Pete Phornprapha at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Cover Pete Phornprapha at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Pete Phornprapha at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)

บนแก่นของการให้ความรู้ ตระหนักรู้ ที่ถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี และอาหาร ภายในเทศกาล Wonderfruit ที่เราอยากให้คุณรู้ก่อนไปงาน

Mind Meets Nature

ทันทีที่เปิดหน้าเว็บไซต์ของ Wonderfruit ก็จะเจอกับ Mind Meets Nature ที่เป็นธีมประจำปี 2023 พร้อมคำบรรยายสั้นๆ ที่พอให้เราตั้งข้อสงสัยถึงการเดินทางของจิตวิญญาณว่า ได้ผ่านอะไรบ้างก่อนที่จะเป็นส่วนหนึ่งกับพฤกษาจนกลายมาเป็นหัวใจหลักของงานในปีนี้ 

“ไม่ได้เป็นไอเดียใหม่นะ” คุณพีทชิงตอบก่อน “เป็นสิ่งที่อยู่กับ Wonderfruit มาตลอด แต่เพิ่งจะมาตกผลึก และถูกนำมาทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น จนกลายมาเป็นธีมของปีนี้

อาจจะต้องย้อนกลับไปถึงช่วงโควิด-19 ที่เราต้องหยุดจัดงานกันไปถึงสองปี ทางทีม Scratch First ก็ไม่ได้หยุดงานไปด้วย เรายังมีโปรเจ็กต์ออกมาตลอด มีการสร้างหมู่บ้านวันเดอร์ (MooBaan Wonder) ที่ได้นำเอาวัฒนธรรมเข้ามาเชื่อมความสัมพันธ์ของคนกับธรรมชาติ ผมเรียกว่าเป็น “Relationship with mind and nature” มันเหมือนเป็นวิวัฒนาการที่ทำให้คอนเซ็ปต์เดิมแข็งแรงมากขึ้น บนฐานวัฒนธรรมที่เรามองว่า วัฒนธรรมในไทยมีความแข็งแรงมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ศิลปะ สถาปัตยกรรม และดนตรี ที่เราเชื่อว่าสิ่งนี้คือตัวประสานระหว่างจิตวิญญาณกับธรรมชาติ ให้กลืนเข้าเป็นเนื้อเดียวกันอย่างลึกซึ้ง”

Tatler Asia
Installation Art at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Above Installation Art at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Installation Art at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)

From Evolution to Execution 

เมื่อเราได้พบกับคอนเซ็ปต์ Mind Meets Nature ความสงสัยต่อมาคือจะทำอย่างไรให้ไอเดียนี้กระโดดออกมาจากกระดาษสู่พื้นที่จริงได้ และวิธีไหนที่จะสร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้กับผู้เข้าชมงานในปี 2023 นี้ 

“พอมันเข้าสู่ส่วนของการลงมือทำ ก็ต้องกลับเข้าสู่ Framework ของ Wonderfruit ที่เราทำกันมาตั้งแต่วันแรก คือเราไม่ต้องการให้ใครมายืนสอนอยู่หน้าห้อง ไม่อยากให้คนถูกบังคับให้นั่งฟัง ถ้ามันน่าสนใจและมีคนสนใจ เก้าอี้มันจะเต็มเอง” 

“กระบวนการคิดของสิ่งเหล่านี้ มันอาจจะไม่ได้เซ็กซี่ขนาดนั้น เราใช้ Framework แบบเดียวกับที่สถาปนิกใช้กัน โดยมองการเคลื่อนย้ายความสนใจของคนเป็นชั้นแยกออกจากกัน ตั้งแต่ภาพใหญ่ขนาดอินฟราสตรัคเจอร์ ย่อยลงมาที่ประสบการณ์ของผู้คนในงาน จนไปถึงการสื่อสารภายในงาน พอเราแยกออกเป็นชั้นได้แล้ว เราจะพอมองเห็นแล้วว่าทั้งหมดจะถูกเชื่อมโยงกันด้วยอะไร ซึ่งเราก็พอจะหาวิธีการสื่อสารกับคนในงานได้แล้วว่า เราจะทำยังไงให้คนเข้าใจเมสเสจของเราในแต่ละปี อาจจะดูเป็นนามธรรม ผมขอยกตัวอย่างชิ้นงานบางชิ้นแล้วกัน ซึ่งภายในงานเรามีงานลักษณะนี้ประมาณ 30 ชิ้น (หัวเราะ)"

Tatler Asia
Pete Phornprapha at Scratch First
Above Pete Phornprapha at Scratch First
Tatler Asia
Pete Phornprapha at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Above Pete Phornprapha at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Pete Phornprapha at Scratch First
Pete Phornprapha at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)

We are absolutely unique จริงๆ และมันไม่มีงานเทศกาลอื่นเหมือนเรา เพราะเราคือ Wonderfruit ที่คุณจะต้องเดินทางมาที่ประเทศไทยเท่านั้น

- Pete - Pranitan Phornprapha -

“มันมาจากปีที่แล้วที่เราเริ่มปลูกป่า ซึ่งไม่ใช่เป็นการปลูกป่าแบบที่เคยเห็นกัน เราได้ SUGi มาเป็นพาร์ทเนอร์ในการทำโครงการนี้ ที่เป็นการปลูกป่าเลียนแบบป่าจริงๆ เรียกว่า Miyawaki Method ปลูกแบบชิดกัน เพื่อให้มันแย่งราก แย่งน้ำ แย่งอาหาร แย่งกันโต วิธีการนี้ทำให้ต้นไม้โตได้เร็ว ปีนี้ผมกลับไปดูแต่ละต้นสูงได้ 3-4 เมตรแล้ว อินฟราสตรักเจอร์แข็งแรงแล้ว ขั้นต่อมาเราเอางานศิลปะแบบปฏิสัมพันธ์ (Interaction art) เข้าไปจัดวาง มีดนตรี แสง สี สร้างประสบการณ์เข้าถึงป่า ต้นไม้ สัมผัสได้ถึงธรรมชาติที่มีจิตวิญญาณของมันเหมือนกัน เกิดการสื่อสารระหว่างคนกับธรรมชาติ มันก็เข้าวงจรตามที่ผมเล่ามาก่อนหน้านี้” คุณพีทเล่ารายละเอียดของงานให้เราฟัง 

“อย่าเพิ่งตกใจ ที่ผมบอกไปมันยังมีอีกกว่า 30 ชิ้น ที่ใช้วิธีคิดแบบนี้เข้าไปจับ มันมีตั้งแต่เรื่องการแยกตัวตนออกจากจิตวิญญาณในแบบศาสนาพุทธ, Shaman แม่-ลูก ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์, โลกในแบบ Utopia ที่หลายคนฝันถึง งาน Performing อีกหลายชิ้น โปรแกรมตลอด 5 วันจะเต็มอิ่มมากจริงๆ 

ที่เรามีกิจกรรมเยอะขนาดนี้ เพราะผมไม่อยากพูดว่าเรามาทำอะไร ให้อะไร อยากให้คุณสัมผัสอะไร คนไม่ได้อยากเรียนรู้แบบสั่งสอน แต่มันต้องเกิดจากประสบการณ์” 


Localize Inclusivity and Sustainability in Wonderfruit

“ผมคงต้องแยกตอบทีละประเด็นใช่ไหม” คุณพีทถามย้อนกลับปนหัวเราะ

“คืออย่างนี้ ผมเข้าใจว่าชุดคำเหล่านี้ มันคือความคาดหวังของสังคมที่กำลังเติบโต ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และเราก็ตระหนักเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด 

