Squid Game Lee Byung-Hun
Cover Lee Byung-hun สร้างความบันเทิงให้กับคนทั่วโลกมานานหลายทศวรรษ (ภาพ: IMDB)
Squid Game Lee Byung-Hun

แม้จะมีดาวรุ่งเกาหลีมากมายที่แจ้งเกิดในระดับสากลช่วงไม่กี่ปีมานี้ แต่ Lee Byung-hun คือผู้สร้างสะพานเชื่อมให้พวกเขาก้าวข้ามไปถึงจุดนั้น

วงการบันเทิงเกาหลี มีนักแสดงไม่กี่คนที่สามารถครอบครองได้ทั้งบัลลังก์โชซอนและเวทีฮอลลีวูด และ Lee Byung-hun ก็ทำเช่นนั้นได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบทชายหนุ่มผู้เยือกเย็นใน I Saw the Devil หรือบทสายลับเจ้าเล่ห์ใน Red 2 ไปจนถึงบทชายผู้เปราะบางใน Our Blues เขาคือปรมาจารย์แห่งการแสดงที่ข้ามแนว ข้ามภาษาได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยความสงบนิ่งอันเป็นเอกลักษณ์และแววตาคมกริบ

ตั้งแต่หนังอาร์ตเฮาส์ไปจนถึงภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ระดับโลก Lee Byung-hun ได้สร้างผลงานที่ทั้งทะเยอทะยานและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มดูผลงานของเขา หรือแค่ต้องการลิสต์สำหรับดูซ้ำ นี่คือจุดเริ่มต้นในการค้นหาความประทับใจในตัวเขา

อ่านเพิ่มเติม: 10 เรื่องชวนรู้ก่อนลุ้นเกมอันตราย Squid Game 3

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ Lee Byung-hun

Above Lee Byung-hun สามารถต่อกรกับ Bruce Willis, Anthony Hopkins และ John Malkovich ได้ใน 'Red 2'

เขาคือผู้บุกเบิกของนักแสดงเอเชียสู่ฮอลลีวูด

Lee Byung-hun คือหนึ่งในนักแสดงเกาหลีคนแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จในการรับบทนำในภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์ เช่น G.I. Joe: The Rise of Cobra, Red 2 และ The Magnificent Seven เขาเป็นผู้เปิดประตูให้ฮอลลีวูดยอมรับศักยภาพของนักแสดงเอเชีย ด้วยภาพลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยพลังและความลุ่มลึก

เขาพูดได้สามภาษาและเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร

Lee Byung-hun พูดได้ทั้งเกาหลี อังกฤษ และญี่ปุ่น บทสัมภาษณ์ของเขา ไม่ว่าจะเป็นในรายการวาไรตี้เกาหลีหรืองานพรมแดงเมืองคานส์ สะท้อนให้เห็นเสน่ห์ที่น่าประทับใจ และทำให้เขากลายเป็นที่ชื่นชอบของสื่อทั้งในและต่างประเทศ

เขายังพากย์เสียงแอนิเมะด้วย

น้อยคนจะรู้ว่า Lee Byung-hun คือผู้ให้เสียง “กวีมา” (Kwi-ma) ราชาปิศาจผู้ต้องการทำลายมนุษยชาติด้วยความอ่อนแอและความไม่มั่นคง ทั้งที่เป็นเวอร์ชั่นต้นฉบับภาษาอังกฤษและเวอร์ชั่นพากย์ภาษาเกาหลีในภาพยนตร์แอนิเมะ KPop Demon Hunters (2025) ซึ่งเพิ่งเข้าฉายทาง Netflix เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ช่วยเพิ่มความน่าเกรงขามให้กับภาพยนตร์ด้วยการแสดงอันทรงพลังของเขา

Tatler Asia
Kwi-ma (ภาพ: villains.fandom.com)
Above “กวีมา” ราชาปิศาจผู้ชั่วร้ายใน ‘KPop Demon Hunters’ ซึ่งรับบทโดย Lee Byung-hun (ภาพ: villains.fandom.com)
Kwi-ma (ภาพ: villains.fandom.com)

ในปีนี้อีกเช่นกัน The King of Kings (2025) ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่เล่าเรื่องพระเยซูเจ้าจากมุมมองของ “ชาร์ลส์ ดิกเกนส์” ผู้เป็นพ่อที่เล่าเรื่องให้ลูกชายฟัง ที่เข้าฉายทางโรงภาพยนตร์ Lee Byung-hun ก็ยังเป็นผู้พากย์เสียงชาร์ลส์ ดิกเกนส์ในเวอร์ชั่นพากย์ภาษาเกาหลีด้วย

นักแสดงเกาหลีคนแรกที่ขึ้นเวทีออสการ์

ในปี 2016 Lee Byung-hun กลายเป็นนักแสดงเกาหลีคนแรกที่ได้ขึ้นเวทีประกาศผลรางวัลออสการ์ โดยปรากฏตัวร่วมกับ Sofia Vergara ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการภาพยนตร์เกาหลี ก่อนที่ Parasite จะสร้างประวัติศาสตร์ในภายหลัง

เขามีรางวัลการันตีทั่วเอเชียและระดับโลก

Lee Byung-hun กวาดรางวัลใหญ่มาแล้วทั้ง Blue Dragon Film Awards, Grand Bell Awards และ Baeksang Arts Awards จากบทบาทที่มีทั้งความลุ่มลึกและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบทชายที่ต้องการล้างแค้น (I Saw the Devil), บทการเมืองตึงเครียด (The Man Standing Next) หรือบทอันธพาล (Inside Men) ทั้งยังได้รับเสียงชื่นชมจากนานาชาติในเทศภาพยนตร์อย่างเมืองคานส์และเวนิส ซึ่งตอกย้ำชื่อเสียงระดับโลกของเขา

อ่านเพิ่มเติม: 10 ซีรีส์เกาหลีภาคต่อ ที่แฟนๆ ตั้งตารอคอย

10+1 ผลงานเด่นของ Lee Byung-hun ที่ไม่ควรพลาด

1. ‘Joint Security Area’ (JSA) (2000) 

Above ภาพยนตร์ที่ทำให้ Lee Byung-hun เป็นที่รับรู้ถึงความสามารถในการแสดงในวงกว้าง

ภาพยนตร์ระดับตำนานที่กำกับโดย Park Chan-wook เรื่องนี้ คือผลงานแจ้งเกิดของเขา ในเรื่อง Lee Byung-hun รับบทเป็นจ่าสิบเอกอีซูฮยอก ทหารเกาหลีใต้ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับทหารเกาหลีเหนือในเขตปลอดทหาร (DMZ) ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองอันเปราะบาง

2. ‘Beautiful Days’ (2001)

ซีรีส์รักสามเส้าสุดคลาสสิกแห่งยุคบุกเบิกของ Lee Byung-hun รับบทนักธุรกิจหนุ่มผู้เย็นชา ก่อนจะค่อยๆ เปิดใจและตกหลุมรักอย่างจริงจัง ซีรีส์นี้พิสูจน์ว่าเขาคือพระเอกโรแมนติกที่น่าจับตามองในจอแก้ว

3. ‘All In’ (2003)

Above เรื่องราวในโลกการพนันที่ถึงจุดหักเหเมื่อหัวหน้าแก๊งพนันยื่นข้อเสนอให้ “คิมอินฮา” ทำงานโดยแลกกับอนาคตของเพื่อนรัก

ซีรีส์ที่สร้างจากเรื่องจริงทำเรตติ้งถล่มทลาย และส่งเขาคว้ารางวัลแดซังจากเวที SBS Drama Awards รวมถึงนักแสดงชายยอดเยี่ยมจาก Baeksang Arts Awards เรื่องนี้เขารับบทเป็น “คิมอินฮา” เด็กกำพร้าที่เติบโตท่ามกลางโลกของการพนันและกาสิโนที่อันตราย เป็นเรื่องราวความทะเยอทะยานและความภักดี รวมถึงความรักที่ร้อนแรงและวุ่นวาย ท่ามกลางฉากหลังที่มีความเสี่ยงสูงและการติดต่อธุรกิจที่อันตราย

4. ‘A Bittersweet Life’ (2005)

ด้วยบทบาทของ Kim Sun-woo เจ้าหน้าที่โรงแรมผู้อุทิศตนให้กับหัวหน้ามาเฟีย จนเมื่อเขาตัดสินใจไม่ฆ่าหญิงสาวตามคำสั่ง เขาจึงต้องเผชิญการทรยศและความรุนแรงอย่างไม่หยุดยั้ง หนังเรื่องนี้ยกระดับ Lee Byung-hun สู่บทแอ็คชั่นแนวจิตวิทยาอย่างสมบูรณ์

5. ‘The Good, the Bad, the Weird’ (2008)

Above “กิมจิเวสเทิร์น” หนังคาวบอยสไตล์กิมจิ

ภาพยนตร์ “กิมจิเวสเทิร์น” อันอลังการ ที่เต็มไปด้วยฉากไล่ล่าในดินแดนแมนจูเรียยุค 1930s เรื่องนี้ ทำให้ Byung-hun ซึ่งรับบทเป็น “พัคชางอี” นักฆ่าที่โหดเหี้ยมและมีสไตล์ ได้แสดงความเป็นวายร้ายที่มีเสน่ห์ได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ทำให้เขาได้แสดงความสามารถรอบด้าน

6. ‘IRIS’ (2009)

ซีรีส์แอ็คชั่นสายลับทุนสร้างสูงสุดในยุคนั้น Lee Byung-hun รับบทเป็น “คิมฮยอนจุน” เจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ NSS ที่มีความสามารถสูง ซึ่งพบว่าตัวเองถูกหักหลังและถูกไล่ล่าโดยองค์กรลับ เขาได้โชว์ฉากแอ็คชั่นเร้าใจ พร้อมคว้ารางวัล Grand Prize (Daesang) อีกครั้ง

7. ‘I Saw the Devil’ (2010) 

บทบาทเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองแห่งชาติสุดดาร์กของ “คิมซูฮยอน” ที่ล้างแค้นฆาตกรต่อเนื่องซึ่งฆ่าคู่หมั้นเขาตายด้วยวิธีสุดโหด Lee Byung-hun ถ่ายทอดความแค้น ความเจ็บปวด และความหม่นได้อย่างลึกซึ้ง เป็นหนึ่งในบทบาทที่ท้าทายที่สุดในอาชีพของเขา

8. ‘Masquerade’ (2012) 

Above เมื่อคนธรรมดาต้องมานั่งบัลลังก์แทนพระราชาตัวจริง

การแสดงสองบทบาทในภาพยนตร์ย้อนยุคฟอร์มยักษ์ Lee Byung-hun รับบททั้งในฐานะ “พระเจ้ากวางแฮ” ผู้เผด็จการ และ “ฮาซอน” สามัญชนชั้นต่ำที่หน้าตาคล้ายคลึงกับพระราชาอย่างน่าประหลาดใจ เมื่อพระราชาประชวร ฮาซอนก็ถูกนำมานั่งบัลลังก์แทน Masquerade กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของเกาหลี และทำให้ Lee Byung-hun ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมากมาย

9. ‘Inside Men’ (2015) 

ภาพยนตร์ระทึกขวัญทางการเมืองที่ระเบิดความมัน ซึ่งมีการแสดงที่ได้รับการยกย่องและได้รับรางวัลมากที่สุดเรื่องหนึ่งของ Lee Byung-hun ที่รับบท “อันซังกู” อันธพาลที่คอยรับใช้กลุ่มนักการเมือง หลังจากถูกหักหลังและทำให้พิการโดยบุคคลผู้มีอำนาจ เขาได้วางแผนการแก้แค้นนักการเมืองที่ทุจริตโดยร่วมมือกับ “วูจางฮุน” (Cho Seung-woo) อัยการหนุ่มตงฉินที่กำลังอยากสร้างผลงานเพื่อเลื่อนขั้น จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์เกมหักเหลี่ยนเฉือนคมระหว่าง นักเลง สื่อมวลชน และวงการการเมือง ที่สะเทือนไปทั้งเกาหลี โดยภาพยนตร์การเมืองสุดเข้มข้นเรื่องนี้ได้ผลักดันเขาสู่บทบาทอันโดดเด่นและคว้ารางวัลมากมาย

10. ‘Mr. Sunshine’ (2018) 

Above ซีรีส์ที่นำโครงเรื่องบางส่วนมาจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์เกาหลี

ซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก Lee Byung-hun รับบท “ยูจีนชเว” นายทหารเรือสหรัฐฯ ที่เกิดในเกาหลี ซึ่งเดินทางกลับมายังบ้านเกิด (โชซอน) ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายทางการเมือง เขาเข้าไปพัวพันกับหญิงชนชั้นสูงและสมาชิกลับของกองทัพ Righteous Army นำไปสู่การสำรวจความรัก อัตลักษณ์ และความรักชาติอย่างลึกซึ้งท่ามกลางฉากหลังของการยึดครองโดยญี่ปุ่น

11. ‘KPop Demon Hunters’ (2025)

Above ภาพยนตร์แอนิเมะที่เข้าฉายทาง Netflix ติด TOP 10 มากกว่า 29 ประเทศทั่วโลก และติดอันดับ 1 มากกว่า 22 ประเทศ

ภาพยนตร์แอนิเมะที่เล่าเรื่องเกิร์ลกรุ๊ปเคป๊อป “ฮันทริกซ์” นอกเหนือจากการเป็นไอดอลระดับโลก พวกเธอก็ยังเป็นนักล่าปิศาจที่พยายามขโมยวิญญาณมนุษย์ไปเป็นพลังงานของราชาปิศาจ “กวีมา” ซึ่งให้เสียงพากย์โดย Lee Byung-hun

แม้ทั้งเรื่องจะใช้ภาษาอังกฤษล้วน แต่ KPop Demon Hunters ได้อิทธิพลมาจากเพลงเกาหลีอย่างชัดเจน ขณะที่ Maggie Kang ผู้กำกับเรื่องนี้กล่าวว่าเมื่อได้นำเสนอเรื่องราวให้กับ Lee Byung-hun “เขาได้ตั้งคำถามมากมายและชื่นชอบแนวคิดนี้มาก จนตกลงเข้าร่วม” สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจของ Lee Byung-hun ในแนวคิดที่แปลกใหม่ของไอดอลเคป๊อปที่ต้องต่อสู้กับปิศาจร้าย

นอกจากนี้บทบาทของกวีมาก็ยังตอกย้ำถึงการรับบทตัวร้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่โดดเด่นมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ในอาชีพของ Lee Byung-hun รวมถึงบทบาท Front Man ใน Squid Game ที่ซีซั่นสามกำลังฉายทาง Netflix ด้วย


This story was originally written in English by Sarah Lim.

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2025 โดย Sarah Lim โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
 

Topics