A studio trail that runs from Seoul to Los Angeles, where BTS share credits, verses and choruses with some of pop’s biggest names. Here are their international collaborations (Photo: Kevin Winter/Getty Images for MRC)
Cover เส้นทางการทำงานในสตูดิโอที่ทอดยาวจากโซลไปจนถึงลอสแอนเจลิส ที่ซึ่ง BTS ได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมากมายในวงการเพลงป๊อป นี่คือผลงานการร่วมมือระดับนานาชาติของพวกเขา (ภาพ: Kevin Winter/Getty Images for MRC)
A studio trail that runs from Seoul to Los Angeles, where BTS share credits, verses and choruses with some of pop’s biggest names. Here are their international collaborations (Photo: Kevin Winter/Getty Images for MRC)

จาก Zara Larsson ถึง Coldplay นี่คือผลงานการร่วมงานทั้งหมดของ BTS กับศิลปินระดับนานาชาติ

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ศิลปินระดับนานาชาติมากมายต่างอยากร่วมงานกับ BTS ทำให้สตูดิโอของพวกเขาเป็นเหมือนทางเดินหมุนเวียนของศิลปินป๊อป ฮิปฮอป อีดีเอ็ม และร็อก ตั้งแต่รีมิกซ์ใต้ดินไปจนถึงเพลงคู่ระดับโลก การร่วมงานกับศิลปินคนอื่นๆ ของ BTS กลายเป็นส่วนสำคัญที่โดดเด่นในผลงานเพลงของวง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวงโคจรของพวกเขาขยายออกไปนอกวงการเคป็อปอย่างไร เพลงที่ร่วมร้องหรือแต่งกับศิลปินคนอื่นๆ แต่ละเพลงยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวงการเพลงด้วยเช่นกัน จากเดิมที่ค่ายเพลงตะวันตกมองเพลงป๊อปเกาหลีเป็นเพียงสิ่งแปลกใหม่ ปัจจุบันผลงานที่ร่วมงานกับศิลปินคนอื่นๆ ของ BTS กลับถูกวางตำแหน่งให้เป็นผลงานมาตรฐานที่มักถูกปรับแต่งให้เข้ากับชาร์ตเพลงทั้งในเกาหลีและสหรัฐอเมริกา

ด้านล่างนี้คือรายชื่อการร่วมงานกับศิลปินต่างประเทศอย่างเป็นทางการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ BTS ในฐานะกลุ่ม ณ ปี 2026 โดยเน้นที่ผลงานเพลงที่บันทึกไว้และการร่วมงานในสตูดิโอ มากกว่าการแสดงสดหรือการปรากฏตัวในสื่อเพียงครั้งเดียว

อ่านเพิ่มเติม: รายการทั้งหมดของ BTS ที่คุณสามารถสตรีมซ้ำได้เรื่อยๆ ตั้งแต่ 'BTS The Comeback Live' ไปจนถึง 'Permission to Dance'

2014: Thanh Bùi – 'Danger' (โม-บลู-มิกซ์)

Above เป็นการร่วมงานข้ามชาติในช่วงแรกๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก โดยเพลง "Danger" ของ BTS ถูกนำมาทำใหม่ร่วมกับ Thanh Bùi ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลงานการร่วมงานระดับนานาชาติครั้งแรกๆ ของพวกเขา

นักร้องและนักแต่งเพลงชาวเวียดนาม Thanh Bùi ได้ร่วมงานกับ BTS ในเวอร์ชั่น Mo-Blue-Mix ของเพลง “Danger” ซึ่งนับเป็นการร่วมงานครั้งแรกอย่างเป็นทางการของวงกับศิลปินที่ไม่ใช่ชาวเกาหลี เพลงนี้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างฮิปฮอปดั้งเดิมให้มีสไตล์การผลิตที่ทันสมัยและเน้นไปทางคลับมากขึ้น โดยมีกลิ่นอายของดนตรี EDM และแดนซ์ป็อปในยุคกลางปี 2010

ห้ามพลาด: การลงทุนและธุรกิจของวี BTS: คิมแทฮยองสร้างความมั่งคั่งนอกเหนือจากดนตรีได้อย่างไร

2017: Steve Aoki, Desiigner – 'Mic Drop' (Steve Aoki Remix)

โปรดิวเซอร์เพลงอิเล็กทรอนิกส์ Steve Aoki ได้นำเพลง “Mic Drop” ของ BTS มาเรียบเรียงใหม่ให้เป็นเพลง EDM ที่หนักแน่นด้วยจังหวะแทร็ป พร้อมเพิ่มท่อนแร็ปรับเชิญจาก Desiigner รีมิกซ์นี้กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่โดดเด่นในช่วงแรกๆ ของ BTS ในการก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วยโปรดักชั่นที่ทรงพลังและโครงสร้างที่เหมาะสำหรับเทศกาลดนตรี ซึ่งต่อมาได้ถูกนำมาใช้ในทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกของวงด้วย

2018: Nicki Minaj – “Idol” (Remix)

Nicki Minaj ร่วมงานกับ BTS ในเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลง “Idol” โดยเพิ่มท่อนแร็ปใหม่ที่เข้ากับโครงสร้างเพลงที่มีการเรียบเรียงดนตรีแบบจัดเต็มและเน้นจังหวะกลอง การร่วมงานครั้งนี้ตอกย้ำความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของ BTS ในวงการเพลงป๊อปและฮิปฮอปกระแสหลักของสหรัฐอเมริกาในช่วงยุค Love Yourself

2018: สตีฟ อาโอกิ – 'ความจริงที่ไม่เคยถูกเปิดเผย'

สตีฟ อาโอกิ ได้รับเครดิตในฐานะโปรดิวเซอร์ของเพลง “The Truth Untold” โดยเขาได้สร้างสรรค์การเรียบเรียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียบง่ายแต่ลงตัว ซึ่งช่วยเสริมโครงสร้างเพลงบัลลาดแบบออร์เคสตราของเพลง แตกต่างจากสไตล์ EDM ที่ดังกว่าในผลงานก่อนหน้านี้ของ BTS การผลิตเพลงนี้ยังคงความเงียบสงบและเศร้าสร้อย เน้นบรรยากาศมากกว่าความอลังการระดับเทศกาลดนตรี

2018: Steve Aoki – 'Waste It on Me'

ซิงเกิลแนว EDM-pop ของ Steve Aoki ที่ชื่อว่า “Waste It on Me” ได้สมาชิกวง BTS อย่าง RM, Jungkook และ Jimin มาร่วมร้อง พร้อมด้วยดนตรีสังเคราะห์ที่เร้าใจและเนื้อเพลงภาษาอังกฤษ เพลงนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ฟังวิทยุในฝั่งตะวันตกโดยเฉพาะ เป็นการผสานเสียงร้องที่นุ่มนวลของ BTS เข้ากับสไตล์อิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นจังหวะคลับของ Aoki

2019: Halsey – 'Boy With Luv'

Above เป็นช่วงเวลาแห่งความสดใสระดับโลกในวงการเพลงป๊อป ที่เสียงของ Halsey ผสานเข้ากับเพลง "Boy With Luv" อันร่าเริงของ BTS ได้อย่างลงตัว ช่วยให้เพลงนี้โด่งดังไปไกลเกินกว่ากรุงโซล

นักร้องป๊อปชาวอเมริกัน Halsey ร่วมร้องในเพลง “Boy With Luv” ซึ่งเป็นเพลงป๊อปจังหวะกลางๆ สดใส ที่ผสมผสานเสียงร้องของเธอเข้ากับสไตล์การแสดงที่สนุกสนานและเน้นการเต้นของ BTS ภาพลักษณ์ที่สีสันสดใส ท่อนฮุคที่ร่าเริง และการผลิตที่ฟังง่าย ช่วยให้เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในผลงานการร่วมมือระดับนานาชาติที่ประสบความสำเร็จทางการค้ามากที่สุดของวง

2019: Charli XCX – 'Dream Glow'

BTS และ Charli XCX ร่วมงานกันในเพลง “Dream Glow” ซึ่งเป็นเพลงประกอบเกมมือถือ BTS World เพลงนี้โดดเด่นด้วยการผลิตเพลงอิเล็กโทรป็อปที่เปล่งประกายและท่วงทำนองเสียงร้องที่ซ้อนกันหลายชั้น โดยสไตล์เพลงกลิทช์ป็อปของ Charli XCX เข้ากันได้อย่างลงตัวกับท่วงทำนองที่ไพเราะและลงตัวของ BTS

2019: Zara Larsson – 'A Brand New Day'

Above เพลงประกอบภาพยนตร์ BTS World เวอร์ชันขัดเกลาอย่างลงตัว โดยเสียงร้องสดใสของ Zara Larsson ยกระดับเพลง 'A Brand New Day' ให้กลายเป็นเพลงป๊อปที่ไพเราะและให้ความรู้สึก uplifting

นักร้องป๊อปชาวสวีเดน Zara Larsson ร่วมงานกับ BTS ในเพลง “A Brand New Day” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานที่อยู่ในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ BTS World การร่วมงานครั้งนี้เป็นการผสมผสานดนตรีป๊อปที่สดใส โดยนำเสียงร้องที่สดใสของ Larsson มาผสานกับเสียงประสานที่นุ่มนวลและท่วงทำนองที่ไพเราะของ BTS

2019: Juice WRLD – 'All Night'

แร็ปเปอร์ชาวอเมริกัน Juice WRLD ปรากฏตัวร่วมกับ BTS ในเพลง “All Night” ซึ่งเป็นเพลงแนว Trap-influenced R&B จากซาวด์แทร็ก BTS World เพลงนี้ผสมผสานจังหวะแร็ปสบายๆ เข้ากับการผลิตดนตรีที่สร้างบรรยากาศ ทำให้เป็นหนึ่งในเพลงที่ผ่อนคลายและเหมาะกับค่ำคืนที่สุดในซาวด์แทร็กนี้

2019: Lil Nas X – 'Old Town Road' (Seoul Town Road Remix)

Lil Nas X ได้เชิญ RM สมาชิกวง BTS มาร่วมทำรีมิกซ์เพลง “Old Town Road” ในชื่อ “Seoul Town Road Remix” โดยเพิ่มเนื้อเพลงภาษาเกาหลีและเนื้อหาที่เกี่ยวกับกรุงโซลเข้าไปในเพลงคันทรี่แทร็ปต้นฉบับ แม้จะไม่ใช่การร่วมงานกับ BTS อย่างเต็มรูปแบบ แต่รีมิกซ์นี้ก็กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการเพลงกระแสหลักของสหรัฐอเมริกา

2019: Lauv – 'Make It Right' (Remix)

นักร้องป๊อปอย่าง Lauv ได้ร่วมงานกับ BTS ในเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลง “Make It Right” โดยปรับเปลี่ยนเพลงต้นฉบับให้มีกลิ่นอายป๊อปร็อกที่นุ่มนวลขึ้น สไตล์การร้องที่นุ่มนวลของ Lauv เข้ากันได้ดีกับโครงสร้างเพลงที่ซาบซึ้ง และช่วยให้เวอร์ชั่นรีมิกซ์นี้ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ฟังสตรีมมิ่งและวิทยุในฝั่งตะวันตก

2020: Sia – 'On'

นักร้องชาวออสเตรเลีย เซีย ได้ร่วมงานกับ BTS ในเวอร์ชันดิจิทัลพิเศษของเพลง “On” โดยเพิ่มพลังเสียงอันทรงพลังของเธอลงในท่อนฮุคที่เน้นจังหวะกลองหนักแน่น การร่วมงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงยุค Map of the Soul: 7 ซึ่งเป็นการผสมผสานแนวเพลงป๊อปแบบสนามกีฬาขนาดใหญ่ของ BTS เข้ากับสไตล์การร้องที่ทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์ของเซีย

2020: Jawsh 685, Jason Derulo – 'Savage Love' (Laxed – Siren Beat)

BTS ได้ร่วมร้องในเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลง “Savage Love” ซึ่งเป็นผลงานของ Jawsh 685 และ Jason Derulo โดยได้เพิ่มท่อนร้องภาษาเกาหลีและท่อนทำนองใหม่ๆ เข้าไปในเพลงต้นฉบับแนวทรอปิคอลป็อป ต่อมาเวอร์ชั่นรีมิกซ์นี้ก็กลายเป็นหนึ่งในผลงานแรกๆ ของ BTS ที่ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ต Billboard Hot 100

2021: Megan Thee Stallion – 'Butter' (Remix)

Above Megan Thee Stallion เพิ่มท่อนแร็ปที่เฉียบคมและมั่นใจให้กับเพลง 'Butter' ของ BTS ขยายท่วงทำนองดิสโก้ป็อปให้ลื่นไหลด้วยกลิ่นอายฮิปฮอปที่หนักแน่นยิ่งขึ้น

Megan Thee Stallion มาร่วมร้องในเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลง “Butter” โดยเพิ่มท่อนแร็ปที่มั่นใจลงไปในพื้นฐานเพลงดิสโก้ป็อป การร่วมงานครั้งนี้ช่วยเสริมความโดดเด่นของซิงเกิลต้นฉบับในชาร์ตเพลงป็อปฝั่งตะวันตก ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษารูปแบบเพลงที่ลงตัวและติดหูของ BTS เอาไว้ได้

2021: Coldplay – 'My Universe'

BTS ร่วมงานกับ Coldplay ในเพลง “My Universe” โดยผสมผสานซาวด์ป็อปร็อกที่ขับเคลื่อนด้วยเปียโนและกีตาร์ของ Coldplay เข้ากับการเรียบเรียงเสียงร้องขนาดใหญ่ของ BTS เพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความหวังและการเชื่อมต่อ โดยสลับเนื้อเพลงระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลี พร้อมทั้งรักษาสมดุลของเอกลักษณ์ทางดนตรีของทั้งสองวงไว้ได้อย่างลงตัว

2022: Benny Blanco, Snoop Dogg – 'Bad Decisions'

โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลง Benny Blanco ร่วมงานกับ BTS และ Snoop Dogg ในเพลง “Bad Decisions” ซิงเกิลป็อปที่ไพเราะด้วยเนื้อเพลงสนุกสนานและการผลิตที่สดใสเหมาะสำหรับเปิดในวิทยุ เพลงนี้มีกลิ่นอายของเพลงป็อปฤดูร้อนที่ไร้กังวล ผสานเสียงประสานที่ลงตัวของ BTS เข้ากับการร้องแบบสบายๆ ของ Snoop Dogg และแนวเพลงป็อปเชิงพาณิชย์ที่เรียบง่ายของ Blanco

ตั้งแต่การร่วมงานกับ Thanh Bùi ในยุคแรกๆ ที่ทำเพลงรีมิกซ์ ไปจนถึงการร่วมงานกับ Coldplay และ Megan Thee Stallion ในระดับคอนเสิร์ตใหญ่ การร่วมงานกับศิลปินอื่นๆ ของ BTS ได้กลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญทั้งในด้านวิวัฒนาการทางศิลปะของวง และการปรับเปลี่ยนแนวทางของอุตสาหกรรมดนตรีโลกที่มีต่อ K-pop ในวงกว้าง การร่วมงานแต่ละครั้งเพิ่มมิติที่แตกต่างให้กับผลงานของ BTS ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าศิลปินภาษาเกาหลีได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนสำคัญมากกว่าส่วนรอบนอกของดนตรีป๊อปกระแสหลัก

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)