เผยเบื้องหลังความอร่อยของโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำ มาจากความตั้งใจเลือกสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียม พัชรินทร์ เหมอังกูร เป็นแขกรับเชิญคนแรกของคอลัมน์ Meet Me at the Bar เธอนั่งแท่นกรรมการผู้จัดการ Gourmet One Food Service (Thailand) Co., Ltd.
Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณพัชรินทร์ เจ้าของร้าน Gourmet One ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัตถุดิบและอาหารระดับพรีเมียมจากต่างประเทศ เช่น เนื้อวัวชั้นดี เนื้อแกะ ปลาแซลมอน ไข่ปลาคาเวียร์ เห็ดทรัฟเฟิล น้ำมันมะกอก ฯลฯ ต่างถูกนำมาปรุงเป็นเมนูจานเด่นของโรงแรมและภัตตาคารระดับห้าดาวมาแล้วมากมาย
คุณพัชรินทร์ยังเปิดร้านอาหาร La Brace Grill House and Wine Bar ที่เลือกสรรวัตถุดิบจากแบรนด์ Gourmet One Food Service มาให้ลูกค้าได้ลองชิม ตอบโจทย์ครบทุกรสชาติความต้องการของผู้ที่รักอาหาร เสมือน one stop shop service เลยทีเดียว โดยคุณพัชรินทร์เผยว่า แหล่งที่มาของวัตถุดิบแต่ละอย่างนั้นมาจากหลายประเทศทั่วโลก
อ่านเพิ่มเติม: รู้จัก "เห็ดทรัฟเฟิลขาว" ราชาแห่งเห็ดที่มีราคาแพงที่สุดในโลก
เข้ามาสู่ธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบอาหารได้อย่างไร
"มีเพื่อนชาวสิงคโปร์คนหนึ่งบอกข่าวว่า อีกหน่อยจะมีเรือสำราญ Star Cruise เข้ามาจอดเทียบท่าที่ไทยเป็นประจำ คุณพ่อบุญธรรมที่เป็นผู้ตรวจครัวการบินไทยก็แนะนำให้จ้อติดต่อไป เพื่อลองเสนอจัดส่งวัตถุดิบอาหารให้เรือ Star Cruise เพราะรู้มาว่าทางเรือต้องการสั่งอาหารทุกสัปดาห์ และนั่นคือจุดเปลี่ยน เป็นการเริ่มต้นทำงานที่ยาก โดยเราจะได้รับลิสต์รายการอาหารและวัตถุดิบที่ทางเรือต้องการทั้งหมดเป็นหมื่นรายการ เป็นภาษาอังกฤษ และจะต้องหาแหล่งวัตถุดิบด้วย เราบอกคุณพ่อว่าเราทำไม่ได้หรอก แต่คุณพ่อบอกให้จ้อลองทำดู เราก็ตัดสินใจลองทำดู"
"เราเริ่มติดต่อโรงงานผลิตอาหารที่คุณพ่อรู้จัก และไปอีกหลายที่มากๆ และจดทะเบียนบริษัทใหม่แล้วเราลองส่งเอกสารประกวดราคาไปให้ทาง Star Cruise เขาก็ส่งออเดอร์มาให้เรา และนัดให้นำของที่สั่งไปส่งที่แหลมฉบังในวันที่เรือเข้า เนื่องจากเราได้มีโอกาสซึมซับเรื่องมาตรฐานคุณภาพความสะอาดมาจากคุณพ่อที่ทำอยู่การบินไทย"
"เรานำอาหาร ผัก ผลไม้ทุกอย่างมาล้างทำความสะอาด ตัดแต่งให้เรียบร้อย จัดแยกใส่ตะกร้าแล้วติดชื่อ และขนส่งโดยรถที่มีห้องเย็นไปส่งที่แหลมฉบัง คนตรวจรับสินค้าของเรือยังชมว่าคุณภาพดีมาก ขณะที่รายอื่นๆ ทำต่างออกไป วันนั้นเราชนะการประกวดราคา ได้งานจาก Star Cruise เรื่อยมา ถือว่าเราเป็น supplier รายใหญ่ที่สุดของ Star Cruise ตอนนั้นจ้อเพิ่งอายุ 23 เองค่ะ จำได้ว่ามียอดขายเปิดบิลอาทิตย์ละล้านบาท บางทีเวลาเรือมีเงินสดเยอะ เขาให้เราขึ้นไปรับเงินสดบนเรือ บางครั้งถือเงินสดกลับกรุงเทพฯ 3-4 ล้าน"

Above La Brace Grill House and Wine Bar (ภาพ: Gourmet One Food Service)
ลูกค้ารายเดียวถือว่าเพียงพอไหม ส่งแค่อาทิตย์ละครั้งด้วยใช่ไหม
"รายเดียวเลยค่ะ บนเรือสำราญหนึ่งลำจะมีคนอย่างน้อย 2,000 คน กินวันละ 5 มื้อฟรีหมด บุฟเฟ่ต์ด้วย ดังนั้นปริมาณเยอะมาก จัดส่งอาทิตย์ละครั้งเดียว ตอนนั้นทำงานแค่อาทิตย์ละสองวัน สบาย คิดว่าไม่อยากทำอะไรเพิ่มแล้ว ทำแค่งานนี้กับงานที่สนามบินก็พอแล้ว"
ตอนนั้นทำอยู่กี่ปี
"ทำอยู่ 5 ปีค่ะ เพราะปี 2003 รัฐบาลประกาศว่าจะออกกฎหมายใหม่ห้ามเรือที่มีคาสิโนเข้ามาไทย เพื่อนก็มาชวนให้ทำธุรกิจนำเข้า ชวนให้ขายฟัวกราส์ในไทย เราก็ปฏิเสธไปเพราะไม่รู้จักแบรนด์ และราคาฟัวกราส์กิโลตั้ง 2,400 บาท แพงมาก กลัวไม่มีใครซื้อ จนกระทั่งเรือแจ้งว่าจะไม่เข้ามาไทยแล้ว เพื่อนก็มาถามเราอีกรอบหนึ่ง ชวนไปดูบริษัทที่ไต้หวัน เป็นบริษัทนำเข้าอาหารจากหลายประเทศ พอได้เห็นธุรกิจที่นั่น เราก็คิดว่า มันใช่เลย นี่ล่ะคือสิ่งที่เราชอบทำ เราก็ตกลงเปิดบริษัทด้วยกัน หันมาทำธุรกิจนำเข้า ถือเป็นจุดเปลี่ยนเลยค่ะ"
เปิดเป็นบริษัท Gourmet One Food Service ตั้งแต่แรกเลยไหม
"ยังไม่ใช่ค่ะ แรกสุดทำบริษัท Classic Fine Foods เป็นบริษัทที่ประจำอยู่ทั่วเอเชีย มีเจ้าของเป็นชาวอังกฤษ โดยเขาชวนจ้อถือหุ้นและให้จัดตั้งบริษัทที่เมืองไทย นำเข้าอาหารและวัตถุดิบหลายแบรนด์จากหลายประเทศ ในช่วง 3 ปีแรก ทำไปได้ดี หลังจากนั้นเริ่มมีความเห็นไม่ตรงกันในการบริหารงานกับชาวอังกฤษ เราเลยออกมาตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Gourmet One Food Service"
ช่วงนั้นวงการธุรกิจอาหารเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับปัจจุบัน
"ช่วงนั้นคู่แข่งมีไม่มาก ไม่เหมือนปัจจุบันที่ตลาดมันเปิดกว้างขึ้น พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยน เมื่อก่อนนี้ไม่มีโรงแรมไหนที่ขายฟัวกราส์ในบุฟเฟ่ต์ เริ่มที่โรงแรมเจดับบลิวแมริออทที่นำฟัวกราส์มาลงในเมนูซันเดย์บรันช์ แล้วก็โรงแรมดิโอเรียนเต็ล ผู้บริโภคเริ่มชอบ ที่ไหนไม่มีฟัวกราส์รวมในบุฟเฟ่ต์จะไม่มีคนเข้า หอยนางรมกับล็อบสเตอร์ก็เช่นกัน เดี๋ยวนี้มีทุกที่"
"ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดเปลี่ยนไปเยอะ อะไรก็เป็นไปได้ ตอนที่จ้อเริ่มทำงานในวงการนี้ จ้อขายล็อบสเตอร์กิโลละเกือบสองพันบาท แต่พอปริมาณการสั่งมากขึ้น ทุกวันนี้เหลือราคาไม่ถึงพันบาทต่อกิโล เพราะเรานำเข้ามาทีละสามพันตัว เมื่อก่อนแต่ละร้านอาหารสั่งแค่ร้านละ 10-20 ตัว แต่ปัจจุบันสั่งกันร้านละ 100-500 ตัว พอเรานำเข้ามาก ต้นทุนก็ลดลง ทุกอย่างถูกลงหมด เราบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น"
ลูกค้าหลักๆ ของ Gourmet One มีที่ไหนบ้าง
"เยอะมากค่ะ เป็นหลายพันแห่ง โรงแรมห้าดาวสี่ดาวทุกโรงแรมทั่วประเทศ ร้านอาหารหลายร้อยแห่ง สายการบิน และยังมีลูกค้าในลาวและเขมรด้วยค่ะ เพราะเรามีของสดเข้าทุกอาทิตย์ มาจากหลายประเทศ อย่างถ้าลูกค้าต้องการของสดจากฝรั่งเศส เรามีพาร์ทเนอร์ที่ช่วยไปเดินตลาดซื้อของและจัดส่งมาทางเครื่องบินให้เรา โดยของจะเข้าทุกวันจันทร์และวันพฤหัส หอยนางรมส่งมาแบบเป็นๆ ที่ออฟฟิศเรามีห้องเย็นหลายห้อง แต่ละห้องจะตั้งระบบทำความเย็นให้อุณหภูมิและความชื้นตามแต่ละประเภทสินค้า นอกจากนั้นเรามีรถขนส่งที่เป็นห้องเย็นหลายสิบคัน"
