Jewels of Wonder อัญมณีสีหายาก ไข่มุกเซาท์ซี และโอปอลออสเตรเลีย การสร้างสรรค์ผลงานเครื่องประดับอันวิจิตรงดงามของ Margot McKinney ที่หลอมรวมแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและฝีมือในระดับสากล
ในโลกของเครื่องประดับหรูหรา มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถถ่ายทอดความงามของธรรมชาติออกมาในรูปแบบของศิลปะสวมใส่ได้อย่างลงตัวเท่า มาร์โกต์ แมคคินนีย์ (Margot McKinney) นักออกแบบเครื่องประดับชาวออสเตรเลีย ผู้โด่งดังด้วยผลงานที่ผสมผสานอัญมณีหายากจากถิ่นบ้านเกิดเข้ากับงานฝีมือระดับโลก จนได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชินีแห่งโอปอลและไข่มุกเซาท์ซี"
สายสัมพันธ์ระหว่างมาร์โกต์และประเทศไทยนั้นช่างลึกซึ้ง ด้วยประสบการณ์การเดินทางมาเยือนดินแดนแห่งนี้อย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษนับตั้งแต่เมื่อครั้งเยาว์วัยร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ ทุกครั้งที่ได้มาเยือน มิตรไมตรีอันอบอุ่นและการต้อนรับที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของคนไทยได้สร้างความประทับใจ และทำให้ประเทศไทยอยู่ในใจของเธอเสมอมา โดยเฉพาะความผูกพันที่มีต่อโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok นั้นมีความลึกซึ้งเป็นพิเศษ จากการที่เธอได้เข้าพักในโรงแรมระดับตำนานแห่งนี้มานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ดังนั้น เมื่อทางโรงแรมเริ่มเตรียมการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีอันยิ่งใหญ่ซึ่งจะจัดขึ้นในปี 2026 มาร์โกต์จึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสในการรังสรรค์เครื่องประดับชิ้นเอก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและบันทึกความทรงจำในโอกาสสำคัญครั้งนี้
อ่านเพิ่มเติม: ผ้าไหมบ้านครัว กับแรงบันดาลใจเบื้องหลังลายผ้าและกี่ทอมือที่ทั่วโลกจดจำ ในคอลเล็กชั่น Jim Thompson X Baan Krua

Above มาร์โกต์ แมคคินนีย์ (Margot McKinney) นักออกแบบเครื่องประดับชาวออสเตรเลีย ผู้โด่งดังด้วยผลงานที่ผสมผสานอัญมณีหายากจากถิ่นบ้านเกิดเข้ากับงานฝีมือระดับโลก จนได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชินีแห่งโอปอลและไข่มุกเซาท์ซี"
ด้วยวาระพิเศษนี้ Tatler จึงมีโอกาสพูดคุยกับเธอถึงเส้นทางสู่ความสำเร็จ แรงบันดาลใจจากธรรมชาติในออสเตรเลีย และวิสัยทัศน์ที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบเครื่องประดับที่ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเชื่อมโยงกับความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติ

Above Margot McKinnery Marina Collier

Above Margot McKinney Aqua Drop Earrings
คุณเริ่มสนใจการออกแบบเครื่องประดับได้อย่างไร
ฉันสนใจโลกของเครื่องประดับและแฟชั่นมาตั้งแต่ยังเด็ก คุณแม่ของฉันสั่งซื้อนิตยสาร Vogue ทุกเดือน และฉันใช้เวลาหลายชั่วโมงจดจ่ออยู่กับหน้ากระดาษมันวาวเหล่านั้น ภาพของสตรีผู้สง่างามในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่สวมใส่โอต์กูตูร์คอลเล็กชันล่าสุดได้หล่อหลอมสุนทรียภาพส่วนตัวของฉันอย่างชัดเจน และนำไปสู่การออกแบบเครื่องประดับที่สะท้อนตัวตนของฉันเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คุณยังจำเครื่องประดับชิ้นแรกที่ออกแบบได้ไหม เล่าให้ฟังสักนิดว่าคุณได้รับแรงบันดาลใจมาจากไหนและทำจากอะไร
จำได้ค่ะ ตอนนั้นฉันมีอัญมณีสีสวยงามเม็ดใหญ่หลากหลายชนิดในโทนสีซีตรัสที่เปล่งประกายและมีความอบอุ่น ทั้งสีเลมอน สีชมพู สีเขียวอ่อน และสีฟ้าอ่อน สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันนึกถึงสีสันของฤดูร้อนริมหาดทรายของออสเตรเลีย และนั่นเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันนำอัญมณีเหล่านี้มาผสมผสานกับไข่มุกเซาท์ซีที่ฉันได้คัดสรรและสะสมไว้อย่างพิถีพิถัน ผลลัพธ์ที่ได้คือสร้อยไข่มุกประดับอัญมณีที่มีดีไซน์แบบเส้นคู่ที่งดงามมาก และนักสะสมที่หลงรักชิ้นงานนี้ก็ได้ซื้อไปในเวลาไม่ถึงสัปดาห์หลังจากที่ดิฉันสร้างสรรค์เสร็จสิ้น

Above "ฉันรู้สึกตัวเองโชคดีมากที่ได้อาศัยอยู่ในประเทศที่มีความงามตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ออสเตรเลียบ้านเกิดของฉันมอบทัศนียภาพ เสียง และประสบการณ์อันน่าทึ่ง ความมหัศจรรย์เหล่านี้มอบแรงบันดาลใจที่ไม่มีที่สิ้นสุดให้แก่การออกแบบของฉัน รวมถึงอัญมณีที่ทำให้วิสัยทัศน์ของฉันเป็นจริง"
คุณเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากสโลแกน "Celebrating Nature's Rarest Wonders" ธรรมชาติมีผลต่อการออกแบบของคุณอย่างไร
ฉันหลงใหลในพื้นผิวที่เป็นเอกลักษณ์และสีสันที่สดใสมาโดยตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถค้นพบได้เฉพาะในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติเท่านั้น ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหน ได้เห็นหรือสัมผัสอะไร ความรู้สึกและภาพบางอย่าง จะยังคงอยู่กับฉันอย่างไม่มีวันลบเลือน ความทรงจำเหล่านี้คือสิ่งที่ฉันดึงมาใช้ในการออกแบบเครื่องประดับ
ฉันรู้สึกตัวเองโชคดีมากที่ได้อาศัยอยู่ในประเทศที่มีความงามตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ออสเตรเลียบ้านเกิดของฉันมอบทัศนียภาพ เสียง และประสบการณ์อันน่าทึ่ง ตั้งแต่แสงแดดยามเช้าที่ระยิบระยับบนผิวน้ำตื้นของแนวปะการัง สีเขียวเข้มชอุ่มของป่าฝนเขตร้อนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ไปจนถึงผืนดินสีแดงที่แผ่ไพศาลและถูกอาบด้วยแสงอาทิตย์ของเขตเอาต์แบ็ก (Outback)
ความมหัศจรรย์เหล่านี้มอบแรงบันดาลใจที่ไม่มีที่สิ้นสุดให้แก่การออกแบบของฉัน รวมถึงอัญมณีที่ทำให้วิสัยทัศน์ของฉันเป็นจริง อย่างไข่มุกเซาท์ซีที่หายากและเป็นมันเงา ซึ่งเก็บเกี่ยวจากท้องทะเลบริสุทธิ์ของชายฝั่งทางเหนืออันห่างไกลของออสเตรเลีย โอปอลที่ลึกลับและมีชีวิตชีวา ซึ่งขุดพบในผืนทะเลทรายโดยคนงานเหมืองผู้มุ่งมั่น และอัญมณีล้ำค่าอื่นๆ อีกมากมายที่เติมเต็มพลังและความอิ่มเอมใจให้กับชิ้นงานของฉัน
อ่านเพิ่มเติม: New House Rules: ถอดรหัส 10 เทรนด์และกฎเกณฑ์ใหม่ที่จะกำหนดโลกแฟชั่นปี 2026
เมื่อออกแบบเครื่องประดับสักชิ้น คุณได้รับแรงบันดาลใจมาจากไหนหรือมีภาพบุคคลเฉพาะเจาะจงที่จินตนาการว่ามันจะดูเป็นอย่างไรเมื่อประดับบนเรือนกายของบุคคลนั้น
โลกธรรมชาติจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของฉันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสีสันที่น่าทึ่งของทิวทัศน์ออสเตรเลีย ความเหลือบแสงของโอปอลหายาก หรือความงามที่พบในห้วงลึกของมหาสมุทร แต่ละชิ้นงานเริ่มต้นด้วยอัญมณีที่ดึงดูดใจฉันและชวนให้นึกถึงความยิ่งใหญ่ของภูมิทัศน์หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติบางอย่าง แล้วปล่อยให้ความงามตามธรรมชาติของอัญมณีนั้นเป็นผู้กำหนดทิศทาง อัญมณีคือจุดเริ่มต้นเสมอ แต่ละเม็ดมีบุคลิกเฉพาะตัว ทำให้มั่นใจได้ว่าแต่ละชิ้นงานคือการเฉลิมฉลองศิลปะของธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร
ฉันอาจไม่มีบุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่ในใจขณะออกแบบ แต่ฉันรู้จักนักสะสมของตัวเองดีพอที่จะรับรู้โดยสัญชาตญาณว่าพวกเขาจะชอบอะไร พวกเขาจะสวมใส่ชิ้นงานนั้นอย่างไรและเมื่อไหร่ ฉันยังรู้ว่าถ้าฉันรักการออกแบบชิ้นใดชิ้นหนึ่งด้วยตัวเอง ก็มีแนวโน้มสูงมากว่านักสะสมของฉันจะรู้สึกแบบเดียวกัน

Above Margot McKinney Galaxy Collier

Above Margot McKinney Lavender Haze Earrings
เครื่องประดับชิ้นใดที่คุณออกแบบแล้วสร้างความประทับใจอย่างมากในใจคุณ
หนึ่งในชิ้นงานที่อยู่ใกล้หัวใจที่สุดคือสร้อยคอที่ประกอบด้วยโอปอลออสเตรเลียหายาก ประดับเพชรและไข่มุกเซาท์ซี มันรวมทุกสิ่งที่ดิฉันรักไว้ครบถ้วน ทั้งความหายาก งานฝีมืออันประณีต และความเช่ือมโยงกับธรรมชาติของออสเตรเลีย
ความรักที่ฉันมีต่อโอปอลออสเตรเลีย ไข่มุกเซาท์ซี และอัญมณีสีหายาก ทำให้ฉันได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับฟาร์มไข่มุกและคนงานเหมืองที่จัดหาอัญมณีจากธรรมชาติเหล่านี้ให้ฉัน ทำให้พวกเรารู้สึกซาบซึ้งในความงามและความหายากของสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น ไข่มุกที่ฉันใช้นั้น มาจากฟาร์มไข่มุกอิสระแห่งเดียวของออสเตรเลียในอีสต์อาร์นเฮมแลนด์ (East Arnhem Land) ทางเหนือของออสเตรเลียอันห่างไกล ฉันเดินทางอย่างยากลำบากและยาวนาน ไปที่นั่นบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้ เพื่อเข้าร่วมการเก็บเกี่ยวไข่มุกประจำดีและเป็นพยานในการสร้างสรรค์ของธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ซึ่งก็คือไข่มุกเซาท์ซีที่เป็นมันเงา โดยพื้นฐานแล้ว อัญมณีทุกเม็ดของฉัน มีเรื่องราวที่จะบอกเล่าเกี่ยวกับผู้คนและสถานที่ที่อยู่เบื้องหลัง และนี่คือส่วนสำคัญของมนตร์เสน่ห์โดยรวมของชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบ
คุณได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย มีรางวัลเฉพาะใดที่คุณภาคภูมิใจเป็นพิเศษไหม และเพราะเหตุใด
ในปี 2022 ฉันได้รับการประกาศในรายชื่อ Australia Day Honours List ด้วย OAM (The Medal of the Order of Australia) สำหรับสิ่งที่ฉันทำต่องานศิลปะในฐานะนักออกแบบเครื่องประดับ และสำหรับความพยายามด้านการกุศล รวมถึงงานที่ฉันทำในฐานะผู้อุปถัมภ์ของ The King's Trust Australia (มูลนิธิ The King's Trust ก่อตั้งโดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อแก้ไขวิกฤตการว่างงานของเยาวชนทั่วโลกและสนับสนุนคนหนุ่มสาวทั่วโลก) และกับ Lord Mayor's Charitable Trust ซึ่งสนับสนุนองค์กรการกุศลท้องถิ่นในบริสเบน เมืองบ้านเกิดของฉัน การเป็นที่ยอมรับงานของฉันในครั้งนั้นเป็นการแสดงความขอบคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันเคยได้รับ และฉันรู้สึกซาบซึ้งและถ่อตนต่อเกียรตินี้เสมอ
ปีเดียวกันนั้นเอง ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับเชิญให้นำเสนอผลงานสำหรับการจัดแสดงที่ Museum of Brisbane นิทรรศการชื่อ "World of Wonder: Margot McKinney" จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายนถึง 5 พฤศจิกายนในปีนั้น และดึงดูดผู้เข้าชม 19,526 คนให้มาชมเครื่องประดับของฉันและแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลัง เป็นเกียรติอย่างยิ่งและการยอมรับในผลงานของดิฉันที่ได้จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์อันทรงเกียรติในเมืองบ้านเกิดของตัวเองค่ะ

Above "ฉันรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญให้ออกแบบเข็มกลัดและต่างหูแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับโอกาสพิเศษนี้ และฉันได้พยายามถ่ายทอดบรรยากาศและความสง่างามของโรงแรม รวมถึงการรังสรรค์สิ่งที่เชื่อมโยงกับโรงแรมนี้อย่างไม่มีวันลบเลือน"
ทำไมคุณถึงเลือกโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เป็นพันธมิตรในกรุงเทพฯ
แมนดาริน โอเรียนเต็ล คือเครือโรงแรมในดวงใจของฉันจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ซึ่งฉันได้รับเกียรติให้มาเยือนนับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายทศวรรษ บริการอันเป็นเลิศของที่นี่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยความใส่ใจของพนักงานและคณะผู้บริหารที่สามารถตอบสนองความต้องการล่วงหน้าได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งก่อนเดินทางกลับ ฉันมักจะสำรองการเข้าพักครั้งต่อไปไว้เสมอ
อยากให้คุณเล่าถึง Margot McKinney x Mandarin Oriental 150th Anniversary ที่มีเข็มกลัดและต่างหูที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับโอกาสนี้
ในปี 2026 เราจะร่วมฉลองครบรอบ 150 ปีของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ซึ่งยังคงเปล่งประกายในฐานะอัญมณีบนมงกุฏของกรุงเทพฯ อันงดงาม ความสามารถอันน่าอัศจรรย์ในการผสมผสานสไตล์ไทยดั้งเดิมเข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งศตวรรษที่ 21 นั้น นับเป็นตำนาน และเป็นการยกย่องยุคทองของการเดินทางที่ไม่เคยล้าสมัย ดังนั้น ฉันจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญให้ออกแบบเข็มกลัดและต่างหูแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับโอกาสพิเศษนี้ และฉันได้พยายามถ่ายทอดบรรยากาศและความสง่างามของโรงแรม รวมถึงการรังสรรค์สิ่งที่เชื่อมโยงกับโรงแรมนี้อย่างไม่มีวันลบเลือน
เมื่อเข้าสู่ล็อบบี้ของโรงแรมฯ แขกจะได้รับการต้อนรับด้วยทัศนียภาพอันน่าทึ่ง เพดานสูงตระหง่านและหน้าต่างบานกว้างสร้างความประทับใจที่กว้างขวางแต่ก็อบอุ่น ขณะที่ผืนพรมที่แลดูหรูหราและเฟอร์นิเจอร์คลาสสิกก็สื่อถึงความโอ่อ่าที่ผ่อนคลาย
โคมไฟแชนเดอเลียร์ทรงระฆังลายไทยที่เรียงรายอยู่บนเพดานสูงดึงดูดสายตาในทันที พร้อมสร้างบรรยากาศอันอบอุ่นและเชื้อเชิญ งานออกแบบที่ประณีต บรรจงช่วยเนรมิตพื้นที่บริเวณล็อบบี้ให้มีกลิ่นอายของเรือนกระจกรับแสงแดดในคฤหาสน์อันสง่างาม
โคมไฟแขวนเหล่านี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์คู่กับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ และได้ถักทอตัวเองเข้าไปในความทรงจำของผู้มาเยือน พวกมันเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังของโรงแรม ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงบรรจงรังสรรค์ให้รายละเอียดเหล่านี้เป็นใจกลางการออกแบบแห่งการเฉลิมฉลอง

Above Margot McKinney Seaspray Collier

Above Margot McKinney Totem Earrings
กลุ่มลูกค้าในกรุงเทพฯ มีความแตกต่างจากตลาดอื่นหรือไม่
ฉันไม่เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างนักสะสมในกรุงเทพฯ และนักสะสมในภูมิภาคอื่นทั่วโลก เพราะทุกคนล้วนเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจในสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ พิถีพิถันในเรื่องคุณภาพและเห็นคุณค่าในความประณีตของงานศิลปะและงานออกแบบ ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะร่วมของนักสะสมของฉันจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าฉันจะเดินทางไปที่ใด นักสะสมต่างหลงใหลในเรื่องราวที่ถ่ายทอดผ่านผลงานชิ้นสำคัญ รวมถึงที่มาและแหล่งกำเนิดของอัญมณีล้ำค่าที่ประกอบอยู่ในผลงานแต่ละชิ้น ฉันมีความสุขที่ได้มอบประสบการณ์อันน่าจดจำให้แก่นักสะสมในทุกที่ เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นงานที่ได้รับไปนั้นจะกลายเป็นสมบัติล้ำค่าและมรดกตกทอดของครอบครัวสู่คนรุ่นหลังต่อไป
คุณได้รับความนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นคุณเห็นตลาดอื่นๆ ที่มีศักยภาพและต้องการสำรวจบ้างไหม
เอเชียมีการเติบโตของตลาดลักซ์ชูรีอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะชิ้นงานที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแสดงถึงงานฝีมือที่แท้จริงและเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดและที่มาของผลงานเหล่านั้น ฉันเชื่อว่าการออกแบบเครื่องประดับของฉันจะโดนใจผู้คนทั่วเอเชีย และตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับนักสะสมในท้องถิ่นเพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่พวกเขาจะหวงแหนตลอดไป
ในปี 2025 ฉันได้รับเชิญให้จัดแสดงเครื่องประดับของฉันเป็นครั้งแรกที่ TEFAF Maastricht ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับวว่าเป็นงานแสดงศิลปะชั้นนำของโลก และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดย The European Fine Art Foundation เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมที่จะแนะนำการออกแบบของฉันให้กับนักสะสมงานศิลปะในยุโรป ซึ่งหลายคนยังไม่คุ้นเคยกับงานของฉันในเวลานั้น จากการตอบรับในเชิงบวกอย่างมากที่ TEFAF เราจึงจะเข้าร่วมอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2026 ทำให้ฉันรู้สึกว่ายุโรปก็มีศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคตเช่นกัน

Above Margot McKinney Bloem Collier

Above Margot McKinney Rosette Ring
มีสิ่งใดที่คุณอยากทำเพิ่มเติมนอกเหนือจากการออกแบบ
ฉันอยากขยายกิจกรรมการกุศลของฉันให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และช่วยเหลือชุมชนที่ด้อยโอกาสกว่า โดย The King's Trust มอบโอกาสมากมายในการให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างยิ่งแก่เยาวชนที่ประสบปัญหาการว่างงานและความเสียเปรียบทั่วโลก และเป็นแผนของฉันที่จะเพิ่มการมีส่วนร่วมกับองค์กรที่มีคุณค่านี้
นอกจากนี้ ยังเป็นความตั้งใจของฉันที่จะดำเนินกิจกรรมระดมทุนเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์ที่สำคัญเกี่ยวกับการป้องกันภาวะสมองเสื่อมซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่ยังคงส่งผลกระทบในทางลบต่อชีวิตของผู้ป่วยหลายล้านคนและครอบครัวของพวกเขา เราเปิดตัวองค์กรการกุศล "Dining for Dementia" ในปี 2023 เพื่อการวิจัยเกี่ยวกับการตรวจพบโรคนี้ในระยะแรก โดยจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อระดมทุนครั้งใหญ่ที่บริสเบน ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเพียงคืนเดียว สามารถระดมทุนได้ถึง 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1.05 ล้านบาท) ฉันพยายามจัดอีเวนต์อีกครั้งใน 2026 และมีบทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้นต่อความตั้งใจอันควรค่านี้

Above "ฉันมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานแบบ One-of-a-kind ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก เพราะฉันเชื่อมั่นว่าเครื่องประดับควรเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตน มีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร และสร้างความประทับใจได้อย่างลึกซึ้ง"
คุณคาดการณ์เทรนด์เครื่องประดับในปี 2026 ว่าจะเป็นอย่างไร
ในมุมมองของฉัน ปรากฏการณ์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกแห่งเครื่องประดับขณะนี้ คือการที่เหล่านักสะสมหันมาให้ความสำคัญกับที่มาและเรื่องราวของอัญมณีอย่างลึกซึ้ง ผู้ครอบครองไม่ได้มองเพียงความงามภายนอก แต่ยังมอบความสำคัญให้กับเบื้องหลังของผลงานแต่ละชิ้น ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิดของอัญมณี งานฝีมือที่ทุ่มเท แรงบันดาลใจของผู้ออกแบบ ไปจนถึงการคัดสรรผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สำหรับฉัน วิวัฒนาการนี้เปรียบเสมือนการเดินทางกลับสู่หัวใจสำคัญของอัญมณีเลอค่าอีกครั้ง เพราะเมื่อใครสักคนเลือกสรรเครื่องประดับสักชิ้น นั่นไม่ใช่เพียงการ "ซื้อ" อัญมณี แต่คือการก้าวเข้าไปสู่เรื่องราวและหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของอัญมณีชิ้นนั้น ประสบการณ์เหล่านี้ทั้งจากการแลกเปลี่ยนมุมมอง การทำความเข้าใจที่มาที่ไปของอัญมณี และความผูกพันทางอารมณ์ที่เกิดขึ้น คือสิ่งที่ลูกค้าให้คุณค่ามากที่สุดในตอนนี้
สิ่งนี้เองคือปรัชญาหลักในการทำงานของฉัน ฉันมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานแบบ One-of-a-kind ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก เพราะฉันเชื่อมั่นว่าเครื่องประดับควรเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตน มีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร และสร้างความประทับใจได้อย่างลึกซึ้ง การที่มีกลุ่มนักสะสมที่ให้คุณค่ากับจิตวิญญาณเหล่านี้มากขึ้น ฉันคิดว่าเป็นเทรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจได้มากที่สุดตอนนี้
อ่านเพิ่มเติม:
Valentino Garavani Panthea ไอคอนิกใหม่แห่งความงามเหนือกาลเวลาและความกล้าหาญ
รวม 5 ลุคเด่นประจำปี 2025 ของลิซ่ากับ 5 แบรนด์ไทยที่ไม่แพ้ใครในโลก





