เจาะลึกเบื้องหลังปรัชญาสร้างสรรค์ของ Mette Hay ในบทสนทนาพิเศษที่เผยแรงบันดาลใจและบทเรียนที่ยกระดับสิ่งของในชีวิตประจำวันให้มีความหมาย สู่ ‘sustainable living’ พร้อม 5 เฟอร์นิเจอร์ไอคอนิกที่สะท้อนหัวใจของ HAY ได้อย่างชัดเจน
HAY ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสัญชาติเดนมาร์กที่ครองใจผู้ใช้ทั่วโลกด้วยดีไซน์สวยงามสะดุดตา แต่แบรนด์ยังสะท้อนถึงปรัชญาการใช้ชีวิตที่เชื่อมั่นในพลังของการออกแบบที่ดี ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนสิ่งของธรรมดาในชีวิตประจำวันให้มีความหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ยั่งยืน และผู้ที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดอันเรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้คือ Mette Hay ผู้เป็นทั้ง Co-founder และ Creative Director ที่มีส่วนช่วยกำหนดทิศทางและเติมเต็มเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา
Mette เชื่อเสมอว่า ‘การออกแบบที่ดีควรเข้าถึงได้สำหรับทุกคน’ (Good design should be accessible to everyone.) ความเชื่อนี้ฝังรากลึกในตัวเธอมาตั้งแต่เด็ก เพราะการเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านดีไซน์ ทำให้เธอซึมซับและหลงใหลในงานออกแบบโดยธรรมชาติ แรงบันดาลใจจากสิ่งของธรรมดาๆ ที่อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวัน ผสานกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาในแวดวงการออกแบบ นำไปสู่การร่วมก่อตั้งแบรนด์ HAY กับ Rolf Hay ในปี 2002 โดยมีเป้าหมายที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทั้งสวยงาม ใช้งานได้จริง ยั่งยืน และจับต้องได้สำหรับคนทุกกลุ่ม
การเดินทางของ HAY ได้มาถึงกรุงเทพฯ พร้อมความสำเร็จของนิทรรศการสุดพิเศษ ‘HAY Icon Exhibition’ ณ HAY Bangkok ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ‘HAY APAC Tour 2025’ ที่จัดขึ้นต่อจากโตเกียวและเซี่ยงไฮ้ นิทรรศการนี้ไม่เพียงจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสุดไอคอนิกของแบรนด์ แต่เรายังได้มีโอกาสเรียนรู้เบื้องหลังความคิดและแรงบันดาลใจของ Mette ผู้ทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทำไมสิ่งของในชีวิตประจำวันจึงมีความสำคัญ และสามารถเป็นพลังแห่งแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้เสมอ
อ่านเพิ่มเติม: "HAY APAC TOUR 2025" เดินทางสู่กรุงเทพฯ ต่อจากเมืองโตเกียว และเซี่ยงไฮ้ สะท้อนงานดีไซน์ตามแบบฉบับสแกนดิเนเวียน
Mette Hay ในฐานะนักสร้างสรรค์ ‘everyday object’
Above Mette Hay Co-founder และ Creative Director ของแบรนด์ HAY (ภาพ: HAY)
Above วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ NORSE Republics และ Mette Hay Co-founder และ Creative Director ของแบรนด์ HAY (ภาพ: HAY)
ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของ Mette Hay ที่ได้มาเยือนประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษที่เธอได้ร่วมพูดคุยในงาน ‘Exclusive design talk: Designing Everyday Life with Mette Hay’ โดยมี ญารินดา บุนนาค ศิลปินและสถาปนิกหญิงชาวไทย มาร่วมเป็นผู้ดำเนินรายการ
การพูดคุยกับ Mette ในครั้งนี้ ได้เผยถึงแนวคิดการออกแบบ ดีเอ็นเอที่เป็นเอกลักษณ์ของ HAY รวมถึงแรงบันดาลใจมากมายที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ โดยเฉพาะแนวคิดการออกแบบ everyday object ที่เธอได้มีโอกาสร่วมงานกับเหล่าดีไซเนอร์ ศิลปิน และบุคคลทรงอิทธิพลในหลายวงการจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากนี้ยังได้พูดคุยถึงข้อสังเกตที่น่าสนใจที่เธอค้นพบระหว่างตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่แตกต่างกัน มุมมองในการก้าวไปพร้อมกับเทคโนโลยี AI และปรัชญาความยั่งยืนที่ฝังรากลึกในทุกกระบวนการของ HAY ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นไอเดียตั้งต้นและข้อคิดดีๆ สำหรับคนรักงานดีไซน์ทุกคน

Above Mette Hay Co-founder และ Creative Director ของแบรนด์ HAY (ภาพ: Tatler)
แรงบันดาลใจที่หลากหลาย สู่จุดเริ่มต้นของการออกแบบ
Mette เล่าว่าแรงบันดาลใจของเธอหยั่งรากลึกมาจากศาสตร์หลายแขนง ทั้งศิลปะ (Art), สถาปัตยกรรม (Architecture) หรือแม้กระทั่งแฟชั่น (Fashion) เธอเชื่อว่าการออกแบบที่ดีต้องเริ่มจากความเข้าใจในสิ่งรอบตัวและความต้องการที่แท้จริงของผู้คน
“สำหรับไอเดียในการเริ่มต้นการออกแบบ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยค่ะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์นั้นๆ อย่างเช่น การออกแบบเก้าอี้ อันดับแรกคือเราต้องแน่ใจว่าเก้าอี้ตัวนั้นต้องสามารถนั่งได้สบาย ซึ่งสะท้อนปรัชญาที่ว่าฟังก์ชั่นและรูปทรงต้องไปด้วยกันเสมอ (Function and form go hand in hand.) สำหรับฉัน การออกแบบจึงไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่มันต้องใช้งานได้จริงด้วย”

Above เก้าอี้ Revolt Chair ที่ออกแบบโดย Friso Kramer ในยุค 1950 และถูกนำมาผลิตใหม่โดย HAY

Above เก้าอี้ Revolt Chair ที่ออกแบบโดย Friso Kramer ในยุค 1950 และถูกนำมาผลิตใหม่โดย HAY
เก้าอี้ Revolt Chair ที่ออกแบบโดย Friso Kramer ในยุค 1950 และถูกนำมาผลิตใหม่โดย HAY สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจน มันไม่ได้เป็นเพียงเก้าอี้ที่มีรูปทรงสวยงาม แต่ยังถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ที่สามารถรองรับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นขณะทำงาน รับประทานอาหาร หรือนั่งประชุม แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมฟังก์ชั่นการใช้งานและความยืดหยุ่นเข้ากับดีไซน์การออกแบบที่เรียกได้ว่าปฏิวัติวงการ ล่าสุดไอเท็มนี้ยังได้รับการปรับปรุงด้วยการใช้วัสดุใหม่ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

Above เก้าอี้ Revolt Chair ที่ออกแบบโดย Friso Kramer ในยุค 1950 และถูกนำมาผลิตใหม่โดย HAY

Above เก้าอี้ Revolt Chair ที่ออกแบบโดย Friso Kramer ในยุค 1950 และถูกนำมาผลิตใหม่โดย HAY
การสร้างสรรค์ที่ ‘จับต้องได้’ และ ‘เข้าถึงง่าย’ พร้อมความรับผิดชอบต่อโลก
หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของ HAY คือการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นที่เข้าถึงง่ายสำหรับใครก็ตามที่หลงรักงานออกแบบที่ดี Mette กล่าวว่า “ฉันเชื่อว่าดีไซน์ไม่ควรเป็นเรื่องไกลตัว แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน” ซึ่งเป็นปรัชญาที่ทำให้ HAY แตกต่างและครองใจผู้คนทั่วโลก ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานทั้งฟังก์ชั่นการใช้งาน ความงามในแบบสแกนดิเนเวียน และราคาที่สมเหตุสมผลเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้ผู้คนสามารถนำเอางานดีไซน์คุณภาพสูงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เพียงนำมาจัดแสดง
โคมไฟ Pao Portable Lamp ที่ออกแบบโดย Naoto Fukasawa นักออกแบบชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก คือตัวอย่างที่ตอบรับแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจน เขาเชื่อในปรัชญาการออกแบบที่เรียกว่า ‘Without Thought’ ซึ่งเน้นการสร้างสรรค์วัตถุที่ใช้งานง่ายจนผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องคิดถึงวิธีการใช้งานเลย แต่มันควรจะกลมกลืนไปกับชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติม: Naoto Fukasawa นักออกแบบระดับโลก ผู้สร้างสรรค์งานจากพลังแห่งสัญชาตญาณ และก้าวข้ามกรอบของเหตุผล

Above โคมไฟ Pao Portable Lamp ที่ออกแบบโดย Naoto Fukasawa (ภาพ: HAY)

Above โคมไฟ Pao Portable Lamp (ภาพ: Tatler)
โคมไฟ Pao ได้รับการตั้งชื่อตามรูปทรงที่นุ่มนวลและเรืองแสงของเต็นท์ ‘Pao’ แบบดั้งเดิมของชาวมองโกเลีย ซึ่งสะท้อนถึงความอบอุ่นและบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ ตัวโคมไฟโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่สวยงาม บวกกับความอเนกประสงค์ของฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะในบ้าน นอกบ้าน หรือแม้กระทั่งในสวน
ด้วยวัสดุที่ทนทานและผิวสัมผัสที่เรียบลื่น พร้อมแหล่งกำเนิดแสง LED ที่ซ่อนอยู่ภายใน ทำให้แสงไฟที่ส่องออกมานั้นดูนุ่มนวลและมีความสว่างอย่างพอเหมาะ ที่สำคัญคือมันทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงงานดีไซน์โคมไฟสวยๆ ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่เคอะเขิน ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของ HAY ที่ต้องการทำให้ชีวิตประจำวันของผู้คนสวยงามขึ้นได้ด้วยดีไซน์ที่ดีที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ โดยทีมงาน ทั้งนักออกแบบ ช่างเทคนิค และวิศวกร ให้ความสำคัญกับการออกแบบชิ้นงานที่ต้องมีคุณภาพสูงและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพื่อส่งเสริมแนวคิดการออกแบบที่ยั่งยืน (Sustainable Design) และผลิตภัณฑ์ที่ทนทาน (Durable Products)

Above โคมไฟ Pao Portable Lamp (ภาพ: HAY)

Above โคมไฟ Pao Portable Lamp (ภาพ: HAY)
‘เคมี’ ที่ลงตัวในการร่วมงาน
สำหรับคอลลาบอเรชั่นกับดีไซเนอร์และศิลปินนักสร้างสรรค์ต่างๆ Mette กล่าวว่า เธอให้ความสำคัญกับเคมีที่เข้ากันได้ดีเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ผลงานที่น่าจดจำ เธอไม่ได้จำกัดการร่วมงานอยู่แค่ดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (industrial designers) แต่ยังขยายไปสู่แวดวงสร้างสรรค์อื่นๆ เช่น เชฟหรือศิลปิน เพราะเธอมองว่าการรวมอัตลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์กับศิลปินในสาขาที่แตกต่างกันเป็นเรื่องที่ท้าทายและน่าสนใจมาก
เธอยกตัวอย่างความร่วมมือที่น่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งคือ การคอลแล็บระหว่าง HAY กับแบรนด์ลำโพง Sonos ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามความ ‘เป็นไปไม่ได้’ ในตอนแรกที่แบรนด์ลำโพงแบรนด์นี้ไม่เคยมีสีสันเกิน 3 สีมาก่อน จนกลายมาเป็นไอเท็มลำโพงที่มีแถบพาเลตต์สีสันสดใสมากถึง 5 สี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ Sonos ที่ผลิตภัณฑ์มีตัวเลือกมากถึง 5 สีด้วย สะท้อนมุมมองในแบบฉบับ HAY ที่ต้องการเติมสีสันและชีวิตชีวาให้กับสิ่งของในชีวิตประจำวัน

