Cover หุบเขาที่เป็นเหมือนฉากหลังของประเทศแห่งนี้ อีกหนึ่งทัศนียภาพที่ไม่สามารถหาได้จากที่ใดบนโลก ยกเว้นที่ ภูฏาน (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)

เปิดประตูสู่ ภูฏาน อาณาจักรเล็กๆ ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความมหัศจรรย์ที่ไม่เหมือนใครในโลกกับ Dheyma Travels

ประเทศภูฏานไม่ได้เป็นเพียงประเทศเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัย แต่เป็นดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมอันเก่าแก่และธรรมชาติอันงดงามที่ยังคงความบริสุทธิ์ ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทิวทัศน์ภูเขาสูงตระหง่านหรือหุบเขาเขียวขจีเท่านั้น แต่ยังรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าค้นหาอีกมากมาย

ท่ามกลางความสงบและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ภูฏานได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับ "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" มากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ แม้จะเป็นประเทศที่เพิ่งเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวไม่นานมานี้ แต่ภูฏานกลับมีเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ผู้มาเยือนหลงใหลและอยากกลับมาอีกครั้ง การเดินทางมาภูฏานจึงไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นการออกเดินทางเพื่อค้นพบตัวตนและสัมผัสความสุขที่แท้จริงในรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง และพร้อมเดินทางไปกับ Dheyma Travels

อ่านเพิ่มเติม: 48 ชั่วโมงใน 'ภูฏาน' กับลิสต์กิจกรรมน่าลองทำ ทั้งเดินป่า เที่ยววัด และแช่น้ำพุร้อน

เดินป่าสู่ทักซัง (วัดถ้ำเสือ) ที่พาโร: มรดกอันศักดิ์สิทธิ์บนหน้าผาสูงชัน

Tatler Asia
Above วัดทักซัง หรือวัดถ้ำเสือ ที่ต้องใช้ความพยายาม และความเพียรในการเดินทางเข้าชม (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)

ไม่มีอะไรเปรียบได้กับความรู้สึกสำเร็จเมื่อคุณเดินทางถึงวัดถ้ำเสือ หรือที่ชาวภูฏานเรียกว่า "ทักซัง" อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ วัดที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงกว่า 900 เมตรนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏาน ตามตำนาน กล่าวว่าท่านคุรุรินโปเช (Guru Rinpoche) ได้ขี่หลังเสือมาภาวนาในถ้ำแห่งนี้ในศตวรรษที่ 8

การเดินป่าขึ้นไปยังวัดแห่งนี้ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ระยะทางไม่ยาวมากแต่ค่อนข้างชันและท้าทาย แต่ทุกก้าวที่เหนื่อยล้าจะหายไปเมื่อคุณได้เห็นทัศนียภาพอันงดงามของอารามสีขาวที่เกาะติดอยู่กับหน้าผาสูงชัน โอบล้อมด้วยเมฆหมอกและภูเขาสีเขียวขจี

เคล็ดลับสำหรับนักท่องเที่ยว: ควรออกเดินทางแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงแดดจัดและฝูงชนที่แออัด คุณสามารถเช่าม้าขึ้นไปถึงจุดชมวิววัด แต่จากนั้นต้องเดินขึ้นบันไดด้วยเท้าตนเองเพื่อไปถึงตัววัด อย่าลืมนำน้ำดื่มติดตัวไปให้เพียงพอและสวมรองเท้าที่เหมาะสมสำหรับการเดินป่า

ลิ้มลองอาหารภูฏานในทิมพู: การเดินทางแห่งรสชาติที่ไม่เหมือนใคร

Tatler Asia
Above อาหารภายในเมืองทิมพู ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว และประวัติศาสตร์ในทุกคำ (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)

ปล่อยให้ประสาทสัมผัสของคุณได้สัมผัสกับรสชาติอันเข้มข้นของอาหารภูฏาน อาหารที่นี่ไม่เพียงแค่เผ็ดร้อน แต่ยังเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมและความเชื่อมโยงกับธรรมชาติโดยรอบ

"เอมา ดัตชิ" (Ema Datshi) อาหารประจำชาติของภูฏานที่ได้รับการค้นหามากที่สุด ประกอบด้วยพริกสดและเนยแข็งท้องถิ่น ให้รสชาติเผ็ดร้อนและมันที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังมี "พักซา มารู" (Phaksha Paa) หมูผัดกับพริกแดงและขิง หรือ "จาชา มารู" (Jasha Maru) แกงไก่รสเผ็ดร้อน ที่คุณไม่ควรพลาด

ทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน มีร้านอาหารและตลาดมากมายที่คุณสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นได้ การรับประทานอาหารที่นี่ไม่ใช่แค่การกิน แต่เป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวภูฏานผ่านทางรสชาติอาหาร

สัมผัสประสบการณ์เทศกาลท้องถิ่นที่บุมทัง: การเฉลิมฉลองที่เปี่ยมสีสัน

Tatler Asia
Above เทศกาลท้องถิ่นที่บุมทัง ในชุดประจำชาติที่สวยงาม (ภาพ: Dheyma Bhutan Travel Agency)

หากโชคดี คุณอาจได้มีโอกาสเข้าร่วมเทศกาลท้องถิ่นของภูฏาน หรือที่เรียกว่า "ซองชู" (Tshechu) ซึ่งเป็นเทศกาลทางศาสนาที่จัดขึ้นในแต่ละภูมิภาคของประเทศ บุมทังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีเทศกาลที่มีชื่อเสียงที่สุด

ในระหว่างเทศกาล คุณจะได้เห็นการเต้นรำในหน้ากากที่มีสีสันสดใส ซึ่งเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนาและตำนานโบราณ ได้เห็นชาวภูฏานในชุดประจำชาติที่สวยงาม พร้อมทั้งได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขและความศรัทธา

การเข้าร่วมเทศกาลเหล่านี้ไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมและความเชื่อของชาวภูฏานอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ ชาวภูฏานเชื่อว่าการเข้าร่วมพิธีกรรมเหล่านี้จะนำมาซึ่งความโชคดีและขจัดสิ่งชั่วร้าย

เคล็ดลับการเข้าร่วมเทศกาล: แต่งกายให้สุภาพ เนื่องจากเป็นงานที่มีความสำคัญทางศาสนา ควรเตรียมหมวกและครีมกันแดดเนื่องจากกิจกรรมส่วนใหญ่จัดกลางแจ้ง 

ป้อมปูนาคา (Punakha Dzong): สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำสองสาย

Tatler Asia
Above ป้อมปูนาคา ป้อมปราการที่สวยงามในภูฏาน (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)

ป้อมปูนาคา หรือ "พาลาซ์แห่งความสุขอันยิ่งใหญ่" เป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สวยงามที่สุดในภูฏาน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1637 โดยซับดรุง งาวัง นัมเกล  (Zhabdrung Ngawang Namgyal) ผู้รวมภูฏานให้เป็นหนึ่งเดียว ป้อมนี้ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโพ ชู (Pho Chu) และโม ชู (Mo Chu)

ป้อมปูนาคาเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของสถาปัตยกรรมภูฏาน ด้วยกำแพงสีขาวสูงตระหง่าน หลังคาทองสีทอง และลานกว้างที่ประดับประดาอย่างวิจิตร ภายในมีวัดและห้องโถงที่ประดับด้วยภาพวาดและรูปแกะสลักอันงดงาม

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือความสามารถในการสร้างป้อมขนาดใหญ่เช่นนี้ในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ป้อมแห่งนี้ยังคงยืนหยัดมากว่า 300 ปี ผ่านแผ่นดินไหว น้ำท่วม และไฟไหม้มาแล้วหลายครั้ง แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและภูมิปัญญาของชาวภูฏานโบราณ

ยิงธนูแบบภูฏาน: กีฬาประจำชาติที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน

Tatler Asia
Above ยิงธนู กีฬาประจำชาติของภูฏาน (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)
Tatler Asia
Above ยิงธนู กีฬาประจำชาติของภูฏาน (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)

ยิงธนูเป็นกีฬาประจำชาติของภูฏานที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้ชายชาวภูฏาน คุณสามารถพบเห็นการแข่งขันได้ทั่วไปในวันหยุดและเทศกาลต่างๆ

สิ่งที่ทำให้การยิงธนูของภูฏานแตกต่างจากที่อื่นคือระยะทางที่ไกลมาก เป้าหมายวางห่างออกไปประมาณ 145 เมตร ซึ่งไกลกว่าการแข่งขันในระดับนานาชาติถึงสองเท่า! เป้าหมายมีขนาดประมาณ 3 ฟุตสูงและกว้าง 11 นิ้ว การยิงให้ถูกเป้าจึงต้องอาศัยทักษะและความแม่นยำอย่างสูง

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของกีฬายิงธนูในภูฏานคือการมีเหล่าสาวๆ มาเชียร์และร้องเพลงล้อเลียนฝ่ายตรงข้าม เพื่อทำให้พวกเขาเสียสมาธิ แต่เมื่อฝ่ายตนเองยิงได้แม่นยำ พวกเธอก็จะเต้นรำและร้องเพลงเฉลิมฉลอง สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นกันเอง

ล่องแก่งที่ปูนาคา: ความตื่นเต้นท่ามกลางแม่น้ำเชี่ยวกราก

Tatler Asia
Above บรรยากาศการล่องแก่งที่มาภาพเบื้องหลังเป็นป้อมปราการที่สวยที่สุดในภูฎาน (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)

สัมผัสประสบการณ์สุดตื่นเต้นกับการล่องแก่งบนแม่น้ำโม ชู (Mo Chhu) ที่ไหลเชี่ยวกราก เส้นทางล่องแก่งยาว 10 กิโลเมตรผ่านภูมิประเทศที่งดงามของหุบเขาปูนาคา

กระแสน้ำอันแรงจะพาคุณผ่านแก่งต่างๆ ที่ท้าทาย ขณะที่คุณจะได้ชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติโดยรอบ ทั้งภูเขาสูง ป่าไม้เขียวชอุ่ม และท้องฟ้าสีครามสดใส

การล่องแก่งในภูฏานไม่เพียงให้ความตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการสัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์และวิถีชีวิตริมน้ำของชาวภูฏานอีกด้วย คุณอาจได้พบกับชาวบ้านที่กำลังทำการเกษตรริมฝั่งน้ำ หรือเด็กๆ ที่โบกมือทักทายจากริมตลิ่ง

อ่านเพิ่มเติม: เส้นทางสู่การเยียวยาที่แท้จริง กับหลากกิจกรรมเวลเนสระดับโลกที่ Aman ทั่วเอเชีย

พักโฮมสเตย์ที่พอบจิคา: สัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวภูฏาน

Tatler Asia
Above สัมผัสวิถีชีวิตที่แท้จริงของชาวภูฏาน การพักโฮมสเตย์ที่หุบเขาพอบจิคา (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)

หากคุณต้องการสัมผัสวิถีชีวิตที่แท้จริงของชาวภูฏาน การพักโฮมสเตย์ที่หุบเขาพอบจิคา (Phobjikha) เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด หุบเขาอันเงียบสงบแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของนกกระเรียนคอดำที่ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งอพยพมาในช่วงฤดูหนาว

การพักกับครอบครัวชาวภูฏานจะทำให้คุณได้เรียนรู้วิถีชีวิตประจำวันของพวกเขา ตั้งแต่การทำอาหารท้องถิ่น การทำเกษตรกรรม ไปจนถึงพิธีกรรมทางศาสนา คุณจะได้นอนในบ้านไม้แบบดั้งเดิม อบอุ่นด้วยเตาฟืน และรับประทานอาหารพื้นเมืองที่ปรุงจากวัตถุดิบในท้องถิ่น

มิตรภาพและความอบอุ่นของชาวภูฏานจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และเข้าใจความหมายของ "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" อย่างแท้จริง

กิจกรรมที่น่าสนใจ: เดินป่าชมนกกระเรียนคอดำ (ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์), เรียนรู้การทำอาหารภูฏาน, เยี่ยมชมโรงเรียนท้องถิ่น, และร่วมพิธีกรรมทางศาสนากับครอบครัวเจ้าของบ้าน

ผจญภัยในป่ามานัส-เกเลพู: สัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

Tatler Asia
Above หลายคนอาจไม่ทันคิดถึงการสัมผัสธรรมชาติในแบบใกล้ชิด (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามานัส (Manas National Park) ทางตอนใต้ของภูฏานใกล้เมืองเกเลพู เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์พืชและสัตว์หายาก อุทยานแห่งนี้เชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามานัสของอินเดีย กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์ข้ามพรมแดนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

ที่นี่คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์ท่องป่าบนหลังช้าง ล่องเรือตามแม่น้ำมานัส จัดปิคนิคริมน้ำ หรือเดินป่าตามเส้นทางธรรมชาติ คุณอาจได้พบสัตว์ป่าหายาก เช่น เสือโคร่งเบงกอล แรดอินเดีย ช้างป่า และนกนานาชนิด

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย การตั้งแคมป์ในป่ามานัสจะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ การนอนใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวสว่างไสว พร้อมฟังเสียงธรรมชาติรอบตัว จะทำให้คุณรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

เคล็ดลับการเที่ยว: ควรจองทัวร์กับบริษัทที่มีประสบการณ์ เนื่องจากพื้นที่นี้ค่อนข้างห่างไกลและต้องการไกด์ที่มีความรู้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เมษายน

เทศกาล Royal Highland ที่ลายา: เฉลิมฉลองวัฒนธรรมชาวเขา

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 เทศกาล Royal Highland ที่ลายา ที่รวมเอากิจกรรมของชาวภูฎานเข้าไว้ (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)
Photo 2 of 4 เทศกาล Royal Highland ที่ลายา ที่รวมเอากิจกรรมของชาวภูฎานเข้าไว้ (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)
Photo 3 of 4 เทศกาล Royal Highland ที่ลายา ที่รวมเอากิจกรรมของชาวภูฎานเข้าไว้ (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)
Photo 4 of 4 เทศกาล Royal Highland ที่ลายา ที่รวมเอากิจกรรมของชาวภูฎานเข้าไว้ (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)

เทศกาล Royal Highland ที่หมู่บ้านลายา (Laya) เป็นงานเฉลิมฉลองวัฒนธรรมของชุมชนบนที่สูงในภูฏาน จัดขึ้นปีละครั้งภายใต้พระราชดำริของกษัตริย์ภูฏาน เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตของชาวเขาและดึงดูดนักท่องเที่ยวสู่ภูมิภาคห่างไกล

ในช่วงสองวันของเทศกาล คุณจะได้ชมการแสดงทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย การแข่งขันมาราธอน การแข่งม้า การจัดแสดงสุนัขและจามรีพื้นเมือง และกีฬาพื้นบ้านต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการสาธิตประเพณีและวิถีชีวิตของชาวเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูง

การเดินทางไปยังหมู่บ้านลายาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ เนื่องจากต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางภูเขาที่สวยงามเป็นเวลาประมาณ 2-3 วัน ระหว่างทางคุณจะได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาหิมะและพบปะกับชาวบ้านที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย

ไฮไลท์ของเทศกาล: การแสดงระบำหน้ากากโบราณ, การแข่งขันยิงธนูแบบดั้งเดิม, นิทรรศการหัตถกรรมท้องถิ่น, และโอกาสได้พบปะกับพระราชาและราชินีของภูฏานซึ่งมักเสด็จมาร่วมงานด้วย

Snowman Trek: การเดินป่าที่ท้าทายที่สุดในโลก

Tatler Asia
Above หนึ่งในเส้นทางการเดินแทรกกิ้งที่อันตราย และท้าทายที่สุด (ภาพ: Carissa Nimah, Department of Tourism, Bhutan)

ภูฏานขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบ และธรรมชาติที่สวยงาม และท้าทาย โดยมีเส้นทางอย่าง Snowman Trek ที่เป็นเส้นทางเดินเขาที่ยาวที่สุดและเดินยากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ด้วยหลากหลายปัจจัย ตั้งแต่ความสูง ระยะทาง ลักษณะของเส้นทาง สภาพอากาศ คุณจะได้ผจญภัยอย่างเต็มรูปแบบ จากเมือง Laya สู่เมือกเขาหิมาลัย ด้วยความท้าทายในการเดินทาง เส้นทางนี้เหมาะสำหรับนักเดินป่าที่มีประสบการณ์ โดยการเดินทางนี้ใช้เวลา 20-30 วัน 

Topics

Bharanroj Dhanabhudhinitikorn
Lifestyle Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia