ในบทสัมภาษณ์สุดพิเศษครั้งนี้ Tatler พุดคุยกับ Charles Leclerc นักแข่งหนุ่มจากทีม Ferrari เกี่ยวกับการทำเพลงในห้องพักโรงแรมที่สิงคโปร์, เพลงที่เขาฟังก่อนการแข่ง และวิธีคิดของเขาก่อนเปิดฉากการแข่งขัน F1 สุดสัปดาห์นี้
ณ โมเมนต์ที่การแข่งขัน Singapore Grand Prix กำลังจะเริ่มขึ้น Tatler Singapore ได้สัมภาษณ์นักแข่ง Formula 1 บางส่วนก่อนการแข่งขัน ในขณะที่เราได้เยี่ยมชมสนามแข่ง Formula 1 ที่ Marine Bay Street Circuit พร้อมกับสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่ง เราก็ได้สัมภาษณ์พิเศษกับ Charles Leclerc นักแข่งทีม Ferrari
ระหว่างการสัมภาษณ์นักแข่งหนุ่มชาวโมนาโกดูนิ่ง สงบ และมีสติเป็นอย่างมาก ก่อนจะก้าวเข้าสู่สุดสัปดาห์ของการแข่งขัน ซึ่งรายการนี้ถือว่าเป็นการแข่งขันที่ท้าทายที่สุดรายการหนึ่งของFormula 1 ประจำฤดูกาล เนื่องจากความร้อนและความชื้นของสภาพอากาศ รวมทั้งระยะเวลาการแข่งขันที่ยาวนาน
อ่านเพิ่มเติม: Under the Lights: เหล่านักแข่ง F1 ที่น่าจับตามองในการแข่งขัน Singapore Grand Prix 2024

Above Charles Leclerc ในบทสัมภาษณ์สุด Exclusive กับ Tatler Singapore (ภาพ: Scuderia Ferrari)
แม้ว่าในขณะที่การสัมภาษณ์เริ่มขึ้นเขาจะยังไม่ใช่ผู้ชนะในการแข่งขันที่สนามสิงคโปร์ แต่ Leclerc บอกกับเราว่าเขาโฟกัสไปที่ตำแหน่ง P1 (Pole Position; ตำแหน่งสตาร์ทแรกของนักแข่งขันในวันจริง) ในสุดสัปดาห์ของการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มขึ้นนี้ และเขาพาเรากลับไปสัมผัสกับความรู้สึกอิ่มเอมที่เปี่ยมล้นอยู่ในใจจากชัยชนะของเขาในฤดูกาลนี้ที่สนามมอนซา และโมนาโกอีกด้วย
นอกเหนือจากความสามารถด้านการแข่งรถแล้ว Leclerc ยังรับหน้าที่เป็นตัวแทนถ่ายทอดไลฟ์สไตล์แบบชาวอิตาเลียนในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Peroni Nastro Azzurro 0.0% ซึ่งเขาแชร์ให้เราฟังผ่านบทสนทนาที่เป็นกันเอง นอกจากนี้เขายังพูดคุยอย่างจริงใจเกี่ยวกับความรักที่เขามีต่อดนตรี และแพสชั่นในการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง รวมถึงการแข่งขันที่เหลือในฤดูกาลนี้ด้วย
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของคุณกับแบรนด์ Peroni Nastro Azzurro 0.0% เป็นอย่างไร
จริงๆ ผมเป็นคนที่ชอบการมีช่วงเวลาดีๆ และผมก็แชร์โมเมนต์เหล่านั้นผ่านโซเชียลมีเดียอยู่เรื่อยๆ ด้วย ผมคิดว่าทั้งสองแบรนด์เห็นความลงตัวระหว่างกันและตัดสินใจที่จะร่วมงานกัน ซึ่งเราก็แฮปปี้มากจริงๆ ผมคิดว่าแคมเปญนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากเพราะมันแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตแบบชาวอิตาเลียนมากขึ้นเล็กน้อย มันลงตัวกับผมมาก เพราะโดยธรรมชาติและไลฟ์สไตล์ของผมนั้นสอดคล้องกับค่านิยมของแบรนด์ Peroni Nastro Azzurro 0.0% ที่ต้องการให้คนเราได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้สุดทาง
ปรัชญาของ Peroni Nastro Azzurro 0.0% คือใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ทุกขณะ แล้วคุณมีแนวทางในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ทั้งบนสนามแข่งและนอกสนามแข่งได้อย่างไร
ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนของการใช้ชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญ ช่วงเวลาที่เรียบง่ายร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูงมักจะน่าจดจำที่สุดเสมอ ในฐานะนักแข่งของทีม Ferrari ผมรู้ดีว่าเวลาที่ผมมีในตำแหน่งนี้นั้นมีจำกัด ดังนั้นผมเลยโฟกัสอยู่ที่ปัจจุบันและสนุกกับทุกช่วงเวลาพิเศษนั้นที่ผมโชคดีมากที่ได้ใช้มัน
ในเวลาที่ไม่ได้อยู่ในสนามแข่งคุณชอบผ่อนคลายตัวเองอย่างไร
ผมชอบใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อน คนรัก แล้วก็สุนัข สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมชอบมากที่สุด เพราะ Formula 1 เอาเวลาในชีวิตผมไปค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ทั้งการจำลองสนามแข่ง การเตรียมการ การทำงานในโรงงาน มีงานอีเวนต์ การพบสื่อ และสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่เพิ่มเข้ามาในระหว่างการแข่งขัน ซึ่งมันทำให้เราต้องเดินทางอยู่บ่อยๆ จนแทบจะไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย ดังนั้นเมื่อมีเวลาว่าง ผมมักจะหวงแหนช่วงเวลาแห่งความเป็นส่วนตัวและการพักผ่อนนั้นมาก ซึ่งส่วนใหญ่ผมก็มักจะใช้เวลาอยู่บนเรือของผม มันเป็นที่ที่เพอร์เฟกต์ที่สุด เพราะผมได้อยู่คนเดียว ไม่ได้ถูกรบกวน และผมสามารถมีความเป็นส่วนตัวอย่างเต็มที่ที่นั่น
ลองเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความสนใจทางดนตรีที่คุณมี และช่วยบอกเราทีว่ามันมีความหมายต่อคุณอย่างไร
ดนตรีช่วยให้ผมได้หลีกหนีจากความคิดที่พลุ่งพล่าน ผมมักจะแต่งเพลงเวลาอยู่ที่บ้านหรือตอนที่รู้สึกมีแรงบันดาลใจ ดนตรีช่วยให้ผมได้ผ่อนคลายและได้คิดถึงเรื่องอื่นๆ บ้าง ซึ่งมันก็เริ่มต้นมาจาก วันหนึ่งผมโพสต์วิดีโอเพลงของตัวเองลงใน Instagram และดูเหมือนว่าผู้คนจะชอบมันและเปิด Instagram story วนซ้ำกันอยู่หลายครั้ง ผมเลยคิดได้ว่า 'ทำไมไม่ปล่อยเพลงออกมาล่ะ' เพราะทุกคนจะได้หาฟังได้ง่ายขึ้น ในเมื่อทุกคนต่างก็ชอบมันจริงๆ
สำหรับผมแล้วมันเป็นแพสชั่นล้วนๆ ถ้ามันเวิร์ก ผมก็แฮปปี้ แต่ถ้าไม่เวิร์ก มันก็ไม่ได้เปลี่ยนชีวิตผมนะ ถ้าคนอื่นสนุกกับมันด้วย นั่นคือโบนัส แต่ผมทำเพื่อตัวเอง เมื่อวานผมก็มีเพลงอยู่ในหัว ผมเลยเริ่มทำมัน โชคดีที่โรงแรมใจดีมากที่เอาเปียโนมาไว้ในห้องเพื่อให้ผมเล่นได้ ซึ่งผมก็ไม่ได้เล่นเปียโนมานานแล้ว น่าจะประมาณสองหรือสามเดือน ผมเลยนั่งอยู่ตรงนั้นกับแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม ผมใช้เวลาจำช่วงเสียงบางส่วนเอาไว้ แล้วเมื่อผมกลับถึงโมนาโก ผมจะพยายามบันทึกเสียงแบบเต็มเพลง
มีเพลงที่คุณฟังก่อนการแข่งขันบ้างไหม
มีอยู่แล้ว ถ้าผมรู้สึกเครียดๆ ผมจะฟังเพลงที่ผ่อนคลาย บางครั้งก็เป็นเพลงของตัวเองด้วย แต่ถ้ารู้สึกสงบจนเกินไป ผมจะเลือกเพลงที่ให้ความรู้สึกที่กระปรี้กระเปร่ามากกว่า และเพลงนั้นก็ไม่ใช่เพลงของผมแน่ๆ เอาจริงๆ ก็ขึ้นอยู่กับว่าผมรู้สึกอย่างไรก่อนการแข่งขัน
แล้วสำหรับการแข่งขันสุดสัปดาห์คุณรู้สึกยังไง และจะเลือกฟังอะไร
ผมรู้สึกดีมาก แต่คงต้องรอดูก่อนว่าจะฟังเพลงอะไร เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า FP1, FP2, FP3 (การฝึกซ้อมแบบอิสระ) จะเป็นอย่างไรด้วย ถ้ามันแย่มาก ฉันคงต้องฟังเพลงที่ช่วยให้สงบลงอีกสักหน่อย
คุณรู้สึกอย่างไรกับการแข่งขัน Singapore Grand Prix
การแข่งขัน Singapore Grand Prix เป็นการแข่งขันที่พิเศษและท้าทายมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่ชื้นและผังสนามแข่งในเมือง ซึ่งมันต้องใช้สมาธิอย่างมาก โดยเฉพาะในรอบสุดท้ายที่เราจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า นอกจากนี้ยังเป็นการแข่งขันที่ยาวนานที่สุดรายการหนึ่งอีกด้วย โดยอาจใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง จึงทำให้การแข่งขันยากขึ้นไปอีก นอกจากนี้สนามแข่งแห่งนี้ก็ยังเป็นสนามแข่งที่มีความชาเลนจ์อีกด้วย

Above Charles Leclerc ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ รวมถึง Tatler Singapore ณ ลานจอดรถแข่ง Formula 1 ในสิงคโปร์ (ภาพ: Scuderia Ferrari)
ด้วยความที่มันเป็นสนามแข่งในเมืองและจัดตอนกลางคืน ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถผิดพลาดได้เด็ดขาด ทำให้สุดสัปดาห์นี้เป็นสุดสัปดาห์ที่น่าสนใจมาก และเป็นหนึ่งในสนามแข่งที่ผมชอบ เพราะผมชอบสนามแข่งในเมือง และสนามแข่งในเมืองตอนกลางคืนก็ทำให้ทริปนี้พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก
คุณได้รับชัยชนะจากสนามแข่งมอนซ่าและโมนาโกในฤดูกาลนี้ ชัยชนะเหล่านั้นมีความหมายต่อคุณอย่างไร
ชัยชนะในทั้งสองรายการนี้พิเศษมาก ผมไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งผมจะชนะการแข่งขันทั้งสองรายการนี้ในปีเดียวกันได้ เพราะทั้งสองรายการนี้พิเศษมากด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน แน่นอนว่าการแข่งขันที่โมนาโกเป็นบ้านเกิดของผม ซึ่งมันพิเศษมาก และเราเคยเกือบชนะรายการนี้มาหลายปีแล้วแต่ด้วยเหตุผลบางอย่างมันยังไม่สำเร็จ นั่นทำให้ความรู้สึกอิ่มใจมันเอ่อล้นกว่าที่เคยว่าในที่สุดเราก็ได้แชมป์รายการนี้ในปีนี้
ส่วนมอนซ่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันท่วมท้นเสมอ เพราะเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (2 กันยายน) ที่มิลาน แฟนๆ จะมารวมตัวกันมากมาย และคุณจะรู้สึกได้ว่าคนทั้งอิตาลีสนับสนุนทีมนี้ อัฒจันทร์ทุกแห่งเป็นสีแดง ช่างเครื่องและวิศวกรทุกคนมีครอบครัวหรือเพื่อนอยู่บนอัฒจันทร์ ซึ่งนั่นก็สร้างความกดดันกับเรามาก แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่พิเศษมากเช่นกัน
เป้าหมายที่จะทำให้คุณก้าวไปข้างหน้าคืออะไร
ผมแค่อยากชนะการแข่งขันชิงแชมป์โลก ซึ่งนั่นคือเป้าหมายเดียวของผม โดยต้องชนะการแข่งขันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เริ่มตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้ ที่นี่ ในสิงคโปร์
แล้วคุณคิดว่าคุณสมบัติของแชมป์โลกมีอะไรบ้าง
ความอดทนและการทำงานหนักเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักแข่ง ในโลกปัจจุบันที่มีโซเชียลมีเดียและทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับ Formula 1 คุณอาจรู้สึกตื่นเต้นมากๆ หรือหมดกำลังใจมากๆ ได้อย่างรวดเร็ว และทั้งหมดนี้มันก็เกินจริงได้มากกว่าสถานการณ์ที่ควรจะเป็น หากผมมีผลงานการแข่งขันที่แย่ในสุดสัปดาห์หนึ่งของการแข่งขัน ทุกคนจะพากันพูดว่า 'โอ้พระเจ้า นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดบนเส้นทางอาชีพของ Charles' จากนั้นพอผมทำผลงานการแข่งขันได้ยอดเยี่ยม พวกเขาก็จะพูดว่า 'โอ้พระเจ้า Charles กำลังสร้างโมเมนต์ที่น่าทึ่ง ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในสายอาชีพของเขา' ดังนั้น ในฐานะนักแข่งและนักกีฬา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องวางอารมณ์ให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ และถอยห่างจากสิ่งที่คนรอบข้างรับรู้ และวิเคราะห์สถานการณ์ของเราเองให้ออกในแบบที่เป็นกลางที่สุด ไม่ปล่อยให้อารมณ์หรือสิ่งที่คนรอบข้างพูดมามีอิทธิพลกับเรา
คิดว่าสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ทีม Ferrari คว้าแชมป์ได้อีกคืออะไร
เราต้องการรถที่ดีพอที่จะคว้าแชมป์ได้อย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่เราจะพัฒนาตัวเองได้ แต่ก็ยังมีงานต้องทำอีกมากเมื่อเทียบกับทีม McLaren และ Red Bull
ตอนนี้คุณอยู่ห่างจากอันดับที่ 2 เพียง 19 คะแนนเท่านั้น คิดเห็นอย่างไรกับแมทช์ชิงแชมป์
ผมคงโฟกัสไปที่การคว้าชัยชนะในการแข่งขันมากกว่าการคว้าอันดับที่สองนะ เพราะอันดับที่สองไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นเท่าไรนัก เพราะถ้าไม่ชนะมันก็แพ้ไปเลย เราก็ดูกันไปทีละการแข่งขัน และเล็งเป้าไปที่การทำผลงานให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสุดสัปดาห์นี้
This story was originally written in English by Annabel Tan.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2024 โดย Annabel Tan โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
The Fast Lane: รวม 8 สารคดี Formula 1 ที่คนรักความเร็วพลาดไม่
รวมกิจกรรมตลอด 10 วัน ทั่วเกาะสิงคโปร์ กับงาน Grand Prix Season Singapore (GPSS) 2024
TADA แพลตฟอร์มบริการเรียกรถจากสิงคโปร์ ที่ไม่คิดค่าคอมมิชชั่น




