พูดคุยกับ กฤษณ์ กนกวลีวงศ์ CEO-Founder แห่ง Keith & Kym Concepts ผู้ยกระดับมาตรฐาน Hospitality ไทยสู่สากล
ในโลกแห่งการบริการระดับลักซ์ชัวรี สิ่งที่แยกความแตกต่างระหว่าง "ความพึงพอใจ" กับ "ประสบการณ์ที่เหนือระดับ" มักซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ บนโต๊ะอาหาร ตั้งแต่สัมผัสของเครื่องแก้วไปจนถึงลวดลายบนภาชนะเซรามิกที่บอกเล่าเรื่องราวของเชฟและโรงแรม Keith & Kym Concepts คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นในฐานะผู้จัดหาโซลูชันระดับพรีเมียมให้กับโรงแรมและธุรกิจบริการชั้นนำระดับโลก
วันนี้ Tatler มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณกฤษณ์ ผู้นำวิสัยทัศน์ไกลที่เปลี่ยนจากธุรกิจครอบครัวอายุ 50 ปี ให้กลายเป็นอาณาจักรที่ไม่ได้ขายเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ แต่ขาย "ความเป็นเลิศ" ผ่านเครือข่ายที่ครอบคลุมตั้งแต่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ไปจนถึงต่างแดน จากความหลงใหลส่วนตัวในการทานอาหารและการทำงานร่วมกับเชฟชื่อดัง นอกจากการนำเข้าแบรนด์ภาชนะชั้นนำจากต่างประเทศแล้ว เขายังได้สร้างสรรค์แบรนด์ท้องถิ่นขึ้นอย่าง Karin & Krisa เพื่อพิสูจน์ว่างานฝีมือของศิลปินไทยสามารถเคียงคู่ไปกับร้านอาหารระดับ fine dining ได้อย่างสง่างาม
อ่านเพิ่มเติม: ถอดรหัสหนัง Breakfast at Tiffany's นางเอก ฮอลลี่ โกไลท์ลี เลือกกินอะไรและเพราะอะไร

Above พูดคุยกับ กฤษณ์ กนกวลีวงศ์ CEO-Founder แห่ง Keith and Kym Concepts ผู้ยกระดับมาตรฐาน Hospitality ไทยสู่สากล

Above Keith & Kym Concepts คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในฐานะผู้จัดหาโซลูชันระดับพรีเมียมให้กับโรงแรมและธุรกิจบริการชั้นนำระดับโลก
อะไรที่ทำให้คุณกฤษณ์มีความสนใจในธุรกิจด้านภาชนะอาหาร?
Keith & Kym Concepts เป็นธุรกิจครอบครัว (เดิมทีคือบริษัท Kiat Siam Leatherware ซึ่งทำผลิตภัณฑ์เครื่องหนังสำหรับใช้ในห้องพักของโรงแรมชั้นนำ) เราเพิ่งฉลองครบ 50 ปีไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วครับ ตอนนั้นเป็นปีค.ศ. 1997 ผมเพิ่งกลับมาจากสหรัฐอเมริกาจึงเข้ามาสานต่อกิจการนี้จากคุณพ่อ โดยปกติแล้วเราจะเน้นการทำธุรกิจกับโรงแรมและร้านอาหารเป็นส่วนใหญ่ ผมจึงมีความคิดว่าเราน่าจะต่อยอดออกไปเพิ่มและได้ริเริ่มต่อยอดผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในห้องพักอย่าง Appliances ต่างๆ เช่น มินิบาร์ เซฟ ไดร์เป่าผม ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมและผิวกาย (Toiletries) แม้แต่กระทั่งเตียง เมื่อต่อยอดไปได้สักพัก เราก็คิดว่าน่าจะสานต่อไปจนถึง Food & Beverage ได้ เพราะเราเองก็รู้จักกับลูกค้าโรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงเชฟอยู่แล้ว เนื่องจากได้ออกแบบตัวเล่มเมนูให้กับร้านอาหารและโรงแรมหลายๆ แห่ง เวลาผมเดินทางไปต่างประเทศก็จะมีคนแนะนำอยู่เรื่อยๆ ว่าน่าจะเอาแบรนด์ของเขาเข้ามาขายในประเทศไทยนะ ซึ่งผมก็ตอบรับไอเดียนั้น หลังจากนั้นแบรนด์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Food & Beverage ก็เข้ามาเรื่อยๆ เลยครับ
อีกทั้งโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบทานอาหาร และการที่เรารู้จักเชฟหลายคน มีโอกาสได้นั่งทานอาหารกับเชฟอยู่บ่อยครั้ง บางทีเชฟก็ชอบเข้ามาทำอาหารที่ครัวบ้านผม มีการแพร์ริ่งไวน์กัน ได้พูดคุยกัน จากพื้นฐานธุรกิจที่เรามีอยู่ บวกกับความชอบจึงทำให้การต่อยอดธุรกิจนี้เกิดขึ้นได้และได้รับการตอบรับที่ดี

Above "จากพื้นฐานธุรกิจที่เรามีอยู่ บวกกับความชอบจึงทำให้การต่อยอดธุรกิจนี้เกิดขึ้นได้และได้รับการตอบรับที่ดี" กฤษณ์ กนกวลีวงศ์ CEO-Founder แห่ง Keith and Kym Concepts

Above หลากหลายแบรนด์นำเข้าโดย Keith & Kym Concepts
สิ่งที่คุณกฤษณ์คิดว่าทำให้แบรนด์หรือบริษัทของเรามีความโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น?
Keith & Kym Concepts เป็นแบรนด์ที่ unique เหมือนกันนะครับ เพราะในตลาดส่วนใหญ่ ซัพพลายเออร์ที่ทำผลิตภัณฑ์เพียงประเภทใดประเภทหนึ่ง เช่น สำหรับห้องพัก หรือ Food & Beverage แต่เราคือทำหมดทุกอย่างตั้งแต่ห้องพักไปจนถึง Food & Beverage ตลอดจนในห้องครัวและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบหลังบ้านด้วย
เหตุผลที่คุณกฤษณ์เลือกเน้นการทำธุรกิจกับโรงแรมคืออะไร?
เพราะประเทศไทยเราเด่นเรื่องการท่องเที่ยวอยู่แล้วครับ ตั้งแต่ผมมาทำงานจนถึงภายใน 2-3 ปีนี้ มีโรงแรมระดับสี่ถึงหกดาวเปิดไม่ต่ำกว่า 200 แห่ง ซึ่งด้วยรูปแบบธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของเรา คนในแวดวง Hospitality จะจดจำได้ว่าเราเป็น Specialist สำหรับโรงแรมและร้านอาหารโดยเฉพาะ
อ่านเพิ่มเติม: พบกับเทศกาลอาหารไฟน์ไดน์นิงสุดยิ่งใหญ่แห่งปี กับ Tatler OFF MENU 2026 ที่ ICONSIAM

Above หลากหลายแบรนด์นำเข้าโดย Keith & Kym Concepts

Above Serax นำเข้าโดย Keith & Kym Concepts อีกหนึ่งแบรนด์ที่เต็มไปด้วยไอเดียสดใหม่และดีไซน์ที่สวยโดดเด่น
แต่ละแบรนด์ที่ Keith & Kym Concepts นำเข้าและจัดจำหน่าย คุณกฤษณ์มีเกณฑ์คัดเลือกแบรนด์อย่างไรบ้าง?
เราจะเลือกเฉพาะแบรนด์ที่มีอัตลักษณ์และเอกลักษณ์เป็นของตัวเองครับ แบรนด์ที่มีความ unique มีจุดเด่นของเขาที่ชัดเจน และแบรนด์ส่วนใหญ่ที่เรานำเข้ามาก็เป็น preferred brands ของโรงแรม ร้านอาหาร และเชฟอยู่แล้ว และที่สำคัญอีกอย่างคือเราจะเลือกแบรนด์ที่เราชอบและเชื่อมั่นด้วย เราถึงจะขายได้ดี
นอกเหนือจากแบรนด์นำเข้าแล้ว ทาง Keith & Kym Concepts ก็มีแบรนด์ที่ผลิตขึ้นเองด้วยเช่นกัน
ใช่ครับ คือเราสร้างแบรนด์ Karin & Krisa (ตั้งตามชื่อลูกๆ ของคุณกฤษณ์) ขึ้นมาโดยทำงานร่วมกับสตูดิโอ 5 แห่งที่เชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง ซึ่งเราตั้งใจว่าอยากจะสร้างแบรนด์ของคนไทยให้มีความทัดเทียมกับแบรนด์ต่างชาติ ให้เป็นแบรนด์ที่ถูกเลือกโดยเชฟชั้นนำ นำไปใช้ใส่อาหาร นำไปใช้สำหรับ fine dining ที่เชฟเห็นว่าเหมาะสมและตอบความต้องการของเขา นี่คือความตั้งใจของผมที่อยากเห็นแบรนด์ไทยอยู่ในระดับนั้น ซึ่งจาก 2-3 ปีที่เราสร้างแบรนด์มา ผลตอบรับถือว่าดีเลยครับ สามารถทำตามที่เราตั้งใจไว้ได้ คือมีทั้งเชฟและโรงแรมที่เลือกนำผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เราไปใช้ นอกจากนี้ยังได้ส่งออกไปยังร้านอาหารและโรงแรมต่างประเทศด้วย เช่น เวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ สิงคโปร์ และฮ่องกง

Above Karin & Krisa แบรนด์ไทยที่รังสรรค์ขึ้นโดยศิลปินท้องถิ่น

Above ด้วยการทำงานร่วมกับสตูดิโอ 5 แห่งที่เชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง ทำให้ Karin & Krisa เกิดเป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่มีความทัดเทียมแบรนด์ระดับโลก
เห็นว่าแบรนด์ Karin & Krisa มีแหล่งผลิตอยู่ที่เชียงใหม่ ทำไมถึงเลือกเชียงใหม่คะ?
ไม่ใช่แค่เชียงใหม่อย่างเดียวนะ ภาคเหนือของเราเป็นแหล่งที่มีศิลปินที่มีฝีมือด้านงานศิลปะเยอะมาก รวมถึงตัวดินก็มีความ unique มีลักษณะเฉพาะตัวในการใช้ปั้นใช้เผา สำคัญอีกอย่างคือเขาสามารถผลิตจำนวนที่ค่อนข้าง flexible ได้ บางครั้งเวลาเราไปสั่งผลิตที่ประเทศอื่น มักจะต้องผลิตในจำนวนขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูง ซึ่งบางครั้งก็เยอะเกินความต้องการของเรา ในขณะที่ศิลปินไทยหลายๆ ท่านอาจจะไม่ถนัดเรื่องการทำธุรกิจเท่าไหร่นัก อยากให้เราช่วยบริหารจัดการให้ การที่เราช่วยไปเป็นตัวกลางให้เขาสามารถรังสรรค์ผลงานได้ก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับทุกฝ่าย
คิดว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Karin & Krisa ถูกเลือกนำไปใช้ในร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำระดับโลก?
แบรนด์ Karin & Krisa ของเราทำงานกับเชฟมาตั้งแต่ต้น ผมจะเป็นคนพาเชฟบินไปเชียงใหม่ เชียงราย เพื่อไปดูโรงงานด้วยตัวเองเลย แล้วเชฟก็ชอบมาก สามารถอยู่ได้ทั้งวัน เลือกจานใบนี้ใบนั้น คือเพราะเราเข้าใจธรรมชาติของเชฟ เข้าใจในงาน เข้าใจในขั้นตอนของแวดวง Food & Beverage และเราก็เข้าใจในกระบวนการของโรงแรมรวมถึงร้านอาหาร ว่าการตัดสินใจส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับเชฟว่าอยากทำยังไง ต้องการอะไร ซึ่งเราก็จะคุยกับเชฟแต่แรกก่อนเลยว่าเขาอยากได้อะไรยังไงบ้าง บินไปดูที่โรงงาน แล้วก็ลองขึ้นชิ้นงานจำลองวันนั้นเลย ดูเลยว่าตรงกับที่ต้องการมั้ย

Above "เราตั้งใจว่าอยากจะสร้างแบรนด์ของคนไทยให้มีความทัดเทียมกับแบรนด์ต่างชาติ ให้เป็นแบรนด์ที่ถูกเลือกโดยเชฟชั้นนำ นำไปใช้สำหรับ fine dining ที่เชฟเห็นว่าเหมาะสมและตอบความต้องการของเขา นี่คือความตั้งใจของผมที่อยากเห็นแบรนด์ไทยอยู่ในระดับนั้น" คุณกฤษณ์ เล่าถึงความตั้งใจที่เขามีต่อ Karin & Krisa

Above Karin & Krisa แบรนด์ที่เกิดขึ้นจากการพูดคุยและทำงานร่วมกับเชฟตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อรังสรรค์ชิ้นงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของเชฟอย่างแท้จริง
คุณกฤษณ์มีแบรนด์ที่ชอบ หรือใช้ไอเทมชิ้นไหนเป็นประจำบ้างมั้ยคะ?
ผมชอบทุกแบรนด์ที่เรามี และผมก็ใช้ทุกแบรนด์และทุกชิ้นที่มีในโชว์รูมของเราเลย ดังนั้นผมจึงไม่มีแบรนด์ไหนที่ชอบมากกว่าแบรนด์ไหน แต่ส่วนตัวผมชอบไอเทมที่มีเท็กซ์เจอร์ เช่น ตัวจานชามที่มีเท็กซ์เจอร์ เพราะผมไม่ชอบเวลาที่หยิบจับของแล้วเป็นรอยนิ้วมือ จึงมักชอบของที่มีเท็กซ์เจอร์และ free form จะไม่ชอบอะไรที่เป็นแพทเทิร์นเหมือนกันหมดแบบ mass product แต่จะชอบอะไรที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
คุณกฤษณ์คิดว่าภาชนะที่ดีเป็นอย่างไร? อะไรที่ทำให้ภาชนะนั้นๆ เป็นภาชนะที่ดี มีคุณภาพสำหรับผู้ใช้?
หนึ่งคือดีไซน์ สองคือฟังก์ชันครับ ดีไซน์ต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวยงาม น่าใช้ แต่ต่อให้ดีไซน์ดียังไง แต่ฟังก์ชันไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์ เช่น จานชามสำหรับโรงแรมหรือร้านอาหาร หนึ่งคือต้อง stackable คือวางซ้อนกันได้ มีความทนทาน แข็งแรง เพราะเรากำลังพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้โดย professional ไม่ใช่ข้าวของที่ใช้ที่บ้าน จึงต้องมีความคงทน เพราะส่วนใหญ่ภาชนะจานชามที่ใช้ในร้านอาหารหรือโรงแรมมักจะบิ่นก่อน ถ้าบิ่นเมื่อไหร่ก็คือใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นความทนทาน ความคงทน มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ตอบความต้องการของเชฟได้ เพราะอย่างที่เรียนให้ทราบว่าดีไซน์ดีแต่ฟังก์ชันไม่ได้ ไม่มีประโยชน์ เช่น ถ้ามันบอบบางเกินไป แตกร้าวง่ายก็ไม่ใช่ละ ดังนั้นตอนเราทำแบรนด์เองก็คำนึงถึงสิ่งนี้ ต้องซ้อนกันได้ ต้องเก็บได้ ยกเว้นเชฟจะสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ในสไตล์ของเขา ก็แล้วแต่เขา แต่เราก็จะแนะนำเชฟนะว่าถ้ามันวางซ้อนกันไม่ได้แล้วสั่งไป 60 ชิ้น จะวางยังไง จะเก็บยังไง

Above ช้อนหลากสไตล์จาก Studio William นำเข้าโดย Keith & Kym Concepts

Above ช้อนที่ให้เท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างกันเพื่อการรับรสที่แตกต่างกันไปในแต่ละคำของ Studio William
วิสัยทัศน์ของคุณกฤษณ์ถึงสิ่งที่อยากทำ ต่อยอด หรือพัฒนาต่อจากนี้
ตอนนี้สิ่งที่เราทำคือ OSNE (Operation Supplies & Equipment ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ) ผมอยากขยับขยายธุรกิจไปที่เฟอร์นิเจอร์คือ FF&E (Furniture, Fixtures and Equipment) คือผลิตภัณฑ์ที่ยึดติดกับพื้นที่เลย เช่น กระจกในห้องน้ำ หรือ fitting (ห้องแต่งตัว) ซึ่งก็ตั้งใจว่าจะขยายธุรกิจไปทางนี้ในอนาคตอันใกล้
อีกสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำคือการโปรโมทศิลปินรุ่นใหม่ในประเทศไทยให้เติบโตไปสู่ตลาดระดับโลกมากขึ้น เพราะเราอยากจะซัพพอร์ตเขา เราเพิ่งจัดงานที่เขาใหญ่ไปเมื่อสักปีที่แล้ว มีศิลปินหน้าใหม่มาเข้าร่วม สร้างผลงาน ทำจานชามภาชนะต่างๆ แล้วเราก็ช่วยกันคอมเมนต์เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น เช่น บริเวณก้นภาชนะต้องเรียบนะ ห้ามขรุขระ เพราะไม่อย่างนั้นเราจะวางหรือซ้อนกันไม่ได้ ตัวจานเองก็ตาม ทนต่อมีดมั้ย เวลาหั่นแล้วเกิดรอยหรือเปล่า เป็นต้น เพราะเราต้ังใจอยากจะสนับสนุนเยาวชนและศิลปินของไทยเราให้เติบโต โดยอาศัยประสบการณ์ที่เรามีในการคอมเมนต์ต่อยอดเพื่อการพัฒนา เท่าที่สังเกต ศิลปินหน้าใหม่ที่เราเจอมักจะสร้างชิ้นงานที่สวย แต่อาจจะขาดตกเรื่องฟังก์ชั่น นอกจากเราแล้ว ผมจึงเชิญเชฟมาช่วยกันคอมเมนต์เพื่อชี้ให้เห็นถึงความต้องการของเชฟซึ่งเป็นผู้ใช้งานภาชนะเหล่านั้นโดยตรง ว่าทรงนี้ดีไม่ดี ปรับแต่งตรงไหนได้บ้าง เราตั้งใจอยากทำสิ่งเหล่านี้เพื่อสังคมและต่อยอดให้เยาวชน โดยวางแผนว่าจะทำโครงการแบบนี้อย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี

Above "อีกสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำคือการโปรโมทศิลปินรุ่นใหม่ในประเทศไทยให้เติบโตไปสู่ตลาดระดับโลกมากขึ้น" - กฤษณ์ กนกวลีวงศ์

Above "สิ่งหนึ่งที่ผมว่าเป็นจริงเสมอคือ ภาชนะเหล่านี้แม้จะมีความโดดเด่นอย่างไรก็จะเด่นกว่าอาหารไม่ได้" - กฤษณ์ กนกวลีวงศ์
เทรนด์สำหรับการเลือกใช้ภาชนะอาหารของปี 2026
อาหารมีเทรนด์และภาชนะของอาหารก็มีเทรนด์เช่นกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมว่าเป็นจริงเสมอคือ ภาชนะเหล่านี้แม้จะมีความโดดเด่นอย่างไรก็จะเด่นกว่าอาหารไม่ได้ ไม่ว่าอาหารจะเป็นเมนูอะไรก็ตาม เพราะหลักการที่ถูกต้องคืออาหารจะต้องเด่นที่สุด ซึ่งก็กลับมาที่เรื่องของดีไซน์ คือต้องผ่านการออกแบบมาให้เด่นแบบพอดี เราทำงานกับเชฟมาเยอะ จึงเข้าใจว่าเชฟต้องการอะไร นั่นคือเราต้องชูอาหารให้เป็นพระเอก เวลาคนมาที่ร้านคือมากิน มาเอนจอยกับอาหารเป็นอันดับแรก ซึ่งแม้ตามหลักจะมีสามสิ่งที่คนในแวดวงเน้นเป็นพิเศษ ซึ่งได้แก่ แก้ว ช้อนส้อมมีด และผ้าเช็ดปาก เพราะสามสิ่งนี้คือส่ิงที่สัมผัสกับปากของเราโดยตรง แต่จานจะเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายรูปพร้อมกับอาหารเสมอ และอาหารต้องเด่นกว่าจาน สิ่งนี้มันคือศิลปะและจะเป็นหลักสำคัญที่เป็นจริงเสมอ
ส่วนเทรนด์ในปีนี้ผมเชื่อว่าคือความหลากหลาย ยิ่งทุกวันนี้เราได้เห็นเชฟดังๆ เข้ามาในเมืองไทยมากมาย คนเหล่านี้ยิ่งมอบความหลากหลายให้กับแวดวงอาหารมาก เพราะคนมองเห็นและชื่นชอบในความหลากหลายนี้มากขึ้น จะให้บอกแนวทางเด่นๆ สักอันผมว่าไม่มี แม้แต่บนโต๊ะของเชฟก็เป็นสไตล์มิกซ์แอนด์แมตช์ คือไม่ใช่ภาชนะแบบเดียวกันหมด ดังนั้นเทรนด์คือเป็นการ customize ลูกค้ามากินร้านเดิมก็อาจจะไม่ได้อยากได้การตกแต่งแบบเดียวเสมอไป เชฟก็มีการเปลี่ยนเมนูตามซีซัน ภาชนะเองก็ต้องเปลี่ยนด้วยเช่นกัน ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่สนุกที่ได้เห็นอะไรที่หลากหลาย การมิกซ์แอนด์แมตช์เป็นศิลปะอย่างหนึ่งนะ และมันแล้วแต่เซนส์ของแต่ละคนด้วย
อ่านเพิ่มเติม:
รู้จักประวัติย่อของพุดดิ้งนมถึงขนมถ้วย เมนูละมุนลิ้นสารพัดรูปแบบในเอเชีย
นี่คือ 5 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ว่าทำไมชีสถึงเข้ากันได้ดีกับองุ่น น้ำผึ้ง และอาหารหลากหลาย ?
ทองคำเหลว? อะไรและทำไม "น้ำผึ้งมานูกา" ของนิวซีแลนด์ถึงมีราคาแพงนัก





