Bombardier ยักษ์ใหญ่แห่งวงการการบินระดับโลก ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการส่งมอบเครื่องบินเจ็ทรุ่นเรือธง Bombardier Global 8000 ลำแรกในภูมิภาคเอเชียให้แก่ลูกค้าในเมืองเซี่ยงไฮ้
นับเป็นก้าวสำคัญของการขยายตลาดเครื่องบินธุรกิจสมรรถนะสูง (Ultra-Long-Range) ในภูมิภาคนี้ของ Bombardier เพื่อตอบโจทย์มหาเศรษฐีและนักธุรกิจระดับท็อปที่ต้องการการเดินทางที่รวดเร็ว ไร้รอยต่อ และทรงประสิทธิภาพสูงสุด ในตลาดเอเชียที่มีความต้องการเดินทางข้ามทวีปสูง เครื่องบินรุ่น Global 8000 ได้รับการออกแบบมาให้สอดรับกับพฤติกรรมการบินของนักธุรกิจในภูมิภาคอย่างลงตัว โดยสามารถบินตรง (nonstop) เชื่อมต่อระหว่างศูนย์กลางทางการเงินหลักของโลกได้อย่างง่ายดาย เช่น เซี่ยงไฮ้-นิวยอร์ก, เซี่ยงไฮ้-ดับลิน หรือเซี่ยงไฮ้-ซิดนีย์ ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางไกล และทำให้ผู้โดยสารสามารถทำงานหรือพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ตลอดเที่ยวบิน
อ่านเพิ่มเติม: 10 เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่ได้รับความนิยมของเหล่ามหาเศรษฐี

Above Bombardier Global 8000 ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง Mach 0.95 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องบินธุรกิจที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน (ภาพ: Bombardier)
ความโดดเด่นของ Bombardier Global 8000 คือการรวมเอาคุณสมบัติที่ดีที่สุดที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวพึงมีไว้ด้วยกัน
- ความเร็วเหนือระดับ: ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง Mach 0.95 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องบินธุรกิจที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน
- พิสัยการบินไกลเป็นพิเศษ: บินได้ไกลถึง 8,000 ไมล์ทะเล (ประมาณ 14,816 กิโลเมตร)
- ห้องโดยสารที่ดีต่อสุขภาพที่สุด: มีแรงดันอากาศภายในห้องโดยสารต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม (Industry’s lowest cabin altitude) อยู่ที่ 2,691 ฟุต (820 เมตร) ช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทาง (Jet Lag) และมาถึงจุดหมายปลายทางด้วยความสดชื่น
อ่านเพิ่มเติม: MJets ยกระดับบริการไพรเวทเจ็ทคนไทยให้โบยบินเหนือขอบฟ้าโลก

Above ภายในห้องโดยสารของ Bombardier Global 8000 (ภาพ: Bombardier)
แม้ Global 8000 จะเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ที่มีห้องโดยสารกว้างขวางถึงสี่โซน แต่กลับมีความคล่องตัวสูงอย่างน่าทึ่ง โดยมีสมรรถนะในการเทคออฟและแลนดิ้งเทียบเท่ากับเครื่องบินเจ็ทขนาดเล็ก (light jet) ด้วยการออกแบบปีกขั้นสูงพร้อมแผ่นบังคับที่ขอบปีกหน้า (leading-edge slats) ทำให้เครื่องบินรุ่นนี้สามารถเข้าถึงและลงจอดในสนามบินขนาดเล็กหรือสนามบินที่เข้าถึงยากได้มากกว่าที่มีอยู่ในตลาดถึง 30 เปอร์เซ็นต์
“การส่งมอบ Global 8000 ลำแรกในเอเชียสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องของภูมิภาคนี้ ที่มองหาเครื่องบินที่ผสมผสานทั้งพิสัยการบิน ความเร็ว และความสะดวกสบายระดับเอ็กซ์คลูซีฟ” Emmanuel Bornand รองประธานฝ่ายขายระหว่างประเทศของ Bombardier กล่าว
เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเสริมความแข็งแกร่งในการดูแลลูกค้า Bombardier ได้ประกาศขยายศูนย์บริการสิงคโปร์ (Singapore Service Centre) ณ สวนอุตสาหกรรมการบินเซเลตา (JTC’s Seletar Aerospace Park) โดยเพิ่มพื้นที่อาคารแห่งใหม่ขนาดใหญ่ถึง 250,000 ตารางฟุต เพื่อให้การสนับสนุนด้านเทคนิคและการบำรุงรักษาแก่ลูกค้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็วที่สุด
การส่งมอบ Global 8000 ลำแรกในเอเชียสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องของภูมิภาคนี้
Topics





