Cover การแสดง Light Mapping ในงานเทศกาลออกแบบเชียงใหม่ครั้งที่ผ่านๆมา (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)

ร่วมเดินทางไปยังเมืองเชียงใหม่ เพื่อพบกับสัปดาห์แห่งการ ปรับตัว ต่อยอด ท้องถิ่น เติบโต ที่ เทศกาลงานงานออกแบบเชียงใหม่ Chiang Mai Design Week 2023

เอาเข้าจริงแล้วคำว่า ประเทศเชียงใหม่ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เรียกตัวเองว่า วัยรุ่นมีเทสต์ เป็นคำเรียกที่ไม่ห่างไกลจากความเข้าใจของพวกเขานัก พวกเขามองตัวเองในฐานะของ นักสร้างสรรค์ที่ไม่เพียงแต่หมายถึง ผลงาน แต่ยังรวมถึงตัวตน และรสนิยม ที่คนรุ่นใหม่เหล่านี้ร่วมกันร่างและสร้างขึ้นมาด้วยการย้ายถิ่นฐานการศึกษาจากเมืองใหญ่ทั่วประเทศไทยมารวมตัวกันอยู่เชียงใหม่ โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากต่างที่มา ต่างวิถีชีวิต จะด้วยเหตุผลทางภูมิศาสตร์หรือภูมิทัศน์ ไม่อาจทราบได้ แต่ที่แน่ๆ ในรอบทศวรรษหลังยุค 2010s เชียงใหม่ได้กลายมาเป็นเมือง Been There Done That ที่รวมเอาตัวพ่อตัวแม่ทางด้านรสนิยม มาผสมกับความเป็นพื้นถิ่นจัดๆ ของคนเมือง จนกลายเป็นเสมือนเมืองใหม่ที่ไม่ว่าใครทั้งไทยและเทศที่มาเยือน ต่างก็ค้นพบมุมที่ใช่ ทางที่ชอบในเมืองเชียงใหม่ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และมันก็ปรากฏให้เห็นได้ชัดที่งาน “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ หรือ Chiang Mai Design Week”  

Tatler Asia
Above บรรยากาศในงานนิทรรศการในปี 2022 (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)
Tatler Asia
Above การออกร้านในงานเทศกาลฯ (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)

จากความสำเร็จตลอด 8 ปีที่ผ่านมาของการจัดงาน CMDW ย้อนหลังไปตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2014 ที่เริ่มจัดขึ้นแบบปีเว้นปี ก่อนจะขยับกลับมาจัดทุกปีไว้ดว้นแม้วันที่โควิดถล่มโลก งานเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ พิสูจน์ชัดว่า มีความสำเร็จที่สามารถวัดได้ทั้งทางสถิติตัวเลข ที่ล่าสุดจากปี 2022 พบว่ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึงเกือบ 420 ล้านบาท จากผู้เข้าชมงานกว่า 130,298 คน โดยมีผู้จัดงานร่วม 500 กว่าราย ที่ช่วยกระจายข่าวความน่าสนใจและสร้างมูลค่าสื่อได้ถึง 40 ล้านบาทตลอดทั้งสัปดาห์ของการจัดงาน ที่เป็นที่รู้กันมาจะเริ่มต้นขึ้นในวันหยุดยาวช่วงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี อันเป็นช่วงที่ทุกคนรู้กันดีว่า หลังลอยกระทง และกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว ที่มาพร้อมกับคำถามฮิตติดปากว่า เชียงใหม่หนาวหรือยัง? เพื่อตอบคำถามที่ว่านี้ให้กับผู้มาเยือน แนวคิดหลักของงาน CMDW คือ การกระจายภาพความน่าสนใจไปทั่วมุมเมือง โดยอาศัยควมร่วมมือร่วมใจของเหล่านักออกแบบสร้างสรรค์ที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพทั้งรุ่นใหม่เก่า จับมือกับผู้ประกอบการในเมืองเขียงใหม่ เปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้มาออกแบบพื้นที่แสดงผลงานโดยมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ ทำอย่างไรให้เมืองเชียงใหม่คึกคักและดึงดูดให้การมาเยือนในห้วงเวลานี้น่าสนใจไปมากกว่าการมาลองเทสต์ภูมิอากาศของคนต่างเมือง

