การร่วมเป็นเจ้าของทีมกีฬาไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิพิเศษอีกต่อไป แต่มันกำลังเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมวงการกีฬา การกำหนดนิยามใหม่ของความเท่าเทียม และพลิกโฉมวิธีการทำตลาดของสโมสรไปทั่วโลก
ครั้งหนึ่งในอดีต เหล่าคนดังนิยมซื้อเกาะส่วนตัว ไร่องุ่น อัลปาก้า หรือสัตว์เลี้ยงสุดแปลก ที่เหมาะกับการถ่ายรูปลงอินสตาแกรม แต่ยุคนี้ เซเลบริตี้ระดับเอลิสต์หันมาซื้อหรือถือหุ้นในสโมสรฟุตบอล ทีม Formula 1 และแฟรนไชส์ฟุตบอลที่มีความฝันถึงการเข้ารอบเพลย์ออฟ ไม่ว่าจะเป็น LeBron James หรือ Natalie Portman อย่างไรก็ตาม ใช่ว่านักลงทุนที่เป็นคนดังทุกคนจะทำตัวเหมือนกัน เพราะบางคนก็ปรากฏตัวพร้อมผ้าพันคอและมีส่วนร่วมเชิงกลยุทธ์ บางรายก็บริหารเบื้องหลังแบบมืออาชีพ
ต่อไปนี้คือรายชื่อ 10 คนดังระดับโลกที่เป็นเจ้าของทีมกีฬาที่น่าสนใจ มาดูกันว่าพวกเขาลงทุนไปกับอะไรบ้าง และบทบาทของพวกเขาที่มีต่อความสำเร็จของทีม
อ่านเพิ่มเติม: 8 คนดังทรงอิทธิพลที่เปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ให้กลายเป็นทองคำ
1. Ryan Reynolds (Wrexham AFC และ Alpine F1)
เมื่อ Ryan Reynolds และ Rob McElhenney ผู้สร้างซีรีส์ It’s Always Sunny in Philadelphia เข้าซื้อกิจการของสโมสรฟุตบอล Wrexham AFC ในปี 2021 มันฟังดูเหมือนเป็นโปรเจ็กต์เสริมที่แปลกแหวกแนว แต่การเข้าครอบครองทีมฟุตบอลด้วยมูลค่า 2.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 84.20 ล้านบาท) ทำให้พวกเขามีอำนาจบริหารควบคุมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และเปลี่ยนสโมสรจากลีกล่างของเวลส์ให้กลายเป็นไวรัลทั่วโลกผ่านสารคดี Welcome to Wrexham ที่เขาร่วมสร้าง Reynolds มีบทบาทเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์โซเชียลมีเดีย การเจรจาสัญญาเช่าสนาม หรือแม้แต่การเซอร์ไพรส์แฟนบอลในผับท้องถิ่น
ในปี 2023 เขาขยายอาณาจักรสู่ Formula 1 ด้วยการถือหุ้น 24 เปอร์เซ็นต์ใน Alpine F1 ร่วมกับกลุ่มนักลงทุนชื่อดังรวมถึง Michael B Jordan โดยเขามีหน้าที่ขับเคลื่อนการรับรู้แบรนด์และสร้างฐานแฟนระดับโลก
อ่านเพิ่มเติม: Formula 1 TAG Heuer Grand Prix De Monaco เวทีที่ Tag Heuer เปิดตัวสองเรือนเวลาใหม่
2. Drew Carey (Seattle Sounders)
พิธีกรรายการโทรทัศน์และนักแสดงตลก Drew Carey เป็นผู้นำเทรนด์คนดังที่ลงทุนในทีมกีฬาก่อนใคร เขาซื้อหุ้นในทีม Seattle Sounders ในปี 2007 ก่อนที่ฟุตบอลจะกลายเป็นที่นิยมในหมู่คนดังในสหรัฐฯ การถือหุ้น 7.5 เปอร์เซ็นต์ของเขามาพร้อมกับจุดเด่น นั่นคือ เขาพยายามผลักดันระบบการบริหารแบบประชาธิปไตยผ่าน “Sounders Alliance” ที่เปิดให้แฟนบอลมีสิทธิ์โหวตผู้บริหาร ถือเป็นแนวคิดที่หายากในโลกกีฬา และตัวเขาก็ยังคงเข้าชมเกมและมีบทบาทเชิงกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
3. Natalie Portman (Angel City FC)
นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ Natalie Portman ร่วมก่อตั้งทีม Angel City FC แห่งลอสแอนเจลิส ในปี 2020 พร้อมดึงนักลงทุนชื่อดังอย่าง Serena Williams, Jennifer Garner, Eva Longoria และ America Ferrera มาร่วมทีม โครงการนี้มุ่งเน้นเรื่องความเสมอภาค ความยั่งยืน และสวัสดิการนักกีฬา Portman เข้าร่วมประชุมกลยุทธ์ ผลักดันค่าแรงที่เป็นธรรม และใช้แพลตฟอร์มของเธอสร้างพื้นที่ให้นักกีฬาอาชีพหญิง Angel City ลงสนามนัดแรกในบ้านเมื่อปี 2022 และขายตั๋วหมดเกลี้ยงด้วยจำนวนแฟนบอล 22,000 คน
4. LeBron James (Liverpool FC และ Boston Red Sox)
LeBron James เลือกเส้นทางที่แตกต่างในการลงทุนในทีมกีฬา โดยการลงทุนผ่านกลุ่มเจ้าของ ในปี 2011 เขาได้เข้าซื้อหุ้น 2 เปอร์เซ็นต์ในสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่าง Liverpool FC ผ่านข้อตกลงกับ Fenway Sports Group (FSG) การลงทุนนั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก Liverpool กลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2021 เขาขยายการลงทุนสู่ทีมเบสบอล Boston Red Sox โดยเข้าร่วมในฐานะหุ้นส่วนเต็มตัวของ FSG ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในเจ้าของผิวสีไม่กี่คนในเบสบอลเมเจอร์ลีกของสหรัฐฯ แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในแต่ละวัน แต่ชื่อเสียงระดับโลกของ LeBron ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของ FSG ในทั้งตลาดสหรัฐฯ และนานาชาติ
5. Eva Longoria (Angel City FC และ Necaxa)
Eva Longoria เป็นนักลงทุนในทีมฟุตบอลสองทีม ได้แก่ Angel City FC ในลอสแอนเจลิส และ Club Necaxa ในเม็กซิโกที่กลายเป็นข่าวใหญ่จากการเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลแห่งแรกที่แบ่งสัดส่วนการเป็นเจ้าของผ่าน NFT และ Longoria ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนักลงทุนระดับเอลิสต์ เธอยังนำเอาแนวคิดจาก Ryan Reynolds มาใช้ โดยผลิตสารคดีชุด Welcome to Necaxa ร่วมกับ FX และ Disney+ Latin America และใช้แพลตฟอร์มของเธอเพื่อส่งเสริมกีฬาหญิงในตลาดลาตินอเมริกาอย่างต่อเนื่อง
6. Will Ferrell (LAFC และ Leeds United)
Will Ferrell แปลงความหลงใหลในฟุตบอลเป็นการถือหุ้นใน LAFC ตั้งแต่ปี 2016 และต่อมาในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่มนักลงทุนที่นำโดย 49ers ซึ่งเข้าซื้อ Leeds United ในปี 2023
ที่ LAFC เขากลายเป็นภาพที่คุ้นตาทั้งการพูดติดตลกกับนักกีฬา การปรากฏตัวในการแข่งขัน และแม้แต่การถ่ายทำโฆษณา ขณะที่ Leeds United มีรายงานว่าเขาเป็นเจ้าของหุ้นน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ แต่มีบทบาทเชิงสื่อซึ่งช่วยกระตุ้นความสนใจในตลาดสหรัฐฯ มากกว่าเจ้าของทีมอีกหลายราย
7. Serena Williams (Angel City FC, Miami Dolphins และ Toronto Tempo)
Serena Williams ไม่เพียงเป็นนักกีฬาในตำนาน แต่ยังเป็นนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ เธอร่วมถือหุ้นใน Angel City FC ร่วมกับ Natalie Portman รวมถึงการมีหุ้นอีกเล็กน้อยในทีม Miami Dolphins กับ Venus Williams พี่สาวของเธอ ล่าสุดในเดือนมีนาคม 2025 มีการประกาศว่า Serena ได้เข้าร่วมกลุ่มเจ้าของทีม Toronto Tempo ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ทีมบาสเกตบอลหญิงแห่งแรกของแคนาดา โดย Serena ได้พูดอย่างเปิดเผยถึงความสนใจของเธอในการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันสำหรับผู้หญิงและผู้คนผิวสีในวงการกีฬา
8. Matthew McConaughey (Austin FC)
Matthew McConaughey นำเสน่ห์แบบเท็กซัสของเขามาสู่ฟุตบอลเมเจอร์ลีก เมื่อเขาเข้าร่วมเป็นเจ้าของทีม Austin FC ในปี 2019 แม้จำนวนหุ้นของเขาไม่เป็นที่เปิดเผย แต่เขาคือหัวใจของทีม ทั้งการตีกลองเชียร์ ไปจนถึงการออกแบบภาพลักษณ์ของสโมสรที่สอดคล้องกับจิตวิญญาณของเมืองออสติน
9. Michael B Jordan (AFC Bournemouth)
Michael B Jordan เข้าสู่วงการฟุตบอลเงียบๆ แต่มีสไตล์ในปี 2022 เมื่อเขาร่วมกับ Bill Foley นักลงทุนชาวอเมริกันในการซื้อทีม AFC Bournemouth แม้จะถือหุ้นเพียงเล็กน้อย แต่ Jordan ก็ได้นำพลังของแบรนด์และวิสัยทัศน์ระยะยาวมาสู่ทีม พร้อมการทำงานด้านคอนเทนต์และการมีส่วนร่วมกับชุมชนเพื่อช่วยให้สโมสรเติบโตไปทั่วโลก ขณะเดียวกันเขายังถือหุ้นใน Alpine F1 ร่วมกับ Ryan Reynolds อีกด้วย
10. Anne Hathaway (Red Bull Italy SailGP Team)
Anne Hathaway ได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งการเดินเรือ เมื่อเธอเข้าร่วมลงทุนในทีมเรือใบ Red Bull Italy ในรายการ SailGP ซึ่งเป็นลีกการแข่งขันเรือใบระดับนานาชาติที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การเป็นเจ้าของของเธอได้รับการประกาศต่อสาธารณะในปี 2025 แม้สัดส่วนการถือหุ้นไม่เป็นที่เปิดเผย แต่การมีส่วนร่วมของเธอช่วยเพิ่มเสน่ห์แบบฮอลลีวูดให้กับเกมกีฬาที่มุ่งสู่ความยิ่งใหญ่ระดับโลก โดยบทบาทของ Hathaway มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มการมองเห็นของลีกโดยเฉพาะในอเมริกาเหนือ แม้เธอจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการในแต่ละวัน แต่ก็เป็นที่คาดว่าจะเห็นเธอในแคมเปญส่งเสริมการขายและอาจรวมถึงการปรากฏตัวในสารคดีในอนาคต
This story was originally written in English by Sarah Lim.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2025 โดย Sarah Lim โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ




