ตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่ปารีส มหานครแห่งแสงสี ปลายทางที่โด่งดังระดับโลก ซึ่งกำลังเป็นจุดศูนย์กลางการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โอลิมปิกฤดูร้อน 2024 อีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ที่สะกดสายตาชาวโลกและจุดประกายในหัวใจของเราด้วยแพสชั่นในการแสวงหาสันติภาพ
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงปารีสในปีนี้ เป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 100 ปีของปารีส สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตของการคืนสู่เหย้าในครั้งนี้คือ ปารีสเป็นบ้านเกิดของ Pierre de Coubertin บารอนผู้ก่อตั้งขบวนการโอลิมปิกที่นำมหกรรมการแข่งขันกีฬาสุดยิ่งใหญ่นี้มาสู่สายตาและหัวใจของคนทั้งโลก
โดยผู้ที่เป็นหัวหน้าคณะกรรมการจัดงานปารีส 2024 ในครั้งนี้คือ Tony Estanguet อดีตแชมป์โอลิมปิก 3 สมัยและนักพายเรือแคนูสลาลอมชาวฝรั่งเศสผู้โด่งดัง ทั้งยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) จึงไม่น่าแปลกใจที่เขามุ่งมั่นในการรังสรรค์พิธีเปิดที่ตระการตาที่สุดและมีเอกลักษณ์ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โอลิมปิก
“ระหว่างฝรั่งเศสกับ [โอลิมปิก] มีเรื่องราวของความรักอันยิ่งใหญ่ เรื่องราวความรักนี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อเกือบ 130 ปีที่แล้ว ห่างจากที่นี่เพียงไม่กี่กิโลเมตร บนอัฒจันทร์ของมหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ เมื่อ Pierre de Coubertin เสนอให้กีฬาโอลิมปิกโบราณได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง” Tony Estanguet กล่าวในสุนทรพจน์ของเขาในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส ซึ่งพิธีเปิดนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ท่ามกลางสายฝนโปรย ทัพนักกีฬาเกือบ 11,000 ชีวิต และผู้ชมกว่า 300,000 คน ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ในหลากหลายสถานที่ ตั้งแต่แม่น้ำแซนและสวนทรอกาเดโร ไปจนถึงสวนตุยเลอรี ยังไม่รวมถึงทีมนักกีฬาโต้คลื่นที่เตรียมตัวอยู่ในตาฮิติเพื่อการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: 10 สิ่งแรกในประวัติศาสตร์และดีเทลที่ห้ามพลาดในงานโอลิมปิก ปารีส 2024

Above Thomas Bach ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) กำลังมอง Tony Estanguet ประธานจัดงานปารีส 2024 กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2024 ที่ปารีส (ภาพ: Joel Marklund / PA Images / Getty Images)
พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปารีสในปีนี้มีอาสาสมัครกว่า 45,000 คนเข้าร่วม และได้รับการขนานนามโดยผู้บรรยายสดของพิธีการว่านี่คือ “โชว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ่งพิธีเปิดครั้งนี้คือการแสดงที่ผสานเอาหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสในแง่มุมต่างๆ มาบอกเล่าให้ผู้ชมได้สัมผัส พร้อมความตระการตาจากโชว์ของเหล่าศิลปินชื่อดังผู้เปล่งประกายโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น Celine Dion, Lady Gaga หรือศิลปินและนักสร้างสรรค์ชาวฝรั่งเศสอีกหลายคน พร้อมกันนี้ยังมีการนำคุณค่าและวัฒนธรรมความเป็นฝรั่งเศสและยุโรปมาถ่ายทอดผ่านศิลปะการแสดงที่ผสานการเฉลิมฉลองเข้ากับฉากสะเทือนอารมณ์
“การแบ่งปัน นั่นคือวิสัยทัศน์ที่ Thomas Bach มอบให้เราในงาน Paris 2024 ซึ่งในค่ำคืนนี้ เราทุกคนสามารถภาคภูมิใจกับความสำเร็จที่เรามีร่วมกันได้แล้ว” Tony Estanguet กล่าวเสริม
Thomas Bach ประธาน IOC ยังได้กล่าวแสดงความยินดีและขอบคุณผู้จัดการแข่งขัน นักกีฬา และผู้ชมการแข่งขันในปีนี้อีกด้วย โดยงานนี้ไม่ใช่แค่การทำให้พิธีเปิดการแข่งขันอันน่ายินดีมีโมเมนต์ที่น่าจดจำเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะความปรารถนาอันแรงกล้าที่เขาอยากจะรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีแห่งโอลิมปิกอีกด้วย
“ในโลกที่ผู้คนแตกแยกกันด้วยสงครามและความขัดแย้ง ต้องขอบคุณความสามัคคีที่นำเราทุกคนมารวมตัวกันในคืนนี้ได้ โดยรวบรวมนักกีฬาจากหลากหลายดินแดนของเหล่าคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติทั้ง 206 ประเทศ รวมทั้งทีมโอลิมปิกผู้ลี้ภัยของ IOC"
ด้านล่างนี้คือไฮไลต์ของพิธีเปิดโอลิมปิกที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ซึ่งคุณจะต้องจดจำโมเมนต์เหล่านี้ไปอีกนาน
อ่านเพิ่มเติม: คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กับบทบาทผู้หญิงไทยคนแรกในคณะกรรมการโอลิมปิกสากล
Teddy Riner และ Marie-José Pérec ตัวแทนจุดกระถางคบเพลิง 'บอลลูนลมร้อน'

Above สองตัวแทนผู้เชิญคบเพลิงคนสุดท้าย นักกีฬากรีฑาประเภทลู่และประเภทลานชาวฝรั่งเศส Marie-José Pérec และผู้ฝึกสอนยูโดชาวฝรั่งเศส Teddy Riner เดินเพื่อจุดกระถางคบเพลิงโอลิมปิกที่สวน Tuileries ระหว่างพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปารีส 2024 (ภาพ: Carl Recine / Getty Images)
ด้วยมรดกแห่งวงการภาพยนตร์ที่ตกทอดมายาวนาน พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปารีส 2024 จึงเริ่มต้นด้วยภาพยนตร์ที่อัดแน่นไปด้วยไอเดียแสนสร้างสรรค์และชาญฉลาด ที่ไฮไลต์ถนนที่มีชื่อเสียงหลายๆ สายของปารีส รวมถึงนักกีฬาฟุตบอลชื่อดังอย่าง Zinedine Zidane ซึ่งเป็นตัวแทนถือคบเพลิงต่อจากผู้ถือคบเพลิงนิรนาม แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ไม่ได้เปิดพิธีในสนามกีฬา Stade de France จากนั้นเขาได้ส่งต่อคบเพลิงนี้แก่เด็กชายสองคนที่กระโดดขึ้นเรือ เป็นฉากที่ชวนให้นึกถึง Phantom of the Opera ละครเพลงจากนวนิยายของ Gaston Leroux เมื่อเด็กๆ เดินทางไปยังแม่น้ำแซน นอกจากนี้ สะพาน Austerlitz ก็มีการจุดพลุควันขึ้นเป็นสีธงชาติฝรั่งเศสด้วย
