Cover เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้บริหารหญิงแกร่งแห่ง ‘นครโต๊ะ’

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เปิ้ล อัศรี จารุโกศล ผู้บริหารหญิงแกร่งแห่ง ‘นครโต๊ะ’ ธุรกิจที่เติบโตจากการให้เช่าโต๊ะและเก้าอี้จำนวนไม่มาก สู่อาณาจักรให้เช่าอุปกรณ์จัดเลี้ยงและอุปกรณ์สำหรับงานอีเวนต์แบบครบวงจร พร้อมบริการจัดส่งและติดตั้งถึงหน้างานทั่วประเทศ

สิ่งที่ทำให้นครโต๊ะยืนหยัดมากว่า 20 ปี ไม่ใช่เพียงคลังอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่รองรับสเกลงานอันหลากหลาย หากคือวิธีคิดของบ้านหลังใหญ่ ซึ่งมองว่า ‘คน’ คือหัวใจที่สำคัญที่สุดของงานบริการ

“เปิ้ลเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเองได้ ถ้าเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี” หัวเรือใหญ่แห่งนครโต๊ะเริ่มต้นบทสนทนา พร้อมพาเราเดินสำรวจอาคารหลายชั้นในซอยเจริญกรุง 53 ซึ่งถูกออกแบบเป็นฐานปฏิบัติการของนครโต๊ะ ทั้งแผนกแคทเทอริ่ง แผนกยกของ แผนกผ้า แผนกตกแต่ง แผนกบัญชี แผนกดีไซน์ และฝั่งออฟฟิศที่คอยดูแลการประสานงานทั้งหมด 

อ่านเพิ่มเติม: Gen.T Leaders of Tomorrow 2026: พบกับวิสัยทัศน์ของผู้นำรุ่นใหม่ที่จะกำหนดทศวรรษถัดไปของประเทศไทย

เราได้เห็นแคตตาล็อกของตกแต่งมากมายเกินคณานับ เห็นป้าๆ วัยเกษียณเกือบสิบชีวิตที่คอยซักผ้ารีดผ้าอย่างขยันขันแข็ง เพราะผู้บริหารใจดีอย่างเปิ้ลอยากให้โอกาสผู้สูงอายุในละแวกใกล้เคียงที่ยังพอมีเรี่ยวแรงได้ทำงานหาเงินโดยไม่ต้องพึ่งพาลูกหลาน เราได้เห็นพนักงานรุ่นเก๋าที่อยู่มา 30 กว่าปีตั้งแต่ธุรกิจดั้งเดิมที่บ้านก่อนหน้านครโต๊ะ ที่วันนี้กลายเป็นบุคลากรสำคัญขององค์กรและเป็นพี่เลี้ยงที่ดีในการเทรนนิ่งน้องๆ รุ่นใหม่

“เราต้องให้ความสำคัญและให้เกียรติคนเหล่านี้ คนที่มี loyalty ต่อองค์กรและพร้อมที่จะเต็มที่เพื่อองค์กร เรามีหัวหน้าทีมที่เสียสละทุ่มเทมากๆ บางครั้งแม้มีโอกาสพัก แต่เขาก็ไม่ยอมพัก”

เรายังได้เห็นหนุ่มๆ แผนกยกของ ที่มีทั้งคนไทย คนลาว คนเมียนมา คนกะเหรี่ยง พูดคุยกันอย่างสนุกสนานขณะขนของขึ้นรถกระบะ โดยมีภาษาไทยเป็นภาษากลางในการสื่อสาร

“ภาษาไทยถือเป็นหนึ่งใน KPI ของที่นี่ อย่างน้อยก็ต้องคุยภาษาไทยรู้เรื่องบ้าง เพื่อให้ทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ได้” เปิ้ลย้ำว่าที่นครโต๊ะ เธอปฏิบัติกับทุกๆ คนเหมือนกัน เพื่อให้พวกเขารู้สึกสบายใจที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้

Tatler Asia
Above บทเรียนสองทศวรรษของ ‘นครโต๊ะ’ กับเรื่องราวของการสร้างองค์กรที่มี ‘คน’ เป็นหัวใจของความสำเร็จ

องค์กรที่น่ารักเพื่อทีมงานที่น่ารัก

เธอเล่าให้เราฟังถึงความภาคภูมิใจที่มีต่อทีมงาน แม้หลายคนจะจบเพียงชั้นมัธยม หรือบางคนกระทั่งไม่มีวุฒิการศึกษา แต่ก็ได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมได้สำเร็จ อย่างน้องบัญชีที่เริ่มต้นจากเด็กฝึกงาน วันนี้กลายเป็นเทพบัญชีของบริษัทที่แม้แต่สำนักงานบัญชีก็ต้องยกนิ้วให้ในความเก่ง หรือพนักงานสาวสชาวเมียนมาร์ ซึ่งเรื่องราวของเธอได้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนในเรื่องความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจในการเรียนภาษาไทย ด้วยการซื้อคีย์บอร์ดมาต่อกับโทรศัพท์มือถือ เพื่อจะได้ฝึกพิมพ์ภาษาไทยและสื่อสารได้คล่องขึ้น จนวันนี้ได้จับพลัดจับผลูกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของทีมครีเอทีฟและทีมตกแต่งที่ดูแลงานระดับประเทศ ทั้งงานแต่งเซเลบริตี้และคนดังระดับแถวหน้า รวมทั้งยังกลายเป็นเสาหลักให้กับครอบครัวอีกด้วย 

“เราเห็นความพยายามของคนเหล่านี้ที่เขาอยากจะหลุดพ้นจากต้นทุนชีวิตในอดีต เพื่อจะมีชีวิตที่ดี หลายคนกลายเป็นเหมือนเพชรเม็ดงามที่สำคัญของทีม ซึ่งเราในฐานะหัวหน้ายิ่งรู้สึกว่าต้องตั้งใจทำงาน เพื่อให้พวกเขาไปถึงเป้าหมายให้ได้ เขาอาจจะไม่ได้อยู่กับเราจนเกษียณ แต่อย่างน้อยช่วงที่เขาทำงานอยู่ที่นครโต๊ะ เราจะคอยซัพพอร์ทพวกเขา และเราอยากให้เขาได้รับรู้ว่า ทุกๆ ความตั้งใจของพวกเขา เรามองเห็นเสมอ และคนที่ตั้งใจทำในสิ่งที่ดีพอ ก็ควรจะได้รับผลดีตอบแทนกลับไป”

ทุกวันนี้บ้านหลังใหญ่แห่งนี้มีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 40-50 ครอบครัว สำหรับเคล็ดลับในการรักษาคนให้อยู่กับองค์กรได้นานๆ ต้องเริ่มต้นจากความรู้สึกชื่นชม (appreciate) พนักงานของเราจากข้างใน

“เราต้องคิดเสมอว่า คนหนึ่งคนจะรู้สึกมีความสุข หรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้จากอะไรบ้าง พื้นฐานที่สำคัญคือเราต้องให้เขามีกินมีใช้ก่อน จากนั้นก็ทำให้เขารู้สึกว่าเกิดคุณค่าในตัวเอง

“บางคนบอกว่า พนักงานทุกคนโชคดีที่ได้อยู่ที่นี่ แต่ในมุมของเรา เราต่างหากโชคดีที่มีพวกเขาอยู่ในบ้านของเรา การจะทำให้พนักงานรักองค์กร สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราเองก็ต้องเป็นองค์กรที่น่ารักของพวกเขาด้วยเช่นกัน”

Tatler Asia
Above บทเรียนสองทศวรรษของ ‘นครโต๊ะ’ กับเรื่องราวของการสร้างองค์กรที่มี ‘คน’ เป็นหัวใจของความสำเร็จ

มาตรฐานใหม่ของการจัดงาน

นอกจากเรื่องคนที่ถือเป็นหัวใจสำคัญแล้ว ปัจจัยแห่งความสำเร็จสำหรับโลกธุรกิจก็คือสินค้าที่ดี มีคุณภาพและแตกต่าง โดยเฉพาะธุรกิจการจัดอีเวนต์ที่เทรนด์มักจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

“ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นจะทำให้เราไม่ต้องเอาตัวเองไปอยู่ในสงครามราคา (price war) ถ้าทุกคนมีโต๊ะเก้าอี้เหมือนกัน เราก็ต้องเพิ่มมูลค่าด้วยการหาอะไรที่แตกต่าง และทำให้เราต้องมองหาอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา”

เปิ้ลยกตัวอย่างว่า งานอีเวนต์สมัยก่อนมักจะใช้เต้นท์ขาว นครโต๊ะก็เป็นเจ้าแรกๆ ที่เปลี่ยนมาใช้โครงผ้าสวยๆ ที่ทำจากโครงไม้ หรืออย่างโต๊ะไม้ยาว (long table) รวมถึงโต๊ะโค้ง (curve table) เธอก็มั่นใจว่า นครโต๊ะเป็นเจ้าแรกๆ ที่ผลิตขึ้นมาในประเทศไทย

