Man with open arms at Roy's Peak iconic lookout in winter season. Wanaka, Otago, New Zealand (Photo: Andres Jacobi / Getty Images)
Cover Roy's Peak ในวานากา จุดชมวิวที่มีชื่อเสียงประจำฤดูหนาวของนิวซีแลนด์ (ภาพ: Andres Jacobi / Getty Images)
Man with open arms at Roy's Peak iconic lookout in winter season. Wanaka, Otago, New Zealand (Photo: Andres Jacobi / Getty Images)

ขณะที่โลกอีกซีกหนึ่งกำลังร่าเริงกับสีสันและความสดใสของฤดูร้อน นิวซีแลนด์กลับเคลื่อนตัวเข้าสู่จังหวะการเริ่มต้นของฤดูหนาวในเดือนมิถุนายน ที่เผยให้เห็นด้านที่เงียบสงบ ลุ่มลึก และงดงามด้วยบรรยากาศยามเช้าบนเทือกเขาแอลป์ ที่พักในกระท่อมที่จุดไฟ และจังหวะชีวิตที่ช้าลงอย่างน่าหลงใหล

หากเอ่ยถึงนิวซีแลนด์ ภาพจำของใครหลายคนมักผูกติดอยู่กับการเดินทางโรดทริปในช่วงฤดูร้อน หรือทัศนียภาพของไร่องุ่นอันกว้างไกลที่อาบไล้ด้วยแสงแดดอันอบอุ่น ทว่าเมื่อย่างเข้าสู่เหมันตฤดู ดินแดนแห่งนี้กลับเผยความงดงามในอีกมิติที่สงบเงียบและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์เฉพาะตัว ยามเมื่อเทือกเขาอันตระหง่านถูกปกคลุมด้วยละอองหิมะสีขาวนวล ภูมิประเทศภูเขาไฟอันน่าตื่นตา และแหล่งปลูกไวน์ชายฝั่งได้รับการสัมผัสในจังหวะที่เนิบช้าและละเมียดละไมยิ่งขึ้น

ในช่วงเวลาที่ฝูงชนเริ่มบางตา บรรดาลอดจ์สุดหรูและรีสอร์ตสไตล์บูติกต่างเปิดประตูต้อนรับด้วยบรรยากาศที่ให้ความเป็นส่วนตัวและอบอุ่นยิ่งกว่าเดิม มอบการหลบเร้นอันสุนทรีย์เพื่อหลีกหนีไอร้อนจากภูมิอากาศเขตร้อน และเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับทัศนียภาพอันตระการตาที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ท่ามกลางไอหนาวอันสดชื่นบริสุทธิ์

และนี่คือ 3 จุดหมายปลายทางอันเลอค่าที่ควรค่าแก่การปักหมุดในแผนการเดินทางช่วงกลางปีครั้งต่อไปของคุณ

อ่านเพิ่มเติม: การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ เปิดตัว "Active Escapes" หลากกิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติของนิวซีแลนด์

Tatler Asia
The remarkables ski resort in New Zealand south island near Queenstown (Photo: @ Didier Marti / Getty Images)
Above The remarkables ลานสกีชื่อดังบนเทือกเขาที่มียอดสูงชันเหนือเมืองควีนส์ทาวน์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์สวยงามระดับโลก กำลังเตรียมเปิดให้บริการประจำปี 2026 ในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ และจะเปิดยาวไปจนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2026 (ภาพ: @ Didier Marti / Getty Images)
The remarkables ski resort in New Zealand south island near Queenstown (Photo: @ Didier Marti / Getty Images)

ฮอว์กส์เบย์ (Hawke’s Bay): สุนทรียศาสตร์แห่งไร่องุ่นฤดูหนาว และความอบอุ่นริมเตาผิง

