ผลงานสถาปัตยกรรมกระจกอันงดงามระดับมาสเตอร์พีซที่ทอดตัวอย่างสง่างามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอันเก่าแก่ นำเสนอต้นแบบแห่งความหรูหราริมน้ำยุคใหม่ที่ไม่มีใครเทียบเคียง โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของที่นี่ทำหน้าที่เป็นดั่งประตูเปิดไปสู่ทัศนียภาพอันเงียบสงบของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยห้องพักทุกห้องได้รับการออกแบบให้เป็นดั่งพื้นที่ส่วนตัวอันเงียบสงบที่เผยวิวสายน้ำอันงดงามอย่างไม่มีอะไรบดบังผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ตัวงานออกแบบสะท้อนถึงความหรูหราที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดดเด่นด้วยระเบียงหินอันกว้างขวางและวิลล่าริมแม่น้ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาได้ยาก ซึ่งมอบโอเอซิสสีเขียวอันสงบเยือกเย็นท่ามกลางพลังงานอันไม่หยุดนิ่งของเมืองหลวง
เมื่อก้าวเข้ามาด้านใน ประสบการณ์ของผู้เข้าพักจะถูกถักทอราวกับโรงละครแห่งความใส่ใจที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล โดยมี 'Culturists' ผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลและรังสรรค์ทุกรายละเอียดของการเข้าพักด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริงและเปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรีอันงดงาม ตั้งแต่ศาสตร์แห่งอาหารชั้นสูงที่ห้องอาหาร Côte by Mauro Colagreco ไปจนถึงทรีตเมนต์ฟื้นฟูร่างกายที่ศูนย์เวลเนสระดับรางวัล สถานที่แห่งนี้ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับรีสอร์ทใจกลางเมืองร่วมสมัย การผสมผสานอันไร้ที่ติระหว่างทำเลที่ตั้งอันรุ่มรวยด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและความหรูหราทันสมัยระดับโลก ช่วยตอกย้ำสถานะของ คาเพลลา กรุงเทพ (Capella Bangkok) ในฐานะจุดหมายปลายทางอันทรงเกียรติแห่งงานบริการ ที่สุดแห่งความหรูหราของไทย และเป็น Hotel of the Year ประจำปีนี้อย่างแท้จริง
งานสถาปัตยกรรมกระจกอันสูงตระหง่านที่ดูราวกับลอยอยู่เหนือเรือนยอดไม้เก่าแก่ของปาร์คนายเลิศ คือต้นแบบแห่งความสง่างามทางสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่เชื่อมโยงธรรมชาติและเมืองหลวงเข้าด้วยกัน ตัวอาคารที่ได้รับการออกแบบโดย Jean-Michel Gathy นักออกแบบผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทำหน้าที่เป็นดั่งโอเอซิสอันเขียวชอุ่ม ที่ซึ่งความเงียบสงบของคฤหาสน์ส่วนตัวอันเก่าแก่มาบรรจบกับพลังงานอันคึกคักของเมืองหลวงได้อย่างลงตัว พื้นที่ภายในสะท้อนถึงสุนทรียศาสตร์ที่เป็นการผสานอย่างลงตัวระหว่างความเรียบหรูสไตล์มินิมัลอันเป็นเอกลักษณ์ กับมรดกทางประวัติศาสตร์อันเลื่องชื่อของตระกูลนายเลิศ โดดเด่นด้วยระเบียงแบบเล่นระดับและทัศนียภาพผ่านกระจกบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ที่ช่วยทลายเส้นแบ่งระหว่างเส้นขอบฟ้าของเมืองและยอดไม้โบราณเบื้องล่างได้อย่างไร้รอยต่อ
ประสบการณ์ของผู้เข้าพักได้รับการเติมเต็มด้วยศูนย์เวลเนสหลายชั้น ซึ่งเปรียบเสมือนวิหารแห่งการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจแบบองค์รวม พร้อมทั้งการเดินทางสายอาหารอันน่าตื่นตาตื่นใจที่มีตั้งแต่เคาน์เตอร์โอมากาเสะสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไปจนถึงห้องอาหารอิตาเลียน Arva ที่เปี่ยมด้วยความหรูหราอบอุ่นเคล้าแสงแดด ในฐานะการเปิดตัวครั้งสำคัญที่สุดของเมืองหลวง สถานที่แห่งนี้ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับแนวคิดการพักผ่อนใจกลางเมืองด้วยการผสมผสานที่ไม่มีใครเทียบเคียงระหว่างธรรมชาติและโครงสร้างแนวตั้ง อามัน นายเลิศ กรุงเทพฯ (Aman Nai Lert Bangkok) จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงแรมเท่านั้น แต่คือสถานที่พักผ่อนอันหรูหราเหนือระดับบนฟากฟ้าที่จะพาทุกท่านหลีกหนีจากความวุ่นวาย และคู่ควรกับรางวัล Best New Hotel ประจำปีนี้อย่างแท้จริง
โรงแรมแฟล็กชิปที่กลับมาอวดโฉมใหม่อีกครั้งพร้อมยอดเจดีย์สีทองอันเป็นเอกลักษณ์เหนือเส้นขอบฟ้า มอบต้นแบบระดับมาสเตอร์คลาสแห่งมรดกทางสถาปัตยกรรมและความสง่างามร่วมสมัย โครงสร้างใหม่แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นดั่งสถานที่พักผ่อนแนวตั้งอันเงียบสงบ ที่ซึ่งเรื่องราวในอดีตอันรุ่งโรจน์ของแลนด์มาร์กในตำนานได้รับการถักทอเข้ากับวิสัยทัศน์ความหรูหราของไทยร่วมสมัยอย่างงดงาม ตัวโรงแรมได้รับการออกแบบด้วยความแม่นยำและพิถีพิถัน โดดเด่นด้วยหน้าต่างกระจก "กรอบรูป" (Picture Frame) บานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ที่เปลี่ยนทัศนียภาพอันเขียวขอุ่มของสวนลุมพินีให้กลายเป็นแกลเลอรีที่มีชีวิตสำหรับผู้เข้าพักทุกคน
พื้นที่ภายในยังคงรักษาภาษาการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ ไม่ว่าจะเป็นเพดานไม้สักแกะสลักด้วยมือและองค์ประกอบทางประวัติศาสตร์ในบริเวณล็อบบี้ โดยนำมาหลอมรวมเข้ากับความเรียบหรูสไตล์มินิมัลอันซับซ้อนตามแบบฉบับของดีไซเนอร์ระดับโลก André Fu ได้อย่างไร้รอยต่อ ประสบการณ์ของผู้เข้าพักจึงเปรียบเสมือนโรงละครแห่งมรดกตกทอดอันประณีต เติมเต็มด้วยโปรแกรมเวลเนสที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล และเส้นทางอาหารอันน่าตื่นตาตื่นใจ ณ ห้องอาหารเหนือฟากฟ้า ในฐานะจุดสูงสุดของความงดงามทางโครงสร้าง ดุสิต ธานี กรุงเทพฯ (Dusit Thani Bangkok) ยืนหยัดอย่างไม่มีใครเทียบเคียงในฐานะหมุดหมายแห่งวิวัฒนาการของความหรูหรา พิสูจน์ให้เห็นว่างานดีไซน์ที่แท้จริงคือการเชิดชูประวัติศาสตร์ไปพร้อมๆ กับการกำหนดทิศทางของอนาคต และคู่ควรกับรางวัล Best Design ประจำปีนี้อย่างแท้จริง
ผลงานสถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีซโดย Jean-Michel Gathy ที่ทอดตัวเรียงรายอย่างงดงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นำเสนอต้นแบบแห่งความโอ่อ่าตามแนวเส้นสายและความพริ้วไหวของสายน้ำ โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของที่นี่ทำหน้าที่เป็นดั่งโอเอซิสอันเขียวชอุ่ม ที่ซึ่งศาลากระจกเพดานสูงและลานกลางแจ้งเปิดรับพลังงานสร้างสรรค์ของเมืองหลวงให้หลอมรวมเข้ากับความเงียบสงบของสายน้ำได้อย่างลงตัว ทว่า แม้งานดีไซน์จะเป็นความสำเร็จอันโดดเด่นของศิลปะยุคโมเดิร์น แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และนิยามการเข้าพักที่นี่อย่างแท้จริงก็คือการดูแลเอาใจใส่ของพนักงานที่พร้อมคาดการณ์ความต้องการของผู้เข้าพักล่วงหน้าได้อย่างไร้ที่ติ นี่คือการบริการที่ยกระดับสู่ศิลปะแห่งการต้อนรับที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล ที่ซึ่งทุกความต้องการได้รับการตอบสนองด้วยความนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ
ตั้งแต่เหล่ามิกโซโลจิสต์ยอดฝีมือใน BKK Social Club บาร์สไตล์ภาพยนตร์สุดคลาสสิก ไปจนถึงพนักงานดูแลริมสระว่ายน้ำที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทีมงานทุกคนนำทางผ่านรีสอร์ทริมน้ำอันกว้างขวางแห่งนี้ด้วยความอบอุ่นที่ให้ความรู้สึกทั้งหรูหราและเป็นกันเองในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะกำลังเพลิดเพลินกับศาสตร์แห่งอาหารจีนกวางตุ้งชั้นสูงที่ห้องอาหาร Yu Ting Yuan หรือเดินชมแกลเลอรีศิลปะภายในโรงแรม คุณจะได้รับการโอบอุ้มอยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมแห่งความเอาใจใส่ ทำให้ โฟร์ซีซั่นส์ โฮเทล กรุงเทพฯ ณ แม่น้ำเจ้าพระยา (Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River) ยังคงเป็นหมุดหมายอันไม่มีใครเทียบเคียงในเรื่องการบริการด้วยหัวใจ และคู่ควรกับรางวัล Best Service ประจำปีนี้อย่างแท้จริง
อาคารระฟ้ากระจกคริสตัลอันสูงตระหง่านเหนือผืนป่าสีเขียวมรกตอันกว้างขวางของสวนลุมพินีแห่งนี้ คือต้นแบบแห่งความสง่างามแนวตั้งและความโฉบเฉี่ยวสไตล์เมืองหลวง ตั้งอยู่ภายในโครงการระดับโลกอย่าง One Bangkok โดยงานสถาปัตยกรรมของที่นี่ทำหน้าที่เป็นดั่งประตูเปิดไปสู่เมืองหลวง ซึ่งกระจกบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานช่วยทลายเส้นแบ่งระหว่างความประณีตภายในห้องพักและพลังงานอันไม่หยุดนิ่งของเมืองภายนอกได้อย่างลงตัว ตัวงานดีไซน์เปรียบเสมือนภาพปักที่ผสานงานศิลปะไทยร่วมสมัยเข้ากับความหรูหราเหนือระดับได้อย่างมีเอกลักษณ์ มอบสถานที่พักผ่อนอันร่มรื่นตัดกับความวุ่นวายของเมืองใหญ่
ตั้งแต่ห้องพักระดับ Ritz-Carlton Club สิทธิพิเศษที่สร้างนิยามใหม่ให้กับงานบริการเหนือฟากฟ้า ไปจนถึงเส้นทางอาหารอันน่าตื่นตาตื่นใจ ณ ห้องอาหารซิกเนเจอร์ ทุกรายละเอียดของประสบการณ์ผู้เข้าพักได้รับการดูแลด้วยความแม่นยำสูงสุด ในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับกลุ่มนักเดินทางระดับโลก ประสบการณ์ของที่นี่จึงขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมการบริการที่รู้ใจและพร้อมตอบสนองทุกความต้องการล่วงหน้าได้อย่างนุ่มนวลและง่ายดาย เดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ (The Ritz-Carlton, Bangkok) จึงยืนหยัดในฐานะหมุดหมายอันไม่มีใครเทียบเคียงของศิลปะอันซับซ้อนในรูปแบบซิตี้โฮเทล ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างพลังงานอันเปี่ยมชีวิตชีวาและความเงียบสงบเป็นส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ และคู่ควรกับรางวัล Best City Hotel ประจำปีนี้อย่างแท้จริง
พูลวิลล่าหรูที่ทอดตัวเรียงรายอย่างงดงามตามแนวเนินเขาอันเป็นส่วนตัวบนชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของภูเก็ต สถานที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวนในสวรรค์ชั้นสาม" ซึ่งถือเป็นต้นแบบแห่งการพักผ่อนในบรรยากาศเมืองร้อนที่เงียบสงบและเปี่ยมด้วยความสง่างามทางสถาปัตยกรรม โดยวิลล่าแต่ละหลังที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันทำหน้าที่เป็นดั่งสถานที่หลบความวุ่นวายอันเป็นส่วนตัว โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำอินฟินิตี้หินอ่อนสีเทาอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดูราวกับหลอมรวมไปกับความกว้างใหญ่ของทะเลอันดามันสีฟ้าคราม ตัวงานดีไซน์เป็นการผสมผสานอย่างประณีตระหว่างเอกลักษณ์ศาลาไทยดั้งเดิมและความเรียบหรูสไตล์มินิมัลร่วมสมัย ที่ซึ่งงานหินแกะสลักด้วยมือและไม้สักอันรุ่มรวยถูกโอบล้อมด้วยความร่มรื่นของต้นไทรโบราณและพืชพรรณนานาชนิด
เส้นทางประสบการณ์ของผู้เข้าพักเต็มไปด้วยความใส่ใจและเคารพในความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุด ตั้งแต่ทรีตเมนต์นวดฟื้นฟูร่างกายด้วยพนักงาน 3 คน (Six-handed Rituals) ที่ Jara Wellness ไปจนถึงศาสตร์แห่งอาหารฟาร์มทูเทเบิล (Farm-to-table) ที่เน้นความยั่งยืนและการนำเสนอที่ล้ำสมัย ด้วยการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบและความผูกพันอันลึกซึ้งต่อท้องถิ่น ทำให้ ตรีสรา (Trisara) ยังคงเป็นหมุดหมายที่ไม่มีใครเทียบเคียงสำหรับวิถีชีวิตริมเกาะอันหรูหรา เป็นดั่งจุดหมายปลายทางอันทรงเกียรติแห่งศิลปะการพักผ่อน พร้อมคว้ามงกุฎตำแหน่ง Best Resort ของประเทศไทยไปครองในปีนี้อย่างไม่มีข้อกังขา
รีสอร์ทเพื่อสุขภาพระดับตำนานที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนเมืองร้อนอันร่มรื่นริมอ่าวไทยอันเงียบสงบ สถานที่ซึ่งได้รับขนานนามว่าเป็น "Haven of Life" (แดนสวรรค์แห่งชีวิต) แห่งนี้ ถือเป็นต้นแบบระดับมาสเตอร์คลาสของการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจแบบองค์รวม ตัวงานสถาปัตยกรรมเป็นการผสมผสานอย่างประณีตระหว่างเอกลักษณ์ศาลาไทยดั้งเดิมและความแม่นยำทางการแพทย์ที่ทันสมัย เปลี่ยนพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นให้กลายเป็นพรมแดนใหม่ของเวชศาสตร์เชิงฟังก์ชัน ทุกรายละเอียดการออกแบบตั้งแต่ห้องพักเวลเนสสวีทสไตล์มินิมัลกรุด้วยไม้สัก ไปจนถึงศูนย์กายภาพบำบัดระดับโลก ล้วนได้รับการจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันเพื่อเอื้อต่อการปรับสมดุลระบบเผาผลาญและจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง
เส้นทางประสบการณ์ของผู้เข้าพักคือโปรแกรมการดูแลสุขภาพเพื่ออายุที่ยืนยาว (Longevity) ที่มีความแม่นยำและออกแบบมาเฉพาะบุคคล โดยมีการนำข้อมูลเชิงลึกทางพันธุศาสตร์ (Genomic Insights) และการบำบัดแบบบูรณาการเข้ามาช่วยดูแลสุขภาพผ่าน 6 เสาหลัก ซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องโภชนาการและความงาม ภายในสถานพักผ่อนที่งดเว้นการใช้เครื่องมือสื่อสารดิจิทัลแห่งนี้ ประสบการณ์ของคุณจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยศาสตร์แห่งอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารเข้มข้น โดยทุกคำที่รับประทานเข้าไปเปรียบเสมือนผลงานชิ้นเอกทางการแพทย์ที่ให้ทั้งรสชาติที่ยอดเยี่ยมและพลังงานแก่ร่างกาย ชีวศรม (Chiva-Som) ยังคงยืนหยัดเป็นหมุดหมายอันไม่มีใครเทียบเคียงสำหรับศิลปะแห่งการฟื้นฟูชีวิตมนุษย์ พร้อมรักษาตำแหน่ง Best Wellness Retreat ของประเทศไทยได้อย่างมั่นคงด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่เพื่อพลังชีวิตที่ยั่งยืน
รีสอร์ทสุดอัศจรรย์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าฝนสีเขียวมรกตของกมลาในจังหวัดภูเก็ต แห่งนี้ คือต้นแบบระดับมาสเตอร์คลาสของสถาปัตยกรรมออร์แกนิกและการเล่าเรื่องราวผ่านตำนานพื้นเมือง ตัวโรงแรมได้รับแรงบันดาลใจจากชนเผ่าในตำนานของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานยุคโบราณ โดยเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นโอเอซิสอันร่มรื่นที่เรียงรายไปด้วยหลังคาทรงแหลมมุงจาก และวิลล่าสไตล์ "รังนก" (Bird’s Nest) ลอยฟ้าที่ดูราวกับแขวนอยู่ระหว่างต้นไม้ใหญ่โบราณ ที่พักแต่ละหลังสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในงานฝีมือที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยพื้นผิวงานทอมือและสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ส่วนตัวที่มองออกไปเห็นเส้นขอบฟ้าสีครามของทะเลอันดามัน
เส้นทางประสบการณ์ของผู้เข้าพักเต็มไปด้วยการดื่มด่ำกับธรรมชาติและจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง โดยมี Mala Spa มอบโปรแกรมเวลเนสเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย และศาสตร์แห่งอาหารที่เฉลิมฉลองปรัชญา "จากผืนดินสู่โต๊ะอาหาร" (From-earth-to-table) ในฐานะที่เป็นเดสทิเนชันโฮเทล (Destination Hotel) อย่างแท้จริง ที่นี่จึงก้าวข้ามประสบการณ์รีสอร์ทแบบดั้งเดิม และพานักเดินทางเข้าสู่โลกแห่งความน่าหลงใหลและสมดุลแบบองค์รวม ไม่ว่าจะหลบความวุ่นวายไปพักผ่อนใน Tent Pool Villas หลังคาทรงเต็นท์ หรือกระท่อมดินเผา ทุกคนจะได้พบกับหมุดหมายอันไม่มีใครเทียบเคียงของการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ กีมาลา (Keemala) ยังคงเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การเดินทางที่ลึกซึ้งที่สุดคือการเดินทางที่เริ่มต้นและสิ้นสุดลงภายในขอบเขตอันน่าค้นหาของตัวโรงแรมเอง และคู่ควรกับรางวัล Best Destination Hotel ประจำปีนี้อย่างแท้จริง
รีสอร์ทสไตล์อาร์ตเดโคในโทนสีโมโนโครมที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอันคดเคี้ยวและเก่าแก่แห่งนี้ คือต้นแบบระดับมาสเตอร์คลาสของการออกแบบและความประณีตเหนือระดับ ตัวโรงแรมรังสรรค์ขึ้นโดยนักออกแบบผู้มีวิสัยทัศน์ระดับโลก บิล เบนสลีย์ (Bill Bensley) เนรมิตให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นโอเอซิสอันร่มรื่นที่เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์รวบรวมของสะสมโบราณอันทรงคุณค่า ผสานเข้ากับความเงียบสงบของคฤหาสน์ส่วนตัวอันกว้างขวาง งานสถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยความงดงามเชิงโครงสร้าง โถงเอเทรียมกระจกเพดานสูง และลานกลางแจ้งที่อาบด้วยแสงแดดอบอุ่น ซึ่งช่วยปลุกจิตวิญญาณแห่งสยามประเทศในอดีตให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
พื้นที่ภายในห้องสวีทที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันแต่ละห้องบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างตั้งใจ มอบสถานที่พักผ่อนอันเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบพร้อมบริการจากบัตเลอร์ส่วนตัวที่รู้ใจ เส้นทางประสบการณ์ของผู้เข้าพักเปรียบเสมือนโรงละครแห่งการพักผ่อนอันซับซ้อนและมีรสนิยม ตั้งแต่ทรีตเมนต์ฟื้นฟูร่างกายที่ Opium Spa ไปจนถึงความบันเทิงที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์สไตล์ภาพยนตร์คลาสสิกในห้องฉายภาพยนตร์ส่วนตัว ด้วยการนำเสนอโลกส่วนตัวที่ครบครันตั้งแต่เวทีมวยไทยไปจนถึงความหรูหราริมน้ำ เดอะ สยาม (The Siam) ยังคงเป็นหมุดหมายอันไม่มีใครเทียบเคียงสำหรับศิลปะแห่งการพักผ่อน เป็นจุดหมายปลายทางอันทรงคุณค่าที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้หลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ได้อย่างง่ายดายและสง่างาม พร้อมคว้าตำแหน่ง Best Boutique Hotel ประจำปีนี้ไปครองอย่างสมเกียรติ
การเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอันระยิบระยับด้วยเรือรับส่งไม้สักส่วนตัวไปยังฝั่งธนบุรี ถือเป็นต้นแบบระดับมาสเตอร์คลาสของการเปลี่ยนผ่านบรรยากาศที่น่าประทับใจ สปาระดับตำนานแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในเรือนไม้สักเก่าแก่อายุกว่าศตวรรษที่ได้รับการบูรณะอย่างงดงาม ทำหน้าที่เป็นดั่งสถานที่อันร่มรื่นที่เชิดชูความสง่างามตามแบบฉบับไทยดั้งเดิม งานสถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยรายละเอียดงานแกะสลักด้วยมืออันประณีตและเนื้อไม้ขัดเงาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของตะไคร้และมะลิซึ่งช่วยฟื้นฟูความสดชื่น เมื่อก้าวเข้ามาด้านใน ประสบการณ์ของผู้เข้าพักจะถูกนำพาเข้าสู่โรงละครแห่งการฟื้นฟูจิตวิญญาณ ที่ซึ่งทรีตเมนต์ที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคลจะถูกส่งมอบด้วยความใส่ใจอันเป็นเลิศจนกลายเป็นบรรทัดฐานระดับโลกมานานหลายทศวรรษ
ในฐานะผู้บุกเบิกโฮเทลสปา (Hotel Spa) แห่งแรกในประเทศไทย ที่นี่นำเสนอโปรแกรมทรีตเมนต์อันซับซ้อน ตั้งแต่พิธีกรรมตามศาสตร์อายุรเวทไปจนถึงการบำบัดแบบดั้งเดิมที่ก้าวข้ามประสบการณ์สปาทั่วไป ทุกช่วงเวลาตั้งแต่ความเงียบสงบชวนทำสมาธิของห้องสวีทที่เรียงรายอยู่รอบลานกลางแจ้งซึ่งประดับด้วยสระบัว ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกระบบความร้อนและวารีบำบัด (Thermal Facilities) ของศูนย์เวลเนส ล้วนได้รับการจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบความสงบนิ่งอย่างแท้จริง แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ (Mandarin Oriental, Bangkok) ยังคงเป็นหมุดหมายอันไม่มีใครเทียบเคียงสำหรับศิลปะแห่งการรีเซ็ตร่างกายและจิตใจของมนุษย์ พร้อมคว้าตำแหน่ง Best Hotel Spa ประจำปีนี้ไปครองอย่างคู่ควร
Best Family Hotel: Anantara Layan Phuket Resort
Best Family Hotel: Anantara Layan Phuket Resort

รีสอร์ทบนเนินเขาที่ซ่อนตัวอยู่บนส่วนโค้งของหาดทรายขาวอันเป็นส่วนตัวบนชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของภูเก็ตแห่งนี้ คือต้นแบบระดับมาสเตอร์คลาสของความหรูหราที่ตอบโจทย์สมาชิกทุกเจเนอเรชันในครอบครัว ตัวงานสถาปัตยกรรมที่โอบล้อมด้วยแมกไม้โบราณเนรมิตพื้นที่ให้เป็นดั่งโอเอซิสอันร่มรื่น ที่ซึ่งสุนทรียศาสตร์แบบไทยร่วมสมัยมาบรรจบกับความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว พูลวิลล่าและเรสซิเดนซ์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษมอบพื้นที่พักผ่อนอันเป็นส่วนตัวสูงสุด พร้อมสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ที่ดูราวกับหลอมรวมไปกับความกว้างใหญ่ของทะเลอันดามันสีฟ้าคราม
เส้นทางประสบการณ์ของผู้เข้าพักเต็มไปด้วยโปรแกรมกิจกรรมการผจญภัยที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ Layan Active Zone พื้นที่กิจกรรมสุดมันส์ที่จะเปลี่ยนวันหยุดแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นโรงละครแห่งการสำรวจอันน่าตื่นเต้น ตั้งแต่ความสนุกสนานเร้าใจที่ลานสเก็ตพาร์ก ไปจนถึงศิลปะการต่อสู้อันมีวินัยอย่างมวยไทย ในขณะที่เด็กๆ จะได้เพลิดเพลินไปกับความมหัศจรรย์และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ Chang Club ส่วนผู้ปกครองก็สามารถหลบความวุ่นวายไปผ่อนคลายในความเงียบสงบเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่ศูนย์เวลเนส ความสมดุลอันไร้รอยต่อระหว่างพลังงานอันเปี่ยมชีวิตชีวาและความสงบเงียบเป็นส่วนตัวนี้เอง ที่ช่วยตอกย้ำสถานะของ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท (Anantara Layan Phuket Resort) ในฐานะหมุดหมายอันไม่มีใครเทียบเคียงสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวของครอบครัว และคู่ควรกับรางวัล Best Family Hotel ประจำปีนี้อย่างแท้จริง














