จาก Zara Larsson ถึง Coldplay นี่คือผลงานการร่วมงานทั้งหมดของ BTS กับศิลปินระดับนานาชาติ
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ศิลปินระดับนานาชาติมากมายต่างอยากร่วมงานกับ BTS ทำให้สตูดิโอของพวกเขาเป็นเหมือนทางเดินหมุนเวียนของศิลปินป๊อป ฮิปฮอป อีดีเอ็ม และร็อก ตั้งแต่รีมิกซ์ใต้ดินไปจนถึงเพลงคู่ระดับโลก การร่วมงานกับศิลปินคนอื่นๆ ของ BTS กลายเป็นส่วนสำคัญที่โดดเด่นในผลงานเพลงของวง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวงโคจรของพวกเขาขยายออกไปนอกวงการเคป็อปอย่างไร เพลงที่ร่วมร้องหรือแต่งกับศิลปินคนอื่นๆ แต่ละเพลงยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวงการเพลงด้วยเช่นกัน จากเดิมที่ค่ายเพลงตะวันตกมองเพลงป๊อปเกาหลีเป็นเพียงสิ่งแปลกใหม่ ปัจจุบันผลงานที่ร่วมงานกับศิลปินคนอื่นๆ ของ BTS กลับถูกวางตำแหน่งให้เป็นผลงานมาตรฐานที่มักถูกปรับแต่งให้เข้ากับชาร์ตเพลงทั้งในเกาหลีและสหรัฐอเมริกา
ด้านล่างนี้คือรายชื่อการร่วมงานกับศิลปินต่างประเทศอย่างเป็นทางการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ BTS ในฐานะกลุ่ม ณ ปี 2026 โดยเน้นที่ผลงานเพลงที่บันทึกไว้และการร่วมงานในสตูดิโอ มากกว่าการแสดงสดหรือการปรากฏตัวในสื่อเพียงครั้งเดียว
อ่านเพิ่มเติม: รายการทั้งหมดของ BTS ที่คุณสามารถสตรีมซ้ำได้เรื่อยๆ ตั้งแต่ 'BTS The Comeback Live' ไปจนถึง 'Permission to Dance'
2014: Thanh Bùi – 'Danger' (โม-บลู-มิกซ์)
Above เป็นการร่วมงานข้ามชาติในช่วงแรกๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก โดยเพลง "Danger" ของ BTS ถูกนำมาทำใหม่ร่วมกับ Thanh Bùi ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลงานการร่วมงานระดับนานาชาติครั้งแรกๆ ของพวกเขา
นักร้องและนักแต่งเพลงชาวเวียดนาม Thanh Bùi ได้ร่วมงานกับ BTS ในเวอร์ชั่น Mo-Blue-Mix ของเพลง “Danger” ซึ่งนับเป็นการร่วมงานครั้งแรกอย่างเป็นทางการของวงกับศิลปินที่ไม่ใช่ชาวเกาหลี เพลงนี้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างฮิปฮอปดั้งเดิมให้มีสไตล์การผลิตที่ทันสมัยและเน้นไปทางคลับมากขึ้น โดยมีกลิ่นอายของดนตรี EDM และแดนซ์ป็อปในยุคกลางปี 2010
ห้ามพลาด: การลงทุนและธุรกิจของวี BTS: คิมแทฮยองสร้างความมั่งคั่งนอกเหนือจากดนตรีได้อย่างไร
2017: Steve Aoki, Desiigner – 'Mic Drop' (Steve Aoki Remix)
โปรดิวเซอร์เพลงอิเล็กทรอนิกส์ Steve Aoki ได้นำเพลง “Mic Drop” ของ BTS มาเรียบเรียงใหม่ให้เป็นเพลง EDM ที่หนักแน่นด้วยจังหวะแทร็ป พร้อมเพิ่มท่อนแร็ปรับเชิญจาก Desiigner รีมิกซ์นี้กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่โดดเด่นในช่วงแรกๆ ของ BTS ในการก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วยโปรดักชั่นที่ทรงพลังและโครงสร้างที่เหมาะสำหรับเทศกาลดนตรี ซึ่งต่อมาได้ถูกนำมาใช้ในทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกของวงด้วย
2018: Nicki Minaj – “Idol” (Remix)
Nicki Minaj ร่วมงานกับ BTS ในเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลง “Idol” โดยเพิ่มท่อนแร็ปใหม่ที่เข้ากับโครงสร้างเพลงที่มีการเรียบเรียงดนตรีแบบจัดเต็มและเน้นจังหวะกลอง การร่วมงานครั้งนี้ตอกย้ำความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของ BTS ในวงการเพลงป๊อปและฮิปฮอปกระแสหลักของสหรัฐอเมริกาในช่วงยุค Love Yourself
2018: สตีฟ อาโอกิ – 'ความจริงที่ไม่เคยถูกเปิดเผย'
สตีฟ อาโอกิ ได้รับเครดิตในฐานะโปรดิวเซอร์ของเพลง “The Truth Untold” โดยเขาได้สร้างสรรค์การเรียบเรียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียบง่ายแต่ลงตัว ซึ่งช่วยเสริมโครงสร้างเพลงบัลลาดแบบออร์เคสตราของเพลง แตกต่างจากสไตล์ EDM ที่ดังกว่าในผลงานก่อนหน้านี้ของ BTS การผลิตเพลงนี้ยังคงความเงียบสงบและเศร้าสร้อย เน้นบรรยากาศมากกว่าความอลังการระดับเทศกาลดนตรี
2018: Steve Aoki – 'Waste It on Me'
ซิงเกิลแนว EDM-pop ของ Steve Aoki ที่ชื่อว่า “Waste It on Me” ได้สมาชิกวง BTS อย่าง RM, Jungkook และ Jimin มาร่วมร้อง พร้อมด้วยดนตรีสังเคราะห์ที่เร้าใจและเนื้อเพลงภาษาอังกฤษ เพลงนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ฟังวิทยุในฝั่งตะวันตกโดยเฉพาะ เป็นการผสานเสียงร้องที่นุ่มนวลของ BTS เข้ากับสไตล์อิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นจังหวะคลับของ Aoki
2019: Halsey – 'Boy With Luv'
Above เป็นช่วงเวลาแห่งความสดใสระดับโลกในวงการเพลงป๊อป ที่เสียงของ Halsey ผสานเข้ากับเพลง "Boy With Luv" อันร่าเริงของ BTS ได้อย่างลงตัว ช่วยให้เพลงนี้โด่งดังไปไกลเกินกว่ากรุงโซล
นักร้องป๊อปชาวอเมริกัน Halsey ร่วมร้องในเพลง “Boy With Luv” ซึ่งเป็นเพลงป๊อปจังหวะกลางๆ สดใส ที่ผสมผสานเสียงร้องของเธอเข้ากับสไตล์การแสดงที่สนุกสนานและเน้นการเต้นของ BTS ภาพลักษณ์ที่สีสันสดใส ท่อนฮุคที่ร่าเริง และการผลิตที่ฟังง่าย ช่วยให้เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในผลงานการร่วมมือระดับนานาชาติที่ประสบความสำเร็จทางการค้ามากที่สุดของวง
2019: Charli XCX – 'Dream Glow'
BTS และ Charli XCX ร่วมงานกันในเพลง “Dream Glow” ซึ่งเป็นเพลงประกอบเกมมือถือ BTS World เพลงนี้โดดเด่นด้วยการผลิตเพลงอิเล็กโทรป็อปที่เปล่งประกายและท่วงทำนองเสียงร้องที่ซ้อนกันหลายชั้น โดยสไตล์เพลงกลิทช์ป็อปของ Charli XCX เข้ากันได้อย่างลงตัวกับท่วงทำนองที่ไพเราะและลงตัวของ BTS
2019: Zara Larsson – 'A Brand New Day'
Above เพลงประกอบภาพยนตร์ BTS World เวอร์ชันขัดเกลาอย่างลงตัว โดยเสียงร้องสดใสของ Zara Larsson ยกระดับเพลง 'A Brand New Day' ให้กลายเป็นเพลงป๊อปที่ไพเราะและให้ความรู้สึก uplifting
นักร้องป๊อปชาวสวีเดน Zara Larsson ร่วมงานกับ BTS ในเพลง “A Brand New Day” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลงานที่อยู่ในอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ BTS World การร่วมงานครั้งนี้เป็นการผสมผสานดนตรีป๊อปที่สดใส โดยนำเสียงร้องที่สดใสของ Larsson มาผสานกับเสียงประสานที่นุ่มนวลและท่วงทำนองที่ไพเราะของ BTS
2019: Juice WRLD – 'All Night'
แร็ปเปอร์ชาวอเมริกัน Juice WRLD ปรากฏตัวร่วมกับ BTS ในเพลง “All Night” ซึ่งเป็นเพลงแนว Trap-influenced R&B จากซาวด์แทร็ก BTS World เพลงนี้ผสมผสานจังหวะแร็ปสบายๆ เข้ากับการผลิตดนตรีที่สร้างบรรยากาศ ทำให้เป็นหนึ่งในเพลงที่ผ่อนคลายและเหมาะกับค่ำคืนที่สุดในซาวด์แทร็กนี้
2019: Lil Nas X – 'Old Town Road' (Seoul Town Road Remix)
Lil Nas X ได้เชิญ RM สมาชิกวง BTS มาร่วมทำรีมิกซ์เพลง “Old Town Road” ในชื่อ “Seoul Town Road Remix” โดยเพิ่มเนื้อเพลงภาษาเกาหลีและเนื้อหาที่เกี่ยวกับกรุงโซลเข้าไปในเพลงคันทรี่แทร็ปต้นฉบับ แม้จะไม่ใช่การร่วมงานกับ BTS อย่างเต็มรูปแบบ แต่รีมิกซ์นี้ก็กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการเพลงกระแสหลักของสหรัฐอเมริกา
2019: Lauv – 'Make It Right' (Remix)
นักร้องป๊อปอย่าง Lauv ได้ร่วมงานกับ BTS ในเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลง “Make It Right” โดยปรับเปลี่ยนเพลงต้นฉบับให้มีกลิ่นอายป๊อปร็อกที่นุ่มนวลขึ้น สไตล์การร้องที่นุ่มนวลของ Lauv เข้ากันได้ดีกับโครงสร้างเพลงที่ซาบซึ้ง และช่วยให้เวอร์ชั่นรีมิกซ์นี้ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ฟังสตรีมมิ่งและวิทยุในฝั่งตะวันตก
2020: Sia – 'On'
นักร้องชาวออสเตรเลีย เซีย ได้ร่วมงานกับ BTS ในเวอร์ชันดิจิทัลพิเศษของเพลง “On” โดยเพิ่มพลังเสียงอันทรงพลังของเธอลงในท่อนฮุคที่เน้นจังหวะกลองหนักแน่น การร่วมงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงยุค Map of the Soul: 7 ซึ่งเป็นการผสมผสานแนวเพลงป๊อปแบบสนามกีฬาขนาดใหญ่ของ BTS เข้ากับสไตล์การร้องที่ทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์ของเซีย
2020: Jawsh 685, Jason Derulo – 'Savage Love' (Laxed – Siren Beat)
BTS ได้ร่วมร้องในเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลง “Savage Love” ซึ่งเป็นผลงานของ Jawsh 685 และ Jason Derulo โดยได้เพิ่มท่อนร้องภาษาเกาหลีและท่อนทำนองใหม่ๆ เข้าไปในเพลงต้นฉบับแนวทรอปิคอลป็อป ต่อมาเวอร์ชั่นรีมิกซ์นี้ก็กลายเป็นหนึ่งในผลงานแรกๆ ของ BTS ที่ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ต Billboard Hot 100
2021: Megan Thee Stallion – 'Butter' (Remix)
Above Megan Thee Stallion เพิ่มท่อนแร็ปที่เฉียบคมและมั่นใจให้กับเพลง 'Butter' ของ BTS ขยายท่วงทำนองดิสโก้ป็อปให้ลื่นไหลด้วยกลิ่นอายฮิปฮอปที่หนักแน่นยิ่งขึ้น
Megan Thee Stallion มาร่วมร้องในเวอร์ชั่นรีมิกซ์ของเพลง “Butter” โดยเพิ่มท่อนแร็ปที่มั่นใจลงไปในพื้นฐานเพลงดิสโก้ป็อป การร่วมงานครั้งนี้ช่วยเสริมความโดดเด่นของซิงเกิลต้นฉบับในชาร์ตเพลงป็อปฝั่งตะวันตก ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษารูปแบบเพลงที่ลงตัวและติดหูของ BTS เอาไว้ได้
2021: Coldplay – 'My Universe'
BTS ร่วมงานกับ Coldplay ในเพลง “My Universe” โดยผสมผสานซาวด์ป็อปร็อกที่ขับเคลื่อนด้วยเปียโนและกีตาร์ของ Coldplay เข้ากับการเรียบเรียงเสียงร้องขนาดใหญ่ของ BTS เพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความหวังและการเชื่อมต่อ โดยสลับเนื้อเพลงระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลี พร้อมทั้งรักษาสมดุลของเอกลักษณ์ทางดนตรีของทั้งสองวงไว้ได้อย่างลงตัว
2022: Benny Blanco, Snoop Dogg – 'Bad Decisions'
โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลง Benny Blanco ร่วมงานกับ BTS และ Snoop Dogg ในเพลง “Bad Decisions” ซิงเกิลป็อปที่ไพเราะด้วยเนื้อเพลงสนุกสนานและการผลิตที่สดใสเหมาะสำหรับเปิดในวิทยุ เพลงนี้มีกลิ่นอายของเพลงป็อปฤดูร้อนที่ไร้กังวล ผสานเสียงประสานที่ลงตัวของ BTS เข้ากับการร้องแบบสบายๆ ของ Snoop Dogg และแนวเพลงป็อปเชิงพาณิชย์ที่เรียบง่ายของ Blanco
ตั้งแต่การร่วมงานกับ Thanh Bùi ในยุคแรกๆ ที่ทำเพลงรีมิกซ์ ไปจนถึงการร่วมงานกับ Coldplay และ Megan Thee Stallion ในระดับคอนเสิร์ตใหญ่ การร่วมงานกับศิลปินอื่นๆ ของ BTS ได้กลายเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญทั้งในด้านวิวัฒนาการทางศิลปะของวง และการปรับเปลี่ยนแนวทางของอุตสาหกรรมดนตรีโลกที่มีต่อ K-pop ในวงกว้าง การร่วมงานแต่ละครั้งเพิ่มมิติที่แตกต่างให้กับผลงานของ BTS ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าศิลปินภาษาเกาหลีได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนสำคัญมากกว่าส่วนรอบนอกของดนตรีป๊อปกระแสหลัก





