Cover วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

จากนักแบดมินตันชายเดี่ยวไทยคนแรกที่เคยคว้าทั้งแชมป์โลก เหรียญเงินโอลิมปิก และก้าวขึ้นสู่มือหนึ่งของโลก วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ พิสูจน์ว่า ‘พลังของนักกีฬา’ ไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงชัยชนะ หากยังจุดประกายให้ผู้คนลุกขึ้นมาออกกำลังกาย และเชื่อว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงได้ด้วยคำว่า ‘วินัย’

เส้นทางกว่า 18 ปีในแวดวงลูกขนไก่ของวิวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วัย 7 ขวบ เมื่อครอบครัวสนับสนุนให้เขาลองเล่นแบดมินตันเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากอาการภูมิแพ้ในวัยเด็ก ก่อนที่กีฬาชนิดนี้จะค่อยๆ กลายเป็นโลกทั้งใบของเขา ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้น ปีแล้วปีเล่า จนพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ถูกหล่อหลอมด้วยวินัย และพาเขาก้าวสู่การแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

ในวัยเพียง 16 ปี นักแบดมินตันดาวรุ่งจากโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอดกลายเป็นแชมป์เยาวชนโลกประเภทชายเดี่ยวคนแรกของประเทศไทย และยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแบดมินตันชายเดี่ยวคนแรกของโลกที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้สามสมัยติดต่อกัน ในปี 2017, 2018 และ 2019 ก่อนจะก้าวสู่เวทีอาชีพอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้าเหรียญทองชิงแชมป์โลก 2023 เหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2024 เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย 2025 และเป็นนักแบดมินตันชายเดี่ยวไทยคนแรกที่ขึ้นสู่ตำแหน่งมือหนึ่งของโลกได้สำเร็จ

ในฐานะ Tatler Gen.T Leaders of Today วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ไม่ใช่เป็นเพียงนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของไทย แต่เขาคือแบบอย่างของผู้นำรุ่นใหม่ ที่ใช้วินัย ความอดทน และการลงมือทำซ้ำๆ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เด็กไทยคนหนึ่งก็สามารถเติบโตและยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม

Tatler Asia
Above วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

IT’S OKAY TO LOSE!

“แบดมินตันให้อะไรผมเยอะมาก ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และโอกาสในการพบเจอผู้คน แต่สิ่งที่กีฬาชนิดนี้สอนผมมากที่สุด คือเรื่องระเบียบวินัย” วิวกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

สำหรับเขา วินัยไม่ได้หมายถึงเพียงการมาตรงเวลา แต่คือระบบชีวิตทั้งหมดของนักกีฬา “ตอนเราเป็นนักเรียน วินัยอาจแปลว่าแค่ไปเรียนให้ตรงเวลา แต่พอเป็นนักกีฬา มันเป็นมากกว่านั้น คุณต้องไปซ้อมก่อนเวลา ก่อนซ้อมต้องวอร์มร่างกาย ต้องยืดตัว พอซ้อมเสร็จก็ต้องดูแลตัวเอง เพื่อไม่ให้บาดเจ็บ”

ปัจจุบัน ตารางฝึกซ้อมของนักแบดมินตันหนุ่มวัย 25 ปี กินเวลาสัปดาห์ละหกวัน วันละสองรอบ ช่วงเช้าเป็นการเตรียมร่างกาย ทั้งเวทเทรนนิ่งและคาร์ดิโอ ส่วนช่วงบ่ายคือการซ้อมแบดมินตัน แต่ประสบการณ์ตลอดหลายปีทำให้วิวเข้าใจว่า การซ้อมหนักอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

“เมื่อก่อนเราอาจเชื่อว่าซ้อมหนักแล้วจะเก่ง แต่ตอนนี้ผมมองว่าการซ้อมให้ถูกต้องสำคัญที่สุด เพราะการแข่งขันมีหลายรูปแบบ ถ้าซ้อมหนักอย่างเดียว แต่ไม่รู้ว่าต้องปรับแท็กติกยังไง ก็อาจไม่เพียงพอ”

สำหรับวิว การแข่งขันมีทั้งวันที่แพ้และวันที่ชนะ แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการไม่หยุดพัฒนา “ถ้าวันไหนเราชนะ เราก็ยังต้องพัฒนาตัวเองต่อไป เพราะถ้าเราชนะแล้วหยุด คู่แข่งก็เตรียมแซงเรา แต่ถ้าเราชนะแล้วไม่หยุด เราก็จะหนีเขาไปเรื่อยๆ”

แล้วในวันที่แพ้ล่ะ เขานิ่งคิด ก่อนตอบว่า “เราต้องหาจุดอ่อนให้เจอว่า วันนี้เราแพ้เพราะอะไร จะได้นำสิ่งนั้นกลับมาแก้ไขในการฝึกซ้อม ไม่ใช่ว่าเราแพ้ แต่ไม่รู้คำตอบว่า ‘แพ้’ เพราะอะไร”

SHAPED BY LEGENDS

ทุกความสำเร็จและความผิดหวังล้วนหล่อหลอมให้วิวแข็งแกร่งขึ้น เป้าหมายต่อจากนี้ของเขายังคงชัดเจน ทั้งการเดินหน้าคว้าแชมป์โลก 2026 อีกสมัย, เอเชียนเกมส์ 2026 เหรียญแรกที่ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงรายการ All England 2027 ซึ่งเป็นหนึ่งในสามรายการใหญ่ที่เขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก เคียงคู่กับรายการชิงแชมป์โลกและโอลิมปิกเกมส์

ทว่า นอกจากความสามารถอันไร้ข้อกังขา สิ่งที่ทำให้วิวได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ คือความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งแม้แต่ตำนานแบดมินตันโลกอย่าง Lee Chong Wei ที่วิวยกให้เป็นฮีโร่ในดวงใจยังเคยกล่าวชื่นชม

“จริงๆ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ผมเองก็ซึมซับมาจากลีชองเหว่ย รวมถึงพี่แมน บุญศักดิ์ พลสนะ (อดีตนักแบดมินตันมือหนึ่งของไทย) ผมอยากนำคุณสมบัติของสองคนนี้มาประยุกต์ใช้กับตัวเอง” วิวเล่าพร้อมรอยยิ้ม “ลีชองเหว่ย เป็นมือหนึ่งของโลกมายาวนาน แต่เขาไม่เคยถือตัวเลย เวลาเราอยากได้ความรู้ เขาก็ให้คำแนะนำดีมาก สอนเราแบบไม่มีกั๊ก”

อีกหนึ่งคนสำคัญในชีวิตของวิวคือ เมย์ รัชนก อินทนนท์ อดีตนักแบดมินตันหญิงเดี่ยวมือหนึ่งของโลก ผู้เป็นเสมือนพี่สาวในวงการ “ผมกับพี่เมย์สนิทกันมานาน ต้องขอบคุณพี่เมย์ที่คอยแนะนำและเป็นห่วงในเรื่องที่ควรเป็นห่วงจริงๆ พี่เมย์เป็นคนที่ครบเครื่องมาก ทั้งระเบียบวินัย การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะในสนามหรือนอกสนาม ผมเคารพและนับถือว่า นี่คือตำนานของวงการแบดมินตันไทยจริงๆ”

ในขณะเดียวกัน คู่แข่งก็เป็นครูที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ Viktor Axelsen เจ้าของสองเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ที่เพิ่งประกาศรีไทร์เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา “วิคเตอร์เป็นคนที่ทำให้ผมเติบโตมากที่สุด เพราะส่วนใหญ่เราแพ้เขามาตลอด การเล่นกับเขาทำให้เรารู้ว่า จุดอ่อนของตัวเองอยู่ตรงไหน และเราต้องกลับมาแก้ไขอะไร”

Tatler Asia
Above วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์, Viktor Axelsen และ Lee Zii Jia (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

BEYOND THE PODIUM

สำหรับวิว ความสำเร็จของนักกีฬาไม่ได้จบลงที่โพเดียม หากอิมแพคที่แท้จริงคือการทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและเชื่อในพลังของกีฬาอีกครั้ง

“ตอนผมได้เหรียญโอลิมปิก มันช่วยให้แบดมินตันบูมขึ้นมา คนไทยหันมาเล่นกีฬามากขึ้น มีความสุขขึ้น ร่างกายดีขึ้น มีน้องๆ หลายคนเริ่มหันมาตีแบดหลังจากได้ดูการแข่งขัน เราไม่รู้หรอกว่า วันหนึ่งอาจจะมีช้างเผือกที่เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังหลักสำคัญของทีมชาติไทยต่อจากนี้”

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงเด็กๆ ที่ใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะเป็นนักกีฬาแบดมินตันระดับโลก วิวตอบอย่างถ่อมตัวว่า “ผมไม่มีอะไรจะสอน” เพราะเขามองว่านักกีฬารุ่นใหม่หลายคนมีฝีมือและศักยภาพสูงมากอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เขาอยากฝากไว้คือ “การรับมือกับโลกโซเชียล”

“กีฬากับโซเชียลเป็นของคู่กัน บางคนรับมือกับโซเชียลไม่ได้ ก็อาจกลายเป็นภาวะซึมเศร้าได้เลย ดังนั้น ทักษะการจัดการกับคำวิจารณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก”

วิวยอมรับว่าเคยมีประสบการณ์ตรงกับข้อความวิจารณ์ที่ส่งมาถึงตัวเขา “บางทีเราแค่แพ้แมตช์เดียว มันผิดขนาดนั้นเลยเหรอ คือผมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนอาจไม่ใช่เรื่องตลก เพราะฉะนั้น นักกีฬาต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดีต่อโลกโซเชียล ไม่ใช่แค่สภาพร่างกายที่ต้องพร้อม แต่สภาพจิตใจก็ต้องแข็งแรงด้วยเช่นกัน”

Tatler Asia
Above วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

REACH FOR THE GREATNESS

กว่า 18 ปีบนเส้นทางลูกขนไก่ หลายคนอาจมองเห็นภาพความสำเร็จของวิวผ่านถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และอันดับโลก แต่เบื้องหลังทั้งหมดนั้น คือการเดินทางอันยาวนานที่เต็มไปด้วยความกดดัน ความสมหวังผิดหวัง อาการบาดเจ็บ และอีกหลากหลายอุปสรรค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักกีฬา

“สิ่งหนึ่งที่ยากที่สุดในการเป็นนักกีฬามืออาชีพ คือการเอาชนะความเบื่อหน่ายและความท้อแท้ เพราะเราต้องทำกิจกรรมซ้ำๆ ทุกวัน ทุกสัปดาห์ มันเป็นเรื่องที่นักกีฬาทุกคนต้องปรับตัว”

หากเขาสามารถย้อนกลับไปพูดกับตัวเองในวัยเด็กได้ วิวอยากขอบคุณเด็กคนนั้นที่ไม่ยอมแพ้ “ผมอยากขอบคุณทุกความพยายามที่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ตั้งแต่ตอนเด็กที่เริ่มเล่นแบดมินตันด้วยสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ต้องอาศัยทั้งวินัย ความอดทน ความมุ่งมั่นตั้งใจ รวมถึงทีมงานที่ดี โค้ชที่ดี และการวางแผนที่ดี”

Tatler Asia
Above วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ที่สำคัญ เขายังไม่ลืมขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยที่คอยสนับสนุนเขาอยู่เสมอ “ผมรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้กลับมาเล่นที่บ้านในรายการ Thailand Open ปีละครั้ง และได้เห็นกองเชียร์คอยให้กำลังใจอยู่เต็มสนาม หลังจากนี้ไป ผมจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” (ยิ้ม)

วิวทิ้งท้ายบทสัมภาษณ์กับ Tatler ด้วยประโยคที่เขายึดถือมาตั้งแต่เด็ก ‘ไม่สูงต้องเขย่ง ไม่เก่งต้องขยัน’

“ประโยคนี้ตอบโจทย์ชีวิตของผมมาก เพราะถ้าเราไม่สูง เราก็ต้องเขย่งขึ้นไปคว้าโอกาส และถ้าเราไม่เก่ง เราก็ต้องขยันให้มากขึ้น ถึงจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้”

ในท้ายที่สุด อิทธิพลและแรงบันดาลใจจาก Tatler Gen.T Leaders of Today คนนี้ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเหรียญรางวัลหรืออันดับโลกเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้คนจำนวนมากเชื่อว่า ความตั้งใจและวินัยเล็กๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน อาจพาเราไปได้ไกลกว่าที่เคยจินตนาการ…

Tatler Asia
Above วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

 

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)