3daysofdesign เทศกาลงานออกแบบระดับชาติของเดนมาร์ก หวนคืนสู่กรุงโคเปนเฮเกนอีกครั้ง พร้อมจุดประกายความคิดผ่าน 572 นิทรรศการทั่ว 8 ย่านหลักของเมือง กับเทรนด์ดีไซน์ที่เน้น ‘จุดมุ่งหมาย’ ก่อน ‘การผลิต’ พร้อมตอบคำถามว่าอะไรคือหัวใจของงานออกแบบแห่งอนาคต
บรรยากาศช่วงซัมเมอร์ของกรุงโคเปนเฮเกนในเดือนมิถุนายนนั้นมีจังหวะชีวิตที่เนิบช้าแต่น่าหลงใหล ภาพผู้คนปั่นจักรยานลัดเลาะริมคลอง และประตูโชว์รูมบนถนนปูหินคอบเบิลสโตนที่เปิดกว้างต้อนรับผู้มาเยือนและบทสนทนาพูดคุยที่ยาวนานไปจนถึงช่วงพลบค่ำ คือฉากหลังสุดเพอร์เฟกต์สำหรับเทศกาลงานออกแบบที่เรียกได้ว่ารีแล็กซ์ที่สุดในยุโรป
ในปีนี้ เทศกาล 3daysofdesign ก้าวเข้าสู่ปีที่ 13 และดึงดูดคนรักงานดีไซน์ได้ถึง 125,000 คนจากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ผ่าน 572 นิทรรศการและ 894 อีเวนต์ที่กระจายตัวอยู่ทั่ว 8 ย่านของโคเปนเฮเกน โดยปีนี้มาพร้อมกับธีมหลักอย่าง "Make This Moment Matter" ที่ชวนให้ดีไซเนอร์และผู้คนตั้งคำถามว่าเราจะมุ่งแต่ ‘ผลิต’ โดยไม่สนใจ ‘จุดมุ่งหมาย’ ไม่ได้อีกต่อไป
"งานออกแบบ ถ้าไร้จุดมุ่งหมาย มันก็จะเป็นแค่วัตถุนิ่งๆ ที่เอาไว้กินพื้นที่เท่านั้น" Signe Byrdal Terenziani ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการของงานกล่าว
ตั้งแต่ย่าน Holmen, Nordhavn ไปจนถึง Kongens Nytorv ทุกผลงานระดับท็อปในปีนี้จึงวัดความหมายกันผ่านความซื่อสัตย์ต่อการใช้วัสดุ งานคราฟต์ที่อยู่เหนือกาลเวลา และการสร้างสรรค์ไอเท็มที่มีเหตุผลชัดเจนว่าถูกสร้างขึ้นมาบนโลกนี้ทำไม
อ่านเพิ่มเติม: เจาะเบื้องหลัง NABA สถาบันออกแบบระดับโลกที่ปั้นดีไซเนอร์ดาวรุ่ง The Devil Wears Prada 2
Design by ear

Above เก้าอี้ Ant โดย Arne Jacobsen ที่อินสตอลเลชั่น Sound Club ของแบรนด์ Fritz Hansen

