สำรวจกลยุทธ์การสร้างความมั่งคั่งของ Jennie ผ่านการถือครองอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในโซล การบริหารธุรกิจด้วยตนเอง และการจดเครื่องหมายการค้าเพื่อปูทางสู่ความมั่นคงในระยะยาว
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Jennie ได้สร้างพอร์ตการลงทุนที่เติบโตไปไกลกว่าสายงานดนตรี แม้ว่าความสนใจส่วนใหญ่ที่มีต่อสมาชิกวง Blackpink จะพุ่งเป้าไปที่เวิลด์ทัวร์หรือการร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลก แต่หากพิจารณาจากการตัดสินใจทางการเงินของเธอ จะพบว่ามีการวางรากฐานเพื่อความมั่งคั่งในระยะยาวอย่างเป็นระบบและรอบคอบ
รูปแบบการลงทุนของเธอนั้นชัดเจนมาก นั่นคือการเน้นอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงในย่านที่มีการแข่งขันสูงสุดของโซล การรุกเข้าสู่ฐานะเจ้าของธุรกิจอย่างเต็มตัว และการวางหมากด้านทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่เนิ่นๆ แม้การขยับตัวเหล่านี้อาจดูไม่หวือหวาเกินคาดสำหรับศิลปิน K-pop ระดับท็อป แต่น้ำหนักอยู่ที่ ‘ความสม่ำเสมอ’ และ ‘ความมั่นคง’ ของสินทรัพย์ที่เธอเลือก ซึ่งเน้นไปที่ทำเลทองและอำนาจในการควบคุมธุรกิจ มากกว่าจะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อผลกำไรระยะสั้น
อ่านเพิ่มเติม: ลิสต์แบรนด์ที่ Jennie Blackpink ร่วมงานและเป็นพรีเซนเตอร์ในปี 2026 ตั้งแต่ Adidas ไปจนถึง Calvin Klein
ปักหมุดอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่ทรงคุณค่าที่สุดของกรุงโซล
อาคารพาณิชย์ย่านทงบิงโก (Dongbinggo-dong)
ในช่วงปลายปี 2025 Jennie ได้เข้าซื้ออาคารในย่านทงบิงโก เขตยงซัน ในราคาประมาณ 2 หมื่นล้านวอน (หรือราว 13.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ดีลนี้กลายเป็นที่จับตามองอย่างมากคือ "โครงสร้างการซื้อ" ที่รายงานระบุว่าเป็นการชำระด้วยเงินสดเต็มจำนวนโดยไม่มีการจดจำนองใดๆ
ทำเลถือเป็นหัวใจสำคัญของดีลนี้ ยงซันถูกจัดให้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาใหม่ (Redevelopment Zone) ของโซล โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องจนส่งผลให้มูลค่าที่ดินพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะย่านทงบิงโกซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างที่พักอาศัยระดับหรูและโซนพาณิชย์ที่กำลังเติบโต
แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดการใช้งานอาคาร แต่อสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้มักถูกจัดสรรให้เป็นอาคารมิกซ์ยูส (Mixed-use) ที่รวมทั้งร้านค้า ออฟฟิศ และหน่วยเช่าเข้าด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลการสร้างรายได้แบบ Passive Income พร้อมกับรอรับมูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
วิลล่าหรูใน UN Village
สองปีก่อนหน้านี้ Jennie ได้ตัดสินใจซื้อยูนิตใน UN Village ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านที่พักอาศัยที่เอ็กซ์คลูซีฟที่สุดในกรุงโซล โดยสื่อรายงานว่าเป็นยูนิตในโครงการ La Terrasse Hannam สนนราคาประมาณ 5 พันล้านวอน (ราว 3.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ย่านฮันนัมดง โดยเฉพาะ UN Village ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัว ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด และการเดินทางที่สะดวกสบายใกล้เขตธุรกิจใจกลางเมือง เป็นที่พักอาศัยของเหล่ามหาเศรษฐีและคนดังระดับประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงและเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ให้มั่นคงอยู่เสมอ และที่สำคัญ ดีลนี้ถูกระบุว่าเป็นการซื้อด้วยเงินสดอีกเช่นกัน สะท้อนถึงสภาพคล่องอันมหาศาลของเธอ
แตกต่างจากอาคารในย่านทงบิงโก การซื้อวิลล่าครั้งนี้ใช้เพื่อการอยู่อาศัยมากกว่าการพาณิชย์ จึงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้น้อยกว่า และเป็นเหมือนแหล่งเก็บรักษามูลค่าในตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูที่มีความต้องการสูง ในเมืองอย่างโซล ที่อุปทานในย่านที่อยู่อาศัยระดับสูงยังมีจำกัด อสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้จึงมีแนวโน้มที่จะรักษาระดับราคาไว้ได้แม้ในช่วงที่ตลาดโดยรวมผันผวน
อ่านเพิ่มเติม: ส่อง 7 ย่านสุดหรูในโซลที่เหล่าคนดังเลือกใช้ชีวิต พร้อมไฮไลต์บ้านใหม่ของจาง วอนยองใน UN Village
จากศิลปินสู่ผู้บริหาร: การก่อตั้ง Odd Atelier (OA)
ปลายปี 2023 Jennie ได้ประกาศจัดตั้งเอเจนซี่ส่วนตัวในชื่อ Odd Atelier หรือ OA หลังจากตัดสินใจแยกทางกับ YG Entertainment ในส่วนของการบริหารงานเดี่ยว โดย OA ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ในย่านฮันนัมดง ซึ่งเธอได้เช่าอาคารเพื่อใช้เป็นฐานบัญชาการ การเลือกทำเลออฟฟิศในย่านนี้ตอกย้ำถึงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับพอร์ตที่พักอาศัยของเธอ นั่นคือการอยู่ท่ามกลางศูนย์กลางทางธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุด
ในเชิงโครงสร้าง การมีเอเจนซี่เป็นของตัวเองทำให้ Jennie มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมผลงาน ตั้งแต่การปล่อยเพลง การร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ ไปจนถึงการจัดตารางงาน นอกจากนี้ยังเป็นการเปลี่ยนรูปแบบรายได้จาก "ค่าตัวศิลปิน" ไปสู่ "ผลกำไรในระดับองค์กร" ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของศิลปินระดับโลกในการสร้างอิสรภาพทางการเงินอย่างยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติม: เปิดทำเนียบ 14 ซูเปอร์สตาร์ K-drama ที่ได้รับค่าตัวสูงสุด
ทรัพย์สินทางปัญญาและการขยายอาณาจักร กับเครื่องหมายการค้า “Jennie Ruby Jane”
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือการจดเครื่องหมายการค้าชื่อ “Jennie Ruby Jane” ใน 10 หมวดหมู่สินค้า รวมถึงเสื้อผ้า เครื่องประดับ และเครื่องสำอาง แม้จะยังไม่มีการประกาศเปิดตัวไลน์สินค้าอย่างเป็นทางการ แต่ขอบเขตของการจดทะเบียนชี้ให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต
การถือครองเครื่องหมายการค้าเปรียบเสมือนสินทรัพย์เชิงรับที่ช่วยป้องกันการนำชื่อไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นสินทรัพย์เชิงรุกที่เปิดโอกาสให้เธอต่อยอดไปสู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์ได้ทุกเมื่อ สำหรับบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทรัพย์สินทางปัญญาประเภทนี้คือรากฐานสำคัญของการสร้างอาณาจักรบิวตี้หรือแฟชั่น เช่นเดียวกับที่ไอคอนระดับโลกหลายคนเคยทำมาแล้ว การจดคลุมไว้หลายหมวดหมู่จึงแสดงถึงความยืดหยุ่นและการมองการณ์ไกลว่าเธอพร้อมจะรุกเข้าสู่ตลาดใดก็ได้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
This story was originally written in English by Chonx Tibajia.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2026 โดย Chonx Tibajia โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
การร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ ของ Jisoo Blackpink ในปี 2026 ตั้งแต่ Pokémon ไปจนถึง Dior
เจาะลึกเบื้องหลังบทเพลงในอัลบั้ม “Deadline” ของ Blackpink
การร่วมมือระหว่างแบรนด์สินค้าหรูและไลฟ์สไตล์ต่างๆ กับใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ในปี 2026
Topics