ณ บริเวณชายฝั่งตะวันออกของเกาะเหนือนิวซีแลนด์ ฮอว์กส์เบย์ (Hawke’s Bay) ทวีเสน่ห์อันลุ่มลึกและสงบเงียบยิ่งขึ้นเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ในฐานะแหล่งผลิตไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ จังหวะชีวิตของจุดหมายปลายทางแห่งนี้จะขยับช้าลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเดือนมิถุนายนมาเยือน อบอวลไปด้วยสุนทรียภาพแห่งมื้อกลางวันอันละเมียดละไมในไร่องุ่น การขับรถรื่นรมย์ชมทัศนียภาพชนบทท่ามกลางสายหมอก และห้องชิมไวน์ (cellar doors) ที่พร้อมมอบความอบอุ่นด้วยแสงไฟระยิบระยับจากเตาผิงฟืน

บรรดาผู้ผลิตไวน์หลายแห่งต่างร่วมต้อนรับฤดูกาลนี้ด้วยการรังสรรค์เมนูอาหารที่ชูความโดดเด่นของวัตถุดิบท้องถิ่น จับคู่กับไวน์แดงรสเข้มข้น (full-bodied) ตั้งแต่มื้ออาหารกลางวันแสนพิเศษที่ แคร็กกี เรนจ์ (Craggy Range) ภายใต้ร่มเงาอันยิ่งใหญ่ของยอดเขาเตมาตา (Te Mata Peak) ไปจนถึงการลิ้มลองไวน์ในตระกูลเก่าแก่ที่เชี่ยวชาญด้านไวน์ซิราห์ (Syrah) อันเลื่องชื่อ และไวน์เบลนด์สไตล์บอร์โด (Bordeaux-style blends) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอว์กส์เบย์

อ่านเพิ่มเติม: ทองคำเหลว? อะไรและทำไม "น้ำผึ้งมานูกา" ของนิวซีแลนด์ถึงมีราคาแพงนัก

Tatler Asia
Sunrise at Te Mata Peak, Havelock North, New Zealand (Photo: Martin Vlnas / Getty Images)
Above พระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขา Te Mata Peak ในภูมิภาค Hawke's Bay ประเทศนิวซีแลนด์ (ภาพ: Martin Vlnas / Getty Images)
Sunrise at Te Mata Peak, Havelock North, New Zealand (Photo: Martin Vlnas / Getty Images)

และเมื่อปราศจากความคลาคล่ำของฝูงชนในช่วงฤดูร้อน ประสบการณ์การมาเยือนในครั้งนี้จึงทวีความเอ็กซ์คลูซีฟและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น โดยผู้มาเยือนมักจะได้ร่วมสนทนาอย่างเป็นกันเองกับเจ้าของไร่และนักปรุงไวน์ (winemakers) โดยตรง เคล้าคลอไปกับไวน์แดงชั้นเลิศในแก้วโปรดของคุณ

Tatler Asia
สภาพอากาศอบอุ่นและแสงแดดที่อุดมสมบูรณ์ของฮอว์คส์เบย์ ทำให้ภูมิภาคนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกผลไม้ ขณะที่ในช่วงฤดูหนาว จะเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสไร่องุ่นชื่อดังในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น (ภาพ: Tourism New Zealand)
Above สภาพอากาศอบอุ่นและแสงแดดที่อุดมสมบูรณ์ของฮอว์คส์เบย์ ทำให้ภูมิภาคนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกผลไม้ ขณะที่ในช่วงฤดูหนาว จะเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสไร่องุ่นชื่อดังในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น (ภาพ: Tourism New Zealand)
สภาพอากาศอบอุ่นและแสงแดดที่อุดมสมบูรณ์ของฮอว์คส์เบย์ ทำให้ภูมิภาคนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกผลไม้ ขณะที่ในช่วงฤดูหนาว จะเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสไร่องุ่นชื่อดังในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น (ภาพ: Tourism New Zealand)

ขยับจากผืนไร่องุ่นออกไปเพียงไม่ไกล เมืองเนเปียร์ (Napier) ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงก็พร้อมอวดโฉมมนตร์เสน่ห์แห่งฤดูหนาวในอีกแง่มุมที่แตกต่าง ในฐานะหนึ่งในเมืองที่เปี่ยมเสน่ห์ทางสถาปัตยกรรมที่สุดของนิวซีแลนด์ กลุ่มอาคารสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นใหม่หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี 1931 ยิ่งดูงดงามจับตาและเปี่ยมมนตร์ขลังภายใต้แสงแดดอันอ่อนละมุนของฤดูหนาว เสน่ห์เหล่านั้นถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบด้วยโรงแรมบูติกสุดโก้ ร้านสินค้าวินเทจ และคาเฟ่อันแสนอบอุ่น ที่ร่วมกันขับเน้นบรรยากาศอันผ่อนคลายของเมือง พร้อมเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนได้เดินทอดน่องละเลียดชมความงามของท้องถนนในจังหวะชีวิตที่เนิบช้าอย่างแท้จริง

Tatler Asia
New Zealand, North Island, Hawkes Bay, Napier, elevated city view, dusk (Photo: Walter Bibikow / Getty Images)
Above เมืองเนเปียร์บนเกาะเหนือนิวซีแลนด์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโคทั้งเมือง (ภาพ: Walter Bibikow / Getty Images)
New Zealand, North Island, Hawkes Bay, Napier, elevated city view, dusk (Photo: Walter Bibikow / Getty Images)

โรโตรัว (Rotorua): มหัศจรรย์ภูมิประเทศความร้อนใต้พิภพ และอารยธรรมเมารีที่ยังมีลมหายใจ

เมื่อเดินทางลึกเข้าไปสู่ตอนในของเกาะเหนือ เมืองโรโตรัว (Rotorua) พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการสัมผัสฤดูหนาวที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทันทีที่อุณหภูมิลดต่ำลงในเดือนมิถุนายน ทัศนียภาพอันเกิดจากพลังงานความร้อนใต้พิภพของเมืองนี้จะยิ่งทวีความเด่นชัดและเปี่ยมด้วยมนตร์เสน่ห์ชวนฝัน ยามเมื่อไอร้อนหนาทึบพวยพุ่งขึ้นอย่างทรงพลังจากบ่อโคลนเดือด บ่อน้ำแร่ธรรมชาติ และ ‘พูฮูตู เกย์เซอร์’ (Pohutu Geyser) น้ำพุร้อนธรรมชาติอันเลื่องชื่อ ตัดกับสายลมหนาวอันสดชื่นบริสุทธิ์

Tatler Asia
น้ำพุร้อนพูฮูตู (Pohutu Geyser) ในเมืองโรโตรัว โดดเด่นในฐานะน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ โดยมีความสูงของการพุ่งปะทุประมาณ 30 เมตร และเกิดการปะทุอย่างต่อเนื่องประมาณ 1-2 ครั้งต่อชั่วโมง (ภาพ: Robin Bush / Getty Images)
Above น้ำพุร้อนพูฮูตู (Pohutu Geyser) ในเมืองโรโตรัว โดดเด่นในฐานะน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ โดยมีความสูงของการพุ่งปะทุประมาณ 30 เมตร และเกิดการปะทุอย่างต่อเนื่องประมาณ 1-2 ครั้งต่อชั่วโมง (ภาพ: Robin Bush / Getty Images)
น้ำพุร้อนพูฮูตู (Pohutu Geyser) ในเมืองโรโตรัว โดดเด่นในฐานะน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ โดยมีความสูงของการพุ่งปะทุประมาณ 30 เมตร และเกิดการปะทุอย่างต่อเนื่องประมาณ 1-2 ครั้งต่อชั่วโมง (ภาพ: Robin Bush / Getty Images)

ฤดูกาลนี้เหมาะเจาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการปรนนิบัติตัวเองผ่านประสบการณ์เวลเนสในจังหวะที่เนิบช้าลง ไม่ว่าจะเป็นการเอนกายแช่ในบ่อน้ำแร่ร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติในสปาท้องถิ่น พลางทอดสายตาชมความนิ่งสงบของทะเลสาบโรโตรัว หรือการผ่อนคลายความเมื่อยล้าในบ่อโคลนร้อนธรรมชาติที่ได้รับความอบอุ่นจากผืนปฐพีโดยตรง ขณะเดียวกัน บรรดานักเดินทางต่างยกให้บรรยากาศยามเช้าตรู่ที่ป่าสนเรดวูดส์ วากาเรวาเรวา (Redwoods Whakarewarewa Forest) ในฤดูหนาวนั้นงดงามน่าประทับใจไม่รู้ลืม ยามที่ต้นสนแคลิฟอร์เนียยักษ์สูงเสียดฟ้าค่อยๆ ปรากฏโฉมผ่านม่านหมอกอันอ่อนละมุนและแสงอรุณอันเย็นเยียบ

อย่างไรก็ดี เสน่ห์อันเย้ายวนใจของโรโตรัวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทัศนียภาพทางธรณีวิทยาเท่านั้น ดินแดนแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและมรดกตกทอดอันล้ำค่าของชาวเมารี (Māori) เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับการบอกเล่าตำนานพื้นบ้านอันเก่าแก่ รับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมอันทรงพลัง และลิ้มลองสำรับอาหารมื้อพิเศษสไตล์ ‘ฮางิ’ (hāngī) ที่ปรุงสุกด้วยไอร้อนธรรมชาติจากใต้ผืนดินตามวิถีดั้งเดิม ซึ่งประสบการณ์ทางวัฒนธรรมเหล่านี้จะทวีความเอ็กซ์คลูซีฟและตราตรึงใจเป็นพิเศษท่ามกลางความเงียบสงบของฤดูหนาว

Tatler Asia
Young woman having a spa in outdoors hot pool in Rotorua, New Zealand. (Photo: chameleonseye / Getty Images)
Above การแช่น้ำแร่ร้อนธรรมชาติใต้พิภพที่อุดมด้วยแร่ธาตุ ช่วยบำบัดอาการปวดเมื่อยและบำรุงผิวพรรณ พร้อมดื่มด่ำกับวิวทะเลสาบโรโตรัวแบบพาโนรามาท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ (ภาพ: chameleonseye / Getty Images)
Young woman having a spa in outdoors hot pool in Rotorua, New Zealand. (Photo: chameleonseye / Getty Images)

วานากา (Wānaka): ความสงบอันบริสุทธิ์แห่งเทือกเขาแอลป์บนเกาะใต้นิวซีแลนด์

เมื่อเดินทางลงสู่ทางใต้บนเกาะใต้นิวซีแลนด์ วานากา (Wānaka) มอบทางเลือกอันสงบเงียบและเป็นส่วนตัวยิ่งกว่าเมืองเพื่อนบ้านอันคึกคักอย่างควีนส์ทาวน์ (Queenstown) ในช่วงฤดูหนาว ด้วยทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาเซาเทิร์นแอลป์ (Southern Alps) ที่ถูกแต่งแต้มด้วยปุยหิมะ และผืนน้ำอันนิ่งสนิทของทะเลสาบวานากา เมืองแห่งนี้จึงพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนให้ก้าวเดินในจังหวะชีวิตที่สโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ผ่านกิจกรรมหลากมิติ ทั้งการเดินเล่นรับลมหนาวอันสดชื่นริมชายฝั่ง การหย่อนใจในคาเฟ่อันแสนอบอุ่น หรือการพักผ่อนในลอดจ์สไตล์ร่วมสมัยที่สะท้อนนิยามของสถานที่เร้นกายอันเรียบหรูทว่าอบอุ่น (understated alpine retreat)

นอกจากนี้ เดือนมิถุนายนยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเริ่มต้นฤดูกาลสกี โดยมีคาร์โดรนา อัลไพน์ รีสอร์ต (Cardrona Alpine Resort) และเทรเบิล โคน (Treble Cone) ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล คอยดึงดูดเหล่านักสกีและสโนว์บอร์ดจากทั่วทุกมุมโลก ทว่าสำหรับผู้ที่ไม่ได้มุ่งหน้าสู่ลานหิมะ เสน่ห์อันยั่งยืนของวานากากลับซ่อนตัวอยู่ในท่วงทำนองที่เนิบช้าและความงดงามอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติรอบกาย

Tatler Asia
Taken at the top of the 'Cloud Nine' run at Treble Cone Ski resort, New Zealand (Photo: Jodie Griggs / Getty Images)
Above ณ จุดสูงสุดของเส้นทางสกี ‘Cloud Nine’ ที่สกีรีสอร์ต Treble Cone ประเทศนิวซีแลนด์ (ภาพ: Jodie Griggs / Getty Images)
Taken at the top of the 'Cloud Nine' run at Treble Cone Ski resort, New Zealand (Photo: Jodie Griggs / Getty Images)

และแน่นอนว่า หนึ่งในแลนด์มาร์กอันเป็นเอกลักษณ์และภาพจำระบือโลกของเมืองนี้ยังคงเป็น ‘That Wānaka Tree’ ต้นวิลโลว์ที่ยืนต้นอย่างเดียวดายตระหง่านอยู่กลางผืนน้ำของทะเลสาบวานากา ยามเมื่อถูกโอบล้อมด้วยทิวเขาอันสลับซับซ้อนในม่านหมอกและประกายแสงแห่งฤดูหนาว ทัศนียภาพตรงหน้าได้หลอมรวมทุกองค์ประกอบที่ทำให้เมืองแห่งนี้เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ชวนหลงใหล นั่นคือความสงบนิ่ง ความเรียบง่ายสไตล์มินิมัล และความงามอันวิจิตรตระการตาที่สะกดสายตาได้อย่างลุ่มลึกโดยไม่ต้องแต่งเติมใดๆ

Tatler Asia
The famous lone tree and reflection in Lake Wanaka, South Island, New Zealand. (Photo: Lingxiao Xie / Getty Images)
Above ต้นวิวโลว์ที่ยืนต้นตระหง่านสะท้อนภาพผืนน้ำกลางทะเลสาบวานากา ทางเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ (ภาพ: Lingxiao Xie / Getty Images)
The famous lone tree and reflection in Lake Wanaka, South Island, New Zealand. (Photo: Lingxiao Xie / Getty Images)

ดินแดนที่งดงามในทุกฤดูกาล

นอกจากฤดูหนาวแล้ว เสน่ห์ของนิวซีแลนด์ยังอยู่ที่ความเด่นชัดของแต่ละฤดูกาล ตั้งแต่ดอกไม้อันสดใสสีชมพูและขาวที่ผลิบานในไร่องุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เซ็นทรัลโอทาโก ไปจนถึงการรับประทานอาหารค่ำท่ามกลางบรรยากาศการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงสีทองอร่ามที่มาร์ลโบโรห์ (Marlborough) ทุกครั้งที่พลิกหน้าปฏิทิน หมู่เกาะอันงดงามแห่งนี้จะเผยโฉมมุมมองใหม่ๆ ที่สดใหม่อยู่เสมอ

แต่สำหรับนักเดินทางที่ถวิลหาความเงียบสงบและการเดินทางเพื่อค้นพบตัวเอง ฤดูหนาวอาจเป็นความลับที่เย้ายวนใจที่สุดของนิวซีแลนด์ เพราะนี่คือฤดูกาลที่เชื้อเชิญให้คุณก้าวเดินช้าลง รินไวน์รสเลิศสักแก้ว และรื่นรมย์ไปกับความหรูหราที่แท้จริง... นั่นคือการได้ครอบครองทัศนียภาพที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกไว้เพียงผู้เดียว

นิวซีแลนด์ไม่ใช่ประเทศเล็กๆ แต่เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่

- Peter Jackson -

Topics