ซีรีส์ชื่อดังอย่าง 'The White Lotus' ของ HBO กำลังจะกลับมาในซีซั่นที่ 3 พร้อมฉากหลังใหม่อย่างประเทศไทย พร้อมบทบาทเดบิวต์ของสาวลิซ่า ลลิษา
หลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอคอยมานานหลายเดือน ในที่สุดซีรีส์ The White Lotus เตรียมกลับมาฉายทาง HBO ในปี 2025 กับซีซั่น 3 ที่ทุกคนรอคอย พร้อมฉากหลังใหม่อย่างประเทศไทย
ซีรีย์แนวเสียดสีสังคมสุดเฉียบคมสไตล์ดาร์กคอมเมดี้ที่เต็มไปด้วยการหักมุมที่หลายๆ คนต้องอ้าปากค้าง ชนิดที่ว่าได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmys ถึง 23 สาขาในสองซีซั่นที่ผ่านมา และทำให้ Jennifer Coolidge คว้ารางวัลนี้กลับบ้านไปได้อีกครั้งจากการแสดงสุดยอดเยี่ยมของเธอ
ซีซั่นใหม่นี้จะพาเราไปสำรวจชีวิตของแขกสุดพิเศษที่จะมาเข้าพักในรีสอร์ตแห่งนี้ พร้อมทั้งปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเกินคาดเดาของพวกเขากับพนักงานรีสอร์ต และแน่นอนว่าความสัมพันธ์ประหลาดๆ นี้ก็จะทำให้ประสบการณ์เข้าพักของพวกเขาพิกลสุดๆ
เหตุผลหนึ่งที่หลายๆ คนเฝ้ารอการมาถึงของซีรีส์เรื่องนี้ คงหนีไม่พ้นการเดบิวต์ในฐานะนักแสดงของสาวลิซ่า Blackpink และนี่คือทั้งหมดที่เรารู้เกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้
อ่านเพิ่มเติม: เปิดเหตุผล ทำไม 'ลิซ่า Blackpink' ถึงเหมาะกับ Victoria’s Secret Fashion Show ที่กำลังจะกลับมาในรอบ 6 ปี
โครงเรื่องและสถานที่อันน่าติดตาม
HBO ได้ปล่อยสองตัวอย่างสั้นๆ ออกมาบนอินสตาแกรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าตัวอย่างที่ออกมาก็ยั่วให้เราอยากรู้มากขึ้นไปอีกว่าเส้นเรื่องจะเป็นอย่างไร โดยในตัวอย่างมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในไทยอยู่หลากหลายแห่ง เช่น วัดปากน้ำภาษีเจริญ ถนนที่พลุกพล่านในกรุงเทพฯ ชายหาดอันงดงามทางภาคใต้ และไนท์ไลฟ์ที่แสนคึกคัก แน่นอนเลยว่า ที่ขาดไม่ได้คือรีสอร์ตสุดหรูที่เป็นเหมือนหัวใจของเรื่อง พร้อมกับซีนสั้นๆ ที่สาวลิซ่ายืนต้อนรับแขกอย่างอบอุ่นในชุดยูนิฟอร์มของ The White Lotus พร้อมพูดว่า “Welcome to The White Lotus in Thailand ka” พร้อมป้ายชื่อที่ทำให้เราเห็นว่าชื่อของเธอในเรื่องคือ 'มุก'
'มุก' บทบาทเดบิวต์ในฐานะนักแสดงของลิซ่า
สาวลิซ่าเองก็ได้แชร์ตัวอย่างล่าสุดของ The White Lotus บนอินสตาแกรมสตอรี่ของเธอ ซึ่งก็ทำให้แฟนๆ (โดยเฉพาะเหล่า Lilies) ต่างตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เห็นบทบาทการแสดงครั้งแรกของสาวลิซ่า แม้ว่าจนถึงขณะนี้ลิซ่าและ HBO จะยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครของเธอออกมาอย่างเป็นทางการ แต่อย่างที่เรารู้คือ ตัวละครนี้ชื่อ 'มุก' และคาดคะเนจากการกล่าวต้อนรับ (ซึ่งเป็นฉากซิกเนเจอร์ของซีรีส์) ได้ว่าเธอน่าจะรับบทเป็นผู้จัดการรีสอร์ตแห่งนี้ เพราะบทพูดทำนองเดียวกันนี้ถูกพูดโดยผู้จัดการรีสอร์ตทั้งสองสาขาจากซีซั่นก่อน (ซึ่งเป็นบทที่สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว)
แต่ที่แน่นอนคือสื่อหลายเจ้าที่สัมภาษณ์เธอได้อ้างอิงคำพูดของเธอในทำนองเดียวกันว่า เธอเข้าคอร์สเรียนการแสดงเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองในการรับบทนี้ ในการสัมภาษณ์เหล่านี้ เธอก็ยังได้เปรียบเทียบการแสดงกับการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ ซึ่งการแสดงออกทางสีหน้าเป็นสิ่งสำคัญ
แน่นอนว่าสาวลิซ่าเป็นคนไทย และการที่เธอได้รับบทคนไทย ในซีรีส์ที่มีฉากหลังอยู่ในประเทศไทยแบบนี้ ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าเธอจะแสดงออกถึงความเป็นไทยได้อย่างเต็มที่ อย่างที่ในมิวสิกวิดีโอเพลง Rockstar ของเธอเองก็ถ่ายทำในกรุงเทพฯ เช่นกัน
อ่านเพิ่มเติม: 11 โมเมนต์ความสำเร็จและความเจิดจรัสในฐานะศิลปินโซโล่ของสาว ลิซ่า Blackpink
ดาราระดับท็อปกับการจิกกัดที่แยบยล
ใครที่เคยรับชม The White Lotus ในซีซั่นก่อนน่าจะทราบดีว่า สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นที่รักของแฟนๆ คงหนีไม่พ้นฉากสวยๆ ของเมืองท่องเที่ยว, นักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ และพล็อตเรื่องที่หักมุมไปมา และซีซั่นนี้เองก็เช่นกัน ในตัวอย่างที่ปล่อยออกมาเราจะเห็น Leslie Bibb จาก Iron Man, Carrie Coon จาก The Leftovers, Christian Friedel จาก Downfall และ Walton Goggins จาก Justified พร้อมด้วย Natasha Rothwell นักแสดงเจ้าเก่าจาก The White Lotus ซีซั่นแรก
หลังจากพาเราพักผ่อนในฮาวายและซิซิลีมาแล้ว ซีซั่นนี้ผู้ชมจะถูกพามายังประเทศไทย โดยฉากหลังของเรื่องจะเป็นที่ไหนไปได้ถ้าไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวอย่างกรุงเทพฯ, ภูเก็ต และเกาะสมุยที่สวยงาม ซึ่งเราก็พอจะทราบกันอยู่แล้วว่ารีสอร์ตที่ใช้ถ่ายทำคือ Four Season Koh Samui โดย Mike White ผู้สร้างซีรีส์เคยให้สัมภาษณ์กับ HBO ว่าซีซั่นใหม่นี้จะนำเสนอเรื่องราวเสียดสีถึงความตาย ศาสนา และจิตวิญญาณ (Spirituality) ซึ่งจะแตกต่างจากซีซั่นก่อนๆ ที่เน้นในเรื่องของเงินทองและเซ็กส์
ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของซีรีส์หรือของเหล่านักแสดง คุณก็สามารถตั้งตารอซีรีส์เรื่องนี้ได้เลย เพราะนี่คือซีรีส์ที่ผสมผสานระหว่างอารมณ์ขันแบบดาร์กคอมเมดี้ เข้ากับเนื้อเรื่องที่น่าตื่นเต้น และการหักมุมเกินคาดเดา ขณะเดียวกันก็พาเราเจาะลึกถึงความซับซ้อนระหว่างแขกพิเศษที่เข้าพัก ผู้คน และวัฒนธรรมในท้องถิ่น
This story was originally written in English by Winona Cheung.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2024 โดย Winona Cheung โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Topics