เคยเจออุปสรรคยากๆ อะไรบ้าง
"ช่วงโควิดถือว่าเป็นช่วงวิกฤติของการทำงานค่ะ ร้านอาหารปิด โรงแรมปิด สายการบินหยุดบิน ช่องทางการขายเหลือแค่ตลาดรีเทล ซึ่งเมื่อก่อนเราลงซูเปอร์มาร์เก็ตน้อย เราเลยต้องวางแผนใหม่ ปรับไปโฟกัสในตลาดรีเทลมากขึ้น โดยหาสินค้าเข้ามาเพิ่ม เช่น เนย วิปปิ้งครีม ครีม"
"ตอนนี้สินค้าที่ซัพพลายมีอยู่หลายร้อยรายการ เราพร้อมรบแล้ว อีกหนึ่งช่องทางที่ไม่ปิดช่วงโควิดก็คือโรงงานผลิตอาหารและขนม เราเริ่มเจาะเข้าตลาดโรงงานต่างๆ โดยขายส่งวัตถุดิบของเรา เช่น ครีม เนย ช็อกโกแลต เนื้อฟรุตพูเร่ ฯลฯ และเราก็หาสินค้าราคาระดับกลางและระดับล่างมาเสริมด้วย เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้"
มีความเห็นอย่างไรต่อครัวไทยและครัวโลก
"จริงๆ ถ้ารัฐบาลอยากโปรโมตประเทศไทยให้เป็น Cuisine of the World หรือ Hub of Eating ควรจะเปิดให้มีการนำเข้าวัตถุดิบแบบเสรีและถูกต้องมากกว่านี้ รัฐบาลจะได้ประโยชน์กว่าการกีดกัน คิดว่าสถานทูตไทยทั่วโลก ควรจะต้องมีหน้าที่โปรโมทช่วยขายและผลักดันสินค้าอาหารไทยอย่างเต็มที่ เช่น จัดงานไทยแลนด์วีค หรือ ไทยแลนด์อีทติ้งเฟสติวัล ถ้าจะทำพร้อมกันทั่วโลกก็ยิ่งดี อย่างนอร์เวย์ เค้าโปรโมตปลาแซลมอนได้ดีมาก"
ตั้งเป้าหมายอนาคตอีก 5 ปีไว้อย่างไรบ้าง
"เราตั้งเป้าจะขยายตลาดไปประเทศเพื่อนบ้าน และจะเติบโตให้ครบทุก tier ทั้งตลาดบน กลาง ล่าง ที่ผ่านมาเราโตแต่ tier บน แต่มุมมองเราอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะเติบโตให้ครบรวมทั้งตลาดรีเทล"
ได้ยินมาว่าปีนี้คุณจ้อได้รับรางวัลอันทรงเกียรติระดับสากลมาด้วย
"ใช่ค่ะ เป็นรางวัล Master Entrepreneur Award 2023 กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยองค์กร Enterprise Asia เป็นผู้จัดและมอบรางวัลให้กับนักธุรกิจเอกชนชั้นนำ และผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ และแนวทางการบริหารที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเซีย เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ค่ะ"
นอกจากแบรนด์ Gourmet One Food Service แล้ว ร้าน La Brace Grill House and Wine Bar ที่คุณพัชรินทร์ตั้งขึ้น เกิดจากความตั้งใจจะทำกริลล์เฮาส์ เพื่อโปรโมทสินค้าและแบรนด์ให้ลูกค้าได้ลองชิม และเธอยังเปิดร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศส Bijoux de Beurre Echire ในบริเวณใกล้ๆ ร้าน La Brace อีกด้วย
“เราอยากนำแป้งขนมปัง ครีม เนย ช็อกโกแลต ซึ่งเป็นของดีของเรามาทำขนมขายด้วย ซึ่งเนยแบรนด์ Echire ของฝรั่งเศสนั้นเป็นเนยที่มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและหอมโดดเด่นมีเอกลักษณ์ เป็นแบรนด์เก่าแก่อายุ 100 กว่าปี เราได้ Pastry Chef ที่เก่งมากมาร่วมงานด้วย ที่นี่เป็นสาขาแรก และเราวางแผนจะเปิดอีกสาขาที่ Emsphere”
Topics




