การจะสัมผัสทุกประสบการณ์ที่ภูฏานให้ครบภายใน 48 ชั่วโมงนั้นคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องล้มแพลนท่องเที่ยวที่ตั้งใจ เพราะนี่คือหลากหลายกิจกรรม กิน ดื่ม เที่ยว ที่เราอยากชวนให้คุณทำเมื่อมาเยือนประเทศที่สวยงามแห่งนี้ แม้จะมีเวลาแค่ไม่กี่วันก็ตาม
ประเทศภูฏาน ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาหิมาลัยตะวันออก เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความงามของธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ เฟื่องฟูด้วยมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่า และเป็นปลายทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนมายาวนาน ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งปลายทางที่เหล่านักเดินทางปักหมุดไว้ใน bucket list รวมถึงเหตุผลอีกมากมายที่คุณไม่ควรพลาดที่จะไปเยือนราชอาณาจักรเล็กๆ แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นมิตรของผู้คน ไปจนถึงทัศนียภาพอันสวยงาม
ตั้งแต่ภูฏานเริ่มอ้าแขนรับนักท่องเที่ยวเมื่อปี 1974 จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนราชอาณาจักรแห่งนี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จากปีแรกที่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยว 287 คน มาจนถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2024 นี้ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนที่นี่ถึง 23,547 คน ซึ่งเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่เปิดประเทศอีกครั้งหลังจากการระบาดใหญ่ด้วย
อ่านเพิ่มเติม: ภูฏาน ประเทศน่าเที่ยวที่ต้องไปเยือนในปี 2024
ก่อนหน้านี้การเดินทางไป 'ภูฏาน' อาจดูเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เมื่อไม่นานมานี้ ภูฏานได้มีการเปลี่ยนบางขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เหล่านักเดินทางสามารถไปเยือนประเทศแห่งนี้ได้ง่ายขึ้นและสะดวกสบายมากขึ้น อย่างแรกคือ การลดค่าธรรมเนียมการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability Development Fee; SDF) จาก 200 ดอลลาร์สหรัฐเป็น 100 ดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงขั้นตอนการขอวีซ่าที่ได้รับการปรับเปลี่ยนให้ทำได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถดำเนินการภายใน 5 วันทำการ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี SoulTrips แพลตฟอร์มการเดินทางที่ช่วยสร้างแผนการเดินทางเฉพาะบุคคลได้ ทำให้แผนการเดินทางของคุณกลายเป็นเรื่องง่ายและสบายกว่าเก่า
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Tatler Singapore ได้รับเชิญให้ไปสำรวจเส้นทางของภูฏานที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักร่วมกับ DrukAir และ SoulTrips แม้ไกด์ของเราจะบอกว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่นี่นาน 7-10 วัน แต่สำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก เชื่อเถอะว่าคุณก็สามารถสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ที่นี่ได้ภายใน 48 ชั่วโมงเช่นกัน
ด้านล่างนี้คือกิจกรรมที่คุณควรต้องลองหากมีเวลาเพียง 48 ชั่วโมงในดินแดนแสนสงบที่ซ่อนเร้นอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยนี้
วันศุกร์
เช็กอินที่ Amankora Thimphu
หลังพบกับไกด์ที่สนามบินพาโรแล้ว ลองไปเยี่ยมชมเมืองทิมพูเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นและหมู่บ้านอันเงียบสงบของเมืองหลวงของภูฏาน ซี่งใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงจากสนามบิน ก่อนจะปรนเปรอตัวเองด้วยการเข้าพักที่ Amankora Thimpu ที่พักสุดหรูแสนสงบที่ทำให้คุณได้หลีกหนีจากชีวิตคนเมืองที่พลุกพล่าน ประสบการณ์สุดหรูนี้จะทำให้คุณรู้สึกราวกับได้พบโอเอซิสท่ามกลางวิถีชีวิตที่วุ่นวาย ด้วยห้องสวีทกว้างขวางจำนวน 16 ห้องที่รอต้อนรับคุณ พร้อมทิวทัศน์อันสวยงามของภูมิประเทศโดยรอบที่สามารถมองเห็นได้จากทุกห้อง
สักการะพระใหญ่ดอร์เดนมา
พระใหญ่ดอร์เดนมา เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในภูฏาน ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาสูงที่มองเห็นวิวเมืองทิมพู พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่นี้มีความสูงถึง 51 เมตร เป็นรูปหล่อของพระศากยมุนี สร้างเสร็จเมื่อปี 2015 และถือเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลกองค์หนึ่ง ภายประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็กกว่า 100,000 องค์
พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบ 60 ปีของกษัตริย์องค์ที่ 4 ของภูฏาน Jigme Singye Wangchuck (จิกมี ซิงเย วังชุก) ที่นี่นอกจากจะได้สักการะขอพรพระแล้ว วิวสุดตระการตาของเมืองทิมพูที่มองจากยอดเขาลูกนี้ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน
Simply Bhutan พิพิธภัณฑ์มีชีวิต
การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับวัฒนธรรมพื้นเมืองของภูฏานอย่างเต็มอิ่ม ทั้งยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวภูฏานเพิ่มเติมในหลากหลายแง่มุม ตั้งแต่สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นไปจนถึงประเพณีและงานฝีมือแบบดั้งเดิม โดยพิพิธภัณฑ์นี้สร้างขึ้นจากท่อนไม้เก่า บานประตู รวมถึงวัสดุอื่นๆ เพื่อไฮไลท์ให้เห็นถึงเทคนิคทางสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ที่นี่คุณจะได้ลองสวมชุดประจำชาติภูฏาน ชิมเครื่องดื่มสไตล์พื้นเมือง และได้เข้าร่วมกิจกรรมยิงธนูซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติของภูฏาน
รับประทานมื้อค่ำที่ Phangu
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร Bleu Tshering Dorji แนะนำร้านอาหารสไตล์ภูฏานแท้ๆ ให้เราได้ลิ้มลองกับร้าน Phangu ร้านอาหารแห่งนี้ได้รับความนิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูอาหารแบบดั้งเดิมที่นำเสนอผสานกับความทันสมัย มีหลากหลายเมนูพื้นถิ่นที่เราอยากให้คุณได้ลอง เช่น ema datshi (สตูว์ชีสใส่พริก) sikam paa (หมูสามชั้นตากแห้งผัดกับพริกแดงตากแห้ง) momo (เกี๊ยว) และอีกหลายๆ เมนู
อย่าลืมแวะชมห้องรับประทานอาหารส่วนตัวของทางร้าน ซึ่งนับเป็นอีกจุดที่พลาดไม่ได้ เพราะแต่ละห้องจะตกแต่งด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่สะท้อนความเป็นภูฏาน โดยห้อง Mural Room เป็นห้องที่เราอยากแนะนำ ภายในห้องประดับประดาด้วยภาพวาดแสนวิจิตรของสิ่งมีชีวิตในตำนาน ทั้ง นาคา (naga; ตามความเชื่อแบบภูฏานมีลักษณะคล้างนางเงือก หรือคนครึ่งงู เป็นเทพที่อยู่ในน้ำ) ครุฑ และ มกร (สัตว์ตามตำนานแถบหิมาลัยท่ีมีลักษณะของสัตว์หลากชนิดอยู่ในตัวเดียว เช่น มังกร ช้าง สิงโต หอยทาก) เป็นต้น
วันเสาร์
เช็กอินที่ Amankora Paro
เริ่มต้นวันใหม่กันแต่เช้าตรู่ เราอยากชวนคุณขับรถกลับเข้าเมืองพาโร และเช็กอินที่ Amankora Paro โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาที่พัก Amankora ทั้ง 5 แห่ง ที่นี่มีห้องสวีทจำนวน 24 ห้อง ตกแต่งแบบร่วมสมัย ผสานสถาปัตยกรรมแบบภูฏานดั้งเดิม ห้องสวีทสุดหรูนี้มีเตียงคิงไซส์ หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นทิวทัศน์ของป่าไม้ พร้อมด้วย Bukhari (ฮีตเตอร์ไม้สไตล์เปอร์เซียน) และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกครบครัน
เดินขึ้นเขาไปยังวัดเขารังเสือ (Paro Taktsang)
เพียง 19 นาทีจากที่พัก คุณก็จะเดินทางถึงเชิงเขาที่เราอยากชวนคุณหยิบอุปกรณ์แล้วไฮกิ้งขึ้นเขาไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง ผ่านขั้นบันไดสูงชันและทางเดินแคบๆ ที่โอบล้อมคุณด้วยธงมนต์ (Prayer flags) เรียงราย ก่อนที่จะถึงวัดทักซังหรือที่รู้จักในชื่อของวัดเขารังเสือ (Tiger's Nest Temple)
แม้หนทางจะดูลำบาก แต่ทิวทัศน์ที่คุณจะได้เห็นเมื่อย่างเยื้องเข้าไปสู่เขตแดนของวัดศักดิ์สิทธิ์จากศตวรรษที่ 17 แห่งนี้ จะทำให้การเดินทางของคุณคุ้มค่าขึ้นทันที และไม่ต้องห่วงว่าคุณจะเหนื่อยหรือท้อก่อนพิชิตปลายทาง เพราะเมื่อถึงครึ่งทางจะมี Takstang Cafeteria ให้คุณได้แวะพัก ก่อนจะเดินต่อขึ้นไปตามเส้นทางช่วงสุดท้าย
สำรวจถนนสายหลักของเมืองพาโร
ถนนสายหลักของเมืองพาโรเป็นถนนสายการค้าที่ขนาบด้วยร้านค้าสมัยใหม่มากมาย ผสมผสานสถาปัตยกรรมภูฏานแบบดั้งเดิมได้อย่างมีเสน่ห์ ถนนสายนี้เรียงรายไปด้วยอาคารสองชั้นสีสันสดใสที่มีงานหัตถกรรมท้องถิ่น สิ่งทอ และของที่ระลึกให้คุณได้เลือกช้อป หรือจะลองลิ้มรสอาหารท้องถิ่นก็ย่อมได้ ลองแวะเยี่ยมชมวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองดูก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน รอบกายคุณก็จะถูกรายล้อมไปด้วยฉากหลังอันสวยงามของเชิงเขาหิมาลัยสุดยิ่งใหญ่เสมอ
ผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วย Hot Stone Bath
ไม่มีสิ่งใดจะดีไปกว่าการผ่อนคลายร่างกายหลังจากเดินป่ามายาวนาน เราอยากให้คุณลอง Hot Stone Bath การแช่น้ำร้อนแบบชาวภูฏาน กิจกรรมเวลเนสที่น่าสนใจและมีตัวเลือกมากมายให้คุณได้ลอง ที่ Amankora เองก็มีบริการ Himalayan Hot-stone Bath รอให้คุณผ่อนคลายอยู่ หินธรรมชาติจะถูกให้ความร้อนและใส่ลงในอ่างเพื่อใช้ประโยชน์จากแร่ธาตุของมัน ก่อนจะเติมสมุนไพรท้องถิ่นอย่าง เคมปา ลงไปเพื่อช่วยปรนนิบัติร่างกายของคุณผ่านคุณสมบัติของการฟื้นฟู
วันอาทิตย์
เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองพาโร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติภูฏาน เป็นป้อมปราการหลังหนึ่งที่เรียกว่า Ta Dzong ตั้งอยู่ในเมืองพาโร อดีตใช้เป็นหอสังเกตการณ์ที่สามารถมองเห็น Paro Dzong ป้อมปราการใหญ่ในพาโรได้
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศ และมีคอลเล็กชั่นวัตถุโบราณหลากหลายชิ้น เช่น ภาพจิตรกรรมแบบพุทธ อาวุธ สิ่งทอ และนิทรรศการประวัติศาสตร์ธรรมชาติ เพื่อการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของภูฏาน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่คุณจะได้เที่ยวและทำความรู้จักกับประเทศแห่งนี้ได้มากขึ้นแม้มีเวลาที่จำกัด
This story was originally written in English by Amanda Goh.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2024 โดย Amanda Goh โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Love in Paradise: 6 รีสอร์ตโรแมนติกในบาหลีที่จะพาคุณหนีความวุ่นวายไปผ่อนคลายกับคนรัก
DG Resort โปรเจ็กต์ไลฟ์สไตล์ลักซ์ชูรีของแฟชั่นเฮ้าส์จากอิตาลี Dolce & Gabbana
รู้จักหัวใจแห่ง "องค์ประกอบ" กว่าจะเป็นโรงแรม "ยอดเยี่ยม" ต้องมีอะไรบ้าง
Topics




