บ้านที่สะอาดสามารถช่วยให้คุณมีทัศนคติเชิงบวกมากขึ้นได้เมื่อคุณต้องกลับมาใช้ชีวิต ซึ่งการศึกษาของ The Journal of Neuroscience ในปี 2011 อธิบายไว้ว่าเราจะรู้สึกหนักใจเมื่อมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน จนมันยากต่อการโฟกัสความสนใจไปที่งานใดงานหนึ่ง
This story was originally written in English by Amanda Goh.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2024 โดย Amanda Goh โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
8 จุดชมซากุระบานในญี่ปุ่น ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก กับความงดงามของทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิ
5 คาเฟ่ pet-friendly ในกรุงเทพฯ เพื่อช่วงเวลาแสนพิเศษสำหรับทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง
ออกเที่ยวนอกเส้นทาง กับ 5 จุดหมายในเอเชียที่น่าไปเยือน ชวนให้เที่ยวสบายๆ หลีกเลี่ยงฝูงชน