อย่างการเข้าหาชุมชน มองหารากของวัฒนธรรม แบบ Localize ด้วยความที่เมืองไทย มันมีลักษณะของสังคมเป็นพหุวัฒนธรรม แน่นอนว่าเรามีวัฒนธรรมให้หยิบจับ ใช้สอยได้มากมาย แต่ที่มองเห็นความแตกต่าง น่าสนใจ และน่าจะเป็นการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันได้ดีที่สุด น่าจะเป็นดนตรีหมอลำ ตั้งแต่ปีแรกที่เรานำ Molam Bus เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงาน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จนเติบโตกลายเป็น Molam Village ที่เราคนไทยทราบกันดีอยู่แล้วว่า หมอลำกับความเชื่อมันผูกรวมเป็นเนื้อเดียวกัน จนแทบจะแยกกันไม่ออก มีเรื่องของจิตวิญญาณ การเชื่อมโยงกันของชุมชน ความผูกพันของคนและธรรมชาติ การผูกข้อไม้ข้อมือ การทำบายศรี มันมีเรื่องของความยากลำบาก ความสาหัส ประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ กับความแห้งแล้ง ธรรมชาติ แต่ถามว่าให้ผมมานั่งอธิบาย นั่งเล่าเรื่องราวอะไรเหล่านี้ให้คุณฟังในงาน มันจะน่าสนใจเหรอ ผมว่าไม่ เพราะฉะนั้นเราจึงมีดนตรีที่นำความสนใจของคนเข้ามา แล้วถ้าคุณเริ่มสนใจเรื่องราวที่มันลึกซึ้งไปกว่าเสียงดนตรี เราก็มีแหล่งความรู้ให้คุณได้ศึกษา เหมือนเปลือกที่คุณสามารถลอกออกได้ เพื่อไปเจอแก่นที่เราวางเอาไว้

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 Installation Art at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Photo 2 of 4 Installation Art at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Photo 3 of 4 Installation Art at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Photo 4 of 4 Music Stage at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Installation Art at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Installation Art at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Installation Art at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)
Music Stage at Wonderfruit (Photo: courtesy of Scratch First)

Inclusivity ผมว่า Wonderfruit เราทำมาตลอดตั้งแต่ปีแรกๆ เลยนะ (หัวเราะ) ผมมีความสุขทุกครั้งที่เห็นคนมางาน แล้วแต่งตัวเป็นตัวของตัวเอง เราเปิดรับทุกด้านของคนที่เข้าร่วมงาน ไม่ว่าคุณจะมีรสนิยมอะไร แบบไหน ผมแอบรู้สึก Cliche นิดหนึ่งด้วยซ้ำไปที่ต้องมาพูดเรื่องนี้เพราะผมไม่ได้มองใครแปลกแยกหรือแตกต่างออกไปเลย ส่วนตัวผมมันคือเรื่องปกติที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตด้วยซ้ำแต่ประเด็นนี้ในส่วนของกิจกรรมภายในงาน ที่ว่าเราจะโอบรับหรือนำความเชื่อ รสนิยมเข้ามา เราอาจจะต้องมองหาความลึกซึ้งและความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งนั้นก่อน คือคุณต้องมีกึ๋นมาแสดงให้เราเห็นว่า สิ่งๆ นั้นมันมีความหมายอะไรบางอย่าง และมันทำให้เกิดอะไรบางอย่างจริงๆ เพราะก็เป็นความรับผิดชอบของผม และทีมที่จะต้องกลั่นกรองสิ่งต่างๆ ภายในงาน ไม่ใช่แค่คุณจะมา Weird แล้วบอกว่าเท่ อันนี้ผมว่าไม่ใช่ มันต้องมีที่มาที่ไปที่ชัดเจน 

สุดท้ายเรื่อง Sustainability ผมไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ ผมอยากใช้คำว่า The nature มากกว่า คือมันเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดของการทำงาน ที่เราจำต้องคำนึงถึงสิ่งนี้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่อง ESG หรือ CSR ที่ต้องทำเพราะจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือทำเพราะเป็นเทรนด์สำหรับผมแล้วคือสิ่งที่ควรทำและต้องทำ ต้องอยู่ในอินฟราสตรักเจอร์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว กับกระบวนการจัดการต่างๆ ที่มีอยู่ผมยังเชื่อว่า ถ้าเรามีสิ่งที่เรียกว่า A good relationship with nature เราจะสื่อสารและเข้าใจได้เลยว่า เรื่องไหนที่เกิดขึ้นมันไม่ปกติ เช่น เราเห็นถุงขยะลอยในทะเล มันก็ไม่ปกติแล้ว มันมาได้ยังไง ก็ต้องเก็บเอาไปจัดการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมไม่ค่อยชอบใช้คำว่า Sustainability  เพราะความหมายค่อนข้างแคบกว่า เมื่อเทียบกับคำว่า The nature ที่เป็นเหมือนองค์รวมขนาดใหญ่ของทั้งระบบ

Tatler Asia
Pete Phornprapha at Scratch First
Above Pete Phornprapha at Scratch First
Pete Phornprapha at Scratch First

เรามีดนตรีที่นำความสนใจของคนเข้ามา ถ้าคุณเริ่มสนใจเรื่องราวที่ลึกซึ้งกว่าเสียงดนตรี เราก็มีแหล่งความรู้ให้คุณได้ศึกษา เหมือนเปลือกที่สามารถลอกออกได้ เพื่อไปเจอแก่นที่เราวางเอาไว้

- Pranitan Phornprapha -

Almost a Decade of Wonderfruit 

จากผู้เข้าชมงานหลักพัน ขยับเข้าสู่จำนวนกว่า 20,000 คน ในปี 2022 ปีนี้ย่างเข้าสู่ปีที่ 8 ของงาน Wonderfruit ที่นอกจากประสบความสำเร็จในเรื่องจำนวนผู้ที่เดินทางมางานแล้ว ยังประสบความสำเร็จในฐานะหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการเดินทางของนักท่องเที่ยวสาย Festival ทั้งในเอเชีย รวมถึงฝั่งยุโรปและอเมริกาด้วย  

“แปดปีแล้วกับ Wonderfruit ที่เราตั้งใจทำ โดยที่ไม่ได้มองว่าเป็นแค่เทรนด์แล้วกระโดดตามลงไปทำ แต่ผมกับทีมมีมุมมองที่เหมือนกันคือ เรามีความจริงใจ ความรัก ใส่ลงไปในรายละเอียด มันมีความแน่วแน่ และบริสุทธิ์ในการทำงาน ซึ่งผมเชื่อว่าผู้คนที่เคยมาน่าจะได้เห็นและสัมผัส เขาคงรู้สึกได้ว่าเราไม่ได้ฉาบฉวย เราทำงานถึงจุดหนึ่งในระยะเวลาที่มันพอจะพิสูจน์ตัวเองได้ งานเทศกาลของเราจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายการเดินทางของใครหลายๆ คน”

Tatler Asia
Pete Phornprapha at Scratch First
Above Pete Phornprapha at Scratch First
Pete Phornprapha at Scratch First

เพราะความสำเร็จภายนอก ก็ต้องเกิดจากผู้คนภายในทีม ที่อยู่เบื้องหลัง การทำงานที่หนักหน่วงและเข้มข้น ความแข็งแรงของทีม เขาได้สะท้อนเรื่องนี้ออกมาให้เราฟัง

“คุณเชื่อไหม ทีมที่เริ่มมากับผมตั้งแต่แรก ยังเป็นทีมเดิมกันทุกคน อาจจะมีการเข้าออกในฝั่งของการตลาด ที่เราเข้าใจได้มากๆ คือการวิวัฒนาการไปด้วยกันของทีมงานและผู้เข้างาน ในช่วงแรกเราอาจจะต้องเร่งสร้างมูลค่าเพื่อตอบโจทย์เรื่องของการสร้างตัวให้แข็งแรง แต่พอถึงวันที่เมล็ดพันธุ์ของแต่ละคนค่อยๆ เติบโต ผมดีใจที่ได้เห็นว่า Wonderfruit ไม่ได้เติบโตแค่กิ่งก้านและใบ ส่วนของรากมันก็หยั่งลึกขึ้นเรื่อยๆ จนเรามองเห็นถึงศักยภาพของงานเทศกาล ที่จะมีบทบาทในสังคมไทย และในเอเชียอย่างแน่นอน” 

“อีกอย่างผมว่า We are absolutely unique จริงๆ และมันไม่มีงานเทศกาลอื่นเหมือนเรา เพราะเราไม่ใช่ Coachella เราไม่ใช่ Tomorrowland เราไม่ใช่ Glastonbury แต่เราคือ Wonderfruit ที่คุณจะต้องเดินทางมาที่ประเทศไทยเท่านั้น”

Bharanroj Dhanabhudhinitikorn
Lifestyle Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia