รีสอร์ทเปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้สืบทอดประวัติศาสตร์อันยาวนานจากศตวรรษที่ 19 โดยสถาปัตยกรรมได้รับการออกแบบให้โอบล้อมรอบเสาดั้งเดิมทั้ง 137 ต้น และชูความสง่างามของ ‘บ้านบอร์เนียว’ บ้านไม้สักหลังเก่าแก่ ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นของหมู่ต้นไม้โบราณที่เติบโตมานานก่อนการสร้างอาคาร
ภายในสถานที่พักผ่อนอันเป็นส่วนตัว มอบความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยห้องพักแบบสวีทเพียง 30 ห้องที่พร้อมพาย้อนเวลาไปสัมผัสเสน่ห์ในวันวาน พร้อมเปิดประสบการณ์กินดื่มยามค่ำคืนในบรรยากาศสุดโก้ที่ Jack Bain’s Bar นอกจากนี้ เรื่องราวความลักชัวรียังส่งต่อไปยังโรงแรมในเครือย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งโดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พูลที่เผยทัศนียภาพเส้นขอบฟ้าเมืองหลวงจากมุมสูงได้อย่างสวยงามร่วมสมัย
ไม่ว่าจะเป็นความเงียบสงบในเชียงใหม่ หรือจังหวะชีวิตเปี่ยมพลังของเมืองหลวง แบรนด์แห่งนี้ยังคงตอกย้ำนิยามความหรูหราที่เรียบง่ายทว่าสะท้อนรสนิยมระดับสูง ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่เชื่อมโยงเรื่องราวมรดกทางวัฒนธรรมและความทันสมัยของทั้งสองเมืองไว้ได้อย่างลงตัว
โรงแรมหรูสูง 36 ชั้นแห่งนี้ซ่อนตัวอย่างเป็นส่วนตัวท่ามกลางพื้นที่สีเขียวขจีของปาร์คนายเลิศ พร้อมสร้างนิยามใหม่ให้กับสถานที่พักผ่อนลอยฟ้า การออกแบบเน้นการเปิดรับแสงและพื้นที่โปร่งสบาย โดยมีไฮไลต์เป็นประติมากรรมรูปต้นไม้สูง 12 เมตร ประดับใบไม้ทองคำเปลว 6,000 ใบ ตั้งตระหง่านกลางเอเทรียมเพื่อยกย่องมรดกอันทรงคุณค่าของพื้นที่
ห้องพักแบบสวีททั้ง 52 ห้องมีขนาดกว้างขวางเป็นพิเศษ เริ่มต้นที่ 94 ตารางเมตร ตกแต่งด้วยโทนสีเรียบหรูสบายตา พร้อมกระจกใสบานใหญ่เปิดรับทัศนียภาพภายนอก โดยมีห้อง ‘Aman Suite’ ขนาด 713 ตารางเมตร เป็นที่สุดแห่งความลักชัวรี ครอบครองพื้นที่ทั้งชั้นพร้อมสปาส่วนตัว
ด้านห้องอาหารพร้อมเปิดประสบการณ์รสสัมผัสหลากมิติ ตั้งแต่อาหารอิตาเลียนตามฤดูกาลที่ Arva ไปจนถึงโอมากาเสะญี่ปุ่นชั้นเลิศที่ Sesui ขณะที่ศูนย์เวลเนสขนาด 1,500 ตารางเมตร มอบการดูแลสุขภาพอย่างเหนือชั้น ด้วย Banya Spa House แห่งแรกของกรุงเทพฯ และสระว่ายน้ำทรงรีที่โอบล้อมต้นสมพงษ์อายุกว่าร้อยปีอย่างงดงาม นำเสนอสถานที่พักผ่อนแนวตั้งที่สะท้อนจิตวิญญาณของเมืองหลวงได้อย่างแท้จริง
Amanpuri
Amanpuri

รีสอร์ทหรูซึ่งทอดตัวลงตามแนวคาบสมุทรส่วนตัวบนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ตแห่งนี้ ยังคงครองตำแหน่งมาตรฐานระดับสูงแห่งความลักชัวรีที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ สมกับชื่อที่มีความหมายว่า "สถานที่แห่งความสงบ" สถาปัตยกรรมซึ่งออกแบบโดย Ed Tuttle ดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับ ถือเป็นต้นแบบของการดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอยุธยา โดยเรือนไม้สักทรงไทยหลังคาสูงถูกจัดวางอย่างเป็นส่วนตัวท่ามกลางสวนมะพร้าวเก่าแก่อายุนับร้อยปี
ประสบการณ์การเข้าพักเน้นความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุดและความหรูหราที่เรียบเท่ โดยมีไฮไลต์เป็นสระว่ายน้ำสีน้ำเงินมิดไนท์บลูอันเป็นเอกลักษณ์ และบันไดหินทอดยาวที่นำทางลงสู่หาดทรายขาวส่วนตัวรูปพระจันทร์เสี้ยว ห้องอาหารของที่นี่พร้อมมอบอรรถรสหลากมิติ ตั้งแต่อาหารอิตาเลียนตามฤดูกาลที่ Arva ไปจนถึงอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ Nama ส่วน Holistic Wellness Centre ก็นำเสนอการบำบัดดูแลสุขภาพอย่างลึกซึ้งด้วยศาสตร์การรักษาแบบโบราณ
หลายทศวรรษหลังจากเปิดตัวในฐานะรีสอร์ทแฟลกชิปแห่งแรกของแบรนด์ Aman ที่แห่งนี้ยังคงเป็นมาตรฐานของการพักผ่อนที่ไม่มีใครเทียบเคียง โดยมีเพียงเสียงคลื่นเบาๆ จากทะเลอันดามันเป็นฉากหลังของชีวิตที่เหนือระดับ
รีสอร์ทหรูท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นแห่งนี้ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของภูเก็ต โดยทอดตัวลดหลั่นตามแนวเขาลงสู่หาดทรายสีทองของอ่าวลายัน ผลงานการออกแบบชิ้นเอกโดย Jaya Ibrahim นี้ ผสมผสานพันธุ์ไม้ท้องถิ่นริมหาดเข้ากับเรสซิเดนซ์ร่วมสมัยที่เผยทัศนียภาพกว้างไกลของทะเลอันดามันได้อย่างลงตัว ผู้เข้าพักจะได้พักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวในพูลวิลล่าพร้อมศาลาไทยสำหรับมื้ออาหารแบบเอ็กซ์คลูซีฟ หรือเลือกห้องสวีทขนาดใหญ่ขึ้นที่มาพร้อมบริการผู้ดูแลส่วนตัวและพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางเป็นพิเศษ
ประสบการณ์การพักผ่อนของที่นี่ขับเคลื่อนโดย ‘Layan Life’ คอนเซปต์เวลเนสระดับนวัตกรรมที่ผสมผสานการตรวจวินิจฉัยสุขภาพที่ทันสมัยเข้ากับศาสตร์การบำบัดแบบไทยโบราณได้อย่างลงตัว ด้านห้องอาหารพร้อมเสิร์ฟเมนูเลิศรสหลากสไตล์ ตั้งแต่อาหารทะเลร่วมสมัยที่ห้องอาหาร Age ไปจนถึงอาหารไทยรสชาติเหนือระดับบนดาดฟ้าชมวิวของ Dara Cuisine ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือยอชท์ Sunseeker หรือผ่อนคลายอย่างสงบในห้องซาวเดอร์เกลือ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท พร้อมมอบการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมและไม่มีใครเทียบเคียง
รีสอร์ทหรูซึ่งโอบล้อมด้วยลากูนอันเงียบสงบบนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ตแห่งนี้ ถือเป็นผู้บุกเบิกที่พักสไตล์พูลวิลล่าทั้งหมด และยังคงเป็นต้นแบบของการออกแบบที่สะท้อนมรดกวัฒนธรรมไทยรวมถึงการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเป็นส่วนตัว ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันของลากูน่า ภูเก็ต โดยมีวิลล่าส่วนตัวทั้งหมด 218 หลัง ที่มอบการผสมผสานพื้นที่ใช้สอยภายในและภายนอกอาคารอย่างลงตัว ท่ามกลางแมกไม้ขจีอันร่มรื่น
สำหรับที่สุดแห่งความหรูหราที่เป็นส่วนตัว ‘DoublePool Villas’ นำเสนอวิลล่าขนาดกว้างขวางพร้อมสระว่ายน้ำอินฟินิตี้พูล ขณะที่ ‘Spa Pool Villas’ สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น มอบพื้นที่เพื่อการดูแลสุขภาพทางกายและใจพร้อมทรีตเมนต์เฉพาะบุคคล ด้านประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ตั้งแต่รสชาติอาหารไทยต้นตำรับที่ห้องอาหาร Saffron ไปจนถึงบรรยากาศเปี่ยมชีวิตชีวาที่ Rava Beach Club
ประสบการณ์ของผู้เข้าพักที่นี่จึงไม่ได้นิยามด้วยความโอ่อ่าหรูหรา แต่เป็นความอิสระของพื้นที่อันกว้างขวางและจังหวะชีวิตที่สงบเรียบง่าย นับเป็นสถานที่พักผ่อนอันเหนือระดับเพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้พบกับความสมดุลอย่างแท้จริงท่ามกลางสายลมและทิวมะพร้าว
Capella Bangkok
Capella Bangkok

ณ จุดตัดทางประวัติศาสตร์ของถนนสายเก่าแก่ที่สุดของเมืองและ "แม่น้ำเจ้าพระยา" อันเป็นสายเลือดหลัก โรงแรมริมน้ำแห่งนี้พร้อมนำเสนอความสง่างามที่ไม่มีใครเทียบเคียง ผลงานชิ้นเอกขนาด 101 ห้องพักแห่งนี้ผสมผสานความหรูหราคลาสสิกเข้ากับความอบอุ่นเป็นส่วนตัวของบูทีคโฮเทลได้อย่างลงตัว โดยทุกห้องพักล้วนเปิดรับทัศนียภาพอันงดงามกว้างไกลของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นวิลล่าริมน้ำหรือห้องสวีทที่มาพร้อมระเบียงและอ่างจาคูซซีส่วนตัว การออกแบบก็ล้วนสะท้อนความหรูหราที่แฝงความผ่อนคลายอย่างมีสไตล์
ประสบการณ์การเข้าพักได้รับการดูแลโดย ‘Capella Culturist’ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกกิจกรรมและการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นจะน่าจดจำไม่แพ้ทัศนียภาพริมสายน้ำ ด้านห้องอาหารพร้อมมอบรสสัมผัสเหนือระดับที่ Côte by Mauro Colagreco ห้องอาหารที่นำเสนอความเรียบง่ายสไตล์ริเวียร่าฝรั่งเศสและอิตาลี ขณะที่การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างลึกซึ้งรอต้อนรับอยู่ที่ Auriga Wellness คาเพลลา กรุงเทพ จึงเป็นเสมือนบ้านพักใจกลางเมืองอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาสำหรับผู้ที่มองหาความประณีตระดับสูงสุดพร้อมความรื่นรมย์ที่ลงตัว
รีสอร์ทเวลเนสระดับแนวหน้าแห่งนี้ตั้งอยู่ริมชายฝั่งอ่าวไทย พร้อมเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูและเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณอย่างครบวงจร งานสถาปัตยกรรมโดย Jean-Paul Blissett และ Ed Tuttle ผสมผสานศิลปะดั้งเดิมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอยุธยาเข้ากับการตกแต่งภายในด้วยไม้สักและผ้าไหมร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ห้องพักและพาวิลเลียนรวม 54 หลังที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ มอบความสะดวกสบายและความเงียบสงบอย่างแท้จริงให้แก่ผู้เข้าพัก
ประสบการณ์ที่ชีวาศรมเน้นการหลีกหนีจากโลกดิจิทัล (Digital Detox) และการฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมเฉพาะบุคคล โดยนำเสนอทรีตเมนต์มากกว่า 200 รายการภายใต้ศาสตร์เวลเนส 6 แขนง ทุกองค์ประกอบได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อสุขภาวะที่ดีที่สุด ตั้งแต่อาหารสุขภาพหลากรสชาติที่ห้องอาหาร The Emerald Room ไปจนถึงความเงียบสงบผ่อนคลายในศาลาเรือนกระจกกลางสวน นี่คือสถานที่พักผ่อนระดับโลกที่เชื่อมโยงมรดกอันทรงคุณค่าเข้ากับเวลเนสที่ทันสมัย พร้อมสร้างมาตรฐานระดับสากลให้กับการลักชัวรีอย่างยั่งยืน
โรงแรมระดับไอคอนสูง 39 ชั้นที่ได้รับการปรับโฉมใหม่แห่งนี้ตั้งตระหง่านเหนือพื้นที่สีเขียวขจีของสวนลุมพินี พร้อมเป็นสะพานเชื่อมโยงมรดกอันทรงคุณค่าในอดีตของกรุงเทพฯ เข้ากับอนาคตที่ร่วมสมัยได้อย่างงดงาม ตัวอาคารโดดเด่นด้วยยอดสปายสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ นำเสนอต้นแบบความหรูหราแบบไทยร่วมสมัยผ่านการตกแต่งภายในโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง André Fu ที่ผสมผสานภาพจิตรกรรมฝาผนังดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เข้ากับงานฝีมืออันประณีตสะท้อนรสนิยมระดับสูง
ห้องพักทั้งหมด 257 ห้องเปรียบเสมือนแกลเลอรีส่วนตัวสำหรับชมทิวทัศน์เมืองหลวง ไฮไลต์ด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ออกแบบให้ยื่นออกไปภายนอกเพื่อกรอบภาพพื้นที่สีเขียวของสวนลุมพินีให้งดงามราวกับงานศิลปะที่มีชีวิต ภายในห้องสวีทมอบความผ่อนคลายอย่างเป็นส่วนตัว พร้อมอ่างอาบน้ำหินอ่อนแบบลอยตัวและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย
ด้านประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ตั้งแต่ศาสตร์อาหารอิตาเลียนชั้นเลิศที่ห้องอาหาร Cannubi by Umberto Bombana ไปจนถึงบรรยากาศเรโทรสุดโก้ที่ 1970 Bar นอกจากนี้ยังมี Devarana Wellness สถานที่พักผ่อนใจกลางเมืองที่พร้อมมอบการบำบัดฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างลึกซึ้งด้วยศาสตร์การรักษาแบบโบราณ ช่วยตอกย้ำให้โรงแรมแห่งนี้เป็นนิยามใหม่ของการต้อนรับอันเปี่ยมด้วยความสง่างามเหนือกาลเวลา
Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River
Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River

โรงแรมสไตล์รีสอร์ทใจกลางเมืองแห่งนี้ทอดตัวลดหลั่นตามแนวชายฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นำเสนอต้นแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนความลื่นไหลของสายน้ำอย่างงดงาม ตัวอาคารออกแบบโดย Hamiltons International และตกแต่งภายในโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง Jean-Michel Gathy ที่จงใจทลายเส้นแบ่งระหว่างธรรมชาติและงานดีไซน์ ผ่านการเชื่อมต่อพื้นที่ลานคอร์ทยาร์ดภายนอกเข้ากับงานประติมากรรมที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวของสายน้ำได้อย่างลงตัว ภายในห้องพักและห้องสวีททั้ง 299 ห้อง โดดเด่นด้วยเพดานสูงและหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานที่เปิดรับบรรยากาศและจิตวิญญาณของสายน้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ภายใน พร้อมห้องน้ำสไตล์สปาที่มอบพื้นที่พักผ่อนอันเงียบสงบและเป็นส่วนตัวราวกับอยู่บ้าน
ประสบการณ์ของผู้เข้าพักได้รับการร้อยเรียงเรื่องราวอย่างมีรสนิยม ตั้งแต่นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยหมุนเวียนทุกไตรมาสที่จัดร่วมกับ MOCA Bangkok ไปจนถึงความหรูหราเปี่ยมชีวิตชีวาสไตล์ละตินอเมริกาที่ BKK Social Club ด้านการฟื้นฟูสุขภาพและจิตใจอย่างลึกซึ้งมี Urban Wellness Centre พื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร พร้อมต้อนรับในฐานะศูนย์รวมการดูแลสุขภาพองค์รวม โดยมีไฮไลต์เป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้งยาว 35 เมตร ณ บริเวณ Palm Courtyard สำหรับประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศรอต้อนรับอยู่ที่ห้องอาหาร Yu Ting Yuan ที่รังสรรค์ศาสตร์อาหารจีนกวางตุ้งต้นตำรับได้อย่างประณีตเหนือระดับ เคียงคู่ไปกับทัศนียภาพของสระน้ำสะท้อนเงาอันงดงาม โฟร์ซีซั่นส์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ ณ แม่น้ำเจ้าพระยา จึงนับเป็นผลงานชิ้นเอกเหนือกาลเวลาที่ช่วยสร้างนิยามใหม่ให้กับย่านสร้างสรรค์ริมฝั่งน้ำของเมืองหลวงได้อย่างแท้จริง
รีสอร์ทหรูแห่งนี้ทอดตัวลดหลั่นจากแนวเขาอันเขียวขจีของกมลาลงสู่ชายฝั่งทะเลอันดามันอันงดงาม โดยสถาปัตยกรรมได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนความงดงามของเทพปกรณัมไทย ตัวอาคารซึ่งเป็นผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกโดย Habita Architects และตกแต่งภายในโดย PIA Interior โดดเด่นด้วย 'ศาลาสวรรค์' (Sawan Pavilion) อาคารสีขาวบริสุทธิ์ที่ตั้งตระหง่านราวกับวิมานลอยฟ้าตัดกับฉากหลังของผืนป่าขจี
อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท นำเสนอเรื่องราวผ่านแนวคิด "ไตรภูมิ" โดยมีอุโมงค์ศิลปะใต้ดินทำหน้าที่เชื่อมต่อพื้นที่ห้องพักฝั่งเขาอันร่มรื่นเข้ากับพื้นที่ริมหาดฝั่งอันดามันได้อย่างไร้รอยต่อ ภายในห้องพักและวิลล่ารวม 221 ห้อง สะท้อนความหรูหราแบบไทยร่วมสมัยอย่างมีระดับ ผ่านการตกแต่งด้วยโทนสีที่เรียบหรูและเงียบสงบ ผสานเข้ากับงานฝีมือท้องถิ่นอันประณีต
ด้านประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มโดดเด่นอย่างเหนือระดับที่ห้องอาหารฟายน์ไดนิ่ง Jaras ซึ่งพร้อมเสิร์ฟรสชาติอาหารที่เน้นความยั่งยืนเคียงคู่ทัศนียภาพของเกลียวคลื่น ขณะที่ศูนย์เวลเนสอย่าง Sati Spa นำเสนอการบำบัดและดูแลสุขภาพทางกายและใจด้วยศาสตร์การรักษาแบบโบราณ นับเป็นสถานที่พักผ่อนที่ผสมผสานบรรยากาศอันเปี่ยมชีวิตชีวาเข้ากับความสงบเงียบส่วนตัวได้อย่างลงตัวเหนือระดับ
Keemala
Keemala

รีสอร์ทสุดลึกลับแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ผืนป่าฝนอันสมบูรณ์และเงียบสงบ พร้อมเผยทัศนียภาพอันกว้างไกลของอ่าวกมลา นำเสนอต้นแบบสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมด้วยจินตนาการและการร้อยเรียงเรื่องราวได้อย่างน่าอัศจรรย์ ตัวอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากชนเผ่าในตำนานของภูเก็ตโบราณ รังสรรค์เป็นสถานที่พักผ่อนอันร่มรื่นด้วยยอดหลังคาทรงสานและบ้านมุงจากที่ดูเติบโตกลมกลืนไปกับแนวเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