Above โปรเจ็กต์ Sound Club สร้างสรรค์ขึ้นโดยความร่วมมือกับ Technics แบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำ
ใครจะคิดว่า "เสียง" จะกลายเป็นมิติใหม่ที่ขโมยซีนสุดๆ ในเทศกาลปีนี้ Fritz Hansen จับมือกับ Technics แบรนด์เครื่องเสียงสัญชาติญี่ปุ่น เนรมิต Sound Club เพื่อฉลอง 90 ปีให้โคมไฟ Kaiser Idell ของ Christian Dell ที่รอบนี้มาในสีเบอร์กันดีสุดลิมิเต็ดคู่กับเครื่องเล่นแผ่นเสียง Technics สีเดียวกันเป๊ะ ผู้ชมได้เอนจอยตั้งแต่เลานจ์ชิลๆ บาร์ฟังเพลงพร้อมหูฟังตัดเสียงรบกวน ไปจนถึงคอร์ตยาร์ดที่มีดีเจมาเปิดแผ่นสดๆ โดยกิมมิกคือการเปิดแทรกเสียงบรรยากาศจากโรงงานผลิต ซึ่งเป็นเสียงที่ช่างฝีมือใช้เช็กว่าเฟอร์นิเจอร์ประกอบมาเป๊ะหรือยัง
ขยับมาที่ถนน Møntergade 19 แบรนด์ Karimoku Case และ Dynaudio เลือกมู้ดที่สงบและเซนกว่านั้น ในแฟล็กชิปสโตร์ถาวรแห่งแรกของยุโรป สเปซ 3 ชั้นที่เชื่อมด้วยบันไดไม้โอ๊กรมควันจากฝีมือ Norm Architects นี้ มีพระเอกคือ Opus One ลำโพงไฮเอนด์ที่ย่อส่วนเทคโนโลยีขั้นสุดให้กลายเป็นงานประติมากรรมชิ้นเดียว โดยได้งานไม้คราฟต์เนี้ยบๆ จากญี่ปุ่นของ Karimoku Furniture Inc. มาช่วยคอมพลีตลุค พร้อมอวดโฉมเฟอร์นิเจอร์คอลเล็กชั่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่องานนี้เป็นครั้งแรก
The long game

Above คอลเล็กชั่นโต๊ะและสตูล Trisse ปี 1962 ของ Nanna Ditzel ถูกนำมาผลิตใหม่อีกครั้งด้วยไม้โอ๊กจริงรักษ์โลก โดย Fredericia

Above คอลเล็กชั่นโต๊ะและสตูล Trisse ปี 1962 ของ Nanna Ditzel ถูกนำมาผลิตใหม่อีกครั้งด้วยไม้โอ๊กจริงรักษ์โลก โดย Fredericia
ฝั่ง Fredericia ก็ขอเล่นเกมยาวด้วยการปัดฝุ่นโต๊ะและสตูลคอลเล็กชั่น Trisse ของ Nanna Ditzel จากปี 1962 ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในเวอร์ชันไม้โอ๊กแท้รักษ์โลก (FSC-certified) เป็นการพิสูจน์ว่าดีไซน์ที่ดีย่อมคุ้มค่าที่จะนำกลับมาเสมอ แม้ชื่อของ Nanna Ditzel อาจไม่ได้แมสในระดับโลกเท่างานของเธอ แต่รูปทรงเรขาคณิตสุดสนุกและความซื่อสัตย์ต่อวัสดุของ Trisse ก็ยังคงร่วมสมัยไม่เปลี่ยน นอกจากนี้ในโชว์รูมยังมีเก้าอี้ Post Lounge Chair ของ Cecilie Manz และนิทรรศการสัญจร A Chronicle of Danish Design ที่บินตรงมาจากมิลานมาจัดแสดงด้วย

Above อินสตอลเลชันโดย Penny สำหรับ Louis Poulsen ที่ย่าน Kuglegården หยิบโคมไฟ System PH มาตีความใหม่ผ่านโครงผ้า
นิทรรศการทริบิวต์ Poul Henningsen จาก Louis Poulsen ที่ย่าน Kuglegården ถือเป็นหนึ่งในโชว์ที่ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างแยบยลที่สุด ไฮไลต์ตกเป็นของ Into the Shades อินสตอลเลชั่นสเกลยักษ์โดย Penny ที่หยิบเอาโคมไฟ System PH มาตีความใหม่ผ่านโครงผ้าแบบเปิดโล่ง ชวนให้คนเดินเข้าไปสัมผัสแสงและเงาในแบบที่ Henningsen เคยจินตนาการไว้
งานนี้ยังเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีคอลเล็กชั่น PH อย่างเป็นทางการ ด้วยการปล่อยโคมไฟรุ่นลิมิเต็ดทั้งแบบแขวน PH 3/3 และแบบติดผนัง PH 2/2 ในบอดี้ทองเหลืองปัดเก่าคู่กับเฉดแก้วสีอำพันและโอปอล
อ่านเพิ่มเติม: ส่อง 10 ดีไซน์ไอคอนิกจาก Verner Panton ที่กาลเวลาทำอะไรไม่ได้
Big news

Above นวัตกรรมระบบปรับอากาศ Air^ โชว์ดีไซน์ฝาครอบลายหินธรรมชาติ

Above เครื่องปรับอุณหภูมิและฟอกอากาศ Air^ จาก Everyday^ ที่ออกแบบร่วมกับสถาปนิก Bjarke Ingels Group
สตาร์ทอัพเจ้าถิ่นอย่าง Everyday^ ปล่อยของชิ้นโบว์แดงด้วยการเปิดตัว Air^ ระบบทำความร้อน ความเย็น และฟอกอากาศ ที่หน้าตาเหมือนงานสถาปัตยกรรมประจำห้องมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อตั้งโดยอดีตซีอีโอ Space10 อย่าง Kaave Pour และ Morten Meisner-Jensen ทั้งคู่มาพร้อมอินไซต์ที่ว่า "ทำไมของใช้ในบ้านยุคใหม่ต้องถูกออกแบบมาเพื่อซ่อน ทั้งที่มันไม่เคยถูกออกแบบให้สวยงามเลย"
Air^ จึงมาพร้อมฝาครอบที่เปลี่ยนผิวสัมผัสได้ ทั้งแบบผ้าและหินธรรมชาติ รันบนระบบ EverydayOS แถมยังได้สตูดิโอระดับโลก Bjarke Ingels Group (BIG) มาร่วมลงทุนและดีไซน์ เพื่อดึงศักยภาพให้เข้าได้กับบ้านทุกสไตล์ โดยสเต็ปต่อไปของพวกเขาก็คือระบบจัดการน้ำและกักเก็บพลังงาน
Heart felt

Above ชิ้นงานประติมากรรมแก้ว Inner View Object โดย Lise Vester สำหรับ Muuto

Above เก้าอี้ Close to Heart โดย Spacon สำหรับ Muuto ผลิตจำกัดเพียง 150 ชิ้นเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปี
โชว์ฉลองครบรอบ 20 ปีของ Muuto น่าจะเป็นอะไรที่ทัชใจคนดูที่สุดในงานแล้ว มันช่วยดึงสติเราว่าสแกนดิเนเวียนดีไซน์ที่แท้ทรู ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม (Form) แต่ต้องตอบโจทย์เรื่องความรู้สึก (Feeling) ด้วย พื้นที่ทั้ง 3 ชั้นของสำนักงานใหญ่บนถนน Østergade ถูกจัดเต็มด้วยผลงานใหม่ที่เตรียมจ่อคิวขาย พร้อมเซอร์ไพรส์เปิดตัวไอเท็มเอดิชั่นพิเศษ 2 ชิ้น ที่รันนัมเบอร์จำกัดแค่รุ่นละ 150 ชิ้นในโลก
ชิ้นแรกคือ Inner View Object ของ Lise Vester ประติมากรรมแก้วมูราโน่เป่ามือสุดประณีตที่เปลี่ยนสีสันตามแสงเงา ชวนให้เราทิ้งความเร่งรีบแล้วมองสิ่งรอบตัวในมุมใหม่ ตามมาติดๆ ด้วย Close to Heart จากสตูดิโอ Spacon เก้าอี้อะลูมิเนียมอัดรีดที่ดัดโครงเหล็กทุกเส้นให้เป็นรูปหัวใจ ฟังดูอาจเหมือนกิมมิกขายฝัน แต่พอเห็นของจริงกลับทำออกมาได้เนี้ยบกริบ เป็นการเติมเต็มความอบอุ่นลงในโครงสร้างที่ดูเน้นแต่เหตุและผลได้อย่างลงตัว
Triton returns

Above คอลเล็กชั่น Triton จาก Royal Copenhagen ปลุกชีพเฉดสีใหม่ Sand, Ocean และ celadon
ถ้าจะต้องเลือกสักหนึ่งโชว์ที่อธิบายคำว่า Make This Moment Matter ในมุมของแบรนด์เฮอริเทจได้เป๊ะที่สุด มงคงต้องลงที่การคัมแบ็กของคอลเล็กชั่น Triton โดย Arje Griegst ภายใต้แบรนด์ Royal Copenhagen งานนี้จัดที่แฟล็กชิปสโตร์ใจกลางเมือง โดยมีนักเขียนและคิวเรเตอร์ตัวท็อปอย่าง Dan Thawley มาช่วยดูแล Griegst ซึ่งเป็นช่างทองมือฉมังที่ข้ามสายมาทำทั้งจิวเวลรี ของแต่งบ้าน และงานปั้น ได้ดีไซน์คอลเล็กชั่น Triton ขึ้นในยุค 70s เพื่อเผชิญหน้ากับความกลัวที่เขามีต่อผืนน้ำรอบๆ เดนมาร์กบ้านเกิด

Above คอลเล็กชั่น Triton จาก Royal Copenhagen ในสีใหม่ Sand, Ocean และ Celadon

Above คอลเล็กชั่น Triton จาก Royal Copenhagen ในสีใหม่ Sand, Ocean และ Celadon
ผลลัพธ์ที่ได้คือคอลเล็กชั่นเครื่องโต๊ะอาหาร ทั้งชามซุป โถบงบง จานกระเบื้อง ที่ได้แรงบันดาลใจจากเปลือกหอยและเกลียวคลื่น อบอวลด้วยไวบ์แบบบาโรกแต่เนี้ยบสุดๆ ถือเป็นดีไซน์ที่ฉีกทุกกฎและไม่เหมือนใครเลยในคลังสมบัติ 250 ปีของ Royal Copenhagen และเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี คอลเล็กชั่นนี้ถูกปลุกชีพขึ้นมาอีกครั้งในเฉดสีใหม่อย่าง Sand, Ocean และ celadon ยืนหยัดคู่กับโทนสีชมพูหม่นออริจินัล ผลิตโดยช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ที่ต้องงัดภาพสเก็ตช์เก่ามาทำแม่พิมพ์มัลติคอมโพเนนต์สุดหิน
The fabric of life

Above คอลเล็กชั่น Three จาก Kvadrat โชว์ศักยภาพของผืนผ้าที่ช่วยจัดมิติให้สเปซเมื่อมันพลิ้วไหว

Above ลายตาข่าย Magnet จากคอลเล็กชั่น Three ฝีมือการออกแบบของ Isa Glink
งานผ้า (Textiles) ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์เด็ดในเทศกาลปีนี้ โดยมีสองโชว์ที่ยกระดับผืนผ้าให้เป็น 'นางเอก' ของงานดีไซน์เต็มตัว คอลเล็กชั่น Three ของ Kvadrat ฝีมือดีไซเนอร์ Isa Glink ตีความ 'ผ้าม่าน' เสียใหม่ให้กลายเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมสุดชิค คอลเล็กชั่นนี้ใช้วัสดุเพียวๆ จากธรรมชาติ (Monomaterials) ทั้งป่านกัญชง ขนสัตว์ ฝ้ายออร์แกนิก และลินิน เพื่อโชว์ว่าผืนผ้าพลิ้วๆ สามารถสร้างสเปซห้องได้ทรงพลังแค่ไหน ชิ้นที่เตะตาที่สุดคือ Magnet ผ้าถักแบบตาข่ายเรขาคณิตจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% ที่ทิ้งตัวลงมาสร้างแสงเงากราฟิกทรงเหลี่ยมได้แบบเฉียบขาด

Above นิทรรศการ The Heart of Living ของ Tekla พาฟินไปกับผ้าควิลท์ลายแพตช์เวิร์กบนเตียงไม้สนสไตล์เคบินนอร์ดิกยุค 19th
ตัดภาพไปที่ Charlottenborg แบรนด์ Tekla ก็จัดนิทรรศการ The Heart of Living เพื่อพาดำดิ่งสู่งานคราฟต์และธรรมเนียมการทำผ้าห่มควิลท์ลายแพตช์เวิร์กของสวีเดน จับคู่กับเตียงไม้สนสั่งทำในโคเปนเฮเกน ผ้าห่มพวกนี้เล่นกับลวดลายกระท่อมไม้ซุงในโทนสีซิกเนเจอร์ของ Tekla เอง โดยแถบผ้าแต่ละเส้นจะถูกจัดวางล้อมรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสตรงกลาง ซึ่งคนสมัยก่อนเชื่อว่าเป็นตัวแทนของ "หัวใจของบ้าน" โชว์นี้อ้างอิงจากหนังสือ Old Swedish Quilts ของ Åsa Wettre ที่เจาะลึกวัฒนธรรมงานผ้าอันเฟื่องฟู แต่กลับไม่เคยถูกยกย่องให้เป็นงานคราฟต์แห่งชาติของสวีเดนอย่างเป็นทางการ
Right at home

Above เก้าอี้ Scarpa 121 โดย Afra และ Tobia Scarpa สำหรับ Cassina โชว์เคสในนิทรรศการ Karakter x Cassina

Above โต๊ะ Rib และเก้าอี้ Don โดย Adam Goodrum จากแบรนด์สัญชาติออสเตรเลีย NAU
มูฟเมนต์หนึ่งที่มาแบบเงียบๆ แต่โดนใจมากในงานปีนี้ คือการที่หลายแบรนด์เซย์โนให้กับการจัดของตั้งโชว์แข็งๆ ในโชว์รูม แล้วหันมาจัดแสดงผลงานในมู้ดของ "บ้านคนจริงๆ" ตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง ซึ่งมันช่วยเติมชีวิตชีวาให้เฟอร์นิเจอร์ได้ดีกว่าตู้กระจกเป็นไหนๆ อย่างที่ถนน Frederiksgade 1 แบรนด์ Karakter x Cassina ก็เหมาอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ใจกลางเมือง 6 ห้องรวด เพื่อจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตัวท็อประดับตำนานปนกับคอลเล็กชั่นใหม่ปี 2026 การจับเก้าอี้ Soriana ของ Afra & Tobia Scarpa หรือเก้าอี้ 4 Chaise Longue ของ Le Corbusier มาวางในสเปซบ้านจริงๆ ทำให้ชิ้นงานพวกนี้ดูมีเสน่ห์แบบที่โชว์รูมทั่วไปให้ไม่ได้
ข้ามฝั่งมาที่แบรนด์ออสเตรเลียอย่าง NAU ที่เลือกพรีเซนต์งานใน The Social House บนถนน Store Regnegade โดยขนเอาคอลเล็กชั่นเฟอร์นิเจอร์และโคมไฟสุดมินิมอล ไม่ว่าจะเป็นโซฟาทรงประติมากรรม Soft Spot ของ Adam Goodrum หรือชั้นวาง Nami ของ Tom Fereday มาจัดวางในสเปซแบบสแกนดิเนเวียนได้อย่างเนียนกริบ พิสูจน์ให้เห็นเลยว่างานดีไซน์ของออสเตรเลียกับสแกนดิเนเวียมีเคมีที่เข้ากันได้ดีกว่าที่เส้นแบ่งภูมิศาสตร์ขีดไว้

Above Dusty Deco พลิกโฉมบ้านเก่าศตวรรษที่ 18 ของโคเปนเฮเกน ให้กลายเป็นอพาร์ตเมนต์ที่ซ้อนทับด้วยเลเยอร์สไตล์ Dusty Deco สุดจัดจ้าน
ส่วน Dusty Deco ดีไซน์เฮาส์จากสวีเดน ขอฉีกไปอีกทางด้วยการแปลงโฉมบ้านเก่าศตวรรษที่ 18 ให้กลายเป็นอาณาจักร Dusty Deco แบบตะโกน! ลายพริ้นต์เสือสุดแซ่บ งานผ้าสีเหลืองตุ่นๆ โคมไฟคอลแลปส์รุ่นใหม่ และงานอาร์ตจี๊ดๆ จาก V1 Gallery ถูกจับมามิกซ์แอนด์แมตช์กันจนได้อินทีเรียที่มีเลเยอร์ซับซ้อนและคาแร็กเตอร์จัดจ้าน ถือเป็นการสวนกระแสความมินิมอลเรียบหรูที่พบเห็นได้ทั่วไปในเทศกาลนี้ไปเลย
Verner Panton at 100
การฉลองครบรอบร้อยปีจะปังก็ต่อเมื่อผลงานของคนๆ นั้นยังคงมีอิทธิพลอยู่จริง และดีไซน์ของ Verner Panton ก็พิสูจน์ให้เห็นอย่างรอบด้านในเทศกาลปีนี้ Vitra จัดเต็มเปลี่ยนโชว์รูมที่ Nordhavn ให้กลายเป็นพื้นที่ปล่อยของด้วยเก้าอี้ Panton Chair รุ่นลิมิเต็ด 2,000 ตัวทั่วโลก ในสีที่แฟนๆ โหวตเลือกอย่าง Electric Blue, Bold Orange, Bright Turquoise และ Flash Red คู่กับ Panton Chair Classic Gold รุ่นลิมิเต็ดที่ทำร่วมกับ Verner Panton Design AG ซึ่งต้องพึ่งพางานคราฟต์สุดหินด้วยมือหลายขั้นตอน แถมยังเอาใจแฟนคลับด้วยการคืนชีพโซฟาโมดูลาร์ Panton Cubes ยุค 1975 กลับมาเติมเต็มสเปซ และเปิดให้ผู้ชมสนุกกับการคัสตอมและพริ้นต์เก้าอี้ Panton จิ๋วแบบ 3D กลับบ้านได้หน้างาน

Above นิทรรศการ Traces โดย &Tradition พาชมโคมไฟ Flowerpot VP1 รุ่นฉลอง 100 ปีในสี Pewter สุดเท่

Above นิทรรศการ Living Verner Panton รวบตึงผลงานมาสเตอร์พีซโดย Verpan ณ พิพิธภัณฑ์ Designmuseum Danmark
อีกฟากของเมือง Verpan ก็จัดนิทรรศการ Living Verner Panton ที่ Designmuseum Danmark รวบตึงผลงานระดับมาสเตอร์พีซมาโชว์ครบวงจร ทั้งซีรีส์ประติมากรรม Welle, โคมไฟซีรีส์ Fun, โคมไฟ Spiegel ไปจนถึงพรีวิวของเล่นใหม่อย่างโคมไฟ New Wave และเก้าอี้ System 1-2-3 แบบ Chaise longue
ปิดท้ายที่ &Tradition กับนิทรรศการ Traces ที่พาไปสำรวจวิวัฒนาการดีไซน์ของ Panton โดยมีไฮไลต์เป็นโคมไฟ Flowerpot VP1 รุ่นฉลอง 100 ปีสี Pewter ควงคู่มากับไลน์อัปใหม่ในซีรีส์ Wire ซึ่งทั้งหมดนี้ตอกย้ำให้เห็นชัดๆ ว่า ความกล้าเล่นกับวัสดุของ Panton ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่มันคือปรัชญาดีไซน์ที่ฝังรากลึกและทรงพลังตลอดกาล
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนและปรับเสริมเนื้อหาเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
‘กุลภัทร ยันตรศาสตร์’ กับปรัชญา ‘สถาปัตยกรรมใจกว้าง’ และศิลปะออกแบบสเปซที่รับฟังเสียงผู้คน
คุยกับ กรกช คุณาลังการ ถึงภารกิจ TIDA ในการผลักดันดีไซเนอร์ไทยให้เป็น ‘พาวเวอร์จริง’ บนเวทีสากล
ไอเท็มแห่งความทรงจำ "เฟอร์นิเจอร์เป่าลม" จากยุคสงคราม สู่เฟอร์นิเจอร์ Y2K ที่กลับมาฮิตอีกครั้ง
Topics