Above HAY Sonos One Limited Edition Collection (ภาพ: HAY)
อีกหนึ่งตัวอย่างผลงานที่ถ่ายทอดเคมีที่ลงตัวของการร่วมงานกันระหว่าง HAY กับศิลปินคนสำคัญ คือ แจกัน Jessica Hans Vase
Jessica Hans คือศิลปินและนักออกแบบชาวอเมริกันที่เชี่ยวชาญการสร้างสรรค์ประติมากรรมและแจกันจากเซรามิกและวัสดุอื่นๆ ที่มักมีรูปทรงที่ไม่สมมาตรและพื้นผิวที่ดูดิบแต่มีชีวิตชีวา เธอได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ชิ้นงานต่างๆ จากรูปแบบและพื้นผิวตามธรรมชาติของหินและดิน รวมถึงลวดลายที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในงานออกแบบสมัยใหม่
Jessica Hans Vase จึงเป็นคอลเล็กชั่นผลงานที่สร้างสรรค์จากงานฝีมือและตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ มีการออกแบบพื้นผิวและลวดลายที่ตั้งใจให้มีความไม่สม่ำเสมอและไม่เป็นระเบียบ ซึ่งสะท้อนสไตล์งานศิลปะออร์แกนิกและมีความเป็นนามธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Jessica Hans ได้อย่างชัดเจน การร่วมงานครั้งนี้ตั้งใจนำเอาความงามในงานศิลปะของเธอมาอยู่ในวัตถุที่ใช้งานได้จริง ทำให้แจกันแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถือเป็นการรวมศิลปะเข้ากับของใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างกลมกลืน

Above แจกัน Jessica Hans Vase (ภาพ: HAY)

Above แจกัน Jessica Hans Vase (ภาพ: HAY)

Above แจกัน Jessica Hans Vase (ภาพ: HAY)

Above แจกัน Jessica Hans Vase (ภาพ: HAY)
ปรับเปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์ตลาดและไลฟ์สไตล์ที่ขยายกว้างกว่าที่เคย
HAY ไม่ได้ออกแบบเพื่อตลาดใดตลาดหนึ่งโดยเฉพาะ แต่คำนึงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม Mette ได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจว่า บางผลิตภัณฑ์ เช่น ผ้าห่ม อาจถูกมองว่าเป็นเพียงของใช้ทั่วไปในเดนมาร์ก แต่ในบางวัฒนธรรมกลับมีความหมายพิเศษ หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์อย่างผ้าปูที่นอน ตะเกียบ หรือโซฟา ที่ขายดีอย่างน่าประหลาดใจในเดนมาร์ก แทนที่จะเป็นในเอเชีย นี่เป็นตัวอย่างของบทเรียนใหม่ๆ สำหรับแบรนด์ว่า อันที่จริงแล้วการรับรู้ผลิตภัณฑ์นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แบรนด์จึงตั้งใจที่จะปรับแต่งให้เข้ากับแต่ละตลาด แต่ยังคงหลักการสำคัญของ HAY ในการเป็นแบรนด์สำหรับทุกคนที่รักการออกแบบที่ดี
นอกจากนี้ HAY ยังให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความหมายใหม่ สอดคล้องกับเทรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปและขยายกว้างไปจากเมื่อก่อน เช่น ในช่วงเริ่มต้นแบรนด์ Mette เล่าว่าเธอออกแบบงานโดยคำนึงถึงมนุษย์เป็นลูกค้าหลักเป็นอันดับแรก แต่ในปัจจุบัน HAY ก็ได้ขยายการออกแบบไปสู่คอลเล็กชั่นสำหรับสุนัข เพื่อตอบรับการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น สะท้อนถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งของแบรนด์ต่อวิถีชีวิตผู้คนที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
HAY Dogs Bed Collection คือผลงานที่เกิดจากการร่วมมือระหว่าง Mette และเพื่อนสนิทอย่าง Barbara Maj Husted Werner ผู้ก่อตั้ง Holly Golightly บูติกสำหรับสินค้าแฟชั่นและของแต่งบ้าน เบาะที่นอนสุนัขชิ้นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์การบล็อกสีที่สนุกสนาน ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลที่แข็งแรง พร้อมเบาะรองนอนที่ถอดซักได้ และมีให้เลือกสามขนาดในดีไซน์ที่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ HAY ในการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและใช้งานได้ยาวนานเพื่อโลกที่ดีขึ้น

Above HAY Dogs Bed Collection (ภาพ: HAY)

Above HAY Dogs Bed Collection (ภาพ: HAY)
DNA ของ HAY และการมองโลกในยุค AI
เมื่อ HAY ก้าวสู่ตลาดโลก บทเรียนสำคัญที่ Mette ได้เรียนรู้คือ การยอมรับว่าเราไม่สามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ เธอได้เรียนรู้ที่จะปล่อยวางและเชื่อใจในศักยภาพของทีมงานและผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการขยายธุรกิจของแบรนด์ไปทั่วโลก และเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ HAY สามารถรักษามาตรฐานและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ไว้ได้ แม้จะขยายไปในตลาดที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นหนึ่งในสี่คุณค่าหลักของแบรนด์
“DNA ของ HAY นอกจากคำว่า Passion (ความหลงใหล), Function (การใช้งาน), Community (ชุมชน) และ Responsibility (ความรับผิดชอบ) แล้ว ก็คือคำว่า Welcoming ค่ะ นั่นคือความรู้สึกของความเป็นมิตรและเชื้อเชิญ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ การบริการ หรือแม้แต่ผู้คนที่เราร่วมงานกัน ทุกสิ่งทุกอย่างของ HAY ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ผู้คนรู้สึกเข้าถึงง่าย อบอุ่น และสบายใจในการใช้งาน นี่คือตัวตนสำคัญของแบรนด์เรา” Mette กล่าว
Palissade Collection ซีรีส์เฟอร์นิเจอร์เอาต์ดอร์ที่โดดเด่นของ HAY ที่ออกแบบโดยสองพี่น้องชาวฝรั่งเศส Ronan และ Erwan Bouroullec สะท้อนถึง DNA ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ด้วยเส้นสายที่สะอาดตาและการออกแบบที่เรียบง่ายแต่แข็งแรง ทำให้เฟอร์นิเจอร์นี้สามารถจัดวางเข้ากับพื้นที่ธรรมชาติหรือสภาพแวดล้อมในเมืองได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ ระเบียงบ้าน หรือคาเฟ่ ดีไซน์อันเรียบง่ายนี้เชื้อเชิญให้เราเอนกายทิ้งตัวลงและผ่อนคลายไปกับช่วงเวลาดีๆ หรือแม้กระทั่งนั่งอ่านหนังสือเพื่อจุดประกายไอเดียใหม่ๆ

Above เก้าอี้ Palissade Collection (ภาพ: HAY)

Above เก้าอี้ Palissade Collection (ภาพ: HAY)

Above เก้าอี้ Palissade Collection (ภาพ: HAY)

Above เก้าอี้หลากหลายดีไซน์ของ HAY ที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทั้งฟังก์ชั่นและความสวยงาม (ภาพ: Instagram / @haythailand)

Above เก้าอี้หลากหลายดีไซน์ของ HAY ที่ชูสีสันความมีชีวิตชีวา (ภาพ: Instagram / @haythailand)
สำหรับนักออกแบบในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในงานออกแบบสร้างสรรค์ Mette มองว่าเราสามารถเปิดใจรับและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI ได้ แต่เธอยังคงเน้นย้ำว่า “การเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ด้วยกันยังคงเป็นสิ่งสำคัญไม่เปลี่ยนแปลง”
จากบทสนทนากับ Mette ที่สะท้อนผ่านผลงานสุดไอคอนิกของ HAY เราได้เห็นถึงปรัชญาที่ลึกซึ้งกว่าแค่การผลิตเฟอร์นิเจอร์ HAY คือการสร้างสรรค์สิ่งของที่เติมเต็มชีวิตประจำวันของเราให้มีความหมายมากขึ้น โดยมีแกนหลักคือความยั่งยืนในทุกมิติของดีไซน์ ตั้งแต่การเลือกวัสดุไปจนถึงอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ไม่แน่ว่าครั้งต่อไปที่เรามองสิ่งของในชีวิตประจำวัน เราอาจค้นพบว่าดีไซน์ที่แท้จริงได้เข้ามาเติมเต็มชีวิตของเราในแบบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน และยังช่วยสร้างโลกที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
อ่านเพิ่มเติม:
ย้อนเวลาสู่ยุค Y2K เพื่อถอดรหัสเทรนด์การออกแบบที่กลับมาสร้างแรงบันดาลใจใหม่