Tatler Asia
Above การจัดแสดงงานในรูปแบบการจัดวาง (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)
Tatler Asia
Above บรรยากาศยามค่ำคืนในงานเทศกาลฯ (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)

จากโจทย์ข้างต้นจึงนำมาซึ่งงานนิทรรศการที่เล่าเรื่องเมืองเชียงใหม่ในมุมมองใหม่ที่อนุเสาวรีย์สามกษัตริย์ใจกลางเมือง ตลาดนัดศิลปะย่านกลางเวียง งานศิลปะแนวสื่อผสมที่ย่านช้างม่อย จนถึงงานประติมากรรมจัดวางรอบประตูท่าแพ ทั้งหมดทั้งมวลเป็นการร่วมแรงร่วมใจของทั้งคนท้องถิ่นและศิลปินผลัดถิ่นที่เวียนเอาแนวคิดสร้างสรรค์ต่างมุมมองมาขมวดเป็นชิ้นงานใหม่ที่ดึงดูดให้เราเข้าใจภาพของเชียงใหม่ในวันนี้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเป็นเมืองเกือบหนาวที่มีดีเพียงแค่ของกินของฝากประจำถิ่นเท่านั้น ทั้งนี้คงต้องขอบคุณการพยายามของผู้จัดงาน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์กรมหาชน) เชียงใหม่ ที่ตั้งใจให้งาน CMDW เป็นแพลตฟอร์มเพื่อทำหน้าที่จุดประกายการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน (Local sustainable Living) และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (คนรุ่นใหม่หัวใจ sustain...ไม่มีอะไรจะมีความเจนซี เท่านี้อีกแล้ว!) โดยชักจูงเหล่าบรรดา ศิลปิน คนคืนถิ่น (Homecoming) ที่นำเอาสำนักรักบ้านเกิดกลับมานำเสนอผลงาน สร้างภาพใหม่ๆ ต่อยอดจากต้นทุนเดิมที่เคยมี เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ (New Opportunities) ให้เกิดขึ้นกับพื้นที่เดิมๆ ที่ทุกคนคุ้นเคย อธิบายอย่างง่ายๆ ก็คือ ต้อนรับนักออกแบบใหม่มาทำให้พื้นที่เก่าๆ ดูดีขึ้นนั่นเอง ฟังๆ ดูอาจจะไม่น่ามีอะไรแปลกใหม่ จนประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดต้องจัดงานกันมาได้นานขนาดนี้ แต่เชื่อเราเถอะว่า พอมาเยือนเชียงใหม่ในช่วง CMDW ความคิดคุณที่มีต่อเมืองนี้จะเปลี่ยนไป ในแนวทางที่สดใหม่ สดใส และสดชื่นกว่าที่เคย

Tatler Asia
Above งานจัดแสดงที่งานเทศกาลฯ (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)

Transforming Local | ปรับตัว ต่อยอด ท้องถิ่น เติบโต

มีอะไรน่าสนใจบ้างในปีที่ 9 ของ ‘เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week)’ ด้วยแนวคิดการจัดงานปีนี้ที่ว่าด้วยเรื่องของ ‘Transforming Local : ปรับตัว ต่อยอด ท้องถิ่น เติบโต’ ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า ปีนี้จะมาพร้อมกับการนำเสนอถึงการ ปรับตัว ของเหล่านักออกแบบในสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วหลังสิ่งที่เราเรียกว่า New Normal โดยแทนที่จะนำเสนอถึงวิถีชีวิตใหม่แต่เพียงรูปแบบเดียว ผลงานที่นำมาจัดแสดงจะเป็นการสื่อให้เห็นถึงการ ต่อยอด จากภูมิปัญญา ท้องถิ่น ที่ไม่ได้หยุดนิ่งอย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่ยังสามารถนำมาทำใหมัน เติบโต ได้อย่างยั่งยืนในยุคนี้

Tatler Asia
Above ภาพประชาสัมพันธ์งานเทศกาลฯ ประจำปี 2023 (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)

5 กิจกรรมเด่นน่าสนใจในเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ที่จัดขึ้นแล้ว ในวันที่ 2 – 10 ธันวาคม 2023 ณ ย่านกลางเวียง ย่านช้างม่อย – ท่าแพ และกระจายตัวโดยรอบเมืองเชียงใหม่

1. การเดินทางเพื่อชมงาน

Tatler Asia
Above รถโดยสารรอบเมือง เพื่อเดินทางชมงานเทศกาลฯ (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)

คือ เอาจริงก็แอบงงและหวั่นใจเหมือนกันว่าจะเที่ยวชมงานอย่างไรให้ครบในเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อว่า ราคารถแดงรอบเมืองแสนโหด แต่ไม่ต้องกังวลใจเมื่อคุณสาม่ารถเช็กอินให้ครบทุกที่สถานที่จัดแสดงงานได้อย่างสะดวกด้วยรถรางที่เชื่อมทุกย่านในเทศกาล ไล่ตั้งแต่ ย่านกลางเวียง, ย่านช้างม่อย-ท่าแพ โดยรถรางจะวิ่งวนเป็นวงกลมตามย่านต่าง ๆ (รถออกทุก ๆ 1 ชั่วโมง) บอกให้รู้ตรงนี้ว่า ลมเย็น ถ่ายรูปสวย และสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ

2. มุมลับกับงานใหม่สไตล์แมพปิ้ง

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 Neighborhood Projection Mapping (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)
Photo 2 of 5 ซุ้มประตูโขงวัดชมพู (Pagoda Local) : Projection Mapping by Kor.Bor.Vor Visual Label (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)
Photo 3 of 5 ห้องแถวห้าห้อง (Original Five) : Projection Mapping by Kor.Bor.Vor Visual Label (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)
Photo 4 of 5 สะพานแดงข้ามคลองแม่ข่า (The Connection Bridge) : Projection Mapping by Kor.Bor.Vor Visual Label (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)
Photo 5 of 5 แผนที่การจัดแสดง (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)

ย่านช้างม่อย วันเที่ยวทั่วไปก็คือ มุมฮิตติดอินสตาแกรมที่ทุกคนต้องมา แต่พอเป็นช่วงเทศกาลออกแบบนี้แล้ว เราขอให้เดินทางไปยัง ‘มุมลับ’ ในย่านช้างม่อย หนึ่งในสถานที่จัดงานหลัก ที่จะนำเอางาน Digital Art มาใช้สร้างความน่าสนใจในแบบที่เรียกว่าโชว์แสงสีเสียงสไตล์ โปรเจ็กต์ Neighborhood Mapping มาทำเป็นไฮไลต์ให้มุมลับ เกิดมีเรื่องราวที่น่าสนใจในมุมมองใหม่ 

3. นิทรรศการ “Transforming Local Crafts”

Tatler Asia
Above ตัวอย่างผลงานการจัดแสดงที่งานนิทรรศการ (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)
Tatler Asia
Above ตัวอย่างผลงานการจัดแสดงที่งานนิทรรศการ (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)

ไหนๆ ก็ได้ชื่อว่าเป็นห้างสรรพสินค้าเจ้าภาพในเมืองเชียงใหม่ ว่าแล้ว Central จึงมาพร้อมกับนิทรรศการที่จะพาผู้ชมไปสำรวจนิยามใหม่ของงานคราฟต์ไทยสุดครีเอต กับ 10 ผลงานคอลแลบร่วมสมัยที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยห้างดังได้ชวนกลุ่มนักออกแบบแถวหน้าของไทย มาจับมือกับผู้ประกอบการและผู้ผลิตงานหัตถกรรมท้องถิ่น นำเสนอ 10 ผลงานจาก 10 แบรนด์ท้องถิ่นที่ร่วมสร้างสรรค์กับนักออกแบบ เช่น Moonler แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้จามจุรีระดับพรีเมียม ที่จับมือกับ รัฐธีร์ ไพศาลโชติสิริ สร้างสรรค์ Lounge Chair สไตล์ Mid-Century Modern สุดเท่ หรือ นายใจดี (Ninechaidee) ผู้ผลิตงานเย็บปักจากสันกำแพงที่ร่วมกับ ธีระ ฉันทสวัสดิ์ ออกแบบหมอนอิงที่มีคาแรกเตอร์แบบเชียงใหม่ร่วมสมัย นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์งานคราฟต์ร่วมสมัยมาร่วมจัดแสดงโชว์เคสอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ชามเริญสตูดิโอ (Charm-Learn Studio), Slowstitch, Pachana Studio, Inclay Studio, Debua ร่วมกับ อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา, เฮือนปอสา จับมือกับ {JUN} ธัญญพร จิตราภิรมย์, สะพรั่ง และ Studio Mueja โดยจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา ตรงข้ามลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ โดยหลังจากงานนี้เสร็จสิ้นลง ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้วางแผนจัดโรดโชว์ไปยังศูนย์การค้าในเครือ เพื่อส่งเสริมแนวคิดการร่วมมือรูปแบบใหม่นี้ต่อไป

4. อาหารสร้างสรรค์และต่อยอดเพื่อความยั่งยืน

Tatler Asia
Above ภาพประชาสัมพันธ์งาน Creatvie Food for Sustainability (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)

เพราะเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ มาถึงเชียงใหม่ทั้งทีมีหรือที่งานนี้จะไม่มีงานออกแบบเรื่องอาหารให้ชมกัน กับ Creative Food for Sustainability งานแสดงที่ร่วมกับ Slow Food Thailand นำเสนอโปรแกรม ‘Sweet and Sour’ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวัตถุดิบมากคุณประโยชน์จากธรรมชาติ อย่าง ‘น้ำผึ้งป่า’ ถ่ายทอดผ่านกิจกรรมการเสวนา และทำเวิร์กช็อปเพื่อตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำผึ้งป่า รวมถึงอีกหนึ่งงานที่ไปร่วมมือกับ ศูนย์การศึกษาด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปะวิทยาการอาหารนานาชาติ (International Gastronomy Tourism Centre – iGTC) นำเสนอการถอดรหัสรากวัฒนธรรมอาหารเหนือด้วยหลักการวิทยาศาสตร์เพื่อบอกเล่าถึงทางโภชนาการอาหารเหนือ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมเกี่ยวกับอาหารที่จะพาไปอัพเดทเทรนด์อาหารน่าจับตามองผ่านร้านลับในเชียงใหม่อีกด้วย

5. 5. เพลิดเพลินกับเพลงเพราะเลาะริมเมือง

Tatler Asia
Above ภาพโปรโมทการจัดแสดงดนตรีในงานเทศกาลฯ (ภาพ: chiangmaidesignweek.com/cmdw2023)

เพลงกับงานสร้างสรรค์เป็นของคู่กัน ว่าแล้ว ดนตรีแบบเหนือๆ ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวจึงถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในการแสดงประจำงานเทศกาลครั้งนี้ ตั้งแต่ริมถนน โกดังร้าง ซอกซอยเล็กในย่านสร้างสรรค์ ยันลานหน้าวัด ในหลากหลายเทคนิคและวิธีการแสดงทั้งการ Busking หรือ การแสดงดนตรีเปิดหมวกริมถนนในย่านดัง การแสดงดนตรีของกลุ่มศิลปิน World Music ที่บรรเลงโดยใช้เครื่องดนตรีพื้นเมืองผสมผสานเครื่องดนตรีสมัยใหม่ รวมถึง Chiangmai Original กับการนำเสนอผลงานของศิลปินในสังกัด Summer Disc และ Minimal Records ค่ายเพลงเล็กในเชียงใหม่ที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์ทางดนตรี ปิดท้ายกับ LABBfest. ซึ่งเปิดโอกาสให้ศิลปินอิสระในเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบนที่มีผลงานเพลงของตัวเองได้มานำเสนอผลงานผ่านตามมุมจัดแสดงในทุกงานของย่านเทศกาลนี้

Topics

Manit Maneephantakun
Managing Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia