ในปี 2024 iPhone 15 ของ Apple กลายเป็นสมาร์ตโฟนที่ขายดีที่สุดทั่วโลกตามรายงานจากบริษัทวิจัยตลาด Canalys ขณะที่ Samsung ครองสามอันดับในท็อป 10
ในปี 2024 iPhone 15 ของ Apple กลายเป็นสมาร์ตโฟนที่ขายดีที่สุดทั่วโลกตามรายงานจากบริษัทวิจัยตลาด Canalys ถึงแม้ว่าการส่งออกสมาร์ตโฟนทั้งหมดของ Apple จะลดลงเล็กน้อย 1% ซึ่งคิดเป็นยอดรวม 225.9 ล้านเครื่องในปีนี้ แต่ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีก็ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดไว้ได้ ส่วน Samsung ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยมี 3 รุ่นที่ติดอันดับสมาร์ตโฟนที่ขายดีที่สุดในท็อป 10
Apple ครองตลาดด้วยการมี iPhone มากถึง 7 รุ่นในท็อป 10 สมาร์ตโฟนที่ขายดีที่สุดในปี 2024 การส่งออกสมาร์ตโฟนทั่วโลกเติบโตขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) โดยมีจำนวนรวม 1.22 พันล้านเครื่อง ซึ่งเป็นการฟื้นตัวครั้งแรกหลังจากสองปีของการลดลงอย่างต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม: Apple เปิดตัว iPhone 16 พร้อมกัน 4 รุ่น มีอะไรใหม่บ้าง?
Apple ยังคงครองตลาดสมาร์ตโฟนได้อย่างต่อเนื่อง โดยครองอันดับหนึ่งในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 23% ที่ได้รับแรงหนุนจากความนิยมของซีรีส์ iPhone 16 ทั้งนี้ iPhone 15 ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2023 ได้ครองตำแหน่งสมาร์ตโฟนที่ขายดีที่สุดของปี รองลงมาคือ iPhone 16 Pro Max และ iPhone 15 Pro Max ที่อยู่อันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ ส่วน iPhone 16 Pro ติดอันดับ 5 แสดงถึงการครองตลาดสมาร์ตโฟนระดับพรีเมี่ยมของแบรนด์ ที่น่าสนใจคือ iPhone 13 ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2021 ยังคงรั้งท้ายอยู่ที่อันดับ 10 ด้วยเช่นกัน

Above Samsung Galaxy S24 Ultra ติดอันดับที่ 9
ในขณะที่ Samsung ก็ตามมาติดๆ ในการส่งออกทั้งหมด โดยตัวเลขการส่งออกในปี 2024 ลดลง 1% ซึ่งคิดเป็นยอดรวม 222.9 ล้านเครื่อง ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้สามารถครอง 3 อันดับในท็อป 10 สมาร์ตโฟนที่ขายดีที่สุด โดยมี Galaxy A15 5G ที่มีราคาจับต้องได้อยู่ในอันดับที่ 4 และ Galaxy S24 Ultra ซึ่งเป็นรุ่นแฟล็กชิปของ Samsung ก็ติดอันดับ 9 แสดงถึงความสามารถของแบรนด์ในการแข่งขันทั้งในตลาดกลางและตลาดพรีเมี่ยม
อ่านเพิ่มเติม: 5 ไอเท็มสุดคูลที่จะแปลงโฉมหูฟังของคุณให้กลายเป็นเครื่องประดับชิ้นเก๋
ปี 2024 เป็นปีของการฟื้นตัวสำหรับตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลก โดย Apple และ Samsung เป็นผู้นำทางในการเปลี่ยนแปลงนี้ ขณะที่ iPhone 15 ของ Apple ได้ครองตำแหน่งสูงสุด แต่ Samsung ก็ยังคงรักษาสถานะในตำแหน่งท็อปด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ของตน ขณะที่อุตสาหกรรมก้าวเข้าสู่ปี 2025 แบรนด์ต่างๆ จะต้องรับมือกับความซับซ้อนมากขึ้นเพื่อรักษาการเติบโตและนวัตกรรม




