พอล สิริสันต์ เผยเบื้องหลังอภิมหาโปรเจ็กต์อันน่าตื่นเต้น กับการสร้าง Cloud 11 สู่ creative destination แห่งใหม่ของเอเชีย พื้นที่ความสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัด เมื่อความฝันเป็นจริงได้สำหรับทุกคน
“เราเป็น creative ecosystem ที่สมบูรณ์แบบที่สุด” นิยามสั้นๆ ของ พอล สิริสันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cloud 11 บุคคลผู้คร่ำหวอดในแวดวงครีเอทีฟและธุรกิจบันเทิงมาอย่างยาวนาน
“พอลลี่” เป็นทั้งดีเจ นักการตลาด ผู้บริหารค่ายเพลง ค่ายหนัง ซึ่งอยู่เบื้องหลังการผลักดันศิลปินและ creative culture ไทยอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่เขาเชื่อว่าจะพลิกโฉมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยไปสู่เวทีโลกได้สำเร็จ
โครงการ Cloud 11 (คลาวด์ อีเลฟเว่น) คือแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่จะรวบรวมระบบนิเวศสร้างสรรค์ (creative ecosystem) ครบวงจร ทั้งสถานที่ สตูดิโอ เงินทุน บุคลากร หลักสูตร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อสนับสนุน creator economy ผ่านแนวคิด “Empowering Creators”
สำหรับจุดหมายปลายทางด้านความคิดสร้างสรรค์นี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 27 ไร่ บนถนนสุขุมวิท ใกล้กับสถานีบีทีเอสอุดมสุขและปุณณวิถี ด้วยงบลงทุนมากถึง 4.3 หมื่นล้านบาท ภายใต้การพัฒนาและถือหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ โดย MQDC (แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น) นับเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาย่านสุขุมวิทใต้ให้กลายเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมแห่งใหม่ของภูมิภาคอาเซียน
ปัจจุบัน โครงการฯ มีความคืบหน้าแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเปิดให้บริการ soft opening ช่วงปลายปี 2025 นี้
ระบบนิเวศในบ้านหลังใหญ่
หนึ่งในความน่าสนใจที่ทำให้หลายคนตื่นเต้น และรอคอยวันที่ Cloud 11 จะเปิดประตูต้อนรับเหล่าครีเอเตอร์อย่างเป็นทางการ คือลิสต์รายชื่อพาร์ทเนอร์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสถาบันสอนการผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ชื่อดัง อย่าง New York Film Academy (NYFA) และ CJ ENM จากเกาหลีใต้ ตลอดจนองค์กรด้านดนตรีและเอนเตอร์เทนเมนต์อย่าง SM Entertainment, 88rising, 1500 Sound Academy ฯลฯ
สำหรับความร่วมมือของ New York Film Academy และ 1500 Sound Academy นับเป็นการเปิด academy แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ Cloud 11 เพื่อร่วมสนับสนุนอุตสาหกรรมดนตรีและภาพยนตร์ไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น
“ผมคิดว่าวงการครีเอทีฟไทยอยู่ในจุดที่แข็งแรงมาก แต่ถ้าถามว่าจะทำอย่างไรให้ไปได้ไกลกว่าเดิม มันต้องทำให้ครบทั้งลูป ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เราต้องเข้าใจว่าศิลปินและครีเอเตอร์หนึ่งคนต้องการอะไร เราต้องมีแหล่งเรียนรู้ให้เขาได้พัฒนาสกิล มีโปรดักชั่นให้เขาได้ทดลองทำ และมีแพลตฟอร์มที่เขาสามารถหาเงินได้”
พอล ยกตัวอย่างว่า วันนี้ทุกคนอาจจะสามารถทำโปรดักชั่นได้ที่บ้าน แต่ถ้าวันหนึ่งผลงานต้องขึ้นไปอยู่บน Netflix มาตรฐานการถ่ายทำและการตัดต่อทุกอย่างจะต้องดีเทียบเท่าระดับสากล และมีคุณภาพที่พร้อมสำหรับการส่งออก ดังนั้น การซัพพอร์ทเรื่องโปรดักชั่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มในการค้าขายและการสร้างรายได้ (commercialization and monetization) ซึ่งซีอีโอ Cloud 11 เน้นย้ำว่าเป็นหนึ่งในก้อนที่สำคัญที่สุด เพราะศิลปะและไอเดียจะไม่ยั่งยืน หากไม่มีเงินเข้ามาหล่อเลี้ยง
“เราอยากสร้าง ecosystem ทั้งหมดนี้ให้อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่งมันอาจจะฟังดูใหญ่เกินไปกว่าใครคนใดคนหนึ่ง หรือบริษัทใดบริษัทหนึ่งจะทำเองได้ พวกเราเลยมองตัวเองเป็นเหมือน ‘สะพาน’ ที่ให้คนเก่งและผู้เชี่ยวชาญมาสร้างอะคาเดมี่และสตูดิโอ เพื่อให้เหล่าศิลปิน ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงโปรดักชั่นเฮาส์ สามารถหาเงินจากพื้นที่ของเราได้ จากนั้นก็ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดคอมมูนิตี้ที่แข็งแรงให้ได้มากที่สุด”
ชนะใจพาร์ทเนอร์ระดับโลก
เราสงสัยว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้บริษัทระดับโลกจำนวนมากตัดสินใจมาร่วมมือกับ Cloud 11 ซึ่งคำตอบที่เราได้รับจากซีอีโอเลือดศิลปินรายนี้นั้นน่าสนใจไม่น้อย
“ผมว่าผมจริงใจ” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ผมไม่ได้มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผมมาจากธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ และการพัฒนาศิลปิน (artist development) ดังนั้น พอผมพูดเรื่องนี้กับทุกคนที่มาจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทุกคนเข้าใจว่าผมกำลังพยายามทำอะไร หลายคนอยากจะทำแบบนี้ แต่ไม่มีใครบ้าพอที่จะทำมัน (หัวเราะ)”
นั่นจึงเป็นมาของแรงสนับสนุนมากมายจากทั้งพาร์ทเนอร์ระดับประเทศและระดับโลกกว่า 30 องค์กร พอลเล่าว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญที่ทุกคนเห็นตรงกันและต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นคือ “การเป็นสะพานเพื่อร่วมกันสานต่อให้เจเนอเรชั่นใหม่มีโอกาสที่ดีกว่าพวกเขา” และนั่นคือหัวใจในการสื่อสารไปยังพาร์ทเนอร์ทุกๆ คน
“ผมว่ามันเป็นภาษาที่พวกเขาเข้าใจ และเป็นดีเอ็นเอที่แต่ละคนมีเหมือนกัน” พอลเล่าถึงเป้าหมายของ 88rising ที่มุ่งมั่นผลักดันให้ศิลปินเอเชียก้าวสู่เวทีโลก เช่นเดียวกับเจมส์ ฟานเทิลรอย (James Fauntleroy) นักร้อง นักแต่งเพลง เจ้าของสี่รางวัลแกรมมี่ และผู้ร่วมก่อตั้ง 1500 Sound Academy ที่ต้องการสร้างโรงเรียน เพื่อผลักดันให้ครีเอเตอร์เติบโตและมองเห็นว่าอุตสาหกรรมนี้สำคัญเช่นไร
พอลเล่าว่า หนึ่งในความท้าทายที่สุดสำหรับเขาในการขับเคลื่อนโปรเจ็กต์ยักษ์เช่นนี้ คือการที่สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ใหม่มากในอุตสาหกรรม
“เท่าที่ผมรู้ สเกลแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทั้งในเมืองไทยรวมถึงในเอเชีย ผมไม่รู้ว่าที่ไหนในโลกเคยเกิดแบบนี้ไหม เพราะฉะนั้นมันเลยไม่มีเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิง (benchmark) ในเชิงธุรกิจ จะไปชะโงกดูการบ้านใครเขาก็ไม่ได้ ต้องอาศัยองค์ความรู้หลากหลายอุตสาหกรรมมาประกอบกัน ทั้งรีเทล มิกซ์ยูส เอนเตอร์เทนเมนต์ อะคาเดมี่ อันนี้คือความยากที่สุด และเป็นแรงผลักดันที่สนุกที่สุดของผมในการทำสิ่งนี้”
“เมืองครีเอทีฟ” ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่น
บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 2.54 แสนตารางเมตรของโครงการ Cloud 11 นั้น ประกอบด้วยเก้าโซนสำคัญ ได้แก่ 1) Creator Village พื้นที่สำนักงานเกรด A+ ที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง 2) Creator Studio รองรับการทำงานของครีเอเตอร์ ด้วยสตูดิโอถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ไลฟ์สตรีม เพลง พอดแคสต์ 3) Advanced Production Studio สตูดิโอถ่ายทำขั้นสูง รองรับคอนเทนต์ที่มีความซับซ้อนและเสมือนจริง 4) Retail ศูนย์การค้าที่สนับสนุนธุรกิจร้านค้าของครีเอเตอร์ แหล่งรวมสินค้าและไอเดียสร้างสรรค์จากทุกมุมโลก 5) YOTEL (โยเทล) เครือสมาร์ทโฮเทลระดับโลก 6) โรงแรม Sangsan Bangkok ในเครือ Marriott International 7) โซน Academy สถาบันการศึกษาบ่มเพาะบุคลากรด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ 8) Cloud 11 Hall สำหรับจัดงานอีเวนต์ งานแสดง รวมถึงโรงละคร Open Box 9) Cloud 11 Park สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ด้วยเนื้อที่กว่า 17,000 ตารางเมตร บนแลนด์มาร์กสีเขียว พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดให้ครีเอเตอร์และคนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้บริการได้
“ถ้าวันนี้คุณเป็นศิลปิน ตัวใหญ่หรือตัวเล็กก็ตาม ถ้าคุณเป็นค่ายหนัง เป็นโปรดักชั่นทีม ผมอยากให้มองว่า Cloud 11 เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์สองอย่าง อย่างแรก นี่คือพื้นที่หาเงินและสร้าง fanbase ของคุณ เรามี flow การจองพื้นที่แบบง่ายดาย ถ้าคุณเป็นศิลปินออกอัลบั้มใหม่แล้วอยากจะจัดคอนเสิร์ต เรามีเครื่องเสียงให้ ถ้าอยากจะขายบัตร เรามีระบบให้ หรืออยากจะขายเสื้อ merchandise ก็ทำได้เลยผ่านระบบขายหน้าร้าน (POS) ไม่มีพื้นที่ไหนอีกแล้วที่ seamless ขนาดนี้ อันนี้ผมเรียกว่า creator commerce”
ซีอีโอ Cloud 11 เสริมว่า อย่างที่สองคือคอมมูนิตี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากหลากหลายสาขาในแวดวงครีเอทีฟ เช่น Cat Radio, Documentary Club, T&B Media Global, Kantana Sound, Bangkok Kunsthalle, Soho House ฯลฯ ซึ่งจะเป็น creative engine ที่คอยผลักดันและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่แรงบันดาลใจสำหรับทุกคน
ท่ามกลางบทสนทนา เราสังเกตว่ากลุ่มเมฆหนาทึบในหน้าฝนค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป เผยให้เห็นแสงอาทิตย์รำไรที่ส่องประกายแห่ง “ความหวัง”
“ทุกคนที่ทำตรงนี้ เรากำลังช่วยกัน shape culture อยู่ และผมคงทําไม่ได้ ถ้าไม่มีกลุ่มคนที่เชื่อเหมือนกับเราและลุยไปพร้อมกัน กระดุมเม็ดแรกเลยคือ MQDC ซึ่งมีวิชั่นเหมือนกัน ในการผลักดัน creative culture และเพิ่มคุณค่าให้กับสังคมผ่านความคิดสร้างสรรค์ ผมเชื่อว่าดีเอ็นเอของความเป็นไทย คือดีเอ็นเอของศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา ฯลฯ และเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ adaptive ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ยังคงความมีเอกลักษณ์และตัวตนชัดเจนไม่เหมือนใคร”
ซีอีโอ Cloud 11 เชื่อว่า สิ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยไปได้ไกลกว่านี้ คือการอาศัยความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรม (cross collaboration) ทั้งหนัง เพลง แอนิเมชั่น เธียเตอร์ ฯลฯ ร่วมถึงการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาบุคลากรให้เกิด healthy competition อย่างต่อเนื่อง
เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ถึงเหล่าครีเอเตอร์ที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนในวงการนี้
“สิ่งที่สําคัญที่สุดคือ ‘ทํามันออกมา’ อย่ากลัวที่จะเก็บมันไว้ เราจะต้องข้ามเส้นอะไรบางอย่างในหัวเราที่บอกว่า ‘เฮ้ย! มันอาจจะยังไม่ดีพอ’ แล้วลองผลิตไอเดียจากโลกจินตนาการ ออกมาสู่โลกความเป็นจริง เพื่อให้ได้ real word reaction เราไม่จําเป็นต้องทำสำเร็จตั้งแต่วันแรก เพราะสิ่งสำคัญคือการได้เรียนรู้จากมันและพัฒนาให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ”
อีกหนึ่งคำแนะนำจากผู้บริหาร Cloud 11 คือการที่เราอยู่ในโลก ซึ่งเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจที่ถูกกระหน่ำเข้ามาตลอดเวลา บางทีเราอาจต้องหยุดรับแรงบันดาลใจจากสิ่งภายนอกที่มากเกินไปบ้าง ไม่อย่างนั้นมันจะพาเราหลงทางได้ ให้ลองค้นหาแรงบันดาลใจจากตัวเรา และประสบการณ์ของเราเองบ้าง ไม่ใช่แรงบันดาลใจที่เกิดจากคอนเทนต์ในโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว
พอลย้ำว่า แม้ Cloud 11 จะขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองครีเอทีฟ” แต่ไม่ได้หมายความว่าเมืองแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นมาสำหรับคนครีเอทีฟเท่านั้น เพราะนี่คือพื้นที่สำหรับ “ทุกคน” ที่ต้องการค้นหาแรงบันดาลใจและต่อยอดศักยภาพ เพื่อยกระดับสู่จุดหมายปลายทางความคิดสร้างสรรค์ (creative destination) แห่งใหม่ในเอเชีย