“เราเห็นว่าในต่างประเทศมีแบบนี้ก็อยากจะมีบ้าง ตอนนี้ทุกงานก็ต้องมีโต๊ะโค้งเก๋ๆ แบบนี้ เราก็ดีใจที่เป็นเหมือนผู้นำเทรนด์และสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดงาน หรืออย่าง glass house ก็ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อแก้ paint point ในการจัดงานกลางแจ้งของบ้านเรา ที่ภาวะโลกร้อนทำให้ช่วงหน้าฝนยาวนานกว่าปกติ”

Tatler Asia
default
Above บทเรียนสองทศวรรษของ ‘นครโต๊ะ’ กับเรื่องราวของการสร้างองค์กรที่มี ‘คน’ เป็นหัวใจของความสำเร็จ
default

หัวเรือใหญ่แห่งนครโต๊ะเผยว่า ด้วยลักษณะงานของเธอทำให้ต้องคิดหาอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอด

“นี่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโปรดักส์ที่เราต้องมองให้ล้ำกว่าคนอื่น catch me if you can (หัวเราะ) เราเป็นทั้ง initiator และ disruptor ในตัวเองด้วย ในปีหนึ่งๆ เราต้องมีช่วงเวลาของการรีเสิร์ชและรีวิวว่า ปีที่ผ่านมาว่า อะไรเวิร์กหรือไม่เวิร์ก โปรดักส์ไหนที่ออกมาแล้วไม่ตอบโจทย์ ไม่สวยหรือใช้งานยากเกินไป เราก็ลบออก แล้วทำอันใหม่เลย เพราะฉะนั้น ถ้าโจทย์คือการพัฒนาให้ดีขึ้น เราไม่ได้มีอีโก้ว่า ไหนๆ ทำมาแล้วก็ต้องใช้ ต้องขาย สำหรับเราถ้าไม่เวิร์คก็ต้องปรับให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

“เราอยากทำให้คนได้เห็นว่ามาตรฐานการจัดงานของประเทศไทยนั้นก้าวหน้าเทียบเท่าระดับสากล ยิ่งประเทศไทยมีความโดดเด่นในเรื่องของบริการที่อยู่ในสายเลือด ค่าใช้จ่ายในการจัดงานที่สมเหตุสมผล รวมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ดังนั้น เราจึงมีความพร้อมที่จะเป็นฮับในการจัดงานและดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมาที่เมืองไทย”

มายด์เซ็ตของงานบริการที่ดี

เมื่อพูดถึงงานในปีที่ผ่านมา เปิ้ลเปรียบสั้นๆ ว่า เหมือนกับ ‘สงคราม’

“เป็นปีที่เหนื่อยมากจริงๆ เรามีงานโครงสร้างที่ยากขึ้นและสเกลใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ทีมของเราต้องวิ่งตลอดเวลา” เธออธิบายพร้อมสีหน้าแววตาแห่งความโล่งใจที่ผ่านมาได้

“แม้จะเหนื่อย แต่ในความเหนื่อยก็ยังดีกว่าไม่เหนื่อยแล้วไม่มีงาน ยิ่งสำหรับพนักงานบริษัท โมเดลคือยิ่งทำยิ่งได้ เพราะนอกจากเงินเดือน เขาก็จะได้โอที ยิ่งเขาออกงานเยอะ เขาก็ได้ค่าแรงเยอะ โดยเฉพาะงานประเภทโปรเจ็กต์อย่าง glass house เขาก็จะได้เพิ่มขึ้นอีก เพราะเป็นงานที่เหนื่อยกว่า และเราขายได้แพงกว่า ทุกคนก็มีกำลังใจในการออกไปทำงาน”

เธอพยายามสื่อสารกับทีมงานเสมอว่า “ลูกค้าเขาตั้งใจใช้งานเรา เพราะเราไม่เหมือนคนอื่น” ส่วนหนึ่งคือหน้าที่ของทีมที่ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แตกต่าง แต่นอกเหนือจากนั้นคือการบริการที่ดีจะทำให้ลูกค้าบอกต่อหรือกลับมาใช้ซ้ำ

“เราเปิดประตูให้ลูกค้ามาหาได้ แต่ถ้ามาแล้วบริการไม่ได้เรื่อง เขาก็อาจจะใช้แค่ครั้งเดียว ดังนั้น เราต้องทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจและภูมิใจว่า พวกเขาเป็นตัวแทนของนครโต๊ะ เขาต้องทำให้ดีที่สุดในแง่ของการบริการ เมื่อเขาส่งมอบบริการที่ดี มีคนใช้ซ้ำ บริษัทก็มีรายได้ และเมื่อบริษัทมีรายได้ เขาก็มีเงินเดือน มีโบนัส เป็นวงจรที่ดีแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ นี่คือสิ่งที่เป็นเหตุและผลว่า ถ้าเขาทำดี สิ่งที่ดีนั้นก็จะกลับคืนไปสู่ตัวเขาเอง”

อย่าลืมออกไปใช้ชีวิต

ในช่วงเวลาหนึ่งของแต่ละปีเป็นช่วงเวลาที่ทางทีมจะได้กลับมาคิดทบทวนและตกผลึกว่า มีอะไรที่สามารถปรับเปลี่ยน เพื่อให้ทีมทำงานได้ง่ายขึ้น สมูทขึ้น และเหนื่อยน้อยลง

“อย่างตอนนี้ทุกคนพูดถึงเรื่อง AI เราเองก็ต้องทำความเข้าใจในเรื่องนี้ เช่น การนำ AI มาช่วยในการคำนวณเส้นทางการขนส่ง เพื่อลดต้นทุน โดยที่เราไม่ได้ลดทีม รวมถึงนำมาใช้กับระบบคำนวณค่าแรงเพื่อให้เหมาะสมเป็นธรรม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน และช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้น จะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น”

เธอมองว่า การทำงานเสร็จตรงเวลา แล้วเอาเวลาที่เหลือไปพักผ่อน ไปใช้ชีวิต ไปพัฒนาตัวเอง คือสิ่งที่ถูกต้อง

“สุดท้ายแล้ว การที่พนักงานได้มีเวลาไปดูหนัง ดูซีรีส์ แล้วทำให้คุณภาพชีวิตเขาดีขึ้น วันรุ่งขึ้น เขาก็จะมีความสุขในที่ทำงาน เราไม่ได้สร้างค่านิยมว่า การเป็นพนักงานที่ดี คือคุณต้องทำให้เห็นว่าทำงานตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ต้องดูที่ผลลัพธ์มากกว่า เพราะฉะนั้น หลังเลิกงาน ออกไปใช้ชีวิตให้มีความสุข เอ็นจอยกับเพื่อน ทำในสิ่งที่อยากทำได้เลย” (ยิ้ม)

ก้าว...อย่างมั่นคง

การเดินทางกว่า 20 ปีของนครโต๊ะ จากก้าวแรกที่ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยความยากลำบาก จากโต๊ะหนึ่งตัวสองตัวกลายเป็นหลักพันตัว สู่การก้าวนำในอุตสาหกรรมด้วยการริเริ่มอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ จนทำให้ผู้อื่นต้องก้าวตาม

สำหรับก้าวต่อไปในทศวรรษใหม่ของนครโต๊ะ เปิ้ลย้ำว่า เธอยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตในระยะยาว “เราจะก้าวอย่างมั่นคง แต่ในความมั่นคง เราก็ต้องกล้าเสี่ยงเพื่อที่จะเติบโต”

เธออธิบายว่า ปีนี้เป็นปีที่นครโต๊ะจะแยกธุรกิจให้ชัดเจน โดยธุรกิจเดิมที่เป็นรากฐานสำคัญ เธอเลือกที่จะก้าวอย่างระมัดระวัง ผ่านการเพิ่มอุปกรณ์ให้เช่าที่มีอยู่แล้วให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อาทิ ของตกแต่งประเภทต่างๆ เนื่องจากสัดส่วนประเภทงานของนครโต๊ะในปัจจุบันจะเน้นไปที่งานแต่งงาน รวมถึงอีเวนต์องค์กรที่มีความสวยงาม

ส่วนธุรกิจใหม่ที่ต้องการการเติบโตแบบก้าวกระโดด (exponential growth) คือลักษณะงานประเภทใหม่ๆ ที่กลายเป็น new s-curve มีอัตราการเติบโตร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกๆ ปี ซึ่งผ่านการคำนวณแล้วว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยง

“ในแง่ธุรกิจเราก็ต้องมีขีดจำกัดในการลงทุน มีตัวเลขการขาดทุนที่ยอมรับได้ (maximum loss) ว่ามีงบเท่านี้นะ หมดจากตรงนี้คือต้องหยุด เพราะธุรกิจนี้ไม่ใช่แค่ครอบครัวของเปิ้ล แต่ยังมีอีก 40-50 ครอบครัวที่เขาต้องฝากชีวิตไว้กับเรา เพราะฉะนั้น ความมั่นคงคือสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ ซึ่งมันก็พิสูจน์มาตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า แม้จะมีวิกฤติเยอะขนาดไหน แต่เราก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง และเป็นความมั่นคงที่จะหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้มั่นใจว่า สมาชิกทุกคนในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ จะสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวของพวกเขาไปได้อีกนานแสนนาน”

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)