เปิดโลกน้ำแข็งจากไอซ์แลนด์ถึงอะแลสกา พร้อมทริคเตรียมตัวเดินธารน้ำแข็ง คำแนะนำการเดินทางและอุปกรณ์ที่ต้องมี
การเดินบนธารน้ำแข็ง (Glacier Hike) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับมือใหม่อีกต่อไป เพราะปัจจุบันมีเส้นทางที่ออกแบบมาให้เราได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของน้ำแข็งพันปีได้ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด ทริปเหล่านี้จะมีการใช้เชือก อุปกรณ์เกาะน้ำแข็ง (Crampons) และไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่จะพาคุณลัดเลาะผ่านร่องน้ำแข็ง (Crevasses) และยอดน้ำแข็ง (Seracs) อย่างปลอดภัย โดยส่วนใหญ่จะจำกัดจำนวนคนต่อกลุ่มและปรับความเร็วตามสมรรถภาพทางกายของผู้ร่วมทริป
เตรียมตัวใช้เวลาบนน้ำแข็งประมาณ 2-6 ชั่วโมง เริ่มต้นด้วยการบรีฟเรื่องความปลอดภัยและการใช้อุปกรณ์ สิ่งสำคัญคือ “สภาพอากาศ” ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ดังนั้นต้องเตรียมใจเผื่อความยืดหยุ่นไว้ด้วย สำหรับมือใหม่ เราขอแนะนำให้เลือกเส้นทางที่มีความลาดชันน้อยและพื้นผิวคงที่ ซึ่งคุณอุ่นใจได้เลยว่าทุกเส้นทางจะได้รับการตรวจสอบจาก ‘เชอร์ปา’ หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มทริปในทุกๆ วัน ไกด์จะเป็นคนจัดการความเสี่ยง ทั้งรอยแตกที่มองไม่เห็น อุโมงค์น้ำแข็งที่กำลังละลาย หรือทางลาดชันที่ลื่นไถลได้ง่าย
สิ่งที่ต้องเตรียม: เสื้อผ้าที่สวมทับเป็นชั้นๆ (Layers), แว่นกันแดด, ครีมกันแดด และขนมขบเคี้ยวให้พลังงาน หากคุณพร้อมสำหรับประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง นี่คือ 5 พิกัดเดินธารน้ำแข็งที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้การผจญภัยครั้งต่อๆ ไปของคุณ
อ่านเพิ่มเติม: 7 เส้นทางเดินป่าที่ดีที่สุดในเชียงใหม่ ที่คุณอาจยังไม่รู้จัก ตั้งแต่ป่าทึบไปจนถึงภูเขาสูงอันงดงาม
Vatnajökull, Iceland (วัทนาโจกุล, ไอซ์แลนด์)

Above การเดินเทรคที่วัทนาโจกุลในไอซ์แลนด์ จะเปิดโอกาสให้มือใหม่ได้สัมผัสลานน้ำแข็งกว้างขวาง ร่องน้ำแข็งสีฟ้าสด และร่องรอยประวัติศาสตร์จากเถ้าถ่านภูเขาไฟภายใต้แสงแดดฤดูร้อน (ภาพ: Sharad kandoi/Unsplash)
นี่คือธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ครอบคลุมพื้นที่กว่า 8,100 ตารางกิโลเมตร ด้วยลักษณะที่เป็นลานน้ำแข็งกว้างและไม่ค่อยมีความลาดชัน ที่นี่จึงเปรียบเสมือนรันเวย์ชั้นดีสำหรับมือใหม่ที่อยากเลี่ยงเส้นทางวิบาก คุณสามารถเริ่มสตาร์ทได้ที่ฐาน Skaftafell ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull ซึ่งขับรถจากเรคยาวิกมาเพียง 4.5 ชั่วโมง หรือจะนั่งเครื่องบินในประเทศมาลงที่เมือง Höfn ก็สะดวก
ทริปส่วนใหญ่จะจัดกลุ่มเล็กๆ 8-12 คน สวมชุดฮาร์เนส แครมพอน และหมวกนิรภัย เดินลัดเลาะไปตาม “ลิ้น” ของธารน้ำแข็งเป็นระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร คุณจะได้ยินเสียงน้ำแข็งลั่นเบาๆ ภายใต้ฝ่าเท้า พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นอายของแร่ธาตุ ไฮไลท์คือการชะโงกหน้ามองร่องน้ำแข็งสีน้ำเงินเข้มที่ดูลึกราวกับบ่อน้ำที่ถูกลืม และลองสัมผัสน้ำแข็งอายุนับพันปีที่มีฟองอากาศเล็กๆ ถูกกักเก็บอยู่ข้างใน ด้วยความสูงที่เพิ่มขึ้นเพียง 50 เมตร ทำให้การเดินด้วยรองเท้าหนามเป็นเรื่องง่ายแม้จะเป็นครั้งแรกก็ตาม
ไกด์ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นนักธรณีวิทยาที่จะคอยเล่าเรื่องราวที่ถูกจารึกไว้ในชั้นน้ำแข็ง เช่น แถบเถ้าภูเขาไฟจากการปะทุของภูเขาไฟ Katla ในอดีต ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่ทำให้เรามีแสงสว่างในการเดินชมวิวนานถึง 15 ชั่วโมง แนะนำให้จองทัวร์กับ Arctic Adventures หรือ Ice Guide ราคาอยู่ที่ประมาณ 4,500 - 6,500 บาท รวมอุปกรณ์และประกันภัย ส่วนที่พักแนะนำ Fosshotel Glacier Lagoon ที่อยู่ห่างไปแค่ 30 นาที ให้คุณได้แช่ถังน้ำร้อนฟินๆ หลังจบวัน
Franz Josef, New Zealand (ฟรานซ์ โจเซฟ, นิวซีแลนด์)

Above สวมแครมพอนแล้วก้าวเข้าสู่โลกคริสตัล กับการเดินเทรคกิ้งที่ออกแบบมาเพื่อมือใหม่ ให้คุณสัมผัสเนื้อน้ำแข็งเน้นๆ แบบไร้ความเสี่ยง (ภาพ: Jackman Chiu/Unsplash)
ธารน้ำแข็งฟรานซ์ โจเซฟ คือหนึ่งในอัญมณีของเทือกเขา Southern Alps ความพิเศษของที่นี่คือความต่างที่ลงตัวระหว่างป่าฝนที่เขียวชอุ่มกับกำแพงน้ำแข็งสีขาวโพลน จุดเริ่มต้นอยู่ที่ตัวเมือง Franz Josef บนเกาะใต้ ซึ่งเดินเพียง 20 นาทีจากที่พักส่วนใหญ่ก็ถึงลานจอดเฮลิคอปเตอร์
ที่นี่ต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์สั้นๆ ประมาณ 5 นาที ฝ่าม่านหมอกลงจอดบนพื้นผิวน้ำแข็งโดยตรง สมาชิกในกลุ่มจะมีเพียง 6 คน เพื่อการดูแลที่ทั่วถึงตลอด 2-3 ชั่วโมง คุณจะได้ลอดอุโมงค์น้ำแข็งที่เปล่งประกายสีฟ้าไฟฟ้า เดินเลาะน้ำตกน้ำแข็ง (Icefall) ที่ดูทรงพลัง และลองก้มลงจิบน้ำบริสุทธิ์จากลำธารน้ำแข็ง ไกด์จะสอนทักษะพื้นฐานอย่างการใช้ขวานน้ำแข็ง (Ice Axe) ช่วยพยุงตัวบนทางลาดเบาๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มาก
ช่วงเวลาที่แนะนำคือเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เพื่อเลี่ยงการละลายตัวในช่วงหน้าร้อนที่อาจทำให้เข้าถึงยาก ค่าใช้จ่ายประมาณ 6,700 - 9,000 บาท (รวมค่าเฮลิคอปเตอร์แล้ว) การเดินทางสามารถบินมาลงที่ควีนส์ทาวน์แล้วต่อรถบัสผ่าน Haast Pass หรือจะเช่ารถขับชมวิวเลียบชายฝั่งมาเองก็ได้ แนะนำให้พักที่ Te Waonui Forest Retreat เพื่อรับบริการสปาฟื้นฟูร่างกายหลังจบทริป
Aletsch, Switzerland (อาเลิท์ช, สวิตเซอร์แลนด์)

Above ธารน้ำแข็งอาเลิท์ชมีบริการทัวร์สำหรับมือใหม่โดยเริ่มจากสถานี Jungfraujoch เดินง่าย ทางราบ และเดินทางสะดวกด้วยรถไฟ (ภาพ: Meizhi Lang/Unsplash)
ด้วยความยาวกว่า 23 กิโลเมตรในพื้นที่มรดกโลกยูเนสโก ธารน้ำแข็งอาเลิท์ชคือสนามเด็กเล่นขนาดมหึมาที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่แต่ไม่เหนื่อยหอบ คุณจะได้เริ่มต้นทริปด้วยการนั่งรถไฟหัวจักรฟันเฟือง Jungfrau Railway จาก Interlaken Ost ขึ้นไปยัง Jungfraujoch ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป (3,454 เมตร)
จากนั้นเพียงแค่นั่งรถตีนตะขาบ (Snowcat) หรือเดินสบายๆ ข้ามสันเขา คุณก็จะเข้าสู่ตัวธารน้ำแข็งเพื่อเริ่มเทรคกิ้งประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง ท่ามกลางทุ่งหิมะสีขาวสุดลูกหูลูกตาที่มีฉากหลังเป็นยอดเขามัทเทอร์ฮอร์น และยอดเขาอีเกอร์ (Eiger) ที่ตั้งตระหง่าน ไกด์จะคอยใช้ไม้โพลสำรวจจุดที่เปราะบางล่วงหน้าเพื่อให้คุณเดินได้อย่างไร้กังวล
การเดินทางที่นี่สะดวกสบายมากด้วยระบบเคเบิลคาร์และรถไฟ ช่วงที่เหมาะคือกรกฎาคมถึงกันยายนซึ่งหิมะจะเซ็ตตัวแข็งแรง แนะนำให้จองทัวร์กับ Alpincenter หรือ Glacier 3000 ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 5,400 - 8,000 บาท (รวมค่าตั๋วรถไฟ) แนะนำให้พักที่เมือง Grindelwald เพื่อปรับตัวกับระดับความสูงก่อน และอย่าลืมจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness)
อ่านเพิ่มเติม: จากฮาวายถึงปารีส: ตามรอยพิกัดพักร้อนส่วนตัวของเหล่าซูเปอร์สตาร์เกาหลี
Perito Moreno, Argentina (เปริโต โมเรโน, อาร์เจนตินา)

Above การเดินธารน้ำแข็งช่วยให้มือใหม่เข้าถึงจุดสวยๆ อย่างร่องน้ำแข็งและยอดน้ำแข็งยอดแหลมบนพื้นผิวที่มั่นคง (ภาพ: Venti Views/Unsplash)
ยักษ์ใหญ่แห่งปาตาโกเนียที่มีหน้ากว้างถึง 5 กิโลเมตรริมทะเลสาบ Argentino การเดินทางเริ่มจากสนามบิน El Calafate นั่งรถบัสต่อมาอีก 2 ชั่วโมงผ่านทุ่งหญ้าปามปัส จากนั้นนั่งเรือแคตามารันฝ่าเศษน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในทะเลสาบเพื่อไปขึ้นฝั่งทางทิศเหนือ
คุณจะได้เดินบนพื้นน้ำแข็งสีฟ้าสดใสเป็นระยะทาง 1.5 - 2 กิโลเมตร สิ่งที่ทำให้ที่นี่ตื่นเต้นกว่าที่อื่นคือเสียง "ครืน" ราวกับเสียงปืนใหญ่จากการที่น้ำแข็งยักษ์ถล่มลงสู่ทะเลสาบ (Calving) ซึ่งคุณอาจได้เห็นกับตาในระยะที่ปลอดภัย ไกด์จาก Hielo y Aventura จะอธิบายความมหัศจรรย์ของธารน้ำแข็งที่ยังมีชีวิตและเคลื่อนที่ไปข้างหน้าถึง 2 เมตรในทุกวัน
ลมแอนดีสที่แห้งจะช่วยให้น้ำแข็งมีความแข็งแรง เดินง่ายด้วยแครมพอนได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมจะมีแสงสว่างยาวนานที่สุด ค่าทัวร์อยู่ที่ประมาณ 4,000 - 5,800 บาท แนะนำให้พักตาม Estancia (ฟาร์มปศุสัตว์) ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อสัมผัสบรรยากาศคาวบอยอาร์เจนตินาและทานบาร์บีคิวสูตรต้นตำรับหลังจบทริป
Mendenhall, Alaska (เมนเดนฮอลล์, อะแลสกา)

Above ธารน้ำแข็งเมนเดนฮอลล์ในอะแลสกา มีเส้นทางสำหรับมือใหม่ใกล้เมืองจูโน ซึ่งเดินทางไปได้ทั้งทางเรือแคนูหรือเฮลิคอปเตอร์ พร้อมโอกาสเห็นแมวน้ำตามธรรมชาติ (ภาพ: Matt Artz/Unsplash)
Mendenhall ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองจูโน (Juneau) ในป่าสงวนแห่งชาติ Tongass ที่นี่ผสมผสานการเทรคกิ้งน้ำแข็งเข้ากับกิจกรรมทางน้ำและสัตว์ป่า คุณสามารถเลือกพายเรือแคนูข้ามทะเลสาบน้ำแข็ง (อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส!) ไปยังปลายธารน้ำแข็ง หรือจะเลือกนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวมุมสูงก่อนลงจอดก็ได้
เมื่อเท้าแตะพื้นน้ำแข็งสีฟ้า คุณจะได้ฝึกเดินแบบก้าวอย่างมั่นคง (Deliberate Steps) ไปตามลานน้ำแข็งที่โค้งมน และอาจได้เห็นแมวน้ำขนปุยที่ขึ้นมานอนอาบแดดบนแผ่นน้ำแข็ง ไกด์จาก Above the Clouds จะคอยเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้ธารน้ำแข็งถอยร่นปีละกว่า 40 เมตร
ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนคือเวลาทอง เพราะตรงกับช่วงที่แซลมอนว่ายทวนน้ำพอดี ค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 - 7,200 บาท (ไม่รวมค่าเรือหรือเฮลิคอปเตอร์) คุณสามารถบินจากซีแอตเทิลหรือแวนคูเวอร์มาลงที่จูโนได้ง่ายๆ แนะนำให้พักที่ Alaska’s Capital Inn และอย่าลืมพกสเปรย์กันแมลงไปด้วยสำหรับช่วงที่อยู่ริมทะเลสาบ
ทริปเดินธารน้ำแข็งเหล่านี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและทัศนียภาพเป็นอันดับหนึ่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นการผจญภัย อย่าลืมตรวจสอบใบอนุญาตและประเมินสุขภาพร่างกายกับผู้ให้บริการก่อนจองทริปนะครับ!
This story was originally written in English by Chonx Tibajia.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 โดย Chonx Tibajia โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Song Wat Walk: เที่ยวทรงวาดในเลเยอร์ใหม่ จากชุมชนค้าส่งสู่ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ริมเจ้าพระยา
จากบรุกลิน ถึง บาร์เซโลนา : 8 ร้านหนังสือที่น่าสนใจทั่วโลก โดนใจนักอ่านด้วยคอนเซปต์เฉพาะตัว
Topics