ประสบการณ์ของผู้เข้าพักเน้นการซึมซับธรรมชาติและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างลึกซึ้ง โดยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘Bird’s Nest’ (บ้านรังนก) และ ‘Tree Pool Villas’ (บ้านต้นไม้) มอบความผสมผสานระหว่างเสน่ห์สไตล์รัสติกและความหรูหราร่วมสมัยได้อย่างไม่มีใครเทียบ นอกจากรูปทรงภายนอกที่แปลกตาแล้ว การตกแต่งภายในยังสะท้อนความลักชัวรีเฉพาะตัวอย่างประณีต พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวที่สะท้อนเงาแดดรำไรผ่านทิวไม้ขจี
ด้านอาหารและเครื่องดื่มก็นำเสนออย่างมีรสนิยม โดยให้ความสำคัญกับแนวคิดแบบ ‘Garden-to-Table’ (จากสวนสู่โต๊ะอาหาร) ที่ชูความโดดเด่นของวัตถุดิบท้องถิ่น ควบคู่ไปกับโปรแกรมเวลเนสที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน คีมารา จึงเป็นสถานที่พักผ่อนอันเหนือระดับที่พร้อมพาผู้เข้าพักไปสัมผัสเรื่องราวในตำนานอันมีชีวิต พร้อมสร้างมาตรฐานบทใหม่ให้กับความหรูหราที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมริมชายฝั่งอันดามัน
โรงแรมอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านหลังสวนอันร่มรื่น นำเสนอต้นแบบการออกแบบเพื่อไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ผสมผสานเสน่ห์แบบไทยเข้ากับความหรูหราร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โครงสร้างอาคารเน้นความโปร่งสบายและการเปิดรับแสงธรรมชาติ ประกอบด้วยห้องพักทั้งหมด 360 ห้อง พร้อมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานที่กรอบภาพทิวทัศน์เมืองหลวงให้งดงามราวกับงานศิลปะที่มีชีวิต
ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายอย่างเป็นส่วนตัวในสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พูลที่เผยทัศนียภาพอันงดงามเหนือพื้นที่สวนปาร์คอันเขียวขจี หรือเลือกฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างลึกซึ้งภายในสปาสุดหรู บรรยากาศของที่นี่เต็มไปด้วยพลังแห่งความมีชีวิตชีวาที่เหนือกว่าทั่วไป โดยเป็นที่รู้จักอย่างดีในการขยายการต้อนรับระดับห้าดาวให้กับสัตว์เลี้ยงทุกขนาด ช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลายราวกับอยู่บ้าน ทว่ายังคงไว้ซึ่งความหรูหราและเรียบง่ายอย่างมีระดับ
ไม่ว่าจะนั่งจิบเครื่องดื่มที่ร้าน CRAFT อันเปี่ยมด้วยสีสัน หรือออกกำลังกายในห้องยิมที่ครบครันด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทุกประสบการณ์ล้วนสะท้อนความลงตัวที่ดำเนินไปอย่างง่ายดายใจกลางเมืองหลวง คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ จึงยังคงเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองอันเปี่ยมด้วยสไตล์และชีวิตชีวาที่สุดของเมืองหลวง
โรงแรมระดับตำนานอันเป็นสัญลักษณ์เหนือกาลเวลาของวงการธุรกิจบริการระดับโลกแห่งนี้ ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 150 อย่างมั่นคง หลังผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ สถาปัตยกรรมของโรงแรมแห่งนี้ถือเป็นต้นแบบของการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์โคโลเนียล ผสานเข้ากับความหรูหราร่วมสมัย เพื่อเฉลิมฉลองหนึ่งศตวรรษครึ่งแห่งการบริการอันยอดเยี่ยมเหนือระดับ
บริเวณอาคารประวัติศาสตร์ ‘Authors’ Wing’ ยังคงโดดเด่นด้วยโครงสร้างสถาปัตยกรรมดั้งเดิมจากช่วงเปลี่ยนผ่านศตวรรษ มอบความสง่างามในโทนสีขาว สะท้อนความร่มรื่นขจีด้วยทิวต้นปาล์มอันงดงาม ส่วนภายในได้รับการตกแต่งอย่างประณีตด้วยผ้าไหมสั่งทำพิเศษจากแบรนด์ Jim Thompson และไม้สักแกะสลักด้วยมือ ช่วยสร้างบรรยากาศอันอบอุ่นราวกับบ้านพักอาศัยที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์คลาสสิกทว่าทันสมัยอย่างลงตัว
ผู้เข้าพักสามารถเดินทางข้ามฝั่งสายน้ำด้วยเรือรับส่งไม้สักส่วนตัว เพื่อไปสัมผัสประสบการณ์รสสัมผัสเหนือระดับที่ห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศ Le Normandie หรือเลือกดื่มด่ำกับบรรยากาศเคล้าท่วงทำนองดนตรีแจ๊สสุดคลาสสิกที่ The Bamboo Bar โดยทุกการเข้าพักจะได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันจากบริการผู้ดูแลส่วนตัว (Butler) ระดับตำนาน ที่พร้อมใจใส่ใจและคาดการณ์ความต้องการของผู้เข้าพักอย่างสุภาพงดงาม ที่นี่จึงเป็นมากกว่าสถานที่พักผ่อน แต่คือผลงานชิ้นเอกที่มีชีวิตและสะท้อนจิตวิญญาณของเมืองหลวงได้อย่างแท้จริง
โรงแรมหรูแห่งนี้ตั้งตระหง่านเหนือย่านเพลินจิตอันเปี่ยมด้วยสีสัน ถือเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ทำหน้าที่เป็นสถานที่พักผ่อนใจกลางเมืองอันเหนือระดับ ซึ่งความเร่งรีบของเมืองหลวงจะถูกแทนที่ด้วยการบริการระดับโลกอันเป็นส่วนตัวและพิถีพิถัน ตัวโรงแรมตั้งอยู่ภายในโครงสร้างเส้นสายโค้งมนอันเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มอบความสะดวกสบายด้วยทางเชื่อมตรงสู่ศูนย์การค้าระดับลักชัวรีและสถานีรถไฟฟ้า BTS ทว่ายังคงรักษาความเป็นเลิศด้านการต้อนรับที่อบอุ่นและงดงามด้วยไมตรีจิต
ภายในตกแต่งอย่างเรียบหรูนำไปสู่ห้องพักและห้องสวีทสุดหรูรวม 222 ห้อง ซึ่งรวมถึงห้องสวีท 32 ห้อง โดยทุกห้องเปิดรับทัศนียภาพอันงดงามแบบไม่มีอะไรบดบังของเมืองหลวง แม้แต่ห้องพักเริ่มต้นก็มีขนาดกว้างขวางเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองด้วยพื้นที่เริ่มต้น 48 ตารางเมตร มอบบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวราวกับอยู่บ้านท่ามกลางใจเมืองที่วุ่นวายของกรุงเทพฯ
ด้านอาหารและเครื่องดื่มพร้อมเปิดประสบการณ์รสสัมผัสเหนือระดับผ่านห้องอาหารและบาร์ชั้นเลิศ ควบคู่ไปกับทีมงานที่พร้อมมอบการดูแลอันเปี่ยมด้วยความประณีตตามแบบฉบับวัฒนธรรมไทย พาร์ค ไฮแอต กรุงเทพฯ จึงเป็นจุดหมายปลายทางอันสง่างามและเงียบสงบที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางผู้มีรสนิยมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Raya Heritage
Raya Heritage

รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบของแม่น้ำปิง นำเสนอความงดงามร่วมสมัยของศิลปะอันรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรล้านนา งานสถาปัตยกรรมของที่นี่โดดเด่นด้วยการออกแบบที่สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม โดยเพดานหลังคาทรงสูง กระเบื้องดินเผา และเสาไม้เนื้อแข็งสไตล์วินเทจช่วยสะท้อนภาพเรื่องราวในอดีต ขณะที่การเลือกใช้โทนสีขาวและครีมช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งสบายและทันสมัยอย่างมีระดับ
ทุกมุมของ รายา เฮอริเทจ เปรียบเสมือนแกลเลอรีจัดแสดงงานฝีมือท้องถิ่น ตั้งแต่กระจกไม้สักแกะสลักด้วยมือไปจนถึงงานผ้าพิมพ์ลายย้อมครามธรรมชาติ ภายในห้องพักแบบสวีทที่กว้างขวางทั้ง 38 ห้อง มาพร้อมระเบียงขนาดใหญ่และสระว่ายน้ำส่วนตัวที่เอื้อให้ผู้เข้าพักได้ใช้ชีวิตอย่างช้าๆ ท่ามกลางความผ่อนคลายเพียงไม่กี่ก้าวจากริมฝั่งน้ำ
ด้านประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มพร้อมเปิดต้อนรับที่ห้องอาหาร Khu Khao ซึ่งนำกระบุงฟาดข้าวมาผสมผสานกับการตกแต่งได้อย่างสร้างสรรค์ ส่วน Ai Waan Spa ก็นำเสนอการบำบัดดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การรักษาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน นับเป็นสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบและร่มรื่นด้วยแมกไม้ขจีที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างสมดุลร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยอดเยี่ยมเหนือระดับ
โรงแรมหรูแห่งนี้ตั้งซ่อนตัวอย่างเงียบสงบท่ามกลางความร่มรื่นของย่านหลังสวน นำเสนอสถาปัตยกรรมชิ้นเอกอันยิ่งใหญ่ที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมของการดูแลสุขภาพยุคใหม่และงานดีไซน์อันทรงพลัง การออกแบบโดดเด่นและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ตั้งแต่ทางเข้าทรงโค้งขนาดใหญ่ที่นำทางเข้าสู่โถงล็อบบี้เพดานสูงตระหง่าน ไฮไลต์ด้วยผนังกระจกใสขนาดมหึมาที่เชื่อมต่อภาพทัศนียภาพอันร่มรื่นขจีของสวนลุมพินีเข้าสู่ใจกลางอาคารได้อย่างงดงาม
ภายใต้โครงสร้างอันสง่างามนี้ ประสบการณ์ของผู้เข้าพักขับเคลื่อนด้วยศูนย์เวลเนสเหนือระดับที่มีพื้นที่กว้างขวางถึง 4,000 ตารางเมตร นำเสนอโซนวารีบำบัดอันทันสมัย (Thermal Circuit) และโปรแกรมฟิตเนสที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับการพักผ่อนใจกลางเมือง ขณะที่ห้องพักแต่ละห้องสะท้อนความหรูหราที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว ครบครันด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และระเบียงส่วนตัวที่เผยทัศนียภาพเส้นขอบฟ้าเมืองหลวงได้อย่างสงบสง่างาม
ด้านประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ตั้งแต่ความคิดสร้างสรรค์ที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายรสชาติไทยที่ห้องอาหาร Flourish ไปจนถึงความอบอุ่นผ่อนคลายในบรรยากาศสุดโก้เคล้าท่วงทำนองดนตรีแจ๊สที่ Firefly Bar โรงแรมแห่งนี้จึงนับเป็นสถานที่พักผ่อนอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณสำหรับนักเดินทางผู้มีรสนิยมที่มองหาความสมดุลของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริงใจกลางเมืองหลวง
รีสอร์ทอันร่มรื่นขจีแห่งนี้ทอดตัวลดหลั่นตามแนวแหลมที่เปิดรับแสงแดดบริเวณปลายสุดทางทิศเหนือของเกาะสมุย นำเสนอต้นแบบสถาปัตยกรรมสไตล์รัสติกชิกและการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างยอดเยี่ยม วิลล่าไม้ใต้ถุนสูงทั้ง 66 หลังได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้านชาวประมงไทยดั้งเดิม สะท้อนความหรูหราที่เรียบง่ายอย่างมีระดับ โดยมาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบอินฟินิตี้พูลและระเบียงอาบแดดท่ามกลางแมกไม้ธรรมชาติอย่างเป็นส่วนตัว การตกแต่งภายในเลือกใช้กลุ่มสีของวัสดุธรรมชาติเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวราวกับบ้านพักอาศัย พร้อมฝักบัวอาบน้ำกลางแจ้งที่เชื่อมต่อกับธรรมชาติสไตล์เขตร้อนได้อย่างไร้รอยต่อ
ประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มก้าวสู่จุดสูงสุดที่ห้องอาหาร Dining on the Rocks โดดเด่นด้วยระเบียงไม้สักและไม้ไผ่ที่ลดหลั่นกัน 10 ชั้นริมหน้าผา เผยทัศนียภาพอันงดงามกว้างไกลถึง 270 องศาเหนืออ่าวไทย นอกเหนือจากรสชาติอาหารแล้ว ประสบการณ์ของผู้เข้าพักยังขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งในด้านความยั่งยืน ตั้งแต่โครงการเกษตรหมุนเวียน ‘Farm on the Hill’ ไปจนถึงโปรแกรมเวลเนสเฉพาะบุคคล ที่แห่งนี้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ยากจะหาใครเทียบเคียงสำหรับการใช้ชีวิตอย่างช้าๆ พร้อมสะท้อนจิตวิญญาณอันเปี่ยมเสน่ห์เหนือกาลเวลาของเกาะสมุยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
โรงแรมหรูดีไซน์กระจกคริสตัลแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่เหนือโครงการมิกซ์ยูสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองหลวงอย่าง ‘วัน แบงค็อก’ (One Bangkok) พร้อมสร้างนิยามใหม่ให้กับความหรูหราใจกลางเมือง ตัวอาคารเป็นผลงานชิ้นเอกจากการออกแบบร่วมกันของ SOM และ A49 ไฮไลต์ด้วยระเบียงกลางแจ้งแบบลดหลั่นที่เชื่อมต่อความร่มรื่นขจีของสวนลุมพินีเข้ากับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมได้อย่างลงตัว พื้นที่ภายในได้รับการรังสรรค์โดย PIA Interior ภายใต้แนวคิด "การบรรจบกันของอารยธรรม" (Meeting of Civilizations) โดยนำความสง่างามของบ้านคหบดีในยุครัชกาลที่ 5 มาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัยด้วยลวดลายผ้าไหมและดอกบัว
ห้องพักทั้งหมด 260 ห้องเปรียบเสมือนแกลเลอรีส่วนตัวสำหรับชมทัศนียภาพเมืองหลวง โดดเด่นด้วยหน้าต่างกระจกใสตั้งแต่พื้นจรดเพดานและระเบียงส่วนตัว เติมเต็มประสบการณ์การเข้าพักด้วยขบวนกลองยาวต้อนรับประจำวัน และศาสตร์อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ห้องอาหาร Duet by David Toutain ภายในเรือนกระจกอันสวยงาม ตั้งแต่ Club Lounge สุดเอ็กซ์คลูซีฟบนชั้น 23 ไปจนถึงทรีตเมนต์ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่ Ritz-Carlton Spa ทุกองค์ประกอบล้วนสะท้อนจิตวิญญาณอันเปี่ยมพลังและทันสมัยของกรุงเทพฯ ได้อย่างสง่างามไร้ที่ติ
The Siam
The Siam

โรงแรมสไตล์รีสอร์ทริมแม่น้ำพื้นที่ 3 ไร่แห่งนี้ตั้งซ่อนตัวอยู่ในย่านดุสิตอันร่มรื่น นำเสนอต้นแบบการออกแบบที่ผสมผสานศิลปะสไตล์อาร์ตเดโคเข้ากับเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างสง่างามเหนือระดับ พื้นที่ภายในซึ่งรังสรรค์โดยดีไซเนอร์ผู้มีวิสัยทัศน์อย่าง Bill Bensley ได้รับการนำเสนอในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต โดยเลือกใช้โทนสีโมโนโครมอย่างสีเทาชาร์โคลและสีขาว เป็นฉากหลังอันเรียบหรูเพื่อจัดแสดงของสะสมโบราณและของหายากระดับพิพิธภัณฑ์ชิ้นเยี่ยม
ผู้เข้าพักสามารถเดินผ่อนคลายในสวนสีเขียวขจีที่เชื่อมต่อกันอย่างงดงาม ก่อนกลับไปพักผ่อนในพูลวิลล่าส่วนตัวซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของเมืองหลวง โดยแต่ละหลังล้วนสะท้อนความหรูหราเฉพาะตัวที่เรียบง่ายทว่าเปี่ยมด้วยรสนิยม ประสบการณ์พักผ่อนของที่นี่เติมเต็มด้วยความสงบอันเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่ความตื่นเต้นเร้าใจของเวทีมวยไทยระดับมืออาชีพ ไปจนถึงการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างลึกซึ้งภายใน Opium Spa ที่ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาถึงด้วยเรือรับส่งไม้มาฮอกกานีส่วนตัว หรือการรับประทานอาหารท่ามกลางโครงสร้างไม้ดั้งเดิมอันทรงคุณค่าของห้องอาหาร Chon Thai เดอะ สยาม สามารถสะท้อนจิตวิญญาณแห่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างสง่างามอย่างไร้ที่ติ
Trisara
Trisara

รีสอร์ทซึ่งทอดตัวยาวตามแนวคาบสมุทรส่วนตัวอันงดงามบนชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของภูเก็ตแห่งนี้ ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวนในสวรรค์ชั้นสาม" โดยถือเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ออร์แกนิกและการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติเขตร้อนอันเงียบสงบอย่างแท้จริง ตัวพูลวิลล่าหันหน้าออกสู่ทะเลและสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันบนแนวเขา ผสมผสานเส้นสายหลังคาทรงไทยดั้งเดิมเข้ากับการตกแต่งภายในร่วมสมัยด้วยไม้สักและผ้าไหมได้อย่างลงตัว โดยวิลล่าทุกหลังโดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำอินฟินิตี้พูลที่สร้างจากหินอ่อนสีเทาธรรมชาติ ซึ่งดูกลมกลืนไร้รอยต่อไปกับเส้นขอบฟ้า
ประสบการณ์การเข้าพักเน้นการซึมซับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ผ่านการดูแลจากทีม 'Synergist' ที่คอยออกแบบทุกกิจกรรมให้ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ส่วนศูนย์เวลเนสอย่าง 'JARA Wellness' ได้รับแรงบันดาลใจจากต้นไทรโบราณ นำเสนอโปรแกรมฟื้นฟูเส้นลมปราณ (Meridian Therapies) และการทำสมาธิแบบเคลื่อนไหว (Moving Meditations) ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายอย่างลุ่มลึก
ด้านอาหารและเครื่องดื่มก้าวสู่จุดสูงสุดที่ห้องอาหาร 'PRU' ภายใต้แนวคิดแบบ 'Community-to-Fork' (จากชุมชนสู่โต๊ะอาหาร) ที่ทลายเส้นแบ่งของพื้นที่ครัวดั้งเดิมภายในบรรยากาศซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งแต่มื้ออาหารแบบลดขยะเป็นศูนย์ (Zero-Waste Dining) ไปจนถึงค็อกเทลยามพระอาทิตย์ตกดิน ตรีสรา ยังคงตอกย้ำภาพลักษณ์ของจุดหมายปลายทางเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุดและการต้อนรับอันเปี่ยมด้วยรสนิยมเหนือระดับ

