ตามมาด้วยการส่งต่อคบเพลิงผ่านภาพยนตร์ตลอดระยะเวลาของพิธีเปิด Joan of Arc ภาพแทนแห่งสันติภาพของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปารีส 2024 ปรากฏตัวขึ้นในชุดเกราะโลหะสีเมทัลลิก อย่างสง่างามในช่วงสุดท้ายของการแสดง วีรสตรีบนหน้าประวัติศาสตร์คนนี้ขี่ม้าสวมหน้ากากเหล็ก มาพร้อมกับธงโอลิมปิกซึ่งออกแบบโดย Pierre de Coubertin สวมเป็นเสื้อคลุมขณะขี่ม้าจากแม่น้ำแซนไปยังสวน Trocadéro จากนั้นเธอก็ถือธงโอลิมปิกอีกผืนในมือ เดินทางผ่านทางเดินรูปทรงหอไอเฟลและเวทีที่อยู่ในสวน ก่อนจะถูกเชิญขึ้นสู่ยอดเสาพร้อมเพลงประจำการแข่งขันที่ขับร้องโดยเหล่าผู้เข้าร่วม นำโดยคณะนักร้องประสานเสียง Radio France Choir และวงออร์เคสตราแห่งชาติฝรั่งเศส
หลังจบการกล่าวสุนทรพจน์ของ IOC, การมอบรางวัลลอเรลโอลิมปิก และคำปฏิญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักกีฬาโอลิมปิกที่ปารีส 2024 Zinedine Zidane ก็ขึ้นไปบนเวทีเพื่อรับคบเพลิงโอลิมปิกจากผู้เชิญคบเพลิงที่สวมหน้ากาก ซึ่งเป็นคนเชิญคบเพลิงในระหว่างขบวนพาเหรดนักกีฬาที่แม่น้ำแซน โดย Zinedine Zidane ส่งต่อคบเพลิงนี้ให้ Rafael Nadal ซึ่งนำคบเพลิงลงเรือร่วมกับเหล่านักกีฬาชื่อดัง Serena Williams (นักเทนนิส), Carl Lewis (นักกรีฑา) และ Nadia Comaneci (นักยิมนาสติก) จากแม่น้ำแซนไปสู่ถนนในกรุงปารีส
คบเพลิงถูกส่งต่อไปยัง Amélie Mauresmo อดีตนักเทนนิสหญิงมือวางอันดับหนึ่งของโลก เพื่อเชิญคบเพลิงไปที่สวน Tuileries ซึ่งมี Tony Parker นักบาสเก็ตบอล NBA ดาวรุ่งรอรับช่วงต่ออยู่ ก่อนที่เขาจะนำส่งคบเพลิงนี้ให้กับนักกีฬายอดนิยมคนอื่นๆ ที่เรียงแถวรออยู่บริเวณพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ การถือคบเพลิงยังคงดำเนินต่อไปที่สวน Tuileries โดยมีนักกีฬาระดับตำนาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Charles Coste แชมป์โอลิมปิกชาวฝรั่งเศสที่อายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่อีกด้วย
ก่อนที่ในท้ายที่สุด Teddy Riner นักกีฬายูโดระดับตำนาน และ Marie-José Pérec นักกรีฑาชื่อดัง จะรับหน้าที่เป็นตัวแทนจุดไฟในกระถางคบเพลิงโอลิมปิก ซึ่งมาในรูปของบอลลูนลมร้อนสีเงินที่มีกลไกเปล่งแสงสีท่องเมื่อถูกจุดคบเพลิง นี่คือนัยในการยกย่องสองพี่น้องชาวฝรั่งเศส Joseph-Michel Montgolfier และ Jacques-Étienne Montgolfier ผู้คิดค้นบอลลูนลมร้อนที่ใช้งานได้จริงลำแรกของโลก การจุดไฟในกระถางคบเพลิงครั้งประวัติศาสตร์นี้สะท้อนความเท่าเทียมทางเพศ (แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์โอลิมปิกก็ตาม) อีกทั้งโมเมนต์สุดแสนประทับใจนี้ก็มีเพลง Hymne à l'amour ของ Édith Piaf บรรเลงควบคู่ไปด้วย
อ่านเพิ่มเติม: 6 ประเภทกีฬาที่หญิงและชายแข่งบนสนามเดียวกัน ด้วยกติกาเดียวกัน
พาเหรดนักกีฬาจากหลากสัญชาติบนแม่น้ำแซน

Above พลุควันสามสีตามธงชาติของฝรั่งเศส ถูกจุดขึ้นบนสะพาน Austerlitz ในระหว่างพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปารีส 2024 (ภาพ: Ann Wang - Pool / Getty Images)
แม่น้ำแซนความยาว 776 กิโลเมตร กลายเป็นเวทีหลักของพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส เมื่อทัพนักกีฬาจากประเทศต่างๆ ล่องเรือผ่านเส้นทางนี้เพื่อมุ่งสู่สวน Trocadéro ขบวนแห่ในน้ำเคลื่อนไปพร้อมกับการแสดงแบบคาร์นิวัล รวมถึงการจำลองการแข่งขันกีฬาบางรายการในโอลิมปิก แม่น้ำแซนถูกใช้เป็นสถานที่จัดแสดงโชว์ที่แสนตระการตา ทั้งการแสดงน้ำพุเต้นระบำ และพลุควันธงชาติฝรั่งเศส
แม่น้ำแซนแห่งนี้ได้ชื่อมาจาก Sequena เทพแห่งแคว้นกอลิคซึ่งมีตำนานเล่าถึงที่มาที่ไปว่าทำไมแม่น้ำสายนี้จึงมีความเกี่ยวข้องกับพลังมหัศจรรย์ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ
ตลอดช่วงการแสดง 'Parade of Nations' (ขบวนพาเหรดนักกีฬา) เราจะเห็นผู้ถือคบเพลิงสวมหน้ากากแสดงท่าทางผาดโผน เช่นการโหนสลิงลงไปยังแม่น้ำแซน ขณะที่เหล่านักเต้นกว่า 80 ชีวิต ก็ทำการแสดงแสนเย้ายวนให้เหล่าผู้รับชมได้ดูพร้อมดนตรีแจ๊สร่วมสมัย ดิสโก้ และโชว์การแสดงคาบาเร่ต์แบบฝรั่งเศส รวมถึงการแสดงแคนแคน เหล่านักดนตรีออร์เคสตราบรรเลงเครื่องสายขับกล่อมฝูงชนจากหน้าต่างอาคารรอบๆ แม่น้ำแซน ชวนให้นึกถึงวิธีที่ชาวยุโรปรับมือกับสถานการณ์ในช่วงล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ถ้าใครเป็นแฟนของแฟรนไชส์วิดีโอเกม Assasin's Creed คงอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงตัวละครหลักในเกมอย่าง Arno กับนักกีฬาปาร์กูร์สวมหน้ากากที่ถือคบเพลิงกระโดดข้ามหลังคาบ้านเรือนในกรุงปารีสตลอดทั้งการแสดงองก์นี้ ซึ่ง Ubisoft ผู้พัฒนาเกมที่อยู่เบื้องหลังแฟรนไชส์ Assasin's Creed ได้ออกมาโพสต์ชวนให้คนคาดเดามากขึ้นผ่านบัญชี X ว่า “ลองจับตาดูหลังคาบ้านเรือนในปารีสให้ดี เพราะ Arno อาจจะกำลังเฝ้าดูจากเบื้องบน”
การแสดงสุดพิเศษจาก Lady Gaga, Celine Dion และศิลปินอีกมากมาย

Above การแสดงคาบาเร่ต์จาก Lady Gaga (ภาพ: Maja Hitij / Getty Images)

Above การแสดงของ Celine Dion บนหอไอเฟลในพิธีเปิดโอลิมปิก 2024 (ภาพ: บันทึกหน้าจอโดย IOC / Getty Images)
หลากหลายการแสดงโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้พิธีเปิดโอลิมปิกครั้งนี้แสดงความยิ่งใหญ่ออกมาได้อย่างแท้จริง ทั้ง Lady Gaga ที่เปิดการแสดงริมแม่น้ำแซนด้วยโชว์เพื่อฉลองศาสตร์การแสดงแบบฝรั่งเศสอย่างคาบาเร่ต์ที่ทั้งร้อนแรงและเรียบหรู เธอร้องเพลง Mon truc en plumes เพลงคลาสสิกของฝรั่งเศสโดย Zizi Jeanmaire ขณะยืนอยู่บนบันไดขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Grand Palais เธอกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมด้วยคำทักทายเสียงดังว่า “Bonsoir, bienvenue à Paris!” [สวัสดีตอนเย็น ยินดีต้อนรับสู่ปารีส!]
วงดนตรีเมทัลจากฝรั่งเศส Gojira แสดงเพลง Ah, ça ira ที่ Conciergerie พระราชวังในยุคกลาง เสริมด้วยเพลงโอเปร่า L'amour est un oiseau rebelle หรือที่รู้จักในชื่อ La Habanera จาก Carmen ของ Georges Bizet โดยนักร้องสวมบทบาท Marie Antoinette ถือศีรษะในชุดสีแดง
หลังจากการแสดงอันร้อนแรงของ Gojira ก็ยังมีนักร้องป๊อปสตาร์ชื่อดัง Aya Nakamura ที่โชว์การแสดงอันน่าตื่นตาบน Pont des Arts พร้อมวงออร์เคสตราของ French Republican Guard และนักร้องประสานเสียง 36 คนจากกองทัพฝรั่งเศส ในเพลง Pookie, Djadja, For Me Formidable ของ Charles Aznavour และ La Bohème
Alexandre Kantorow นักเปียโนชาวฝรั่งเศสคนแรกที่คว้าเหรียญทองในการแข่งขัน Tchaikovsky Competition ซึ่งเขาได้รับรางวัลกรังด์ปรีซ์ในงานนั้นด้วย เขาได้นำผลงานของ Maurice Ravel อันเป็นที่รักสองสามบทเพลงมาร่วมแสดง
แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ชมที่แม่น้ำแซนต้องตะลึงคือการมาถึงของธงชาติฝรั่งเศสและการร้องเพลงชาติฝรั่งเศส รวมถึง La Marseillaise ท่ีเรียบเรียงใหม่โดยนักแต่งเพลง Victor le Masne เพื่องานนี้โดยเฉพาะ ขับร้องนำโดยนักร้องโอเปร่า Axelle Saint-Cirel จากบนหลังคาของ Grand Palais สวมชุดที่ได้แรงบันดาลใจจากธงชาติฝรั่งเศสออกแบบโดย House of Dior ขณะเดียวกัน กองกำลังรักษาการณ์ของพรรครีพับลิกันก็ได้ชูธงชาติฝรั่งเศสที่สวน Trocadéro ขณะที่พิธีเปิดก็ยังคงดำเนินต่อไป
Above Celine Dion ร้องเพลง 'Hymne à l'amour' ของ Édith Piaf ขณะที่กระถางคบเพลิงโอลิมปิกส่องสว่างไปทั่วกรุงปารีส
การแสดงสุดพิเศษที่ทำให้ค่ำคืนนี้น่าจดจำ คงหนีไม้พ้นการขับร้องบทเพลง Hymne à l'amour อันทรงพลังของ Celine Dion ในเวลาเดียวกันกับที่กระถางคบเพลิงโอลิมปิกถูกจุดขึ้น และส่องแสงสว่างไปทั่วทั้งปารีสและแลนด์มาร์กสุดไอคอนิกของเมือง โดยในเดือนเดียวกันนี้ นักร้องดีว่าชาวแคนาดาก็ได้ปล่อยสารคดีของเธอที่แสดงให้เห็นการต่อสู้อันยาวนานของเธอกับโรค Stiff Person Syndrome ซึ่งเป็นภาวะทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุกและแข็งเกร็ง
หลังจากห่างหายจากแสงสปอตไลท์ไปถึงหนึ่งปีครึ่ง Celine Dion กลับมาร้องเพลงที่ท้าทายนี้อย่างกล้าหาญเพื่อปิดท้ายการเฉลิมฉลองยามเย็นนี้ ผ่านตัวโน้ตที่สะเทือนอารมณ์แต่เปี่ยมด้วยความหวัง ตามแบบฉบับนักร้องดีว่าที่เธอเป็น เวทีของเธอในครั้งนี้คือหอไอเฟลที่สว่างไสวนั่นเอง
กระเป๋าใส่เหรียญโอลิมปิกได้รับการออกแบบและตัดเย็บโดย Louis Vuitton
Above Louis Vuitton แบรนด์แฟชั่นหรูจากฝรั่งเศส ออกแบบกระเป๋าทรังก์สำหรับใส่เหรียญรางวัลโอลิมปิก 2024 โดยแต่ละชิ้นจะมีชิ้นส่วนของหอไอเฟลประกอบอยู่
สำหรับโอลิมปิกปารีส 2024 ผู้ชนะจะได้รับเหรียญรางวัลพร้อมชิ้นส่วนหอไอเฟลประกอบในนั้น โดย Louis Vuitton แบรนด์แฟชั่นหรูของฝรั่งเศสที่โด่งดัง จะบรรจุเหรียญรางวัลอันล้ำค่าเหล่านี้ไว้ด้วยกระเป๋าทรงทรังก์ที่ออกแบบและตัดเย็บขึ้นเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยในภาพยนตร์พิธีเปิดแสดงให้เห็นถึงความมีศิลปะและความทุ่มเทของ Louis Vuitton ในโปรเจ็กต์โอลิมปิกอันยิ่งใหญ่นี้
ศิลปะ ดนตรี และสถาปัตยกรรมที่ไม่ควรพลาด
พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปารีสในปีนี้ ถือเป็นพิธีเปิดที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดครั้งหนึ่ง เนื่องจากเป็นการเน้นย้ำให้เห็นสิ่งที่ดีที่สุดของฝรั่งเศสในทุกแง่มุมทั้งด้านศิลปะ ดนตรี วรรณกรรม และสถาปัตยกรรม
งานศิลปะที่มีชื่อเสียงจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่อย่างอุตสาหะ ผ่านฝีมือเหล่านักแสดงในฉากริมแม่น้ำแซน ซึ่งปลุกชีพบรรดางานศิลปะขึ้นมาทั้ง Portrait of Madeleine ของ Marie-Guillemine Benoist, ภาพ Gabrielle d’Estrées and One of Her Sisters โดยศิลปินที่ไม่รู้จัก, ภาพนูนของ Seti I and Hathor, ภาพเหมือนของ Shah Abbas I and His Page และ The Card Sharp with the Ace of Diamonds ของ Georges de la Tour
เหตุการณ์ขโมยภาพ Mona Lisa ในปี 1911 ถูกทำให้เกิดขึ้นอีกครั้งในภาพยนตร์ประกอบพิธีเปิดโดยผู้ถือคบเพลิงสวมหน้ากาก
ในขณะเดียวกันการอ้างอิงถึง Quasimodo จากผลงานอันโด่งดังของ Victor Hugo เรื่อง The Hunchback of Notre-Dame แสดงให้เห็นอาสนวิหารอันโด่งดังซึ่งอยู่ระหว่างการบูรณะใหม่ อีกหนึ่งผลงานอันทรงเกียรติอีกของ Victor Hugo อย่าง Les Misérables ได้นำมาแสดงในพิธีครั้งนี้ด้วย โดยมีหนึ่งในเพลงไอคอนิกของมิวสิคัลท่ีดัดแปลงมาจากนิยายอย่าง Do You Hear the People Sing? ดังก้องไปทั่วเมือง การแสดงชุดนี้ถูกจัดขึ้นอย่างเหมาะสมที่ Théâtre du Chatelet
สุดท้ายนี้การแสดงองก์นี้มีการสรรเสริญอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฝรั่งเศสเอาไว้ด้วย โดยมีการแสดงแอนิเมชั่นที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษของเหล่ามินเนี่ยนจากภาพยนตร์แฟรนไชส์ Despicable Me โดยที่ตัวละครที่น่ารักเหล่านี้พยายามจะเล่นกีฬาต่างๆ ขณะอยู่ในเรือดำน้ำ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีเรื่องป่วนๆ ตามมา สิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกจุดหนึ่งคือการอ้างอิงถึง Arrival of a Train at La Ciotat Station ของพี่น้อง Lumiere และผลงานแนวไซไฟสุดคลาสสิกของ Georges Méliès เรื่อง A Trip to the Moon
เหล่าคนดังที่ตบเท้าร่วมงาน ทั้งถือคบเพลิงและร่วมเดินพรมแดง

Above ทัพนักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทยในพาเหรดนักกีฬาบนเรือล่องแม่น้ำแซน (ภาพ: Pool / Getty Images)
นอกจาก Rafael Nadal และ Serena Williams แล้ว ยังมีคนดังอีกหลายคนที่ถูกพบเห็นในพิธีเปิดงานกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส ทั้ง Michael Phelps นักว่ายน้ำโอลิมปิกที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งของโลกยืนอยู่บนแท่นลอยน้ำที่แม่น้ำแซน, Snoop Dogg แร็ปเปอร์ชื่อดังก็ร่วมปาร์ตี้อย่างสนุกสนานข้างพิธีเปิด, ตัวแทนความภาคภูมิใจของสหราชอาณาจักรอย่าง Tom Daley ก็มีผู้พบเห็นเขาทำท่าโพสสุดไอคอนิกจากภาพยนตร์เรื่อง Titanic ขณะที่ขบวนแห่ของทีมชาติอังกฤษแล่นผ่านแม่น้ำแซน, Giannis Antetokounmpo แชมป์ NBA และ MVP 2 สมัยกับทีม Milwaukee Bucks โบกธงกรีซอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับนักกรีฑาประเภทเดิน Antigoni Drisbioti (ตามธรรมเนียมแล้ว ประเทศกรีซจะต้องเป็นผู้นำขบวนพาเหรดนักกีฬา), Lebron James ซูเปอร์สตาร์นักบาสเกตบอลระดับโลก อดีตแชมป์โอลิมปิก 2 สมัย และแชมป์ NBA 4 สมัย คือตัวแทนผู้ถือธงชาติสหรัฐอเมริกาฝั่งชาย ร่วมกับ Coco Gauff นักเทนนิสผู้คว้าแชมป์ US Open ปี 2023
ผู้ถือธงชาติฝั่งเอเชียที่นำทัพทีมชาติของตน ได้แก่ Edgar Cheung แชมป์ฟันดาบของฮ่องกง และ Siobhan Haughey นักว่ายน้ำ, Nur Shazrin Mohamad Latif นักกีฬาเรือใบของมาเลเซีย และ Bertrand Rhodict Lises นักดำน้ำ ฝั่งของฟิลิปปินส์ได้สองแชมป์มวยอย่าง Nesthy Petecio และ Carlo Paalam เป็นผู้ถือธง ส่วนสิงคโปร์มี Shanti Pereira ตัวแทนนักวิ่ง และนักกีฬาเรือใบ Ryan Lo ส่วนไต้หวันได้นักกีฬาแบตมินตันหญิงตัวท็อป Tai Tzu-ying และนักกีฬาเบรกกิ้ง Sun Chen และแน่นอนว่าประเทศไทยก็ได้สองนักกีฬาสเก็ตบอร์ดรุ่นใหม่อย่าง เอสที วารีรยา สุขเกษม และ บิว ภูริพล บุญสอน นักวิ่งทีมชาติไทย นำทัพถือธงไตรรงค์
การยกย่องสตรีผู้เปลี่ยนชีวิตผู้คนทั่วโลก
💛 A tribute to 10 golden heroines of French history.
– การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (@Olympics) 26 กรกฎาคม 2024
Olympe de Gouges, Alice Milliat, Gisèle Halimi, Simone de Beauvoir, Paulette Nardal, Jeanne Barret, Louise Michel, Christine de Pizan, Alice Guy และ Simone Veil #Paris2024 #พิธีเปิด pic.twitter.com/VeUCrrDJ5q
นอกจากจิตวิญญาณแห่ง ความเป็นพี่น้อง ของชาวฝรั่งเศส (ภราดรภาพ) ที่ถูกไฮไลต์ในพิธีเปิดครั้งนี้แล้ว ก็ยังมีการให้ความสำคัญกับ sororité (sisterhood) อีกด้วย โดยเพลงชาติฝรั่งเศสถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการรวมเป็นหนึ่งเดียวและการเรียกร้องการแสดงความเคารพต่อสตรีในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ผ่านการเปิดตัวรูปปั้นทองคำ 10 ตัว ที่โผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำแซน ทั้งนักเขียนบทละคร Olympe de Gouges, ผู้บุกเบิกกีฬาสตรี Alice Milliat, นักกิจกรรมและนักการเมือง Gisèle Halimi, นักปรัชญาและนักเขียน Simone de Beauvoir, ผู้ร่วมก่อตั้งขบวนการทางปัญญา Negritude Paulette Nardal, นักเดินทาง Jeanne Barret, อาจารย์ Louise Michel, กวี Christine de Pizan, ผู้กำกับภาพยนตร์ Alice Guy และผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และประธานาธิบดีหญิงคนแรกของรัฐสภายุโรป Simone Veil
การยกย่องฝรั่งเศสในฐานะเมืองแฟชั่น
ท่ามกลางแฟชั่นการปาร์ตี้สไตล์ยุโรป Debilly Footbridge กลายเป็นไฮไลต์สำคัญของโชว์การแสดงจากดีเจและโปรดิวเซอร์เพลงชาวฝรั่งเศส Barbara Butch ในเวลาเดียวกันดีไซเนอร์รุ่นใหม่ชาวฝรั่งเศสก็ได้อวดฝีมือผ่านผลงานออกแบบเสื้อผ้าให้เหล่าคนดัง รวมทั้ง Bebe Vio นักกีฬาฟันดาบพาราลิมปิกชาวอิตาเลียนก็เข้ามาร่วมในวงนี้ด้วย และปารีสก็กลายเป็นแคตวอล์กไปในพริบตา (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก)
“เรายืนหยัดและเรียกร้องสันติภาพ”

Above ตัวแทนนักกีฬาจากแต่ละประเทศถือธงชาติในพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส (ภาพ: Stephanie Lecocq / Pool / Getty Images)
เมื่อเพลง Imagine ของ John Lennon ที่ขับร้องโดย Juliette Armanet ดังขึ้นพร้อมฝีมือการบรรเลงเปียโนของ Sofian Pamart ก็แสดงให้เห็นได้ในทันทีว่างานพิธีการในครั้งนี้กำลังพาเราไปสู่เป้าหมายเพื่อการเห็นแก่ส่วนรวมมากขึ้น เพลงนี้ยังย้ำเตือนให้ผู้ที่เข้าร่วมทุกคนเห็นถึงความเปราะบางของโลกในขณะที่เหล่านักเต้นค่อยๆ กระจายตัวออกไป
ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม 2016 คณะกรรมการ IOC นำโดย Thomas Bach ได้จัดตั้งทีมนักกีฬาโอลิมปิกผู้ลี้ภัยเพื่อจุดประกายความหวังในหมู่ผู้พลัดถิ่นทั่วโลก และสร้างความตระหนักรู้ถึงวิกฤติผู้อพยพในยุโรป โดยที่ขบวนพาเหรดนักกีฬาปีนี้ ทีมโอลิมปิกผู้ลี้ภัยซึ่งใช้รหัสว่า EOR (Équipe Olympique des réfugiés) ล่องเรือตามประเทศกรีซ โดยมีทุกประเทศที่เข้าร่วมส่งเสียงเชียร์พวกเขา
ความพยายามนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากความคิดริเริ่มของ Filippo Grandi ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติคนที่ 11 ผู้รับมอบรางวัลโอลิมปิกลอเรลในพิธีเปิดอย่างนอบน้อม
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่ายกย่องของพิธีเปิดครั้งนี้คือ โมเมนต์ที่หอไอเฟลสว่างไสวพร้อมกับเพลงป๊อปยูโรดิสโก้อันโด่งดัง โดยมีนักเต้นบางคนก็แปลเพลงเป็นภาษามืออเมริกันไปตามจังหวะของเพลงด้วย
ถ้าต้องพูดถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก ผู้จัดงานโอลิมปิกครั้งนี้ได้ก้าวไปอีกขั้นในการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการจัดหาพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมาใช้สำหรับสนามกีฬาทุกแห่งในการแข่งขัน, ระบบทำความเย็นใต้พิภพของหมู่บ้านโอลิมปิก, อาหารทำจากพืชสำหรับเหล่านักกีฬา, การใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ทั่วสถานที่จัดงาน และการสร้างความมั่นใจว่าสถานที่จัดการแข่งขันชั่วคราวต่างๆ จะสามารถรื้อถอนและนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างง่ายดายภายหลังการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และปัจจัยด้านความยั่งยืนอื่นๆ อีกมากมาย
“เราทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ครอบคลุมมากขึ้น ทันสมัยมากขึ้น เด็กลงกว่าเดิม และยั่งยืนกว่าเดิม ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่มีความเท่าเทียมทางเพศอย่างเต็มรูปแบบในสนามแข่งขันด้วย” Thomas Bach กล่าวในสุนทรพจน์ของเขา
“...ความฝันของเรากำลังจะเป็นจริงในค่ำคืนนี้ ความจริงที่ทุกคนจะได้เห็น นักกีฬาโอลิมปิกจากทั่วทุกมุมโลกแสดงให้เห็นแล้วว่ามนุษย์เรานั้นยิ่งใหญ่เพียงใด” เขากล่าวต่อ “เราจึงขอเชิญชวนทุกคนร่วมฝันไปกับเรา เช่นเดียวกับเหล่านักกีฬาโอลิมปิก ขอให้ได้แรงบันดาลใจจากความสุขที่มีเพียงกีฬาเท่านั้นที่จะมอบให้เราได้ ให้เราเฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งโอลิมปิกแห่งการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในฐานะมนุษยชาติ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี้จะหลอมรวมความหลากหลายของเรา... ให้เราเฉลิมฉลองความสุขของการเล่นกีฬานี้ร่วมกับนักกีฬาทุกคน จงมีศรัทธาในอนาคต เรามาเฉลิมฉลองสิ่งที่ดีที่สุดของมนุษยชาติที่มีร่วมกัน” เขากล่าวก่อนสรุปสุนทรพจน์
This story was originally written in English by Franz Sorilla IV.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2024 โดย Franz Sorilla IV โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
คู่มือท่องปารีสในช่วงโอลิมปิกฤดูร้อน 2024
รู้จักตัวแทนนักกีฬาไทย ที่เตรียมไปชิงเหรียญทองกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส




